“อ่า เจ้าหมอนี่จบแล้ว!"เขาประมาทเกินไป”“เสียสมาธิตอนนี้ หาที่ตายชัดๆ?”"... " เห็นฉากนี้แล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ให้ความสนใจกับการแข่งขันก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่คู่ต่อสู้ทั้งสองเท่านั้น แต่เขายังเสียสมาธิเพราะเสียงตะโกนของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ เห็นได้ชัดว่าทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้โอกาสแทน?
นับว่านี่เป็นโอกาสจากสวรรค์สำหรับผู้ฝึกยุทธ์สองคนที่เข้าสู่สังเวียนก่อน แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับเด็กหนุ่มผู้นั้น พวกคนใจอ่อนถึงกับหลับตาหรือหันหน้าหนีโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่สามารถทนเห็นจุดจบที่น่าสังเวชของเด็กหนุ่มชุดดำที่กำลังจะท้องแตกได้ แม้แต่กู้เฟยเองก็ปิดตาที่งดงามลง เพราะความเสียใจที่เกิดขึ้นในใจของนาง
ถ้าถังฮวนเป็นผู้ฝึกยุทธระดับห้าก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรตระหนกตกใจอะไร แต่นี่อย่างมากสุดเขาก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับสี่ และเพิ่งผ่านบรรลุขั้นมาไม่นาน จะป้องกันการลอบโจมตีของทั้งสองได้อย่างไร พวกนั้นเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า? เป็นที่ทราบกันดีอยู่แม้ว่า ‘การประลองจิตวิญญาณฟีนิกซ์’ นี้จะเข้มงวดกับการไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้ายกันจนถึงแก่ชีวิต แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งในและนอกสนาม ในรอบแรกของการประลองยุทธ์นี้ จำนวนผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกสังหารหรือเสียชีวิตจากการบาดเจ็บสาหัสมีมากถึงสิบคนแล้วถ้านางรู้ก่อนหน้านี้คงไม่ส่งเสียงเรียกเขาออกไป!แต่มันสายไปแล้วที่จะพูดอะไรในตอนนี้ กู้เฟยเม้มริมฝีปากและกำหมัดเล็ก ๆ สองข้างไว้แน่น "อั๊ยหยา...ยัยน้องเอ๊ย!" ในพื้นที่พักผ่อนทางด้านขวา กู้หยิงผู้ซึ่งเพิ่งได้รับชัยชนะสีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน เขาถึงกับเอามือกุมหน้าผากแล้วถอนหายใจ ด้านข้างๆ ถังซีเหล่ตาและขมวดคิ้ว ห่างออกไปไม่ไกล มุมริมฝีปากของถังหลงเผยอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยจาง ๆ ที่ปากทางเข้าของหุบเขาเฟิงหลิง เหลยหมิงกับตู๋ฉีที่เห็นภาพนี้ถึงกับตกใจในทีแรก แต่แล้วพวกเขาก็พากันหัวเราะ เหลยหมิงเองก็เป็นกังวลเล็กน้อย แต่ตู๋ฉีกลับผ่อนคลายอย่างยิ่ง หากคนผู้นั้นเป็นเย่ซีจริงๆ การลอบโจมตีเช่นนี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อย่างแน่นอน ในสนามประลองหมายเลข 1 “หือ!” ภายใต้การจับตามองของผู้ชมจำนวนมาก ในขณะที่ถังฮวนหันกลับไป เขาก็ขยับไปด้านข้างหนึ่งเมตรหลบหลีกหอกสีดำและตะขอสีเขียวที่แหลมคมซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นิ้วได้หวุดหวิด จากนั้นหอกอัคคีบนไหล่ของเขาก็กระแทกไปที่หอกสีดำนั้น
สีหน้าและท่าทีของชายวัยกลางคนและชายหนุ่มเปลี่ยนไป รอยยิ้มเย็นเยียบของพวกเขาฉายชัดบนใบหน้าในขณะที่คู่ต่อสู้เสียสมาธิ ทั้งสองคนก็โจมตีพร้อมกัน เดิมทีคิดว่าพวกเขาสามารถจะฆ่าคู่ต่อสู้ได้ง่าย ๆ แต่ก่อนที่จะสำเร็จ เด็กหนุ่มชุดดำที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ขยับและหลบหนีจากระยะการโจมตีได้ราวกับภูติผีเห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามได้ละสายตาไปแล้ว แต่พวกเขาไม่ทราบว่าเขาหลบหลีกการโจมตีได้ยังไงชายหนุ่มตกใจสุดขีด ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดมนยากจะเปรียบเปรย คู่ต่อสู้โต้กลับมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หอกของเขาแทงออกไปจนสุดแขนแล้ว เมื่อทุ่มเรี่ยวแรงไปจนหมดคิดรั้งกลับก็สายเกิน"อา!"ชายหนุ่มไม่มีเวลาแม้แต่จะชักหอกกลับมา หอกยาวสีแดงเพลิงฟาดลงบนหอกดำของเขาอย่างแรง เสียงโลหะที่เสียดแทงกันรุนแรง ราวกับจะทำให้สวรรค์และโลกสั่นสะเทือนได้ ตอนนี้เองชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่าอาวุธในมือของตนถูกฟาดด้วยค้อนขนาดใหญ่ และพลังที่น่ากลัวก็แผ่กระจายออกไป เริ่มแรกฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาเจ็บปวดรวดร้าวยิ่ง จากนั้นแขนทั้งสองข้างก็คล้ายกับเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีแขนของตนก็เคลื่อนไหวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว "ตูม!" จากนั้นหอกสีดำก็หลุดจากมือโดยไม่ต้องสงสัย “เจ้า… อ๊ะ…”ชายหนุ่มตกตะลึงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบประโยค เสียงของเขาก็หยุดลงทันทีแล้วกลายเป็นเสียงอุทานดังขึ้นแทน หลังจากถังฮวนฟาดจนหอกสีดำหลุดมือชายหนุ่มไป เขาก็กระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตวัดหอกอัคคีในมือ ดูฉวัดเฉวียนเหมือนงูสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เร็วมากจนชายผู้นั้นไม่มีเวลาหลบเลย ทันใดนั้นด้ามหอกก็แทงเข้าที่เอวของเขา“อ๊ากกก!” ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขางอขดเหมือนกุ้งลอยละลิ่วไปไกลกว่าสิบเมตร นอนกระตุกแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นไม่สามารถลุกขึ้นได้ เมื่อเห็นเช่นนี้ชายวัยกลางคนถึงกับตกตะลึง ตะขอทั้งสองในมือยังค้างอยู่ท่าเดิม เขาไม่ได้ใช้ทักษะการต่อสู้ใดๆ เลย แต่สามารถล้มผู้ฝึกยุทธระดับห้าได้? นี่…หรือว่าเจ้าหนุ่มนี่เป็นผู้เชี่ยวชาญอีกคนที่อยู่ในระดับสูงสุดของผู้ฝึกยุทธระดับห้า?
