บทที่ 1 การกลับมา
โลกมนุษย์ที่สุดแสนจะกว้างใหญ่มันถูกสร้างขึ้นมาโดยาาแห่งสรวง์ผู้ทรงอำนาจและทรงพลัง พระองค์สร้างอาณาจักรขึ้นมา 7 อาณาจักร พระองค์้าให้ลูก ๆ ของพระองค์ลงไปปกครองเมืองที่ตัวเองสร้างขึ้นมาาา์แยกอาณาจักรออกเป็สัดส่วนอย่างชัดเจน และแต่ละอาณาจักรพระองค์ได้ทิ้งพลังเอาไว้ด้วย. . .
1.อาณาจักรไฟ ปกครองโดยลูกชายคนโต นามว่าอัคนี
2.อาณาจักรสายฟ้า ปกครองโดยลูกชายคนที่สองนามว่าอัสนี
3.อาณาจักรลม ปกครองโดยลูกชายคนที่สาม นามว่ามารุต
4.อาณาจักรดิน ปกครองโดยลูกชายคนที่สี่ นามว่าเมทนี
5.อาณาจักรน้ำ ปกครองโดยลูกสาว นามว่าทิพย์วารี
6.อาณาจักรดวงดาว ปกครองโดยลูกสาว นามว่าดาราพันธุ์
7.อาณะจักรหมอก ปกครองโดยลูกชายคนเล็ก นามว่า “เบิกฟ้า”
หลังจากที่ส่งลูกชายลงไปปกครองเมืองได้200 ปี เมืองของลูกชายคนเล็กเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นทำให้ประชาชนมากมายต่างต้องตกตายเพราะโรคระบาดเหล่านี้
าา์ทราบข่าวพระองค์จึงส่งทูต์ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสืบหาความจริงถึงแหล่งที่มาของโรคระบาด
ทูต์สืบอย่างเงียบ ๆ ที่เมืองหมอกได้ความว่าลูกชายคนโตของาา์เป็คนปล่อยเชื้อโรคเพื่อที่จะหุบเอาเมืองขององค์ชายคนเล็ก เพื่อสมบัติ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเมืองหมอกทูต์รีบเดินทางไปที่อาณาจักรไฟเพื่อเข้าพบจักรพรรดิอัคนี
ร่างกายของทูต์น่ากลัวสุดแสนที่ใครจะคาดคิดเพราะมันมีหน้าที่จัดการกับเหล่าชาว์ที่ทำความผิดตามรับสั่งของาา์ชาว์เห็นหน้ามันก็ต้องขาสั่นและหวาดหวั่นเป็ธรรมดา
มันเดินขึ้นไปหยุดอยู่บนบัลลังก์ของจักรพรรดิแต่ไม่ได้นั่งลงไปเพราะมันไม่มีสิทธิเหล่าเ้าหน้าที่ชั้นสูงของอาณาจักรต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตากับทูต์รวมถึงตัวของจักรพรรดิอัคนีด้วย
“จงฟัง!!”เสียงที่ทรงอำนาจของทูต์ทำให้เหล่าชนชั้นสูงต่างตัวสั่นเพราะความกลัว “เรา!มาในวันนี้เพราะเป็คำสั่งของาา์!! ตัวเราสืบพบว่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรหมอกสาเหตุเกิดจากพิษนิรันดร์ที่ท่าน!! . . .” มันชี้หน้าไปที่จักรพรรดิอัคนี “ท่านปล่อยมันออกมาอย่างไร้มนุษยธรรม!! . . .”
