การก่อสร้างท่าเทียบเรือกินระยะเวลาผ่านไปหลายวัน เ้าชายหนุ่มน้อยยังคงประทับอยู่ที่อาลากัล มองดููเาหินที่ถูกะเิออกทีละส่วน จนราบเรียบเป็หน้ากอง คนงานขนเศษหิน และดินอย่างรีบเร่ง
“เรา้าคนงานเพิ่มจำนวนมากเพื่อขนย้ายเศษหินและดินพวกนั้น ” นายช่างใหญ่ผู้นำการก่อสร้างกล่าวขึ้น
“ข้าจะให้ทหารมาช่วยด้วยอีกแรง เ้าชาย พวกเศรษฐีหลายคน้าดินเหล่านี้ไปก่อสร้างบ้านเรือนของตนด้วย” ท่านแม่ทัพที่ยืนข้างๆกล่าว
“ให้พวกเขานำคนงานของตนมาขนไปได้เลย รวมถึงชาวบ้านที่้าก็ให้ประกาศออกไป ”
“กระหม่อมจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้ฝ่าา” นายช่างใหญ่กล่าว เ้าชายเดินกลับเข้ากระโจมมองดูภาพวาดท่าเทียบเรือแห่งอาลากัล หากการก่อสร้างเสร็จมันจะเป็ท่าเทียบเรือที่ใหญ่โตโอ่อ่า ที่สุด
“เ้าชายเรือพร้อมแล้วพะย่ะค่ะ” ไคลีวิ่งเข้ามารายงาน
“วันนี้พวกเราจะออกไปล่องเรือ ท่านแม่ทัพคงไม่ว่ากระไรใช่ไหม” ทรงกล่าวยิ้มๆ “โอ้ หามิได้กระหม่อม” ท่านแม่ทัพรีบออกตัว มองตามทั้งสองที่มุ่งหน้าไปยังเรือที่จอดรอมีอีกสามคนยืนโบกมือทักทาย สรวลเสเฮฮา “วันนี้ข้าจะพาท่านไปให้ถึงเขตวายฮาวเลยดีไหมพ่ะย่ะค่ะ” ไคลีเสนอตาเป็ประกาย
“ข้ายังไม่ได้สั่งสอนเ้าอีกหรือไง ” ทรงกอดคอสหาย
ท่านแม่ทัพเรียกทหารคนสนิทมากำชับ “ดูแลความปลอดภัยห่างๆ อย่าให้พวกเขารู้” รับทราบขอรับ
แม่น้ำอันกว้างใหญ่นี้ทอดยาวออกสู่ทะเลเวิ้งว้างสีเขียวมรกต อากาศที่หนาวเย็นเริ่มคลาย ฤดูกาลแปรผัน นานวันเข้าสู่ฤดูกาลหนึ่ง และอีกฤดูกาล เหล่าวิหคบินออกจากรัง ส่งเสียงร้องก้องกังวาน ลมเย็นปะทะใบหน้าคมคายยืนเด่นบนเรือใบขนาดกลางแล่นฉิวไปตามลำน้ำ
“องค์ชายท่านจะไปหาอาจารย์เฒ่าที่นั่นจริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ” ชินกล่าวทำลายความเงียบ “อืม ตาเฒ่าอาจทิ้งล่องลอยบางอย่างไว้ที่นั่น "
“กระหม่อมว่าอาจารย์เฒ่ากลับ์ไปแล้ว เขาไม่อยู่ที่เทือกเขากูริ ทั้งไม่อยู่ที่เขตวายฮาว ” ชิหลงที่ยืนห่างออกไปเดินเข้ามาพร้อมราอูลมีเบ็ดตกปลาในมือ “วันนี้ข้าจะแสดงฝีมือให้ดู” ยักคิ้วให้เพื่อน " ดีข้าจะรอกินปลาเ้าสองคน" ไคลีเข้ามาขนาบข้างตบไหล่เพื่อนดังอั่ก “นี่เ้าแค้นเคืองข้าแต่เมื่อไรห๋า” ชิหลงหันไปว๊ากใส่ “หึ เ้าควรจะรู้ดี เ้า เ้าและเ้า มิใช่เห็นด้วยที่องค์ชายสั่งโบยข้า” ไคลีชี้หน้าสหายทั้งสามคน
