ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่อยู่บนเตียงผ้าปูที่นอนสีฟ้าอมน้ำทะเลนอนลืมตาปริบๆ มองเพดาน ภายในหัวของเขากำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับความฝันที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่อย่างเคร่งเครียด
ป่านนี้ เด็กหญิงคนนั้นจะเป็ยังไงบ้างนะ ? จะหายดี ? หรือว่าไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วกันแน่นะ ?
ชายหนุ่มพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงและลุกจากเตียงเดินไปยังหน้าต่างซึ่งมีแสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามาภายในห้องเพื่อเปิดม่าน พร้อมกับเปิดบานหน้าต่างออกไปและสูดกลิ่นอากาศยามเช้าอย่างสดชื่นเพื่อไล่ความคิดที่อยู่ภายในหัวของเขาออกไปให้หมด
เขามองทิวทัศน์จากหน้าต่างบนห้องของเขาซึ่งบ้านที่เขาอาศัยอยู่นั้นสามารถมองเห็นชายฝั่งที่เว้าแหว่งยื่นออกไปในทะเลได้อย่างชัดเจนสายลมพัดโชยเอื่อยๆ อย่างเย็นสบาย
ชายหนุ่มบิดไล่ความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวานเขาได้ลงแข่งขันบาสเกตบอลให้กับทางโรงเรียนและทำให้ทีมของโรงเรียนเขาได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
ก๊อก ก๊อก !!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านหน้าห้องของชายหนุ่มทำให้เขาหันไปมองอย่างแปลกใจ
“คุณชายครับได้เวลาที่จะต้องไปโรงเรียนแล้วนะขอรับ” เสียงเรียกของพ่อบ้านดังขึ้นหน้าห้องของชายหนุ่มทำให้เขาเหลือบมองไปที่นาฬิกาสีน้ำเงินรูปทรงสามเหลี่ยมพีระมิดที่อยู่ภายในห้องเพื่อดูเวลา
“เฮ้ย! 8 โมงแล้ว!!”
ชายหนุ่มตาเหลือกร้องะโออกมาอย่างใเมื่อเห็นเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 7.40 น.
เขารีบอาบน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากหากไปถึงโรงเรียนสายจะโดนทำโทษให้ยืนอยู่หน้าโรงเรียนประมาณ 10 นาที จนกว่าชั่วโมงโฮมรูมจะหมด เขาเคยไปโรงเรียนสายครั้งหนึ่ง
ตอนโดนทำโทษทำให้รู้สึกอายสายตาของนักเรียนอื่นๆที่จ้องมองเขา แม้ว่าคนที่ไปสายจะไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวก็ตาม
ตึง ตึง ตึง !!!
ชายหนุ่มก้าวะโลงจากชั้นบนอย่างว่องไวชายเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยยังไม่ได้ใส่เข้าไปในกางเกงให้เรียบร้อย มือข้างนึงพาดเสื้อคลุมตัวนอกและสะพายเป้ไว้บนบ่า
“คิม ไม่ทานข้าวเช้ารึลูก”
เสียงเรียกที่ใจดีของหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ภายในห้องทานอาหารยามเช้าดังขึ้นขณะที่ชายหนุ่มวิ่งผ่านหน้าห้องไป ทำให้เขาหยุดชะงักและย้อนกลับมาชะโงกหน้าเข้าไปในห้องอาหาร
“ไม่ทันแล้วครับแม่”
ชายหนุ่มนามว่า“คิม” ตอบคำถามของหญิงสาวคนนั้นและตั้งท่าจะเดินจากไป
“เดี๋ยวสิจ๊ะ”
หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารและเดินไปหยิบขนมปังแซนวิชที่เธอทำเอาไว้ตอนเช้าใส่ถุงและเดินไปยื่นส่งให้กับชายหนุ่ม
“งั้นเอานี่ไปทานที่โรงเรียน ไม่งั้นเดี๋ยวลูกจะเป็โรคกระเพาะนะ”
“ขอบคุณครับแม่”
ชายหนุ่มรับขนมปังแซนวิชมาไว้ในมือในขณะที่แม่ของเขาเอื้อมมือมาจัดชายเสื้อใส่เข้าในกางเกงให้อย่างเรียบร้อย
“ผมไปก่อนนะครับ”
ชายหนุ่มบอกแม่ของเขาพร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มแม่ของเขา1 ฟอด และรีบเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านทันที
“เดินทางระวังๆ นะลูก”
“นี่คุณ! เป็ห่วงเ้าคิมมันมากไปรึเปล่า? ยังไงเวลามันไปโรงเรียนน่ะ คนขับรถก็ไปส่งมันอยู่แล้วนี่”
เสียงหงุดหงิดของชายวัยกลางคนดังขึ้นด้านหลังของหญิงสาวทำให้เธอหันไปมองเขา
“ก็ฉันเป็ห่วงลูก ผิดตรงไหนกันคะ?”