จักรพรรดิอัคนีใบหน้าซีดขาวเพราะความกลัวมันไม่คิดว่าาา์จะส่งทูต์ลงมาสืบข่าวมันหันซ้ายหันขวาด้วยสายตาที่กังวลจักรพรรดิอัคนีพยายามคิดหาทางออกที่จะหลุดพ้นจากการสืบสวนของทูต์
มันมองไปที่ทูต์ที่กำลังจ้องมาที่มันอยู่จักรพรรดิอัคนีสูดหายใจเขาลึก ๆ . . . แล้วลุกขึ้นยืน มันมองไปที่ทูต์ด้วยใบหน้าที่ไม่ได้เกรงกลัวอะไรสองมือกางออกดวงไฟลุกขึ้นบนมือสองข้างจักรพรรดิอัคนีประกบมือเข้าหากัน เสียงดวงไฟอันร้อนแรงลูกโชนดังขึ้น ฟู!! . . ทูต์ใที่เห็นจักรพรรดิอัคนีทำอย่างนั้น “ท่าน!! ท่านจะทำอะไร?”
“ในเมื่อจะถูกจับได้กูก็ต้องทำรายหลักฐานทิ้งซะ!!” จักรพรรดิอัคนีพูดจบมันปล่อยพลังไฟที่มันสร้างขึ้นใส่ทูต์ “อ๊า!! . .” เสียงร้องโหยหวนดังออกมาเพราะความเ็ปดังจนถ้าใครมาได้ยินก็ต้องกลัวจนขนหัวลุกแน่นอนเสียงร้องค่อย ๆ เบาลง พร้อมกับร่างของทูต์ถูกไหม้เป็ตอตะโกถึงแม้ว่าทูตวรรค์จะมีพลังสูงส่งแต่ก็ยังน้อยกว่าเหล่าลูก ๆ ของาา์
“พระองค์!! . . .” เหล่าชนชั้นสูงของอาณาจักรไฟมองด้วยสายตาที่หวาดกลัว“พวกท่านนำร่างของมันตามเรามา เราจะไปพบกับท่านพ่อ” พอจักรพรรดิอัคนีพูดถึงพ่อพวกมันก็กลัวจนขาสั่น อัคนีหันไปมองด้วยแววตาสังเวชต่อพวกคนเหล่านี้
อัคนียืนอยู่บนแท่นพร้อมกับกลางมือออกแล้วเงยหน้ามองฟ้า“ประตู์จงเปิดออก!!” เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง ท้องฟ้าเปิดออกเผยให้เห็นสรวง์อันงดงามที่ใครๆ ก็ฝันอยากที่จะขึ้นไปอยู่ในที่นี่
แต่คนที่จะขึ้นไปอยู่บนสรรค์ได้ต้องมีพลังในขั้นที่เลยขีดจำกัดของมนุษย์โลกไปแล้วเท่านั้นและคนที่จะมีพลังถึงขั้นนั้นได้โอกาศมีแค่ 1 ใน 1,000,000,000 คนเท่านั้นโลกมนุษย์มีคนอยู่หนึ่งล้าน ๆ คน แต่ชาว์มีอยู่แค่หนึ่งหมื่นคนเท่านั้น
แค่ชาว์คนเดียวก็สามารถทำให้โลกมนุษย์เกิดหายนะครั้งใหญ่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงความหวังที่มนุษย์จะไปถึงได้เลย สำหรับชาวโลกสิ่งเหล่านี้ก็เป็ได้แค่ความหวังลมๆ แล้ง ๆ เท่านั้น
แสงบนท้องฟ้าค่อยๆ ถูกบดบังโดยร่างั์ของชายในชุดเกาะถือหอกสองคนที่ค่อย ๆ รอยลงมาจากท้องฟ้าร่างของทั้งคู่ช่างสง่างามสมกับเป็ชาว์จริง ๆ ทั้งสองร่างสูงเกือบ 4เมตรสูงใหญ่น่าเกรงขาม พวกมันก้มลงคุกเข่าลงตรงหน้าจักรพรรดิอัคนี “ฝ่าาเรียกให้เปิดประตู์ พวกเรามารับพระองค์แล้วขอรับ”