“ใครใช้ให้เ้าออกหน้าเื่ขโมยะเินั่น มีท่านเสนาบดีและท่านแม่ทัพอยู่ ข้าต้องทำโทษเ้า หากถึงหูเสด็จพ่อเ้ายังจะมีชีวิตอยู่หรือไง” ไชฟากล่าว ไคลี ได้แต่หัวเราะแฮะๆ เปลี่ยนเื่ “ ท่านจะไปหาตาเฒ่าเ้าเล่ห์นั้นทำไม เขาหนีหน้าไปตั้งชาติหนึ่งแล้ว สองเมืองนี้ข้าหาเขาทะลุปรุโปร่ง อ้อหรือท่านอยากไปหอแดง นั่นน่ะข้ารู้จักดี หญิงงาม สุราเลิศรส”
“เ้าอายุเท่านี้ ริอ่านเที่ยวหอแดงแล้ว” ชินตำหนิ “เ้าแก่กว่าข้าหรือไง ใครจะเป็ตาแก่ขี้บ่นเช่นเ้า อ้อ ตาเฒ่าเฮนรี เ้าติดเชื้อเขามาแล้ว” ไคลีเถียง ชิหลงกับราอูลขำ "เราไม่ยุ่ง" ราอูลว่า สองคนพากันแยกย้ายออกไปหาที่เหมาะสำหรับตกปลา
“เขตวายฮาวเป็แหล่งค้าไม้ ข้าอยากได้ช่างฝีมือดีสำหรับต่อเรือรบ เสด็จพ่อเคยตรัสว่าหากเราครองน่านนำ้ได้ การค้าและความรุ่งเรืองจะทวีคูณ ดูอย่างเฟราสิ อืม..ว่าไปข้าอยากลองไปท่องเที่ยวนครแห่งนั้นดูสักครั้งจริงๆ ข้าถึงอยากเจอตาเฒ่านั่นแทบขาดใจไงล่ะ” ไชฟากล่าว ทอดสายตามองแผ่นนำ้กว้างไกลสุดสายตา ภารกิจที่วางเหนือบ่า หากยามใดพระบิดาปล่อยมือ เขาจะต้องแบกมันจนหนักอึ้ง หากยามนี้เขายังมีเวลาสำหรับใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา มีอิสระเสรีพอที่จะโบยบิน ใยไม่เร่งกอบโกยเล่า
เผ่าชานัน…ปราสาทที่เงียบขรึมบัดนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อย่างเอ็นดู เ้าหญิงน้อยบอบบางแสนซุกซน เที่ยววิ่งเล่นไปทั่วปราสาท “นั่น ข้าอยากไปตรงนั้น” นางชี้มือไปที่ปราสาทกลางนำ้ตั้งตระหง่านไกลออกไปจากบริเวณที่ทั้งสองอยู่ หากแต่ความโดดเด่นของมันสะดุดสายตาน้อยๆของเ้าหญิงเสียเหลือเกิน ตัวปราสาทตั้งสะท้อนเงากระทบกลางสระนำ้ขนาดใหญ่ ท้าแดดลมฝน และความหนาวเหน็บ เสมือนถูกทิ้งล้าง อยู่ด้านหลังสุดของตัวปราสาท สถานที่แห่งนี้ถูกปิดตายอย่างสิ้นเชิงและไม่มีผู้ใดกล้าเยี่ยมกายเข้าไปใกล้ “ไม่ได้เพคะ สถานที่แห่งนั้นคือเขตห่วงห้าม” นิชิต้ากล่าว “ว่ากันว่ามีเพียงท่านประมุขซาโตเท่านั้นที่จะเข้าไปได้” พี่เลี้ยงวัยสิบสี่อธิบาย “งั้นข้าจะให้ท่านตาพาเข้าไปก็ได้” เด็กน้อยกล่าวมีแววดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าหลังจากนั้นนางก็ถูกสิ่งอื่นดึงดูดความสนใจไป แต่หากยามใดได้แลเห็นยอดปราสาทยามนั้นก็เหมือนมีสิ่งเร้าให้นางสนใจมันอยู่บ่อยครั้ง แต่กฏข้อห้ามสำหรับเด็กน้อยก็ยังคงเป็กฏที่ดีเช่นเดิม
