สิ่งที่เอสเธอร์กล่าวออกมา แม้แต่นางเองยังไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนเราเหตุใดมันจะชั่วช้าได้ปรานนั้น แต่ด้วยความที่รู้ต้นสายปลายเหตุ นางจึงไม่ค่อยได้แปลกใจเท่าใดเพราะซีว่างได้ทำเกินเหตุที่ทำให้แม่และลูกได้เสพสมกันเอง
แต่เมื่อเล่าสิ่งที่นางรับรู้มาให้แก่ชายหนุ่ม กริยาของมันกลับทำให้นางแปลกใจยิ่งนัก ก่อนเล่าเรื่องนี้ให้กับชายหนุ่มได้รับฟัง นางได้คาดไว้ว่ามันต้องโมโหโกรธาอย่างแน่แท้ แต่สิ่งที่มันทำกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่นางคิดไว้มาก
มันกับนั่งเงียบใช้ความคิดของตนเองโดยไม่พูดจา สีหน้าของมันกำลังครุ่นคิดและไตร่ตรองคิ้วขมวดเป็นปม สายตาเลื่อนลอยอยู่ในภวังค์
“เจ้าจะทำอย่างไร” หญิงชรากล่าวถามต่อเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จามาเนิ่นนาน
ฟู่....
ซีว่างถอนใจออกมาเล็กน้อย คลายขมวดคิ้วหนาของมัน ก่อนที่จะแลเหลียวมองตอบกลับไปที่หญิงชราด้วยความใจเย็น
“ที่ท่านยังใจเย็นอยู่ได้ตอนนี้แปลว่านางยังปลอดภัย..” เมื่อซีว่างกล่าวออกมา หญิงชราพยักหน้าเล็กน้อย
ซีว่างจึงกล่าวเสริม “เช่นนั้นขอเพียงข้ากลับที่เมืองแกรี่..ต่อให้เคทิฟมันออกหน้ามาเอง , ข้าก็มิได้เกรงกลัวต่อมัน” เมื่อมันกล่าวจบก็ล้วงมือเข้าไปในถุงมิติ หยิบดาบของมันเองออกมา
ไอปราณที่แผ่ออกมาทำให้ดวงตาของหญิงชราเบิกโพลง คิ้วคู่งามยกขึ้นจนรอยย่นแห่งความชราเผย ออกมาชัดเจน “หรือว่าดาบเล่มนี้คือ..”
ซีว่าพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากเพิ่มเติม “ตอนแรกที่ข้าจับดาบเล่มนี้..ข้าก็มิได้แน่ใจว่ามันวิเศษเช่นไร , แต่เมื่อข้าได้รับรู้ความลับบางอย่างจากดาบวิเศษเล่มนี้..ข้าก็มั่นใจถึง 8 ส่วนว่าสามารถกำราบมันลงได้” สายตาที่แน่วแน่ของมัน ยืนยันในคำพูดของมันทุกคำที่กล่าวออกมา ทำให้เอสเธอร์เบาใจลงไปมาก
“ตอนที่ข้ากำลังอับจนหนทาง..ดาบเล่มนี้ได้สอนกระบวนท่าร่ายรำออกมาสองกระบวนท่า , เมื่อครู่ข้าเพิ่งใช้กระบวนท่าแรกออกไปเพียง 6 ส่วนก็สามารถเล่นงานผู้ที่อยู่ระดับเหยียบนภาขั้นที่ 5 ได้อย่างไม่ยากเย็น , แต่กระบวนท่าที่สอง..” ซีว่างกรีดรอยยิ้มออกมา ตอนนี้หน้าตาของมันอย่างกับปีศาจร้ายตนหนึ่งที่สามารถสังหารคนได้ทั้งทวีปแห่งนี้ “ ร้ายกาจกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้ ”
“แต่ถึงอย่างไร..ตอนนี้ร่างกายข้าก็มิได้สมบูรณ์เช่นก่อนหน้า , หากข้ามีเวลาให้ร่างกายฟื้นคืนได้เช่นเดิม..ข้ามั่นใจในหลายส่วนว่า..ต่อให้กิลด์วิญญาณยกโขยงมาทั้งกิลด์..ก็ทำอะไรข้ามิได้” เมื่อกล่าวจบ..ชายหนุ่มก็หันไปจ้องมองหญิงชรา ก่อนจะเอ่ยปากต่อนาง “ระหว่างที่ข้าพักฟื้น..คงต้องลำบากท่านเสียแล้ว..”
