เทพกระบี่เงาสังหาร

    ฉวยโอกาส

    เมื่อเห็นว่าพวกอู่หมิงเริ่มทำผลงานที่โดดเด่นแล้วพวกเฉินหยางฝ่านเย่ก็เริ่มไม่มีความสุขและต้องการจะสร้างผลงานให้เหนือยิ่งกว่าอู่หมิงเพื่อแสดงให้คนในทวีปเทียนลู่เห็นว่าคนจากทวีแเทียนลู่ไม่สามารถเทียบชั้นกับพวกตนที่มาจากทวีปศูนย์กลางได้"พวกเราเองก็ควรจะลงมือได้แล้ว" ฝ่านเย่กล่าว"เดี๋ยวก่อนไม่ใช่ว่าพวกเราต้องคอยรับมือศิษย์พรรคอธรรมที่มาจากทวีปศูนย์กลางไม่ใช่เหรอ" ฉู่หลงกล่าว"เหอะ เมื่อพวกเราออกไปสนามรบเดี๋ยวพวกมันก็ปรากฎเองแหละ" เฉินหยางกล่าว"ถ้าพวกเจ้าอยากจะออกไปกันนักข้าก็ไม่ห้ามแต่ข้าจะขออยู่ที่นี่" ยี่ฟงจากนิกายหมัดราชันกล่าว"อะไรกันยี่ฟงเจ้ากลายเป็นคนขี้ขลาดตั้งแต่เมื่อไหร่" เฉินหยางกล่าวเย้ยหยัน"ถึงข้าจะขี้ขลาดแต่ก็ไม่ได้โง่" ยี่ฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาใบหน้าของเฉินหยางกลายเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แต่เพราะตอนนี้ตนมีภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งคือนำหัวของศิษย์พรรคอธรรมอย่างน้อย 10 หัวส่งกลับไปยังหอกระบี่เพื่อที่จะไถ่โทษตายให้กับตนเองอยู่ทำให้เฉินหยางรู้สึกร้อนรนและต้องการออกไปต่อสู้"ปล่อยให้ทั้งสองคนออกไปสู้เถอะเพราะอย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการทดสอบกำลังรบของศัตรูด้วย" หยวนลู่กล่าว"ข้าเองก็เห็นด้วย" เหอหลิงกล่าว"นี่พวกเจ้า!!!!!!!!!!!" ฝ่านเย่กลายเป็นโกรธก่อนจะลุกขึ้่นและนำคนของตนออกไปซึ่งไม่ใช่แค่ฝ่านเยาแม้แต่เฉินหยางก็ยังแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวเพราะพวกหยวนลู่ไม่คิดที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ในตอนนี้และปล่อยให้พวกตนไปเป็นหนูทดลองทดสอบความแข็งแกร่งของศัตรูแทนส่วนตัวเองก็นั่งรอฟังข่าวอย่างสบายใจ"คอยดูเถอะ ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่ทำกับข้าแบบนี้" เฉินหยางคำรามในใจ"แบบนี้ดีแล้วงั้นเหรอถ้าเกิดศัตรูรอซุ่มโจมตีอยู่ ต่อให้เป็นกลุ่มของทั้งสองก็ไม่น่าจะรอดเพราะอีกฝ่ายก็เป็นอัจฉริยะของพรรคมารกันทั้งนั้น" ยี่ฟงกล่าว"มันช่วยไม่ได้ก็พวกเขาดึงดันอยากจะไปต่อสู้เองและอีกอย่างพวกเจ้าคิดว่าพวกเราจะห้ามสองคนนั่นได้งั้นหรือ" หยวนลู่กล่าวฉู่หลงและเหอหลิงมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าด้วยความขมขื่นเห็นได้ชัดว่าพวกตนเองก็ไม่สามารถควบคุมทั้งสองคนได้"สำหรับการต่อสู้ในครั้งนี้เบื้องบนสั่งให้พวกเราหาประสบการณ์เพียงเท่านั้นส่วนความอยู่รอดของทวีปแห่งนี้จะเป็นอย่างไรพวกเขาแทบจะไม่สนใจเลยก็ว่าได้" หยวนลู่กล่าว"นั่นคือความเห็นของหอกระบี่โบราณงั้นหรือ" ฉู่ฟงกล่าว"ใช่" หยวนลู่กล่าว"ของพวกข้าเองก็เป็นแบบนั้น" เหอหลิงและฉู่หลงกล่าว"งั้นก็แปลกแล้วละ เบื้องบนสั่งข้ามาว่าให้ปกป้องที่นี่ไว้ให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม" ยี่ฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงสับสน"หืมเพราะอะไร ทำไมเบื้องบนของนิกายหมัดราชันถึงสั่งมาแบบนี้" หยวนลู่กล่าว"ข้าเองก้ไม่รู้" ยี่ฟงกล่าวด้วยสีหน้าสับสน"เดี๋ยวนะ ข้าเคยได้ยินอาจารย์กล่าวว่าผู้นำของนิกายหมัดราชันเคยต่อสู้กับประมุขสำนักสราญรมย์แล้วได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนั้นประมุขนิกายพิษที่ซ่อนอยู่ก็ออกมาซุ่มโจมตีจากข้างหลังซึ่งในตอนแรกประมุขนิกายหมัดราชันจะต้องจบชีวิตลงแล้ว แต่ใครจะคิดว่าในตอนนั้นมีเซียนกระบี่คนหนึ่งปรากฎพรอ้กับเข้าช่วยเหลือและทำร้ายประมุขนิกายพิษจนได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไปพร้อมกับประมุขสำนักสราญรมย์" เหอหลิงกล่าว"จริงงั้นหรือ ข้าไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย" ยี่ฟงกล่าว"เรื่องแบบนี้คงมีแต่คนระดับสูงเท่านั้นที่รู้ และให้ข้าเดาการที่ประมุขเจ้าสั่งมาแบบนี้แสดงว่าเซียนกระบี่คนนั้นจะต้องเป็นเซียนกระบี่ไร้รักอย่างแน่นอน" เหอหลิงกล่าวในขณะที่พวกหยวนลู่กำลังคุยกัน พวกฝ่ายเย่ก็ตรงไปยังสนามรบแล้วพร้อมกับเข้าสังหารคนของพรรอธรรมลงได้อย่างง่ายดาย ด้วยพลังที่พวกเขาปลดปล่อยออกมาสามารถเทียบเท่ากับปราณจักรพรรดิธรรมดาคนหนึ่งเลยก็ว่าได้"แย่แล้วศัตรูทรงพลังเกินไป ถอยก่อน" คนของพรรคอธรรมเริ่มถอยทันทีเมื่อเห็นพลังของกลุ่มฝ่านเย่"อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ฆ่ามันให้หมด" เฉินหยางคำรามด้วยความฮึกเหิมแต่ในตอนนั้นเองแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวก็ปะทุออกมาจากฝั่งของพรรคอธรรมพร้อมกับมีลำแสงสีดำพุ่งตรงมายังทั้งสอง เหล่าพรรคอธรรมที่กำลังถอยหนีก็หยุดลงพร้อมกับเริ่มฮึดขึ้นสู้อีกครั้ง"กองหนุนมาแล้วพวกเราอย่าไปกลัว" คนของพรรคอธรรมคำรามออกมา"นั่นมัน!!!!" ใบหน้าของเฉินหยางกลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที"ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็เป็นฝ่านเย่จากนิกายดาบคลั่งและเฉินหยางจากหอกระบี่โบราณนี่เอง" เสียงที่เย้ยหยันดังขึ้นพร้อกมับปรากฎชายหนุ่มทั้ง 10 คนซึ่งแต่ละคนต่างก็อยู่จุดสูงสุดของปราณราชันกันหมดแล้ว"เหอะ ในที่สุดของโผล่หัวออกมาสักที ข้าละรอจนเบื่อแล้ว" ฝ่านเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง"ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนว่าพวกเจ้าสองคนจะทนไม่ใหวอยากตายเร็วๆถึงได้ออกมาสนามรบสินะ ก็ดีงั้นพวกข้าจะช่วยให้พวกเจ้าได้สมหวัง" ชายร่างใหญ่พรรคแมงป่องทมิฬกล่าว"เข้ามา!!!!!!!!"ฝ่านเย่ชักดาบโลหิตอกอมาและเข้าปะทะกับชายร่างใหญ่ทันที การปะทะกันของทั้งสองทำให้ราชันขั้นกลางลงไปไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้จึงต้องถอยออกไปให้ห่าง การต่อสู้ของราชันขั้นสุดยอดเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้นทำให้การต่อสู้อื่นๆหยุดลง พวกหยวนลู่ที่สัมผัสได้ว่าการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นก็หยุดสนทนาแล้วรีบออกมาสังเกตุการต่อสู้ทันทีอีกด้านพวกอู่หมิงที่แอบแฝงเข้ามาในค่ายฝ่ายศัตรูอย่างเงียบๆโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นเพราะคนอื่นๆจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของพวกฝ่านเย่กันทั้งนั้น"อู่หมิงได้โอกาสแล้วจำไว้ว่าอย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวขณะที่รีบโกยทรัพยากรที่ถูกเก็บในกระโจมของค่ายพักศัตรูอู่หมิงเองก็ไม่น้อยหน้านำแหวนโบราณสีดำออกมาและเริ่มดูดทรัพยากรบ่มเพาะทั้งหมดเข้าไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งคนหนึ่งแมวใช้โอกาสที่คนอื่นๆประมาทเข้ามาหาผลประโยชน์ได้อย่างเนียนๆ"หืม มีคนเข้ามาในค่ายของพวกเรา" ชายหนุ่มพรรคอธรรมที่มาจากทวีปศูนย์กลางกล่าวพร้อมกับหันหลังบินกลับมายังค่ายพักทันที"แย่แล้วพวกมันรู้ตัวแล้ว" อู่หมิงกล่ายพร้อมกับร่างกลายเป็นเงาหายไปทันทีเสี่ยวฮุ่ยก็สบถออกมาที่อู่หมิงทิ้งตนไว้ก่อนจะกระโดดไปยังต้นไม้และแกล้งทำตัวให้เหมือนกระรอกป่ากำลังหาผลไม้กิน ชายหนุ่มพรรคอธรรมที่กลับมาถึงก็ระเบิดความโกรธออกมาจนทำให้ที่พักบริเวณนั้นถูกทำลายทันที อู่หมิงที่หนีออกมาได้รีบปาดเหงื่ออกมาในทันทีเพระาเห็นได้ชัดว่าพลังของชายหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกฝ่านเย่เสียอีก---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน