ห้องใต้ดินส่วนการแพทย์ห้องผ่าตัด
ต่อ
“ะุนัดนั้น...หากมันเบี่ยงทิศไปเพียงนิดเดียวมัจจุราชคงมาพรากเอาดวงิญญาร่วงโรยของคนแก่เช่นฉันไปแทน”ปู่ฟรอสเอ่ยประโยคชวนสยดสยองด้วยน้ำเสียงราบเรียบประหนึ่งกำลังเล่าเื่ลมฟ้าอากาศ
“สังขารมันร่วงโรยจริงๆ ขยับกายได้ไม่ว่องไวเหมือนเก่าแต่อย่างน้อยการล่อพวกมันออกมาติดกับครั้งนี้ ก็กวาดล้างพวกมดปลวกไปได้มากพอควร...อย่าโทษตัวเองเลยหนูเมญ่า” ชายชราหันมาสบตาหลานสะใภ้
เขาเฝ้ามองเด็กสาวคนนี้เติบโตมาพอๆกับอเล็กซ์ เพียงแต่อเล็กซ์นั้นโง่เขลาในเื่ความรู้สึกไปเสียหน่อยหากไม่มีพันธะใดๆ ปู่ฟรอสคงปล่อยให้มันครองตัวเป็โสดไปจนตาย“ถึงไม่มีงานเลี้ยงในวันนี้อย่างไรเสียพวกมันก็ต้องหาทางมาขัดขวางงานเปิดตัวโปรเจกต์ของอเล็กซ์อยู่ดี”
เมญ่านิ่งงันเธอทำเพียงรับฟังความจริงที่น่าใจหายอย่างสงบ “...อเล็กซ์ปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
ในเสี้ยวนาทีนี้เมญ่ากลับโหยหาเสียงะโดุดัน กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคยหรือแม้แต่ััอันรุกรานที่เคยสร้างความขุ่นเคืองทว่าตอนนี้เธอกลับโหยหามันอย่างประหลาด
“อย่างที่ปู่บอก ะุนัดนั้นไม่โดนจุดตายหรอก แต่ความรั้นของมันน่ะสิ...ทั้งที่เป็แผลจากสไนเปอร์ แต่มันยังฝืนสังขารที่ใกล้ตายโอบอุ้มหนูลงมาจากยอดวิมานชั้นยี่สิบด้วยตนเองจนถึงคฤหาสน์นี่ได้ ไม่ตายง่ายๆหรอก” ปู่ฟรอสคลี่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “บางครั้งคนโง่... มันก็มีข้อดีในแบบโง่ๆของมันนั่นแหละ”
เมญ่ารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึกภาพร่างสูงใหญ่ที่เืท่วมกายยังคงติดตาทว่าเขากลับรวบรวมกำลังที่เหลือเพื่ออุ้มเธอมาส่งให้ถึงที่หมาย...เธอหันมองปู่ฟรอสช้าๆ หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ “ขะ...เขาอุ้มฉันมางั้นหรือคะ?”
“อเล็กซ์น่ะ สูญเสียแม่ไปั้แ่อายุห้าขวบทั้งหมดก็เพราะโลกสีดำของพ่อเขา...เขาเลยชิงชังพ่อตัวเองที่เป็ต้นเหตุให้แม่ต้องจากไป” ปู่ฟรอสลอบถอนหายใจ“พ่อของเขาเป็คนรักมั่น เขารักผู้หญิงคนนั้นมาก... เธอร่าเริงเหมือนหนูไม่มีผิดหากเธอยังอยู่ คงจะเอ็นดูสะใภ้แบบหนูไม่น้อย”
เขายิ้มให้เมญ่าด้วยความจริงใจ“แต่ความรักที่มากเกินไปทำให้พ่อของเขาคลุ้มคลั่งเขาออกล่าสังหารทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของภรรยา จนสร้างศัตรูไว้ทั่วสารทิศส่วนอเล็กซ์น่ะหรือ... ต้องบอกว่าปู่เป็คนฟูมฟักเขามาั้แ่อายุห้าขวบเลยล่ะ”
ฟรอสเงยหน้าขึ้นมองเพดานประหนึ่งมองผ่านกาลเวลา“แต่วันที่วัฏจักรที่น่าเวทนาเมื่อผู้ชราต้องเป็ฝ่ายหลั่งน้ำตาให้แก่ผู้อ่อนเยาว์ก็เวียนมาถึงแม้เขาจะล้างแค้นได้สำเร็จแต่มันก็เป็การทำลายศัตรูหนึ่งพันเพื่อแลกกับความเสียหายของตัวเองอีกแปดร้อย...จำลุงผมทองคนนั้นได้ไหม?”