ทุกๆเช้าของวันใหม่กิจกรรมสำหรับเ้าหญิงน้อยวัยแปดขวบมีเพียงแค่การปล่อยให้นางได้เที่ยวเล่นเท่านั้น ไม่มีผู้ใดเข้ามาข้องแวะให้รำคาญใจ ซินอาร์รวบรวมเหล่าสหายวัยเด็กของนางได้ห้าหกคน ล้วนเป็ลูกหลานของคนงานในปราสาท เล่นหัวไปในแต่ละวัน
“เราควรสั่งสอน และปลูกฝั่งความรู้ให้แก่เ้าหญิงน้อยบ้าง ต่อไปนางจะต้องเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากท่าน” หนึ่งในผู้าุโของเหล่าสภาทั้งแปดกล่าวขึ้นในวันหนึ่ง แต่ดูเหมือนท่านประมุขแห่งชานันจะทำหูทวนลม เช่นเดียวกับผู้าุโเกรย์ “เฮ้ๆ นี่ข้าหวังดีน่ะ ” ผู้าุโท่านเดิมกล่าวซ้ำๆขณะที่คนอื่นๆเริ่มสลายตัวจากห้องทึบๆนั่น ที่สำหรับการประชุมของเหล่าสภาผู้าุโ “นางยังเด็ก และเพิ่งมาได้ไม่นานเ้าอย่าทำให้เด็กน้อยหวาดผวา” อีกหนึ่งในผู้าุโตบไหล่เตือนเบาๆก่อนจากไป ปล่อยให้ผู้าุโชรา ร่างอ้วนอ้างว้าง ส่ายหน้าเซ็ง พึมพำ “พวกเ้ายังไม่ได้เห็นความซุกซนของนางล่ะซิ ฮึ! ” ก่อนจะสลายร่างไปเป็คนสุดท้าย
“จะดีเหรอ” เสียงเล็กๆกล่าวขึ้นในตอนสายของวันหนึ่ง กลุ่มเด็กๆพากันเล่นซ่อนแอบ “ดีน่า ไปๆ เ้ารีบปิดตา” เด็กน้อยสี่ห้าคนกำลังเล่นซ่อนหาภายในปราสาทหลังหนึ่ง อันเป็ที่พำนักของเหล่าผู้าุโ เ้าหญิงน้อยวิ่งหัวซุกหัวซุนหาที่ซ่อนตัว เมื่อเด็กคนหนึ่งกำลังปิดตา นับหนึ่ง สอง สาม ร่างแน่งน้อยวิ่งเข้าไปซ่อนในห้องห้องหนึ่ง “โชคดีแฮะ ไม่ล็อคประตู” ไถลร่างลงไปที่พื้นใต้เตียง ทว่าบนเตียงยังมีร่างผู้หนึ่งหลับอุตุอยู่ เขาก็คือผู้าุโร่างอ้วนผู้นั้น เมื่อคืนดื่มหนักวันนี้ท่านจึงตื่นสายกว่าทุกวัน ต่อมาเสียงเจี้ยวจ้าวอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างน้อยๆของเด็กๆวิ่งโครมครามบนตัว “เกิดอะไรขึ้น!” ผู้าุโร่างอ้วนสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บ ร่างอ้วนงัวเงียตื่น ห้องของเขาถูกลื้อค้นกระจัดกระจาย ตาทันเหลือบเห็นเท้าน้อยๆที่วิ่งออกประตูไป