ซ่านซี เด็กหนุ่มรีบหยุดมือกะทันหัน ก่อนจะประสานฝ่ามือคำนับ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง “ศิษย์คารวะ ท่านอาจารย์” พร้อมด้วยหมู่ชน ที่กำลังมองชมการต่อสู้ ต่างก็หันขวับ ไปมองบริเวณประตูทางเข้า เป็นสายตาเดียวในทันใด
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่สืบฝีเท้ามา ใบหน้าเขาไม่ยินดียินร้าย เขาไม่คิดหันปรายตามอง หลางเทียนเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะกล่าวพูดบอกกล่าว ซ่านซีออกมา “เจ้ายังใช้ไม่ได้ หากจัดการเจ้าเด็กนี่ เจ้ายังใช้เวลามากขนาดนี้ ซ่านซี เจ้าต้องกลับไปฝึกฝน ทบทวนตนเองใหม่แล้วกระมัง”
ทว่าคำพูดของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เห็นได้ชัดว่า เขาแอบดูชมการต่อสู้ มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ พร้อมกับเหล่าผู้คุมมาสักระยะแล้ว
ทำให้ซ่านซี แยกเขี้ยวให้หลางเทียนปรากฏออกมาเล็กๆ ที่ทำให้เขาต้องถูกอาจารย์ต่อว่า ก่อนเด็กหนุ่มจะประสานฝ่ามือ รับคำของผู้เป็นอาจารย์ “ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
ก่อนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะผ่ายฝ่ามือเชิญทุกคน นั่งโต๊ะรับประทานอาหาร เมื่อชายวัยกลางคนนั่งหัวโต๊ะ ใบหน้าไร้คลื่นอารมณ์ กล่าวพูดขึ้นมา
“เชิญ”
พวกเขาต่างก็ไม่กล้าเสียมารยาท เมื่อได้ยินคำพูด ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง พุ่งตรงเข้าไปภายในโสตประสาท ของทุกผู้คน พร้อมอาหารถูกหญิงรับใช้ เอาออกมาวางไม่ขาดมือ
ฮุ่ยโจ ที่นั่งข้างๆ หลางเทียน กล่าวพูดไต่ถามเด็กหนุ่ม ใบหน้าซีดเซียวเล็กๆ ขึ้นมาทันที “หลางเทียน เจ้าไม่เป็นอะไรนะ”
เด็กหนุ่ม พยักหน้าให้พี่ฮุ่ยโจ “ข้าไม่เป็นอะไร... ได้กินของดี เดี๋ยวข้าก็หาย สบายดีเองแหละ” เมื่อหลางเทียนกล่าวพูดเสร็จสิ้น เขาเอื้อมฝ่ามือ ออกไปดึงเนื้อไก่สีเหลืองทอง ตัวอ้วนกลมภายในจานเบื้องหน้าเขา ออกมาแทะกิน เข้าปากทันใด ทำให้สุ่ยเยว่ ที่อยู่ข้างๆ ต้องรีบสะกิดเจ้าเด็กบ้าขึ้นมาอย่างไว
“เจ้าไม่รอให้เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง อนุญาตก่อนเล่าเจ้าเด็กบ้า”
หลางเทียนกล่าวพูดแบบขอไปที “คนใหญ่คนโตเขาไม่สนเรื่องขี้ปะติ๋ว เช่นนี้หรอก หากพวกเจ้าไม่กิน ข้ากินหมดนะ อันนี้อร่อยใช้ได้...” แม้แต่คนอื่นๆ ยังทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ
เมื่อเห็น เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ขมวดคิ้วบนใบหน้าขึ้นมาเป็นปม ก่อนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขาจะกระแอมไอขึ้นมาเล็กๆ “เชิญพวกเจ้าทุกคนรับประทานอาหาร”
เกรงว่าหลางเทียนผู้นี้ เขาจะไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ แถมไม่ยอมให้ผู้ใด มาล้อมกรอบตัวเขาได้ ทำให้เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง รู้สึกไม่สบอารมณ์เด็กหนุ่มผู้นี้ขึ้นมา ซึ่งมันต่างจากตัวเขาสิ้นเชิง ที่อยู่ในกฎเกณฑ์ พื้นฐานความเป็นจริงของโลกใบนี้
