ตอนที่ 179 ตอบอย่างชัดเจน
ตอนที่ 179 วันต่อมาหลังจากดนัยได้ตกลงเป็นแฟนกับยูมิแล้วตอนเช้าดนัยก็มาทำงานพร้อมกับยูมิและหลังจากเข้ามาในโรงพยาบาลก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปคนละตึกเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเองทันใดนั้นเองดนัยและยูมิก็ยื่นบางอย่างออกมาพร้อมกัน “นี่ครับข้าวกล่อง/นี่ข้าวกล่องค่ะ !!” ดนัยและยูมิยื่นข้าวกล่องออกมาก่อนจะแสดงสีหน้าตกตะลึงเพราะดันทำเหมือนกัน “นะ...นี่คุณยูมิทำข้าวกล่องให้ผมเหรอครับ” ดนัยอุทาน “ชะ...ใช่ค่ะดนัยเองก็เหมือนกันเหรอคะเนี่ย !!” ยูมิเองก็ประหลาดใจเพราะนึกไม่ถึงว่าดนัยจะคิดเหมือนตน “ก็ครับผมเองไม่รู้ว่าคนเป็นแฟนกันต้องทำอะไรบ้างเลยอ้างอิงจากพวกอนิเมะที่เคยดูเห็นว่าคนเป็นแฟนกันส่วนใหญ่มักจะทำข้าวกล่องให้” ดนัยพูดซึ่งพอยูมิได้ยินดังนั้นก็เขินจนหน้าขึ้นสี “อย่าบอกนะครับว่าคุณยูมิเองก็เหมือนกัน !!” ดนัยเห็นสีหน้าของยูมิจึงคิดว่ายูมิอาจจะทำเหมือนเขา “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าเพราะเธอเองก็ไม่เคยมีแฟนและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างจึงหาข้อมูลจากในเน็ตและเห็นว่าคนเป็นแฟนกันมักจะทำข้าวกล่องให้ “แต่ในเมื่อเราทำกันมาคนละกล่องแบบนี้แสดงว่ากลางวันนี้พวกเราต้องกินข้าวกล่องคนละสองกล่องสินะครับเนี่ยผมลืมนึกไปเลยว่าปกติคุณยูมิก็ทำข้าวกล่องกินเองอยู่แล้ว” ดนัยลืมนึกไปเพราะบุคลากรในโรงพยาบาลส่วนใหญ่มักจะใช้บริการโรงอาหารเพราะไม่ค่อยมีเวลาเตรียมจะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เตรียมข้าวกล่องมาจากบ้านซึ่งดนัยและยูมินั้นอยู่ในกลุ่มส่วนน้อยนั่นด้วย “จริงด้วยแบบนี้ฉันกินไม่ไหวนะคะเพราะถ้าฝืนกินหมดทั้งสองกล่องมีหวังตอนบ่ายจุกจนขยับตัวไม่ได้พอดี” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นปิดปากเพราะเธอกำลังนึกถึงสภาพของเธอที่อิ่มจนจุกขยับตัวไม่ไหวอยู่ “งั้นก็ไม่ต้องกินข้าวแล้วกันครับข้าวกล่องผมมีกับข้าวอยู่สองอย่างถ้าไม่กินข้าวน่าจะไม่อิ่มมากเกินไป” ดนัยบอก “ค่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่กินข้าวในกล่องก็แล้วกันทางดนัยเองก็ด้วยนะคะไม่ต้องกินข้าวในกล่องฉันหรอก” ยูมิเห็นด้วย “ได้ครับว่าแต่ข้าวในกล่องจะให้ทิ้งก็เสียดายเอางี้เป็นไงครับเราเก็บข้าวในกล่องเอาไว้เดี๋ยวตอนเย็นผมเอาไปผัดข้าวผัดรถไฟให้กิน” ดนัยเสนอ “ข้าวผัดรถไฟ ??” ยูมิไม่เคยได้ยินเมนูข้าวผัดรถไฟมาก่อน “เป็นข้าวผัดสไตล์ไทยน่ะครับเวลาผัดจะใส่ซีอิ้วดำเพื่อให้สีข้าวผัดมันคล้ำๆไม่เหมือนข้าวผัดปกติที่จะผัดให้สีเหลืองทอง” ดนัยอธิบาย “อ๋อ” ยูมิพยักหน้าเข้าใจ “คิกๆ...พวกเรานี่เหมือนเด็กมัธยมเลยนะคะเนี่ย” ยูมิหัวเราะออกมา “แหะๆนั่นสินะครับ” ดนัยเห็นยูมิหัวเราะตัวเขาก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัว ตอนนั้นเองหมอโองาตะ มาสึมิ จากแผนกศัลยกรรมเพื่อนร่วมงานของดนัยก็เดินเข้ามาในโรงพยาบาล “อรุณสวัสดิ์ค่ะหมอดนัย...หมอซานาดะ(นามสกุลยูมิ)...