“ไป!! เรามีเื่ต้องไปพบเสด็จพ่อ” “ขอรับ” ร่างของจักรพรรดิอัคนีและคนติดตามค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านเข้าไปประตู์ไปดวงตาของชนชั้นสูงแห่งอาณาจักรไฟเบิกกว้าง นี้ถือเป็การเปิดโลกทัศน์ของพวกมันเลยก็ว่าได้วังของาา์ช่างใหญ่โตและงดงามมาก แสงสีทองส่องออกมาจากพระราชวังเพราะคนของแดน์จะมีลำแสงสีทองออกมาจากร่างกายเป็การแบ่งแยกว่าร่างกายของคนคนนี้อยู่เหนือพวกมนุษย์ไปแล้ว
ทั้งหมดก้าวเท้าเข้าไปในในวังผ่านทหาร์ที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาว่างเปล่าจนถึงหน้าบัลลังก์ ลำแสงสว่างวาบขึ้นจนทุกคนต้องปิดตาร่างของผู้สูงส่งปรากฏขึ้น “ไม่เจอกันนานเลยนะลูก!!”าา์เปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง
“ครับท่านพ่อ”ทุกคนก้มหน้าไม่มีใครกล้าสบตาาา์เหมือนกับอัคนี “มาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร?” สิ้นเสียงของาา์ ร่างของทูต์ปรากฏขึ้นตรงหน้าร่างกายของทูต์อยู่ในสภาพปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันเป็ร่างที่ไร้ลมหายใจ. . .
“นี่!! . . . นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!” เส้นเืบนใบหน้าาา์ปูดขึ้นเพราะความโกด ใครที่ไหนกล้าฆ่าทูต์ของเขา“เป็ฝีมือของเบิกฟ้าครับท่านพ่อ . . . เบิกฟ้าฆ่าทูต์เพื่อปิดปาก”คำพูดของอัคนีทำให้าา์ชะงักไปชั่วขณะเขานึกขึ้นได้ว่าส่งทูต์ไปสืบเื่ที่เมืองของเบิกฟ้า แต่ไม่คิดว่าเบิกฟ้าจะกล้าฆ่าคนของตัวเอง“เบิกฟ้า! . . . ทหาร!!”เสียงเรียกของาา์ดังไปทั่ว จนชาว์แตกตื่น “ขอรับ!!” แม่ทัพ์วิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าาา์
“ส่งคนไปจับตัวเบิกฟ้า!! พร้อมกับลงโทษให้มันลงไปอยู่ในโลกใต้พิภพชั่วนิรันดร์ ให้มันไปอยู่กับเหล่าอสูรตลอดการ!!. . .” คำพูดของาา์ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงขึ้น เพราะโลกใต้พิภพเป็สถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลกไม่มีใครกล้าย่างกายเข้าไป การที่ถูกส่งลงไปที่นั้นก็เหมือนกับการทรมานให้ตายทั้งเป็าา์พูดออกมาแบบนี้ก็เพราะความโกดสุดขีดพระองค์เป็คนใจร้อนมาก และพระองค์ก็ไม่สนใจว่าจะเป็ลูกตัวเองหรือใครก็ตามจึงสั่งออกมาแบบนี้
และอีกอย่างก็คือเบิกฟ้าไม่ค่อยสนิทกับาา์สักเท่าไหร่ถ้าเทียบกับอัคนีก็ห่างไกลสุดกู่จึงทำให้าา์ไม่รู้สึกเสียใจและไม่เรียกเบิกฟ้ามาถามเพราะเขาเชื่อในคำพูดของอัคนี“ขอรับ!!” แม่ทัพ์ลงไปยังโลกมนุษย์ด้วยตัวเอง เขานำทหารติดตามไปด้วยสองคน
อาณาจักรหมอก . .
