มอ!
เท้าทั้ง 4 พยายามไล่กระทืบร่างเล็กๆที่เคลื่อนไหวไปมารอบร่างกาย บางครั้งร่างนี้ได้ลอยข้ามศีรษะของมันไปด้วยการใช้ด้ายพลังยึดติดกับต้นไม้อีกฝั่ง บางครั้งเขาอาศัยจังหวะที่มันยกเท้ากลิ้งลอดข้ามไป ด้วยการเคลื่อนไหวมากมายทั้งห้อยโหนและวิ่งไปรอบๆ ทำให้มอนสเตอร์ไซส์มิกไบซันกรีดร้องเพราะมันเป็นฝ่ายเดียวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล
ฉั๊วะ!
สกิลฟันดาบพื้นฐานและสกิลลูนาร์แฟลชยังคงเป็นสกิลที่ใช้งานเป็นประจำ แอ็กเซลพยายามใช้งานมันก็เพราะว่าต้องการเลื่อนระดับให้สูงเช่นเดียวกัน ขณะที่ไซส์มิกไบซันหันหน้าตามมาทัน เท้าของเขาก็ใช้สกิลธันเดอร์รัชพุ่งเข้าหามันตรงๆก่อนจะเปลี่ยนไปใช้งานสกิลกลิ้งและม้วนตัวลอดขาของมันจนไปอยู่ด้านหลังแล้วใช้สกิลสลิงเกอร์จับไปยังต้นไม้ทางขวาดึงตัวเองออกไปไม่ให้มันใช้เท้าเตะเขาได้
ภายใต้การเปิดใช้งานสกิลสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสถานการณ์ แอ็กเซลรู้สึกสนุกเป็นอย่างมาก ต่อให้เขาจะใช้เวลานานถึง 10 นาทีแล้วก็ตาม เขากลับไม่รู้สึกกดดันกับศัตรูที่มีระดับสูงกว่าเลยแม้แต่น้อย การต่อสู้ในครั้งนี้นับว่าตื่นเต้นไม่น้อย มันมากกว่าตอนที่เขาเดินทางไปสวนหย่อมดวงดาว
ในช่วงล่าที่นั่นเขามีทักษะแค่พื้นฐานเท่านั้น การสู้ระยะประชิดกลายเป็นทางเลือกสำรองเพราะเขาใช้เวทมนตร์เป็นหลัก แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาใช้กลับเป็นทักษะต่อสู้ระยะประชิดระดับต่างๆ มันได้เปลี่ยนความคิดของเขาที่มีต่อการสู้ระยะประชิดไปทั้งหมด
ต่อให้เขาจะเป็นจอมเวทแก่ชราพบเจอการต่อสู้ระยะประชิดมาบ่อยครั้ง สิ่งที่เขาต้านรับศัตรูกลับเป็นเวทมนตร์ ครั้งนี้กลับต่างออกไป เขาได้ใช้แขนขาเต็มที่ นอกจากนั้นยังได้ใช้ดาบสวนกลับการโจมตีอีกฝ่ายจนสามารถสร้างบาดแผล ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทิ้งระยะห่างจากศัตรูอีกต่อไป เขาสามารถสร้างบาดแผลในระยะประชิดให้กับศัตรูได้โดยไม่ต้องพะวง
“ กระสุนธาตุ ”
มือซ้ายไร้ดาบชูสองนิ้วคล้ายกับปืนเล็งไปยังมอนสเตอร์ พริบตาที่กระตุ้นสกิลกระสุนขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือก็พุ่งเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วเข้าปะทะท้องของอีกฝ่าย หลังจากที่มันแหวกผิวหนังที่เหมือนทรายเข้าไปได้ราว 1 เซนติเมตร กระสุนที่เต็มไปด้วยพลังคอสมิกก็เริ่มระเบิดออกราว 30 เซนติเมตรทำลายรอบๆบริเวณที่กระสุนพุ่งชนด้วยเปลวไฟ
การที่แอ็กเซลใช้สกิลที่เกิดจากเวทมนตร์ร่วมด้วย นั่นก็เพราะเขาเข้าใจการต่อสู้ระยะประชิดแล้ว ดังนั้นจึงคิดจะจบชีวิตมันให้เร็วที่สุดด้วยการใช้อย่างอื่นร่วมด้วย สิ่งนั้นก็คือเวทมนตร์บทใหม่ที่เขาสร้างเป็นสกิล นอกจากจะเป็นเวทใหม่แล้วมันยังสามารถเพิ่มเลเวลได้เมื่อใช้งาน แอ็กเซลจึงคิดจะเลื่อนระดับของมันเช่นเดียวกัน เพื่อให้พลังโจมตีโดยรวมต่อนาทีของเขาสูงยิ่งขึ้น
ภายใต้มือซ้ายที่เปลี่ยนไปมาระหว่างสกิลสลิงเกอร์และสกิลกระสุนธาตุไฟ ร่างของไซส์มิกไบซันก็เริ่มทิ้งขาหลังลงไปนั่งบนพื้นดิน ต่อให้มันจะบาดเจ็บหนักใบหน้าของมันกลับพยายามหันมองแอ็กเซลอย่างต่อเนื่อง เขากลับไม่สนใจรีบใช้สกิลเท่าที่นึกขึ้นได้ฆ่าสังหารมันจนตายในที่สุด
“ 15 นาทีเลยเหรอ ไม่คิดว่าจะสนุกขนาดนี้ ”
แอ็กเซลมองไปยังร่างไซส์มิกไบซัน มันตายแล้วและไม่สร้างสิ่งใดให้กับเขา โซลฟอร์ดหรือแก่นพลังงานไม่ได้กลั่นตัวออกมา เขาจึงปล่อยร่างของมันให้ต้นกระบองเพชรเข้าไปดูดกลืนเพื่อนำไปต่อยอดเป็นค่าประสบการณ์อีกทอดหนึ่ง ในระหว่างนี้เองเขาก็พบว่าพิกซี่ใช้มือน้อยๆวางทาบลงไปบนศพก่อนจะดูดพลังงานจากมันมาเป็นค่าประสบการณ์
“ เธอก็ทำได้เหรอ ”
พิกซี่ทั้งสองพยักหน้าน้อยๆแล้วทำสีหน้ามุ่งมั่นดูดซับพลังงานต่อไป แอ็กเซลจึงเข้าไปตรวจสอบสถานะพบว่าค่าประสบการณ์ของสกิลหลายอย่างเพิ่มขึ้นมามากถึง 3 % ทั้งๆที่เขาไม่ได้กินยาช่วยเร่งการฝึกเลยสักนิด
“ ไปกันต่อเถอะ เราต้องรีบฆ่าพวกมัน ”
แอ็กเซลมองไปยังกำไลข้อมือ แต้มที่เคยมี 0 เปลี่ยนไปเป็น 50 หน่วย จากการฆ่าไซส์มิกไบซันไปเพียง 1 ตัวเท่านั้น ข้อมูลที่เขาได้รับจากเจ้าหน้าที่ที่มอบกำไลให้นั้น ระบุเอาไว้ว่ามอนสเตอร์ระดับ 1 ดาวจะมอบแต้มให้ 1 หน่วย มอนสเตอร์ระดับ 2 ดาวจะมอบแต้มให้ 10 หน่วย มอนสเตอร์ระดับ 3 นั้นจะมีแต้มมากถึง 50 หน่วยต่อตัว สำหรับมอนสเตอร์ระดับ 4 ดาวจะมีแต้มที่ 100 หน่วย
จากการคำนวณเขาจะต้องฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 3 จำนวน 1,000 ตัวเพื่อเลื่อนระดับพลัง หมายความว่าเขาจะได้แต้มทั้งหมด 50,000 แต้ม