เอสเธอร์พยักหน้าของนางเล็กน้อย “ไม่ต้องเป็นห่วง..ระหว่างนั้น..ข้าจะคอยปกป้องเจ้าเอง”
เมื่อหญิงชรากล่าวออกมา ซีว่างพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะนั่งสมาธิ แล้วปล่อยให้จิตของมันแน่นิ่งพลังปราณแผ่ออกมาเล็กน้อย
“ นี่ท่านบาด... ” เชียเล็ซกล่าวออกมายังไม่ทันจบประโยค เอสเทอร์ก็เอามือปิดปากนางพร้อมทำเสียง ชู่ว์ พร้อมกับส่งสานตาห้ามปรามออกไป
“ ไม่ต้องเป็นห่วงมัน..มันต้องคิดรอบครอบแล้วอย่างแน่นอน , มันรักตัวกลัวตายกว่าสิ่งใด..มันมิมีทางทำให้ตนเองบาดเจ็บเพิ่มเติมหรอกหนา ” เอสเธอร์กล่าวจบก็แลเหลียวกลับไปมองชายหนุ่ม ปล่อยให้มันเข้าสู่ห่วงสมาธิของมันต่อไป...กลับมาที่เมืองแกรี่ ณ เวลาปัจจุบัน
ไอเด็นชายอดีตผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ของกิลด์วิญญาณ ผู้ที่มีพลังระดับเหยียบนภาขั้นที่ 5 กำลังโรมรันกับศัตรูของมันอยู่ มันผู้นั้นคือ แอรีส ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ทั้งคู่ฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วง
ดาบของไอเด็นฟาดฟันราวกับห่าฝนใส่คู่ต่อสู้ของมัน แต่ก็ถูกโล่ที่แข็งแกร่งและดาบของแอรีสป้องกันไว้ได้ทุกกระบวนท่า ก่อนที่แอรีสจะดันโล่เสยดาบขึ้นไปแล้วตวัดดาบวาดเป็นเส้นโค้งใส่ชายหนุ่ม
ไอเด็นใช้ฝ่าเท้าของมันถีบไปที่ข้อมือของอีกฝ่าย ทำให้คมดาบเปลี่ยนวิถี เฉือนเข้าที่ช่วงเอวเป็นแผลถาก ๆ
ไอเด็นขบฟันแน่นอดทนต่อความเจ็บปวด ก่อนจะยันตัวใช้หัวเข่าของมันแทงใส่ปลายคางของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง จนแอรีสหงายหลังล้มลงไปพร้อมกับเลือดที่กระจัดกระจายออกมา
ไอเด็นไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป มันกระโจนเข้าใส่จ้วงดาบเป็นเส้นตรงหวังแทงเข้าที่อกข้างซ้ายของอีกฝ่าย
แอรีสตบมือซ้ายของมันเข้าที่พื้นเพื่อเสริมแรงในการกลิ้งตัวหลบไปด้านขวา หลบปลายดาบที่แหลมคมได้ทัน ดาบของไอเด็นฟาดเข้าพื้นที่ว่างเปล่าเต็มแรงเกิดเป็นหลุ่มเป็นบ่อขนาดใหญ่
ไอเด็นรีบใช้ปลายเท้าของตนเองยันไปที่พื้นพุ่งตัวตามสศัตรูของมันไป ก่อนจะหน่วงพลังสีแดงดำไว้ที่มือ วาดดาบออกไปพร้อมปล่อยคืนพลังกลายเป็นก้อนไฟแข็งพุ่งเข้าใส่แอรีส
แอรีสเห็นสิ่งที่พุ่งเข้าหาตัวมัน คิ้วของมันขมวดเป็นปมในทันที มันไม่มีเวลารวบรวมพลังปราณเพื่อปล่อยวิชาสวนกลับไปได้เลย ก่อนที่มันจะโยนโล่ของมันเอง ขวางทางลาวาที่พุ่งเข้าหาตนเอง โล่ใบนั้นต้านพลังที่พุ่งเข้าหาตัวมันได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะสลายหายไป แต่ก็สามารถซื้อเวลาได้เพียงพอที่จะทำให้มีเวลาหลีกหนีได้ทัน
“ไม่เลว..ไม่เลว , เจ้ากับบีบบังคับให้ข้าต้องสละโล่ของตนเอง..ยอดฝีมือ..ยอดฝีมือ” แอรีสกล่าวออกมาพร้อมมองไปที่ไอเด็นด้วยสายตาดูถูก
“ ไม่ต้องทำมาเป็นพูดมาก..มีอะไรก็รีบแสดงออกมา ” ไอเด็นตั้งท่าเตรียมพร้อม มันจับจ้องไปที่บุรุษที่อยู่ตรงหน้า มันเป็นถึงผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ของกิลด์ชั่ว ๆ ย่อมไม่มีทางเสียท่าโดยง่ายแน่นอน
“เจ้าขอมา..ข้าก็สนอง” แอรีสส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะล้วงมือหยิบของในถุงมิติขึ้นมาใหม่
เป็นโล่ที่มีลวดลายแปลพิสดาร ลวดลายของมันเป็นรูปจอมมารปีศาจร้ายมีดวงตาสองคู่อยู่ตรงกลางโล่หากจับจ้องไปที่ดวงตาคู่นั้นดั่งกับจะทำให้ผู้ที่จ้องมองตัวแข็งค้างอย่างไรอย่างนั้น ขนาดของโล่กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร สามารถกำบังแอรีสได้มิดทั้งตัว
“กำบังมหาอุรค!! [1] ” ไอเด็นกล่าวออกมาด้วยหน้าตาแตกตื่น “เป็นจริงอย่างที่ท่านแฮร์รี่กล่าว..ราชาบัดซบสนับสนุนกิลด์เดรัจฉานอย่างเจ้าจริง ๆ , อาณาจักรแห่งนี้มันถึงเน่าเฟะเพราะราชาชั่ว ๆ พันธ์นี้!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า , จะโทษใคร..ก็โทษตัวเจ้าเองเถิด , เลือกข้างผิดคิดจนตัวตาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แอรีสเปล่งเสียงหัวเราะดั่งกู่ก้อง
ตอนนี้ไอเด็นรู้สึกหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด ของวิเศษที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบออกมานั้นเป็นของวิเศษเคียงคู่กับอานาจักรแห่งนี้มาเนิ่นนาน ร้ายกาจจนเกินจะบรรยาย ดวงตาอสูรทั้งสองดวงของรูปสลัก..พวกมันเหล่านั้นต่างเป็นอัญมณีทรงพลัง หากผู้ใดแข็งแกร่งไม่พอแล้วหวังเข้าไปโจมตีใส่โล่อันนั้น จะโดนผลกระทบย้อนกลับมาเป็นเท่าตัว
ตอนนี้ประตูชนะของไอเด็นถูกปิดเรียบร้อย เหลือแค่ว่ามันจะหนีหรือมันจะตายอย่างไรเท่านั้น
“หากเจ้าไม่เข้ามา..งั้นข้าไปหาเจ้าเอง” เมื่อสิ้นเสียง มันก็พุ่งตัวเข้าหาไอเด็นในทันที มันชูโล่อันใหญ่ออกมาข้างหน้า สามารถมองเห็นดาบที่โผล่พ้นโล่ออกมาแค่ปลายคมดาบอยู่ด้านหลัง
ไอเด็นได้แต่ยันตัวพุ่งหนีอย่างสุดชีวิต มันไม่สามารถเข้าปะทะตรง ๆ ได้เช่นก่อนหน้า ต้องหาจังหวะช่องว่างจุดอับที่โล่ไม่อาจป้องปิดได้ เพื่อโจมตี
“หมาอย่างไรก็เป็นหมา..ริอาจจะเป็นราชสี , น่าขัน” แอรีสพุ่งตามอย่างไม่ลดละ ระหว่างทางมันก็วาดคลื่นพลังสีแดงฉาน ดักทางของไอเด็นไปเรื่อย ๆ เพื่อกดดันให้ชายหนุ่มไม่อาจหนีไปตามทางที่ตัวมันเองต้องการ ได้แต่วิ่งไปตามทางที่แอรีสต้องการเพียงเท่านั้น
ยิ่งนานเข้าแอรีสยิ่งคืบใกล้ชายหนุ่มทุกย่างก้าว หากเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้พลังปราณหมด แอรีจะประชิดตัวมันได้ก่อน ถึงตอนนั้นมันคงจะไม่อาจมีโอกาสกลับมาแก้แค้นให้ตระกูลมันอย่างแน่นอน
จู่ ๆ เกิดหมอกสีเขียวล้อมรอบชายหนุ่มไว้ ก่อนที่จะปรากฏบุคคลใหม่เพิ่มขึ้น 4 คน มีชาย 2 หญิง 2
ชายหนุ่มพอเห็นหนึ่งในสามคนนั้น ดวงตาของมันก็จับจ้องไปด้วยความกังขา “ซูจินยี่ ? หยางน่า?”