เบิกฟ้ากำลังวุ่นวายกับการช่วยเหลือคนของตัวเอง“ฝ่าาขอรับ พวกเราช่วยเหลือประชาชนได้แค่1ล้านคนครับ”ใบหน้าของเบิกฟ้ายิ้มออกมาได้นิดหน่อย “แต่เราสูญเสียเสียประชาชนไปเกือบ 2 ร้อยล้านคนนี้นับเป็การสูญเสียครั้งใหญ่ของเราเลยขอรับ”เบิกฟ้าเงยหน้ามองไปบนฟ้า น้ำตาของความเ็ปทางใจค่อย ๆ ไหลออกมา หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนพื้นดิน
การที่ได้เห็นน้ำตาของจักรพรรดิเบิกฟ้าทำให้ประชาชนต่างน้ำตาไหลเช่นกันพวกเขารับรู้ได้ถึงความเ็ปของพระองค์ ตูม!! เสียงะเิดังขึ้นห่างจากจักรพรรดิเบิกฟ้าไป30 เมตร์ ปรากฎร่างของชายในชุดเกาะ 3 คน
เบิกฟ้าหันไปมอง เขารู้ว่าทั้งสามคนเป็ใคร เบิกฟ้าคิดไว้แล้วว่ายังไงพ่อยังไงก็ต้องส่งคนมาดูแน่ๆ เบิกฟ้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ “องค์ชายเบิกฟ้ารับบัญชา์!!” เบิกฟ้าคุกเข่ารับคำสั่ง “นอบรับคำสั่ง”
“โทษฐานที่ฆ่าทูต์! และการปล่อยพิษฆ่าประชาชนเป็สิ่งที่์ยอมรับไม่ได้”เบิกฟ้าเงยหน้ามองด้วยความใ “ท่านถูกตัดสินให้ลงไปอยู่ใต้พิภพตลอดการ!! ห้ามขึ้นมายังโลกมนุษย์หรือ์อีก!!”เบิกฟ้าลุกขึ้นเขางงกับสิ่งที่ได้ยิน “ฆ่า!! ฆ่าอะไรกันเรายังไม่ได้พบทูต์เลย!! เรา้าพบเสด็จพ่อ!!” เบิกฟ้าะโโวยวายด้วยความโมโห
“พระองค์ไม่มีสิทธิ์พบาา์อีกต่อไป!!” แม่ทัพ์พูดเสร็จเขาปักดาบผ่า์ลงพื้นพื้นดินแยกออกจากกันเป็สองฝั่ง “เชิญพระองค์ลงไปยังโลกใต้พิภพด้วยขอรับ”เบิกฟ้าจ้องมองไปที่แม่ทัพ์ เบิกฟ้าเป็คนนิ่ง ๆ และใจดีกับประชาชนมาตลอดสองร้อยปีเขารักประชาชนเหมือนกับลูกหลานของตัวเองเสมอมา
ดวงตาเบิกฟ้าแดงก่ำเพราะความโกดหัวใจที่ใสสะอาดของเบิกฟ้าตอนนี้มันเต็มไปด้วยความแค้นมันเ็ปที่หัวใจของเขาเหลือเกิน เบิกฟ้ายกตัวรอยขึ้นกลางอากาศสองมือกางออก“ชาวอาณาจักรหมอกเอ๋ย . . . บัดนี้เราผู้เป็ใหญ่แห่งอาณาจักรนี้ถูกใส่ร้ายจนต้องถูกส่งลงไปยังโลกใต้พิภพ” คำพูดทุกคำดังก้องในหัวใจของชาวอาณาจักรหมอกพวกเขาเงยหน้ามองเบิกฟ้าด้วยสายตาที่ปวดร้าว “จงรับเอาไป!” เบิกฟ้าบีบของบางอย่างที่อยู่ในมือจนแตก พลังมากมายะเิออกมาแล้วส่งเข้าไปในร่างกายของชาวอาณาจักรหมอก“นี้คือพลังที่จะบ่งบอกว่าพวกท่านทุกคนเป็ลูกหลานของเราไม่ว่าลูกหลานกี่ชาติต่อกี่ชาติที่จะเกิดมาก็จะยังเป็ลูกหลานของเรา . . .เรารักพวกท่านเสมอ . . . ในเมื่อ์ไม่ยอมฟังเรา เราก็จะไม่สนใจ์อีกต่อไป”เบิกฟ้าก้มหน้าเงียบอยู่พักนึง . . . เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับะโออกมาเสียงดัง “กูเบิกฟ้า!!. . . จะเหยียบย่ำ์ด้วยตัวของกูเอง” หลังจากเบิกฟ้าพูดจบเขาหลับตาลงร่างกายล่วงหล่นลงไปยังกึ่งกลางของรอยแยกแม่ทัพ์ดึงดาบขึ้นรอยแยกกลับมาชิดกันเหมือนเดิม