เมญ่าเบิกตากว้าง“คุณลุงคนนั้น...”
เธอจำได้แม่นยำชายผมทองแสนใจดีผู้มอบเค้กชิ้นโตและสร้อยเพชรล้ำค่าให้แก่เธอ“แต่ตอนนั้นฉันเพิ่งจะ...” เมญ่าขมวดคิ้วด้วยความฉงนเพราะตอนนั้นเธออายุเพียงสิบสองปีเท่านั้น
“หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็จากไป... ก่อนตายเขายังเปรยว่าถ้าได้หนูเมญ่ามาเป็สะใภ้ซานเดียร์ก็คงจะดี” ปู่ฟรอสหัวเราะในลำคออย่างขื่นขัน“รู้ไหมตอนนั้นปู่ตอบเขาว่ายังไง?”
“ปู่ตอบว่ายังไงคะ?” เมญ่าถามด้วยความสงสัยที่เปี่ยมล้น
“ปู่บอกเขาไปว่า...แกกล้าดียังไงมาจ้องจะเอาหลานสาวที่ฉันเฝ้าถนอมไปเป็สะใภ้แก!ตอนนั้นเขาหัวเราะร่าแล้วสวนกลับมาว่า ‘เชื่อเถอะว่าอเล็กซ์มันไม่ยอมแต่งงานหรอก’ตอนนั้นปู่เองก็ยังกังขาว่าเหตุใดเขาถึงพูดเช่นนั้น แต่ไม่นานปู่ก็เข้าใจ...”
ฟรอสหยุดนิ่งทิ้งประโยคให้เป็ปริศนาจนเมญ่าต้องรบเร้า “ทำไมหรือคะ... แต่ตอนนี้เขาก็ยอมแต่งงานแล้วนี่คะ”
ปู่ฟรอสเพียงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์“นั่นสินะ... ตอนนี้เขาก็แต่งงานแล้ว ภรรยาของเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างปู่นี่ไง”
“ปู่ฟรอสคะ อย่าแกล้งให้เมญ่างงสิคะ” เธอขมวดคิ้วมุ่นกับปริศนาที่ว่า 'อเล็กซ์จะไม่แต่งงาน' ทว่าก่อนจะได้คำตอบ
แสงสีชาดหน้าประตูมรณะพลันดับแสงลงเหล่าทีมแพทย์ระดับโลกที่เมญ่าเคยเห็นเพียงในข่าวสารค่อยๆ เดินเรียงแถวออกมาจากห้องนั้นทันที...
“ตอนนี้คุณอเล็กซ์ไม่มีปัญหาแล้วครับแต่รบกวนพยายามอย่าให้เขาฝืนร่างกายตัวเองแบบนี้อีกถึงจะแข็งแรงยังไงเขาก็คืุ์คนหนึ่ง”หัวหน้าทีมแพทย์รายงานด้วยสำเนียงราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยจรรยาบรรณก่อนจะหันไปมองในห้อง“ให้เขาพักนิ่งๆ แบบนี้อีกหกชั่วโมง คาดว่าหลังจากนั้นคุณอเล็กซ์น่าจะฟื้นนี่คือรายงานตามสภาพร่างกายครับ”
เมญ่าพรั่งพรูลมหายใจที่อัดอั้นออกมาจนหมดสิ้นทรวงเธอซบหน้าลงกับฝ่ามือที่สั่นเทา ขอบตาร้อนผ่าวจนหยาดน้ำอุ่นๆ ไหลซึมออกมาเธอเองก็สับสน... ไม่รู้ว่าน้ำตานี้มาจากความโล่งอกหรือเสียใจที่สูญเสียโอกาสที่จะได้เป็อิสระ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดในใจคือ เธอดีใจที่เขาปลอดภัย ดีใจที่ลมหายใจของปีศาจร้ายคนนี้ยังไม่ดับสูญไป
“พยายามอย่าเพิ่งเข้าไปรบกวนจะดีที่สุดครับใน่หกชั่วโมงนี้”แพทย์สำทับ
“ฉันจะเข้าไป ฉันจะต้องทำยังไง!” เมญ่าดีดหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงสลัดหลุดจากพันธนาการราวกับลืมไปแล้วว่าขาของเธอเคยไม่มีแรงแววตาที่เคยหวาดหวั่นกลับวาวโรจน์และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนแพทย์ถึงกับชะงัก
“เอ่อ... ต้องรักษาความสะอาดจัดเก็บเส้นผมให้เรียบร้อยมิดชิด แล้วสวมชุดปลอดเชื้อเข้าไปครับ”แพทย์ตอบตามระเบียบ
“ไปเอาชุดนั้นมาให้ฉัน!”เมญ่าหันขวับไปสั่งป้านาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ทำเอาคนฟังสะดุ้ง “ป้านา!รีบมัดผมให้หนูค่ะ เร็ว!”
บาร์โชว์ที่ยืนนิ่งเป็หุ่นยนต์ถึงกับกะพริบตาปริบๆส่วนปู่ฟรอสที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับชะงักค้างทั้งคู่ต่างตะลึงงันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเมญ่า จาก ‘ลูกนกปีกหัก’ที่ต้องพึ่งพาคนอื่น บัดนี้ทุกคำพูดของเธอเต็มไปด้วยพลังแห่งการออกคำสั่งซึ่งเป็บุคลิกเฉพาะตัวของคนในตระกูลซานเดียร์เท่านั้น
ภายในห้องปลอดเชื้อที่เงียบสงัดมีเพียงสุ้มเสียงแห่งจังหวะชีวิตที่ดังสะท้อนผ่านเครื่องวัดสัญญาณชีพจรดังก้องสม่ำเสมอเมญ่านั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้สายตาจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ที่บัดนี้ดูเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอยกมือที่ยังสั่นไม่หายขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะทาบทับฝ่ามือเล็กลงบนหลังมือหนาอย่างแ่เบาประหนึ่งกลัวเขาจะแตกสลายของอเล็กซ์ระวังไม่ให้โดนสายระโยงระยางและเครื่องวัดความดันที่พันรัดตัวเขาไว้
‘ห้ามร้องไห้ในนี้เมญ่า... ถ้าเธอร้อง น้ำตาอาจจะนำเชื้อโรคมาให้เขา’ เธอพยายามสั่งตัวเองซ้ำๆกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่บดบังภาพเบื้องหน้า เธอใช้นิ้วเล็กๆกุมนิ้วมือที่ยังว่างของเขาไว้แน่นราวกับจะแบ่งปันความอบอุ่นและพลังชีวิตส่งผ่านไปให้คนบนเตียง
“คุณจะอุ้มฉันมาทำไม...” เมญ่ากระซิบถามเสียงสั่น“คุณสั่งให้บาร์โชว์ทำแทนก็ได้นี่นา เขาแข็งแรงกว่าคุณในตอนนั้นตั้งเยอะ”
เธอบีบนิ้วมืออเล็กซ์เบาๆราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบจากคนไร้สติ “คุณจะหวงฉันทำไมนักหนา...ถึงขั้นกล้าเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้ คุณมันบ้าที่สุดเลยรู้ไหม”
ความอัดอั้นที่เก็บกดมาตลอดงานพรั่งพรูออกมาผ่านคำพูดแ่เบาเธอโน้มตัวลงไปใกล้คนบนเตียง กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงไม่อาจกลบกลิ่นกายจางๆของอเล็กซ์ที่เธอเริ่มคุ้นเคยได้
“คุณอเล็กซ์... คุณห้ามเป็อะไรนะ ฉันยังรอพระเอกในนิยายของฉันอยู่นะถ้าคุณตายไป แล้วใครจะมาตะคอกใส่ฉัน...ใครจะมาลบเลือนร่องรอยแห่งตัวตนของฉันจนสูญสิ้นแบบนี้ล่ะ”
ในขณะที่เมญ่ากำลังจมอยู่กับความโศกเศร้าปลายนิ้วหนาที่เธอเกาะกุมอยู่ก็ขยับนิ้วตอบสนองเพียงเล็กน้อย...แ่เบาประหนึ่งปีกผีเสื้อที่ขยับเขยื้อนเพียงเศษเสี้ยววินาทีแต่อเล็กซ์ที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาสลบกลับขมวดคิ้วมุ่นเหมือนกำลังฝันร้ายหรืออาจจะกำลังรำคาญเสียงพึมพำของยัยผู้หญิงขี้แยข้างเตียงก็เป็ได้
เธอฟุบตัวลงข้างเตียง ทนต่อความอดกลั้นไม่ไหวจึงร้องไห้ออกมาและผลอยหลับไปที่ข้างเตียงของอเล็กซ์
หกชั่วโมงต่อมา
อเล็กซ์พยายามปะติดปะต่อสติที่กระจัดกระจายผ่านการกะพริบตาถี่ๆเพื่อขับไล่ความพร่าเลือน ทันทีที่ภาพเบื้องหน้าเริ่มชัดเจนเขาก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบา ‘ต่อให้สัญชาตญาณจะว่องไวเพียงใดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถพ้นจากมัจจุราชที่ไร้สุ้มเสียงซึ่งพุ่งทะยานฉีกอากาศด้วยความเร็วมหาศาลได้สินะ’าแตามร่างกายตอกย้ำความจริงนั้นได้เป็อย่างดี
สายตาคมกริบเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กของเมญ่าซึ่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเขาฝืนความเ็ปที่ร้าวลึกไปถึงกระดูกยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างเบามือ... ‘คนเจ็บคือฉันแต่คนที่สิ้นสติกลับเป็เธอ’ เขาหยันยิ้มให้แก่โชคชะตาอันอัปยศของตนเองในใจพลางตั้งคำถามที่ค้างคามาแสนนานว่าเหตุใดปู่ฟรอสถึงดึงดันจะเอาหลานสาวเพื่อนสนิทมาผูกมัดไว้กับเขาและเหตุใดในวันนั้นเขาถึงไม่ปฏิเสธไปเสียให้จบเื่
ในวันวาน...เขาเคยคิดเพียงจะทำลายความสดใสนั้นให้ย่อยยับเพื่อความสนุกส่วนตัว ทว่าในวันนี้เขากลับหวาดกลัวเหลือเกินว่าแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตนี้จะเลือนหายไป
นิ้วเรียวขยับััเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่เขาเห็นมาั้แ่เยาว์วัย‘แม่ครับ... ผมควรจะเดินไปทางไหนต่อ ควรจะซ่อนเธอไว้ในเงามืดนี้ตลอดไปหรือควรจะผลักเธอออกไปสู่แสงสว่างท่ามกลางอันตรายให้เธอเติบโตขึ้นท่ามกลางคมมีดและห่าะุอย่างที่ตาแก่ฟรอสพร่ำบอก’เขาจ้องมองเมญ่าด้วยความสับสนที่ท่วมท้นในอก
ััแ่เบาบนศีรษะปลุกให้เมญ่าตื่นจากภวังค์แห่งความหลับใหลเธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “คุณ...!”