แต่ชายชราที่คุ้นเคยกับดูแปลกแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก หน้าตาของมันตอนนี้ดูหยิ่งยโส สายตาที่มองมามีแต่ความหมางเมินและชิงชัง ต่างกับชายแก่ใจดีที่ไม่กล้าฆ่าแม่แต่สัตว์อสูรเมื่อวันวาน แล้วไหนจะเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ภายใต้อ้อมแขนของลิบร้าผู้อาวุโสลำดับที่ 7 อีก ตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่มันคิดไว้มาก
“เจอแต่ผู้ใดก็เรียกแต่ ‘ซูจินยี่ ซูจินยี่’ ขนาดเมียข้าตอนเห็นข้ายังเรียกเช่นนั้น” ก่อนที่ชายชราจะเหลียวมองไปที่ข้างกายมัน หญิงวัยกลางคนที่คุ้นเคย กำลังกอดคล้องแขนของมันแนบแน่นไม่ยอมปล่อย
“ช่วยไม่ได้..ก่อนหน้าท่านดันเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆ , จะมิให้ข้าเรียกท่านเช่นนั้นได้อย่างไร , แม้แต่ข้า..ท่ายังกล้าลืมลงได้” ภรรยามันตอบก่อนจะทำหน้าน้อยใจออกมา
“โฮะ โฮะ โฮะ , แล้วข้าจะทำเช่นไรดี..ต้องหน้าสหายและอดีตสหาย , ต้องให้ข้าง้องอนเจ้าหรอกหรือ..” สคอร์ปิอัสกล่าวออกมาด้วยท่าทีขบขัน
“หรือว่าเจ้ากลับมาเป็นคนเดิมแล้ว?” แอรีสกล่าวออกมาด้วยท่าทางสงสัย พร้อมกับเหลียวไปมองขอความคิดเห็นจาก สหายทั้งสองคนที่เหลือของมัน
“เป็นเช่นนั้น..ท่านพี่ข้ากลับมาเป็นคนเก่าแล้ว , ข้าพิสูจน์มาด้วยตนเอง , ข้าถามความลับที่มิมีผู้ใดล่วงรู้ออกไป..ท่านพี่ข้ากลับตอบมันได้โดยมิได้คิดเลยสักวินาทีเดียว” แคสเซอร์กล่าวยืนยันด้วยตัวนางเอง ต่อแอรีส
“เช่นนั้นก็ดี.. , เด็กสาวก็ได้มาแล้ว..ถ้าอย่างนั้นก็รีบจบภารกิจเถิด” แอสรีสกล่าวก่อนที่มันจะหันกลับไปมองไอเด็นที่ถูกพิษสายหนึ่งล้อมรอบไว้ “ช่วยข้าจัดการผู้ทรยศแล้วเราจึงกลับกัน”
“เช่นนั้นลิบร้า..เจ้าไปช่วยท่านแอรีส , ข้ากับเมียไม่ได้พบกันนาน..ข้าต้องออมแรงไว้คืนนี้..โฮะ โฮะ โฮะ” สคอร์ปิอัสล่าวก่อนที่จะจ้องมองสายตาเจ้าเล่ห์ไปที่สหายของมัน
ลิบร้าได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโยนหยางน่ากลับไปหาซูจินยี่ “เห็นแก่เจ้าพึ่งฟื้นคืนสติ..ข้าจะยอมเจ้าในครั้งนี้” มันกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มไปที่สหายของมัน
แต่สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ชายชราเคลื่อนตัวออกด้วยความฉับไว โอบอุ้มร่างของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะโยนไปทางของไอเด็นพร้อมกับคลายหมอกพิษออก พร้อมกับใช้พัดของมันวาดออกเป็นวงกลมส่งคลื่นพิษของมันโจมตีใส่แอรีสและลิบร้าในทันที
หมอกพิษที่โจมตีโดยที่มิทันได้ตั้งตัว ทำให้พวกมันทั้งสองมิได้ส่งไอปราบออกมาคุ้มกันร่างของมันไว้ จึงบาดเจ็บมิใช่น้อย พร้อมกับกระอักเลือดออกมาเป็นกองใหญ่
“รีบหนีไป..ฝากลาน้องว่างให้ข้าด้วย” พร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่อบอุ่นออกมา สายตาที่เด็ดเดี่ยวของมันแสดงให้เห็นว่า ชายชราผู้นี้เตรียมใจมาเพื่อทำสิ่งนี้
เมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาเช่นนั้น ไอเด็นกัดฟันโอบอุ้มหญิงสาวที่หลับใหลมิได้สติ ก่อนที่จะเหินร่างพุ่งหนีออกมาอย่างว่องไว
“เจ้า!!!!!!!” แอรีสระเบิดโทสะออกมาพร้อมตวัดดาบออกมาพร้อมคลื่นพลังรุนแรง เป็นไอพลังธาตุไฟที่แข็งแกร่ง ตัดผ่านร่างของซูจินยี่ในทันที
ร่างของชายชราที่ถูกคลื่นพลังของผู้ที่มีระดับฝึกตนสูงกว่าทำร้าย ตัวของทันถูกอัดกระแทกด้วยปราณธาตุไฟที่ร้อนแรงจนร่างที่แก่ชราของมันร่วงหล่นโดยไม่อาจยับยั้งไว้ได้
ร่างกายครึ่งร่างของมันดำเป็นตอตะโก ถึงส่วนขายังติดอยู่กับส่วนลำตัว แต่ซูจินยี่ก็มิอาจขยับร่างกายส่วนนั้นได้อีกต่อไป
แคสเซอร์ร้องลั่นออกมาพร้อมกับทะยานร่างตามสามีของนางไป ก่อนที่จะรับร่างกายที่แก่ชราเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างจะถูกอัดกระแทกกับหินผา
“ ท่านพี่..ฮือ... , เหตุใดถึงทำเช่นนั้น..ฮือ... , ท่าไม่น่าทำเรื่องโง่ ๆ เช่นนี้เลย..ฮือ... ” หญิงวัยกลางคนโอบอุ้มผู้เป็นสามีของตนเองไว้ น้ำเสียงที่กล่าวออกมาเต็มไปความโศกเศร้า ดวงตาเอ่อไปด้วยหยาดน้ำตาที่รินไหล
ชายชรายิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ดั่งกับร่างก่ยของมันมิได้รู้สึกเจ็บกับสิ่งทีเกิดขึ้น พยายามใช้แรงที่เหลืออยู่ยกมือเหี่ยวย่นจับไปที่แก้มของภรรยาของมัน
“ อย่าเสียใจไปเลย..ถึงอย่างไรข้าก็ชรามากแล้ว , แล้วสิ่งที่ข้าทำ..ข้าได้เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว..ว่าจะลงเอยเช่นนี้.. ” เสียงที่เปล่งออกมาแตกพร่าฟังไม่ชัดถ้อยชัดคำมุมปากมีหยาดโลหิตแข็งค้างไว้ “ ข้าดีใจนัก..ที่ได้ตาย..ในอ้อมอกเจ้า.. , ตลอดหลายปีที่ผ่านมา..ข้าแทบจะทำตัวเป็นผัวที่ดีไม่ได้เลย... , แม้แต่ครั้งนี้ยังต้องทำให้..เจ้าต้องเสียน้ำตา..ข้าขอโทษเจ้าจริง ๆ ”
ชายชราเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดคราบน้ำตาให้ภรรยาขแงมัน แต่ด้วยมือที่เปื้อนเลือด กลับเพิ่มเติมสีแดงฉานบนใบหน้าของนาง แต่เหมือนแคสเซอร์จะไม่สนใจ เพียงแต่ใช้มือข้างที่ว่างอยู่ จับไปยังมือที่กำลังเคลื่อนไปเคลื่อนมาเช็ดน้ำตาของนางด้วยความอ่อนโยน
“ อย่าได้กลับไปที่โสมมเช่นนั้นอีก..น้องว่างต้องให้อภัยในสิ่งที่เจ้าทำเป็นแน่ , ฝากน้องว่างด้วย.. ” สิ้นเสียงพร้อมกับสิ้นใจ ลมหายใจเฮื้อกสุดท้ายของมันได้หมดลง ท่ามกลางเสียงร่ำร้องของภรรยาที่กู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดขั่วหัวใจ
นางกอดร่างที่นอนแน่นิ่งโดยไม่ยอมปล่อย นางทำเช่นนั้นด้วยความหวังที่ว่า จะสามารถเรียกลมหายใจของผู้ที่รักกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง ให้มันบอกรักตัวนางอีกครั้งหนึ่ง
-----------------------------[1] กำบังมหาอุรค เป็นการรวมคำสามคำเข้าด้วยกันกำบัง หมายถึง บัง , ซ่อน , ปิดมหา หมายถึง ใหญ่ , ยิ่งใหญ่อุรค หมายถึง งู , พญานาค