หือนี่พวกคุณทำอะไรกันคะเนี่ยอย่าบอกนะว่ากำลังแลกข้าวกล่องกันน่ะ” หมอมาสึมิมองไปที่มือของดนัยและยูมิที่กำลังถือข้าวกล่องของแต่ละคนเอาไว้อยู่ ซึ่งพอทั้งสองคนโดนทักแบบนั้นไปก็ทำอะไรไม่ถูก “ว้ายตายแล้วอย่าบอกนะว่ากำลังแลกข้าวกล่องกันจริงๆน่ะ” หมอมาสึมิอุทานออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งสองคนจากนั้นเธอก็เริ่มแซวต่อทันที “ไม่อยากจะเชื่อหมอดนัยกับหมอซานาดะจะน่ารักกันไปไหนคะเนี่ยยังกับป๊อปปี้เลิฟของเด็กมอต้นแน่ะไม่ได้การล่ะเรื่องนี้ต้องรีบไปขยาย !!” หมอมาสึมิพูดเสร็จเธอก็รีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องพักศัลยแพทย์เพื่อขยายเรื่องนี้ต่อทันที “ดะ...เดี๋ยวสิครับหมอมาสึมิ !!” ดนัยพยายามร้องห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้วส่วนยูมินั้นเธอก็ยังยืนอึ้งอยู่ “เอ่อคือว่าคุณยูมิครับยังไงผมขอรีบไปหยุดหมอมาสึมิก่อนนะครับเอาเป็นว่าตั้งใจทำงานนะครับแล้วเจอกันตอนกลางวัน” ดนัยหันมาบอกลายูมิ “คะ...ค่ะ” ยูมิพยักหน้ายืนมองดนัยที่รีบวิ่งตามหมอมาสึมิไปเธอมองดนัยจนลับสายตาและก็อดยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้ ห้องพักศัลยแพทย์ “ไม่อยากจะเชื่อนั่นเด็กมอต้นหรือไงเนี่ย” หมอยามะดะ ยูคิมูระ จากแผนกศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจอุทานออกมาเมื่อได้ฟังเรื่องที่หมอมาสึมิเล่าให้ฟัง (ไรท์ : ขอเขียนชื่อเต็มบรรดาเพื่อนร่วมงานบ้างน้อบทจืดจางเหลือเกินเดี๋ยวจะลืมชื่อเต็มกันไปก่อน) “นั่นสินะคะยังกับเด็กมอต้นเลยนี่ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะเนี่ยว่าหมอซานาดะกับหมอดนัยอายุขนาดนี้แล้วยังจะทำข้าวกล่องให้กันอีก” หมอมาสึมิพูด “อื้อ...ว่าแต่นี่ทั้งคู่เขาคบกันแล้วเหรอ” หมอยูคิมูระถาม “ไม่รู้สิคะหมอไซโต้รู้อะไรบ้างมั้ยคะ” หมอมาสึมิส่ายหน้าก่อนจะหันไปถามไซโต้ ทาเครุ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจบมาจากอังกฤษและอายุยังน้อยเมื่อเทียบเท่ากับศาสตราจารย์คนอื่นในวงการแล้ว “เอ...หมอดนัยกับยูมิจังงั้นเหรอครับผมไม่แน่ใจแฮะว่าคบกันหรือยังแต่เมื่อวานทั้งคู่ไปเดทกันครับแล้วผมก็ให้บัตรรับประทานอาหารที่โตเกียวสกายทรีไปด้วย” ไซโต้บอก “ว้าวโตเกียวสกายทรีงั้นเหรอคะที่นั่นจองยากมากเลยนี่คะเห็นว่าต้องจองคิวกันเป็นเดือนเลยนี่นา” หมอมาสึมิพูด “อ่าใช่ครับที่นั่นจองค่อนข้างยากคิวยาวเป็นเดือนเลยผมบังเอิญได้บัตรรับประทานอาหารมาจากเพื่อนแต่พอดีบัตรนั่นมันใช้สำหรับสองคนบัตรมันใกล้หมดอายุแล้วผมเองไม่มีแฟนก็ไม่รู้จะใช้ยังไงดีบังเอิญรู้มาว่าหมอดนัยจะไปเดทกับยูมิจังก็เลยให้หมอดนัยไปน่ะครับ” ไซโต้บอก “ว้าวไปดินเนอร์กันที่โตเกียวสกายทรีงั้นเหรอคะเนี่ยแบบนี้แสดงว่าทั้งคู่ตกลงเป็นแฟนกันแล้วสินะคะจริงด้วยยังมีหมอทาเคนากะอีกคนนี่นาที่สนิทกับหมอซานาดะ...นี่หมอทาเคนากะคะคิดว่ายังไงบ้างคะเกี่ยวกับเรื่องสถานะของพวกเขาสองคนหมอคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกันหรือยัง ??” หมอมาสึมิหันไปถามฮิคาริที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะและถ้าสังเกตให้ดีล่ะก็ตอนนี้ดวงตาของฮิคาริไม่ได้จ้องที่เอกสารเลยสักนิดเพราะดวงตาของเธอกำลังเบิกตากว้างอยู่ “เอ่อคือหมอทาเคนากะคะ !!” หมอมาสึมิเห็นฮิคาริไม่ตอบจึงเรียกเธออีกครั้ง “ฮะ...