โดยแต้มที่เขาได้รับจะแบ่งออกเป็น 2 รายการ หนึ่งคือแต้มที่ใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของกับทางสถาบัน ส่วนอีกรายการใช้สำหรับคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์ ต่อให้แต้มรายการแรกจะถูกใช้ไปก็ตาม แต้มที่ใช้กับ 7 มังกรและฟีนิกส์จะคงอยู่ เขาสามารถใช้งานมันได้เมื่อการคัดเลือกจบลงเท่านั้น
หลังจากมองดูแต้มที่ข้อมือแอ็กเซลจึงเริ่มใช้สกิลวิ่งตามหาไซส์มิกไบซัน การใช้สกิลธันเดอร์รัชไปพร้อมๆกันนั้นสิ้นเปลืองพลังเกินไป เขาจึงจะใช้งานมันเฉพาะต่อสู้เท่านั้น กระทั่งเขาได้ยินเสียงร้องของพิกซี่ชี้มือบอกให้รู้ว่าเจอไซส์มิกไบซัน แอ็กเซลจึงเลี้ยวไปตามทางที่เธอบอกก่อนจะเปิดใช้งานสกิลธันเดอร์รัชพุ่งเข้าหามันไม่ให้ตั้งตัวตามด้วยการใช้สกิลลูนาร์แฟลชและกระสุนธาตุกระหน่ำโจมตี
มอ!
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธส่งออกมาจากมอนสเตอร์ มันพยายามหมุนตัวไล่ตามศัตรูที่เข้ามาโจมตี แต่กลับถูกกระสุนธาตุพุ่งเข้าชนดวงตาจนทำให้ไม่สามารถลืมตาข้างที่ศัตรูหลบไปได้ การไล่กระทืบทำเป็นเรื่องยากเพราะรู้แค่ว่าอีกฝ่ายอยู่ด้านข้างมันแต่ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตำแหน่งไหน ภายใต้การกระหน่ำโจมตีสลับกับห้อยโหนข้ามร่างของไซส์มิกไบซัน แอ็กเซลก็ได้พุ่งเข้าไปแทงคอของมันด้วยสกิลลูนาร์แฟลช จบฉากชีวิตของมอนสเตอร์ตัวนี้
เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ที่ลงมือพร้อมๆกับแอ็กเซลแล้ววิ่งหาที่หลบรีบวิ่งออกมาดูดซับสารอาหาร เมื่อร่างกายไซส์มิกไบซันผอมจนเหลือแค่หนังติดกระดูกแอ็กเซลก็เริ่มวิ่งต่อไป การฆ่าไซส์มิกไบซันครั้งนี้เขาใช้เวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้น หลังจากเริ่มคุ้นชินกับการสู้ระยะประชิดจนคิดวิธีต่างๆในการปิดการมองเห็นเพื่อสร้างจังหวะโจมตีที่รุนแรงขึ้นมาได้
มอ!
เสียงร้องของมอนสเตอร์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกๆ 10 นาทีจะมีไซส์มิกไบซันตกตายภายใต้เงื้อมมือของแชมเปี้ยนระดับ 3 ดาว ต่อให้เขาจะต้องใช้พลังไปมากเพื่อจัดการระดับที่สูงกว่าก็ตามที เพียงพักไม่กี่นาทีเขาก็สามารถกลับมาสู้ได้อีกครั้ง
มอ! มอ!
