ผ่านไปห้านาทีกับเสียงสะอื้นไห้ของร่างแบบบาง….
อ้ายฉิงก็ต้องสะดุ้งใอีกรอบเมื่อพบว่าประตูห้องของเธอถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับมีร่่างหนึ่งเคลื่อนเข้ามาในห้องของเธออย่างรวดเร็ว
เขายืนอยู่กลางแสงอาทิตย์ยามเช้า สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเรียบง่าย สีขาวสะอาด กับกางเกงผ้าเนื้อดีที่รีดเรียบกริบแม้จะเป็วันหยุด
ใบหน้าคมเข้มตามแบบชายวัยห้าสิบต้น ๆ ที่ใช้ชีวิตอย่างมีวินัย ดวงตาลึกและนิ่ง ราวกับอ่านโลกมานับพันเล่มหนังสือใต้ดวงตาคู่นั้น มีรอยยิ้มบาง ๆ — ยิ้มที่ไม่ได้เจิดจ้า แต่มั่นคง… เหมือนูเา เส้นผมสีดำน้ำตาลแซมขาวประปรายถูกจัดแต่งทรงอย่างเรียบร้อย
ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้ามากลางห้องและกระชากร่างหนาที่มอบอ้อมกอดอบอุ่นให้อ้ายฉิงเมื่อซักครู่ออกไป แรงที่ทรงพลังไม่เทียบเคียงกับอายุของร่างสูงที่กระทำการดังกล่าว
“ป๊าทำอะไรเนี่ย….” เสียงทุ้มกังวาลดังขึ้นจากร่างที่โดนกระชาก
“ยัยตัวเล็กโตเป็สาวแล้ว แกจะมากอดน้องยังงี้ได้ยังไง ห้ามๆ ชั้นกอดได้คนเดียว ไอ้เด็กตัวเหม็นยังแก ออกไปห่างๆ เลย จะไปไหนก็ไป”
“โถ่..ป๊า นั่นแหละจะไปไหนก็ไป ป๊าดุน้องใช่ไหม น้องถึงร้องไห้ยังงี้”
“ว่ะ ไอ่หนิงเฉิง ไอ่เด็กตัวเหม็น แกนั่นแหละทำอะไรยัยตัวเล็กของป๊า ถึงร้องไห้ยังงี้ ชั้นจะตัดแกออกจากกองมรดก ไม่ยกอะไรให้เลย แกไปเลยนะ”
หนิงเฉิง เสื้อเชิ้ตดำพับแขนจนเห็นข้อแขนแน่นตึง กระดุมเม็ดบนสุดถูกปลดออกเพียงหนึ่งเม็ด — พอให้หายใจ แต่ไม่พอให้ใครคิดว่าชวนเล่น เส้นผมสีน้ำตาลเข้มตัดเรียบ ทว่าไม่เนี้ยบเกินไป กรอบหน้าคมคาย ดวงตาเรียวลึก ใต้คิ้วเข้มที่ไม่จำเป็ต้องขมวดก็น่าเกรงขามอยู่แล้ว
“ใครเค้าจะไปอยากได้ของป๊ากัน ของขี้ประติ๊ว”
….อ้ายฉิงมองชายต่างวัยทั้งสองที่ปะทะคารม ด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนที่เื่จะบานปลายใหญ่โตออกทะเลไปมากกว่านี้ เธอเลยต้องเป็ฝ่ายหยุดข้อพิพาททั้งสอง
“หยุดๆๆ ทั้งป๊าและพี่หนิงเฉิงเลย ไม่มีใครทำอะไรอ้ายฉิงทั้งนั้นแหละ อ้ายฉิงแค่คิดถึงป๊ากับพี่หนิงเฉิงเท่านั้นเอง”
หนิงเทียน ชายผู้หล่อเหลา เนี๊ยบทุกระเบียบนิ้วในวัยห้าสิบ รีบยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากอ้ายฉิงอย่ารวดเร็ว
“ตัวก็ไม่ร้อน อุณหภูมิก็ปกติ”
หนิงเฉิงเองก็เอามือมาจับตามเนื้อตามตัวด้วยอีกแรง
อ้ายฉิงกรอกตากลมโตคู่สวยมองบน แล้วปัดมือทั้งสองออกจากตัวทันที ปากน้อยๆ สีแดงสดยื่นออกมา แสดงอารมณ์ของเ้าตัว
“อยากได้อะไรหรือเปล่าเ้าตัวแสบของป๊า”
“หรือน้องเงินไม่พอใช้ เดี๋ยวเกอโอนให้ เท่าไหร่ดี สิบล้าน…ยี่สิบล้าน?”
“ไม่ต้องถึึงมืิอแกหรอก ไอ่หนิงเฉิง … เอาเงินป๊าดีกว่า 30 ล้านพอไหม คนเก่งของป๊า”
“ป๊านี่ยังไง จะเอาให้ได้เลยใช่ปะ”
“ก็เข้ามาเลย ชั้นจะสั่งสอนแกเอง ไอ่หนิงเฉิง”
อ้ายฉิงยกแขนขาวเรียวสวยขึ้นมากอดอก แล้วอดที่จะกรอกตามองบนอีกรอบไม่ได้ ปากน้อยๆ ต้องรีบหยุดศึกที่จะทำให้ห้องพักคอนโดหรูของเธอพังราบเป็หน้ากอง
“หยุดๆๆ พอเลยทั้งคู่…อ้ายฉิงแค่คิดถึงทั้งคู่จริงๆ" จบคำเธอก็กระโจนกอดทั้งสองคนไว้พร้อมกันด้วยแขนคนละข้าง หนิงเทียนและหนิงเฉิง รับอ้ายฉิงไว้ในอ้อมกอดอย่างเต็มใจ พร้อมทั้งมอบอ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ
เนิ่นนานเธอคลายอ้อมกอดของเธอออก
“ป๊ากับพี่หนิงเฉิงไปทำงานต่อก่อนเหอะ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยนัดทานข้าวกัน”
หลังจากส่งทั้งคู่กับไปทำงานอย่างยากลำบาก อ้ายฉิงกลับมาล้มตัวลงนอนที่เตียงกว้างและค่อยๆ คิดทบทวนทุกอย่างในหัว
หลังจากตั้งสติคิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างอยู่นาน อ้ายฉิงไม่แน่ใจว่าตัวเองย้อนกลับมาหรือตนเองแค่ฝันไป แต่เหตุการณ์และความรู้สึกสมจริงเกินไป ทำให้เธอไม่สามารถปล่องวางลงได้ แล้วถ้าการที่เธอได้รับโอกาสให้ย้อนกลับมาจริง แล้วไม่คิดจะทำอะไร เธอคงจะต้องมานั่งเสียใจทีหลัง หรือ การที่เธอเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง อาจจะทำให้เหตุการณ์ในภายภาคหน้าเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า ร่างแบบบางที่ปล่อยผมยาวสลวยถึงกลางหลังเดินไปที่โต๊ะเพื่อหาอุปกรณ์ที่จดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดหลายปีหลังเกิดเหตุการณ์หายนะ เพื่อจะได้ไม่ลืม หรือพลาดเื่อะไรไป อ้ายฉิงตรวจดูเหตุการณ์ที่ตัวเองเขียนขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเช็คความถูกต้องที่สุด ตรวจจนแน่ใจ เพื่อที่จะเตรียมตัว และวางแผนรับมือ