“เฮอะ! จะห่วงอะไรมันหนักหนาทีพี่ชายมัน ไม่เห็นคุณจะห่วงมากขนาดนี้เลย”
“ก็เพราะว่าตาเหมมีคุณคอยเป็ห่วงเป็ใยเขาออกนอกหน้าอยู่แล้วนี่คะมาร์คัส”
หญิงสาวพูดจายอกย้อนกลับใส่ชายวัยกลางคนอย่างไม่แยแสสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา
“เฮ้อ…ผมต้องบอกคุณกี่ครั้งนะว่าเ้าเหมน่ะมันเป็พี่คนโต ผมหวังจะให้มันมาสืบทอดธุรกิจของผมในอนาคตน่ะ”
มาร์คัสถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายที่ภรรยาของเขาชอบประชดประชันเื่ที่เขาเอาอกเอาใจลูกชายคนโตมากกว่าลูกชายคนเล็ก
“เพราะแบบนั้นสิคะฉันถึงต้องเป็คนที่คอยห่วงใยคิมแทนพ่อของเขาที่มัวแต่ห่วงพี่ชายเขาน่ะ”
หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของมาร์คัสย้อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทำให้มาร์คัสอึ้งไปถนัดใจก่อนจะหยุดการสนทนาเพราะรู้ดีว่าหากพูดต่อไปคงไม่พ้นการทะเลาะกันเป็แน่
คิม ชายหนุ่มที่กำลังถูกพูดถึงกำลังนั่งคิดถึงเื่ความฝันของเขาเมื่อเช้าอยู่ภายในรถเบนซ์ราคาแพงในระหว่างทางที่ไปโรงเรียน Saint Helena โรงเรียนคริสต์ชื่อดังของเมืองเบรอตาญแห่งนี้
เขาพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในวัยเด็กของเขาจนบัดนี้เขายังไม่สามารถที่จะจดจำชื่อของเด็กหญิงคนนั้นได้เลยเนื่องจากเหตุการณ์ในวันนั้นชุลมุนวุ่นวายมาก และหลังจากวันนั้นสองวันเขาได้ไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นอีกครั้ง ก็ไม่พบกับเด็กหญิงคนนั้นเสียแล้วเมื่อสอบถามแพทย์ที่นั่นก็ได้รับคำตอบว่าเธอได้ถูกย้ายไปที่อื่นแล้วทำให้เขาไม่ได้พบกับเธออีกเลย
เมื่อตอนที่คิมเข้าเรียนชั้นปี1 ของโรงเรียน Saint Helena นี้เขาเคยได้ยินชื่อของเด็กผู้หญิงที่ลงท้ายเสียงด้วย “ร่า”แต่เมื่อเขาไปพบกับเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับเป็คนอื่นไม่ใช่เด็กหญิงในความทรงจำ ซึ่งทำให้เขาผิดหวังมาก
ชายหนุ่มพยายามค้นหาเด็กหญิงคนนั้นอยู่เป็เวลา1 ปีเต็ม แต่ก็พบกับความผิดหวัง จนกระทั่งมีเื่ต่าง ๆมากมายเข้ามาในชีวิต ทำให้เขาเริ่มลืมเลือนเด็กหญิงคนนั้นไปจวบจนเมื่อเช้าที่เขาได้ฝันถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเด็กอีกครั้งหนึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจ และเริ่มคิดถึงเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง
“คุณชายครับ ถึงแล้วครับ”
เสียงของลุงคนขับรถเรียกเตือนสติของชายหนุ่มที่กำลังเหม่อลอยนาฬิกาที่ข้อมือของเขาแสดงเวลา 7.55 น.