“ นี่สินะที่เมสันเตือน ”
เสียงร้องไม่ได้มาจากไซส์มิกไบซันเพียงตัวเดียว แต่ละเสียงที่ส่งออกมามีระยะห่างไกลกันพอสมควร แอ็กเซลที่ได้ยินเสียงร้องของไซส์มิกไบซันเป็นช่วงๆ ทำให้เขารู้ว่าเทศกาล 7 มังกรและฟีนิกซ์ มีส่วนที่ทำให้นักศึกษาเริ่มออกล่าหนักหน่วงมากยิ่งขึ้นเพื่อเก็บแต้ม การที่เขาจะเลื่อนระดับจึงเป็นเรื่องยากมากกว่าเดิม เพราะมอนสเตอร์ที่เขาเจอล้วนแล้วมีเจ้าของ จากเดิมใช้เวลาไม่กี่นาทีก็หามันพบ เขาต้องเสียเวลาวิ่งมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เจอมันสักตัว
“ ล้อมเอาไว้ ล้อมมันเอาไว้ ”
นักศึกษากลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปล้อมไซส์มิกไบซัน เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ลงมือโจมตีด้วยกัน มีเพียงแชมเปี้ยนถือดาบใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่วิ่งเข้าไปประจันหน้ากับมัน ถึงจะเป็นระดับ 3 เท่ากับมอนสเตอร์แชมเปี้ยนคนนั้นกลับดูแข็งแกร่งกว่า ด้วยสกิลและทักษะที่ใช้งานออกมา มันสามารถสร้างบาดแผลลึกได้มากกว่าที่แอ็กเซลทำ แค่การตวัดดาบไม่กี่ครั้ง ไซส์มิกไบซันก็ล้มลงไปบนพื้นเป็นการจบชีวิต
“ หัวหน้า อีกกลุ่มเจอตัวมันแล้วรีบไปเร็วเข้า! ”
นักศึกษาทั้ง 10 รีบวิ่งออกจากจุดที่ฆ่าไบซัน ในระหว่างนี้แอ็กเซลเห็นชายสะพายดาบใหญ่โอนแต้มกาแล็กซี่ออกไปจากกำไลเพื่อแบ่งให้กับคนอื่นๆ
การที่นักศึกษาทั้ง 10 ไม่โจมตีไซส์มิกไบซันพร้อมกัน แอ็กเซลรู้สาเหตุของมัน หากนักศึกษาทั้ง 10 ช่วยกันโจมตีไซส์มิกไบซัน แต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์จะถูกแบ่งให้กับนักศึกษาในจำนวนเท่าๆกันเช่นเดียวกับแต้มกาแล็กซี่
เพียงแต่ว่าชายที่ถือดาบใหญ่ต้องการแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ เขาจึงใช้วิธีให้นักศึกษากลุ่มอื่นๆตามหามอนสเตอร์ให้ ส่วนเขาจะเป็นคนสังหารหลังจากนั้นค่อยนำแต้มกาแล็กซี่แบ่งกัน เขาได้แต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ ส่วนคนอื่นๆได้แต้มกาแล็กซี่
หลังจากเห็นวิธีเก็บแต้มอย่างรวดเร็ว แอ็กเซลกลับถอนหายใจเบาๆเนื่องจากเขาไม่สามารถปล่อยเวิร์ธรูทออกไล่กวาดล้างได้ สาเหตุเป็นเพราะว่าพวกมันไม่มีกำไลข้อมือที่ใช้บันทึกการฆ่า ต่อให้เขาจะได้ค่าประสบการณ์ที่แบ่งมา แต้มกาแล็กซี่และแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์กลับไม่ถูกบันทึก ดังนั้นเขาจึงเดินทางต่อ โดยพยายามใช้สกิลฆ่ามอนสเตอร์ที่พบเห็น อย่างน้อยเขาก็สามารถเพิ่มสกิล เพิ่มค่าประสบการณ์ และเก็บแต้มได้พร้อมๆกัน ถึงจะไม่รวดเร็วมาก แต่เขาก็ไม่ได้หวังว่าตนเองจะเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ เพียงแค่เขาอยากเก็บแต้มเอาไว้ใช้ เผื่อจะมีของต้องตาต้องใจหลังจากการคัดเลือกจบลง
ตู้ม!