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความยินดีจนลืมสิ้นทุกสิ่งร่างกายขยับเขยื้อนด้วยสัญชาตญาณเพียวๆเธอเอื้อมมือไปคว้ามือหนาที่วางอยู่บนหัวน้ำตาไหลพรากราวกับทำนบแตกเมญ่าทำท่าจะโผเข้าหาอ้อมกอดนั้นด้วยความโหยหาทว่ากลับต้องชะงักกึกเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคมดุที่แฝงไปด้วยคำขู่ของอเล็กซ์
“ไปตามหมอมา... เอาอุปกรณ์พวกนี้ออกไปให้พ้นตัวฉัน”น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและแห้งผากจนคนฟังใจหาย
เมญ่าลนลานทำอะไรไม่ถูกเธอค่อยๆ วางมือของอเล็กซ์ลงอย่างทะนุถนอมก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตูเพื่อะโเรียกบาร์โชว์ให้ไปตามทีมแพทย์มาโดยด่วน
อเล็กซ์มองตามแผ่นหลังที่วุ่นวายของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขาเลื่อนสายตาไปมอง ปุ่มเรียกพยาบาล ที่วางอยู่ข้างหัวเตียงเพียงเอื้อมมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความซื่อใสไร้เดียงสาของเมญ่า...ที่ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังคงเป็เมญ่าคนเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ
ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงกระทบกันของเครื่องมือแพทย์มวลอากาศในห้องหนักอึ้งราวถูกภูผาล่องหนกดทับจนเมญ่ารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกอีกครั้งบาร์โชว์ยืนตระหง่านเป็ปราการเหล็กอยู่ข้างกายเธอในขณะที่เมญ่าได้แต่ขบริมฝีปากแน่นจนห่อเื ความรู้สึกในใจตีกันยุ่งเหยิงราวกับพายุที่หาทางออกไม่ได้
สายตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าคมคร้ามของอเล็กซ์บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปที่เกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะเข้าใจทุกครั้งที่หมอขยับสำลีเพื่อทำความสะอาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้างร่างสูงใหญ่บนเตียงจะเกร็งกระตุกจนเส้นเืที่ลำคอปูดโปนแต่น่าแปลกที่เขาไม่ร้องออกมาสักแอะเดียวมีเพียงเสียงหอบกระชั้นที่รินรดผ่านไรฟันประหนึ่งเสียงคำรามของราชสีห์าเ็ที่บ่งบอกถึงความทรมานสุดขีด
มือน้อยๆของเมญ่ากำเข้าหากันจนแน่นจนชื้นแฉะไปด้วยเหงื่อ
‘ถ้าเป็ฉันที่นอนอยู่ตรงนั้น... ฉันจะเป็ศพไปแล้วหรือยังจะมีลมหายใจแบบเขาได้กันนะ’ คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาความมั่นใจที่เคยมีว่าโลกใบนี้ปลอดภัยสูญสลายไปสิ้น ขนาดอเล็กซ์...คนที่เธอเคยมองว่าเป็ดั่งหอคอยเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลายเป็ปีศาจที่ไร้เทียมทาน ยังดูเปราะบางและแตกสลายได้ง่ายดายถึงเพียงนี้แล้วผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอที่ไม่มีแม้แต่ทักษะการเอาตัวรอดจะเหลืออะไรให้หยิบฉวยมาเป็เกราะป้องกันชีวิตตัวเองได้บ้าง
อเล็กซ์ปรายตาที่วาวโรจน์จากฤทธิ์ไข้ที่แผดเผามามองเมญ่าเขาเห็นไหล่บางที่สั่นระริกและริมฝีปากที่ถูกขบจนเืซึมเขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจก่อนจะเค้นเสียงสั่งหมอ “เบามือหน่อย... ยัยนั้นจะหัวใจวายตายก่อนฉันแล้ว”
คำพูดแดกดันที่ดูเหมือนจะห่วงใยในแบบฉบับมาเฟียปากเสียทำเอาหมอถึงกับชะงักมือส่วนเมญ่าได้แต่ยืนอึ้ง น้ำตาที่คลอหน่วยเกือบจะร่วงลงมาอีกรอบ
หมอเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงงก่อนจะเหลือบไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างเตียงราวกับเพิ่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วคำสั่งเมื่อครู่ไม่ได้มีไว้เพื่อคนไข้บนเตียงเลย
ห้องนอนอเล็กซ์คฤหาสน์ซานเดียร์
ทันทีที่าแได้รับการชำระล้างจนสะอาดหมดจดในห้องปลอดเชื้ออเล็กซ์ก็ออกคำสั่งกร้าวให้บาร์โชว์เคลื่อนย้ายร่างกายที่บอบช้ำกลับสู่รังนอนแห่งรัตติกาลในทันทีเขาไม่อาจทานทนต่อกลิ่นอายของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องนั้นได้เพราะทุกลมหายใจที่สูดเข้าไปมันคอยตอกย้ำถึงความอ่อนแอของร่างกายที่เขาสุดจะเกลียดชัง
ในขณะที่อเล็กซ์ทอดกายลงบนเตียงกว้างสายตาของเขากลับไปหยุดอยู่ที่ร่างบางของเมญ่าเธอพาร่างกายที่ยังสั่นคลอนขยับมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องในชุดนอนผ้าบางเบาที่ป้านาสวมให้เมื่อคืนก่อนจะรีบร้อนพากันไปที่ห้องผ่าตัด
เมญ่ายืนนิ่งงันอยู่ตรงเส้นแบ่งของธรณีประตูไม่กล้าแม้แต่จะขยับก้าวล่วงเข้าไป...เพราะนั่นคือกฎเหล็กที่เขาประกาศกร้าวไว้ั้แ่วันแรกที่เธอเหยียบย่างเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้
อเล็กซ์มองลอดความสลัวออกไปเห็นความประหม่าที่บนใบหน้าของหญิงสาวที่จดจ้องธรณีประตูราวกับมันเป็ขอบเหว“เข้ามา...” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแ่เบาเพราะพิษาแทว่ามันกลับดังก้องชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัด
เมญ่าช้อนสายตามองสามีตีทะเบียนผู้ที่แยกห้องนอนกับเธอมาโดยตลอดเธอค่อยๆ ยกเท้าก้าวข้ามผ่านประตูแห่งความจริงและความหวาดกลัวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของชายผู้เป็เ้าของชีวิต...ห้องนอนที่ทุกตารางนิ้วถูกโอบล้อมด้วยสีรัตติกาลลุ่มลึกมืดมิดไร้ซึ่งสีสันอื่นใดปะปนห้องนอนสีมืดของอเล็กซ์ดูเหมือนจะกลืนกินตัวตนของเมญ่าเข้าไปแต่เธอกลับไม่รู้สึกอยากจะหนีออกไปเหมือนทุกครั้ง
หญิงสาวทรุดกายลงนั่งข้างเตียงอย่างแ่เบา“คุณ...” เธอเอ่ยได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ความรู้สึกทุกอย่างจะตีตื้นขึ้นมาจนจุกอกไร้ซึ่งถ้อยคำใดจะพรรณนา
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”อเล็กซ์กวาดสายตามองร่างบางในอาภรณ์มัสลินเนื้อละเอียดที่เบาบางประหนึ่งปีกแมลงปอเดิมทีเขาเป็คนเลือกเสื้อผ้าเหล่านี้ให้เธอเองเพราะจงใจจะขัดแย้งกับตัวตนอันสดใสของเธอเพื่อความสะใจส่วนตัว ทว่าในยามนี้เมื่อคิดว่าสายตาคู่อื่นอาจจะได้เห็นร่องรอยใต้ผ้าบางนี้เหมือนที่เขาเห็นเขากลับพบว่าตัวเองไม่อาจทำใจยอมรับมันได้เลย สายตาของเขาไม่ได้เ็าเหมือนเดิมแต่มันมีความวูบไหวของความหึงหวงที่เ้าตัวยังไม่กล้ายอมรับ
เมญ่าสะอื้นออกมาเบาๆพลางพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย “...ถ้าเสร็จแล้ว ฉันกลับเข้ามาที่นี่ได้ไหมคะ?” เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจ กลัวว่าอนุญาตนี้จะเป็เพียงเื่ชั่วคราว
“อืม... ไปเถอะ” เขาตอบรับสั้นๆพยายามข่มความทุกขเวทนาที่กรีดผ่านสีข้างประหนึ่งคมดาบที่ยังคงฝังลึก
เมญ่ายัดกายลุกขึ้นทุกย่างก้าวที่เดินไปสู่ทางออกเธอยังคงเหลียวหลังกลับมามองเขาด้วยความความอาวรณ์ที่ถักทอขึ้นอย่างเงียบเชียบในส่วนลึกของดวงใจ...เป็ความรู้สึกห่วงใยที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวว่ามันเริ่มก่อตัวขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ก่อนจะก้าวพ้นประตูสีทะมึนนั้นออกไป