หลังจากได้รับการอนุญาต จากเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เสียงกินก็เริ่มดังขึ้นมาทันที พวกเขาต่างก็สวาปาม กินเข้าไปอย่างมูมมาม จากการที่พวกเขาไม่ได้กินของดีมาเสียนาน ทว่าก็จริงอย่างที่เจ้าหลางเทียนว่า เจ้าไก่สีเหลืองทองตัวอ้วนกลม ตัวนี้อร่อยใช้ได้ ไม่นานของบนโต๊ะอาหารก็หมดลงไปอย่างรวดเร็ว
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่นั่งชิมสุราเลิศรสครั้นเห็นว่า พวกเขาเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ เริ่มจะอิ่มกันแล้ว เขาวางจอกสุราลงบนโต๊ะอาหารช้าๆ แล้วกล่าวพูดขึ้นมา
“พวกเจ้าตามข้ามาห้องฝึกฝนส่วนตัวของข้า”
ทุกผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ได้ยิน ต่างก็กระตือรือร้น ติดตามเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ไปด้วยดวงตาทอประกาย แม้แต่หลางเทียนเองยังมองชายวัยกลางคน เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง น่าจะอายุใกล้เคียงกับท่านพ่อ เทียนจวิ๋นซ่างซี ของเขา ทว่าขั้นพลังของคนคนนี้ น่าจะติดอยู่ขั้นพลัง นักปราชญ์มานานมากโข
เมื่อพวกเขาเห็นห้องฝึกฝน เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางเปิดต้อนรับ ภายในราวกับเป็นมิติที่เต็มไปด้วยหินอุกกาบาต พลังงานห้วงอากาศ เต็มเปี่ยมหนาไปด้วย ปราณพลังเหมาะแก่การฝึกฝนขั้นพลัง มันก็ทำให้ดวงตาพวกเขา เปล่งประกายลุกวาว
ฝีเท้าเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่ก้าวเดินเนิบช้าเหยียบหินอุกกาบาต ขึ้นไปด้านบนลานกว้าง ที่เขาใช้ฝึกฝนมานานนม เขาหยุดชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน พร้อมแค่นเสียงขึ้นมาทันที เมื่อรับรู้ฝ่ามือของหลางเทียน กำลังเตรียมหยิบจับ หินอุกกาบาตแวววาวเบื้องหน้า ที่เป็นแก่นใจกลางสำคัญ ของห้องฝึกฝนแห่งนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“เจ้าหยุดมือเสีย”
คนอื่นๆ ที่เห็นความอยากรู้อยากเห็น ของเจ้าหลางเทียน พวกเขายังต้องส่ายหัว แอบลอบขำหัวเราะกันออกมาถ้วนหน้า
ฮุ่ยโจ รีบเข้าไปดึงมือหลางเทียน มารวมกลุ่มกับคนอื่นๆ แล้วเดินขึ้นไปด้านบนหินอุกกาบาต ที่เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ฝึกฝนปิดขั้นพลังทันที ทำให้หลางเทียนต้องยิ้มหน้าเจื่อนออกมา เมื่อเขาเห็นรอบๆ มีเส้นรอยปะออกไปทั่วห้องโถงใหญ่ ปรากฏออกมาจากหินอุกกาบาต ก้อนเล็กก้อนนั้น
หลางเทียนที่อ่านศึกษา ตำรานักพรตเต๋ามาก่อนหน้านี้ จากชายหนุ่มที่มอบตำราเล่มหนึ่งมาให้ ‘หรือว่านี่จะเป็นค่ายกลบางอย่าง’ หลางเทียน อดที่จะครุ่นคิดเช่นนั้นไม่ได้
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางที่นั่งลง บริเวณหินอุกกาบาตสูง เขากล่าวพูดออกมาทันที “ข้าจะให้พวกเจ้า เข้ามาภายในห้องฝึกฝนชั้นล่างของข้า เดือนละหนึ่งวัน อภิสิทธิ์นี้รวมให้กับทุกคน”
ศิษย์หัวกะทิลำดับที่2 ถงอี้ เขากล่าวไต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยทันที แม้แต่พวกเขาที่เป็นศิษย์หัวกะทิ ยังได้รับอภิสิทธิ์นี้แค่5วัน ในรอบเดือนเท่านั้น “ท่านอาจารย์ ทำเช่นนี้มันจะดีหรือ?” ศิษย์หัวกะทิ คนอื่นๆ เองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อนี้เช่นกัน แม้แต่พวกเขา กว่าจะเข้ามาภายในห้องฝึกฝนนี้ได้ พวกเขายังต้องผ่านการทดสอบ เลือดตาแทบกระเด็น