“ขอบคุณมากนะครับ ลุง”
คิมหันต์ยิ้มให้ลุงขับรถนิดหนึ่งก่อนจะลงจากรถเบนซ์และเดินผ่านประตูเข้าสู่โรงเรียน Saint Helena
“คิม”
เสียงเรียกอันไพเราะอ่อนหวานที่คุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่งทำให้คิมหันต์ใจเต้นนึกตัก ก่อนจะหันไปมองเพราะเขาจำเสียงได้ว่าเป็เสียงของใคร
“อรุณสวัสดิ์ ออยเฟ่ย์”
“อรุณสวัสดิ์จ้า”
ออยเฟ่ย์ฉีกยิ้มส่งให้กับคิมอย่างร่าเริงผมยาวหยักศกสีทองที่รวบขึ้นไว้บนศีรษะของเธอส่องประกายรับกับแสงแดดยามเช้าทำให้ดูสวยน่ารักสมกับเป็ดาวของโรงเรียน
“วันนี้มาเกือบสายเลยนะ”
“อืม..พอดีฉันตื่นสายน่ะ”
คิมหันต์ตอบออยเฟ่ย์เสียงเรียบๆสายตาจับจ้องที่ดวงหน้าอันงดงามของเธอ
“มัวแต่ฝันถึงฉันอยู่ล่ะสิ”
ออยเฟ่ย์แกล้งพูดและยิ้มล้อเลียนคิมหันต์อย่างสนุกสนานชายหนุ่มนิ่งอึ้งกับคำพูดล้อเล่นของหญิงสาว ช่างไม่รู้เอาเสียเลยว่าแทงใจดำคนอื่นไม่น้อย
“เหม”
ออยเฟ่ย์ร้องออกมาเมื่อมองเห็นเหมันต์กำลังยืนคุยกับอาจารย์มิเชลอยู่ตรงทางเดินระเบียงตึก A ั์ตาเป็ประกายดีใจนั่นทำให้ชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้างมีสีหน้าเงียบขรึมลงทันที
เหมันต์ พี่ชายแท้ๆ ของคิมหันต์ ทั้งคู่อายุห่างกันเพียง 1 ปี หากแต่ความสามารถรวมไปถึงอุปนิสัยของทั้งคู่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมันต์นั้นเรียนเก่งพูดจาสุภาพ เป็ที่ชื่นชมของอาจารย์รวมทั้งพ่อของเขาด้วย
ส่วนคิมหันต์นั้นการเรียนปานกลาง พูดน้อย เป็คนค่อนข้างเงียบขรึมแต่ด้านกีฬานั้นเป็เลิศเขาสามารถพาให้ทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนชนะเลิศติดต่อกันเป็ปีที่ 2 แล้ว
แต่สิ่งที่ทั้งคู่เหมือนกันก็คือความหล่อของทั้งคู่นั้นไม่แพ้กันเลยแม้แต่น้อย ทำให้เป็ที่ชื่นชอบของสาวๆเกือบทั้งโรงเรียน และมีการตั้งแฟนคลับให้ด้วย
หากแต่เหมันต์นั้นดูเหมือนจะได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าคิมหันต์เพราะความมีมนุษยสัมพันธ์ของเหมันต์นั้นดีกว่าคิมหันต์มากนัก
“โอเค เหมันต์ครูจะลองพิจารณาเื่ที่เธอขอมาเธอก็ทำเื่เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนักเรียนพรุ่งนี้ด้วยละกัน”
“ครับอาจารย์”
เหมันต์โค้งตัวทำความเคารพอาจารย์มิเชลก่อนที่อาจารย์จะเดินเข้าห้องพักครูไป
“เหม!”
“อ้าว ออยเฟ่ย์ คิม?”
เหมันต์หันมาทักหญิงสาวก่อนจะเลิกคิ้วมองชายหนุ่มอีกคนที่เดินเคียงคู่กับออยเฟ่ย์มาด้วยความแปลกใจ
“คุยอะไรกับอาจารย์มิเชลหรือ?”
“เื่งานน่ะ”
เหมันต์ตอบหญิงสาวสั้นๆไม่บอกรายละเอียดอะไรมากกว่านั้น ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความอยากรู้
-------------ออด ออด ------------
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น และบ่งบอกให้รู้ว่าเป็เวลาที่ทุกคนต้องตรงเข้าห้องเรียนเพื่อโฮมรูมตอนเช้า
“เข้าเรียนกันได้แล้ว”
“จ้า ! คุณประธานนักเรียน”
“คิม งั้นเราไปก่อนนะ”
ออยเฟ่ย์บอกลา โดยคิมหันต์พยักหน้าให้เธอเล็กน้อยและได้แต่ยืนมองตามหญิงสาวที่คล้องแขนพี่ชายของเขากึ่งลากกึ่งจูงให้เดินไปยังห้องเรียนด้วยความรู้สึกเ็ปอยู่ในใจ