พลุไฟปรากฎบนท้องฟ้า จากสัญลักษณ์ของมันแอ็กเซลไม่รู้เลยว่าเป็นของกลุ่มใด เขาจึงเดินตามไปเพราะสงสัยเกี่ยวกับกับจุดพลุสัญญาณ ทันใดนั้นเขาก็พบว่ามีนักศึกษาต่างสถาบันกำลังต่อสู้กัน โดยสิ่งที่อยู่ใจกลางพวกเขาคือผลไม้กลายพันธุ์ลักษณะเหมือนมะเขือเทศ เพียงแต่ว่าผลของมันเป็นสีดำกำลังเปล่งแสงระยิบระยับอยู่บนต้นเล็กๆสูงแค่ 30 เซนติเมตรเท่านั้น
“ ทางขวาโล่ง รีบนำคนไปปิดเร็วเข้า! ”
“ ทางนี้เปิดแล้ว บุกเลย! ”
นักศึกษาแต่ละกลุ่มพยายามร้องตะโกนสั่งการ ในระหว่างนี้ก็เริ่มมีพลุสัญญาณจุดขึ้นฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดเป็นสัญลักษณ์ที่ต่างกันออกไป แอ็กเซลรู้ได้ในทันทีเลยว่าสถาบันเหล่านี้กำลังเรียกสถาบันตนเองให้เข้ามาช่วยเหลือ เขาจึงมองดูผลไม้กลายพันธุ์ก่อนจะหันมองดูพิกซี่ที่สามารถบินเข้าไปถึงตำแหน่งนั้นได้เร็วกว่าให้กระบองเพชรกลิ้งไป
“ หลังจากที่ฉันใช้งานเวทแสงเธอทั้งสองให้รีบบินเข้าไปเก็บพวกมันออกมานะ ”
พิกซี่พยักหน้า แม้จะหวาดกลัวการต่อสู้ก็ตาม เธอกลับถูกมะเขือเทศดึงดูดความสนใจจนอยากจะเข้าไปใกล้ๆ ทันทีที่แอ็กเซลเรียกใช้งานเวทแสงจนมีลูกบอลทรงกลมปรากฎบนฝ่ามือ เขาจึงโยนมันไปยังใจกลางจุดที่เกิดการต่อสู้จนทำให้มีแสงสว่างราวกับระเบิดแฟลชยากจะมองเห็นรอบด้าน ทว่าเวทแสงก้อนเดียวยังไม่สามารถหยุดนักศึกษาให้ต่อสู้กัน การมีต้นไม้กีดขวางทำให้แสงไม่สามารถกระจายตัวไปได้ไกล แอ็กเซลจึงโยนเวทแสงเข้าไปเรื่อยๆจากนั้นก็สั่งให้พิกซี่บินผ่านเวทแสงเข้าไปเก็บผลไม้ออกมา
เมื่อทั้งสองอ้าแขนเกาะไปยังผลไม้ที่ขนาดเท่ากับตัวของพวกเธอ แขนน้อยๆก็เริ่มออกแรงดึงผลไม้ออกมาจากต้นแล้วรีบบินกลับไปหาเจ้าของ แอ็กเซลที่ใช้เวทลบล้างแสงให้กับทั้งสองรีบสั่งให้บินเข้าไปเก็บออกมาอีก ทุกสิ่งที่เขาเจอจะต้องตกเป็นของเขา จนกระทั่งผลไม้กลายพันธุ์ถูกเก็บออกมาทั้งหมด แอ็กเซลก็ได้โยนเวทแสงไปอีก 10 ครั้งแล้วเปิดใช้งานสกิลวิ่งและสกิลธันเดอร์รัชหลบหนีไปให้ไกล เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ที่เกาะอยู่ตามร่างกาย เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายวิ่งหนีศัตรูหลังจากขโมยของ แต่ละตัวล้วนแล้วแสดงท่าทางตื่นเต้นลุ้นให้เจ้านายของมันหนีไปให้พ้นจากที่นี่
มู่มู่.