หลังจากที่เบิกฟ้าถูกส่งลงไปยังโลกใต้พิภพ าา์มีคำสั่งให้ลูกๆ ของพระองค์ทั้งหมดกลับ์แล้วปล่อยให้ทายาทของแต่ละคนเป็ผู้ครองเมืองส่วนอาณาจักรหมอกให้รวมกับอาณาจักรไฟ หลังจากอัคคีขึ้น์มันได้ส่งจดหมายลับให้กับทายาทของมันให้ออกค้นหาสมบัติ์ ต่อให้ต้องยึดสมบัติของใครหรือต้องฆ่าคนไปมากเท่าไรก็ไม่ต้องสนใจพวกมันจึงฆ่าล้างชาวเมืองหมอกจนแทบจะสิ้นชาติแต่ก็หาสมบัติ์ไม่เจอชาวบ้านต่างหวาดหลัวและหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่า ตอนนี้ชาวอาณาจักรหมอกเหลือรอดอยู่ไม่ถึงร้อยคน
เวลาผ่านไปเกือบ 10,000 ปีหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ชาวอาณาจักรทั้ง 6 ต่างคิดว่าเหตุกาณ์นี้เป็แค่เรืองแต่งของนักเล่านิทานที่เอามาเล่าเพื่อหาเงิน และไม่มีใครรู้ว่ามีอาณาจักรหมอกอยู่ในโลกนี้ด้วย
ทั้ง 6 อาณาจักรจะมีงานที่จัดขึ้นร่วมกันทุก ๆ20 ปี คืองานประลองพลังของทั้ง 6 อาณาจักรผู้ชนะจะถูกส่งไปขึ้นไปที่์เพื่อรับของรางวัลจากาา์
ชาวเมืองช่วยกันจัดงานอย่างแข็งขัน เหล่าชาวยุทธ์ของแต่ละเมืองเริ่มคัดตัวหาตัวแทนเพื่อลงแข่ง
อาณาจักรน้ำ . .
ตึก ๆ . . . ตึก ๆ เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูเมืองมันเงยหน้ามองไปบนป้าย เสียงถอนหายใจดังออกมาเบา ๆ “สวยงามดีจริง ๆ . . .”เขาย่างเท้าเดินเข้าไปในเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเด็ก ๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กสาวคนนึงวิ่งตามเพื่อนไม่ทันเธอล้มลงตรงหน้าเขา “หือๆ . . . หือ ๆ . . .”
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ พี่อยู่นี่แล้ว ร้องไห้มาก ๆระวังเบิกฟ้ามาเอาตัวไปนะ” เด็กสาวหยุดร้องไห้ทันทีพร้อมกับมองหน้าพี่ชายของตัวเอง“ไม่ร้องแล้ว พี่อย่าให้เบิกฟ้ามาเอาตัวหนูไปนะ” “แน่นอนพี่จะปกป้องน้องเอง”ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับฟังเด็กทั้งสองคุยกัน หลังจากนั้นพี่ชายก็พาน้องสาวเดินจากไปชายหนุ่มหลับตาลงถอนหายใจพร้อมกับพูดออกมาเบา ๆ “ชื่อกู . . น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ? . . .” เขาเงยหน้ามองฟ้าพร้อมกับคิดในใจ “คงเป็เพราะ์สินะ!!. . . หึ!! กูจะมาทวงความเป็ธรรมของกูคืน! . . .” หลังจากพูดเสร็จชายหนุ่มเดินเข้าไปในเมือง . . .
- - - - - - - - - - - -