ว่าไงนะคะ” ฮิคาริที่โดนเรียกอีกรอบสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมา “คือฉันถามว่าหมอคิดยังไงบ้างคะคิดว่าหมอดนัยกับหมอซานาดะเขาคบเป็นแฟนกันหรือยัง” หมอมาสึมิถามอีกครั้ง “เอ่อ...คือไม่รู้เหมือนกันค่ะเพราะฉันมัวแต่ยุ่งๆทำงานแทนหมอมิโฮะอยู่อีกอย่างฉันเองก็กำลังเตรียมเอกสารไปขึ้นศาลที่เนเธอร์แลนด์อยู่ด้วยดังนั้นฉันเลยไม่รู้หรอกค่ะว่าสถานะของทั้งสองคนเป็นยังไงบ้างตอนนี้” ฮิคาริตอบไม่ได้เพราะเธอไม่รู้ “อ๊ะจริงด้วยนี่โรงพยาบาลเราโดนฟ้องเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาด้วยนี่นาลืมไปเลย” หมอมาสึมิลืมนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ไปเลย “อืม...ในเมื่อหมอทาเคนากะกับหมอไซโต้ไม่รู้ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรอถามจากเจ้าตัวเองแล้วล่ะอ๊ะนั่นไงหมอดนัยมาพอดีเลย” หมอยูคิมูระพูดเมื่อเห็นดนัยเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพักศัลยแพทย์ ทางด้านดนัยนั้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องพักศัลยแพทย์ก็ผงะไปเพราะรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกๆ “หมอมาสิมึครับอย่าบอกนะครับว่า...” ดนัยมองไปที่หมอมาสึมิ “แหะๆ...ฉันเล่าให้ทุกคนฟังหมดแล้วล่ะค่ะว่าเมื่อเช้าหมอดนัยแลกข้าวกล่องกับหมอยูมิ” หมอมาสึมิพูด “โธ่...ให้ตายสิหมอมาสึมินี่ล่ะก็” ดนัยได้ยินแบบนั้นถึงกับยกมือขึ้นลูบใบหน้าและเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เอาน่าๆหมอดนัยไม่ต้องอายไปหรอกพวกเราก็แค่อยากรู้เฉยๆเองว่าหมอดนัยกับหมอซานาดะตอนนี้เป็นแฟนกันหรือยังถ้าเป็นแฟนกันแล้วพวกเราจะได้จัดปาร์ตี้สละโสดให้ยังไงล่ะ” หมอยูคิมูระพูด ดนัยที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกทางด้านไซโต้ที่เห็นดนัยไม่ตอบจึงพูดขึ้นมาบ้าง “หมอดนัยครับในฐานะผู้ชายเรื่องแบบนี้ต้องชัดเจนหน่อยนะครับถ้าหมอดนัยไม่ชัดเจนกับยูมิจังล่ะก็ในฐานะเพื่อนสมัยเด็กผมเอาเรื่องหมอดนัยแน่ครับ” ไซโตะพูด “เฮ้อ...นี่ผมต้องตอบสินะครับ” ดนัยพ่นลมหายใจออกมา “อื้อ !!x3” ดนัยกวาดสายตามองทั้งสามคนรวมทั้งฮิคาริที่ทำตัวเหมือนจะไม่สนใจเขาลองคิดถึงคำพูดของไซโต้ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ นั่นสินะเรื่องแบบนี้ต้องชัดเจนกันไปเลย ดนัยคิด “ใช่ครับอย่างที่ทุกคนคิดนั่นแหละตอนนี้ผมกับคุณยูมิเป็นแฟนกันแล้วครับ !!” ดนัยบอก “โว้วยินดีด้วยนะคะหมอดนัย” “แมนมากหมอดนัยยินดีด้วยนะ” “ยินดีด้วยนะครับหมอดนัยแล้วก็อย่าทำให้เพื่อนผมเสียใจล่ะ” ทุกคนต่างเอ่ยปากแสดงความยินดีกับดนัยที่คบกับยูมิจะมีก็แต่ฮิคารินั่นแหละที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร เป็นอะไรของยัยนั่นกันไม่แสดงความยินดีกับเราหน่อยเรอะ ดนัยไม่รู้ว่าฮิคาริเป็นอะไรแต่ก็ช่างเถอะตอนนี้ใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้วเขาขอเตรียมเอกสารแล้วไปหาผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดเช้านี้ก่อนดีกว่า จบ...