“ชิ!”เสียงร้องที่ดังขึ้นปลุกชายวัยกลางคนได้สติ เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังทำลายล้างที่เป็นภัยคุกคาม แสงสีแดงกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วฉายชัดในดวงตา มันเป็นปลายหอกแหลมคมของฝ่ายตรงข้าม ที่คมมากราวกับว่าสามารถแทงทะลุสิ่งกีดขวางใด ๆ ก็ได้ในโลกนี้ ชายวัยกลางคนรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดจะพรรณนา ร่างกายเย็นเฉียบ ตะขอคู่ในมือโบกสะบัดปะทะปลายหอกสีแดงเพลิงด้วยความเร็วดุจสายฟ้า
"เคร้ง!" "เคร้ง!"สองหูได้ยินเสียงเสียดสีหนักหน่วงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันชายวัยกลางคนกัดฟันแน่น จ้องเขม็งมาทั้งใบหน้าที่แดงก่ำชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหมือนว่ากำลังพยายามให้กำลังทั้งหมดที่มีอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามปลายหอกสีแดงเพลิงก็ยังคงถูกขังไว้ด้วยตะขอสองอันในมือของเขา ทว่าก่อนที่ชายวัยกลางคนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียง "เคร้ง!" ก็ดังขึ้นอีกคราหอกสีแดงเพลิงกลับทั้งตวัดทั้งกระแทก ชายวัยกลางคนรู้สึกได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่มาถึงตะขอทั้งสองในมือของตน ราวกับว่าอาวุธในมือกำลังจะถูกกระชากให้ปลิวออกไป
ชายวัยกลางคนที่ยื้อตะขอคู่ของตนไว้มั่นถูกยกลอยขึ้นพร้อมกับอาวุธคู่ใจในมือของตนในทันที เขาปลิวออกไปจากสนามราวกับกำลังขี่อยู่บนก้อนเมฆ
"ตุ๊บ!" หลังจากที่ร่างของเขากระแทกลงพื้นอย่างแรงนอกเส้นสีแดง ร่างของชายวัยกลางคนนั้นก็แน่นิ่งหมดสติไป"ฝีมือยอดเยี่ยม!"เวลานี้แทบไม่มีใครสนใจสภาพของชายวัยกลางคนเลย หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเสียงโห่ร้องปรบมือจนแผ่นดินแทบแตกก็ดังสนั่นออกมาจากเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เฝ้าดูการต่อสู้นี้
กู้เฟยสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังลั่น จึงอดลืมตาขึ้นมองไม่ได้ แต่สิ่งที่สายตาของนางเห็นคือ ในสนามประลองถังฮวนกำลังพิงหอกของเขาด้วยความคึกคะนอง มีคู่ต่อสู้ทั้งสองนอนกองอยู่บนพื้นเขา…เขาชนะได้ยังไง? ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับสี่หรอกหรือ?กู้เฟยแทบไม่อยากเชื่อจึงอดขยี้ตาไม่ได้ แต่ฉากเบื้องหน้ายังคงเหมือนเดิม ตอนนี้กู้เฟยเชื่อแล้วว่าทุกสิ่งที่ตนเห็นเป็นความจริง ไม่ต้องสนใจว่าถังฮวนชนะได้ยังไง นางก็กระโดดด้วยความตื่นเต้นและร้องด้วยความดีใจ
"เย่ซี~" ถังฮวนที่ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง แล้วหัวเราะอย่างซุกซน กู้เฟยเขินเล็กน้อย ตอนนี้นางรู้แล้วว่าใบหน้าของนางเปียกโชกไปด้วยน้ำตา นางจึงรีบแสร้งทำเป็นไม่สบตาถังฮวนที่มองกลับมา แล้วแอบหันไปเช็ดน้ำตา ผู้คนรอบข้างที่ส่งเสียงปรบมือให้กำลังใจ ดวงตาของพวกเขายังเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตกตะลึงไม่หายเดิมทีพวกเขาคิดไปว่า แม้เด็กหนุ่มในชุดดำจะไม่ตาย อย่างน้อยๆ ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสแน่ ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นอันตรายยิ่ง ไม่มีใครคิดเลยว่าในพริบตาสถานการณ์จะพลิกกลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง หนึ่งฟาด หนึ่งตวัด หนึ่งแทง หนึ่งยก...
สี่กระบวนท่านี้มันไม่ได้ใช้ทักษะการโจมตีใด ๆ เป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย แต่ได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง!
-โปรดติดตามบทต่อไป-