เฉิงหยู่ ไม่ได้ฟังในสิ่งที่พวกเขาพูดเลย แล้วก็มุ่งตรงไปยังลานจอดรถทันที
เมื่อเห็นแบบนั้น เจ้าแว่น ก็รีบเดินเข้ามาขวางเฉิงหยู่ไว้ทันที “วางเธอลงซะ ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เกรงใจ” เมื่อก่อนตอนเรียนมหาลัย มันเคยเป็นถึงรองประธานสมาคมกังฟู ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเด็กนั่นอุ้ม เหยานา อยู่ละก็ มันคงกระโดดถีบหัวทิ่มไปแล้ว
“ฉันอยากกลับบ้าน พาฉันกลับบ้านหน่อย” เหยานา รู้สึกดีขึ้นหลังจากอ้วกออกไปเมื่อสักครู่นี้ พอเห็นว่าเป็น เฉิงหยู่ ก็เลยพูดขึ้น
“อืม ตอนนี้ผมจะพาคุณกลับบ้านนะ” พอเห็น เฉิงหยู่ ทำท่าทางอ่อนโยน คนอื่นๆก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาทั้งสองเป็นสามีภรรยากันจริงๆ
ทางด้านเจ้าแว่นนั้นที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็ยิ่งโมโหมากขึ้น คืนนี้อุตส่าห์ให้เพื่อนร่วมห้องตอนมหาลัยตามตัว เหยานา ออกมาจนได้ โดยสัญญากับพวกเธอว่าจะให้บางอย่างเป็นการตอบแทน ดังนั้นมันจึงรู้สึกไม่พอใจมาก อยู่ๆมีไอ้หมาที่ไหนก็ไม่รู้มาคาบเธอไป
ไม่คาดคิดว่าคนที่มาขวางมันไว้จะเป็นแค่นักเรียนของเธอเท่านั้น ระหว่างที่มันกำลังจะลงมือ แถมเจ้าหมอนี่ยังไร้ยางอาย พูดจาไร้สาระไปเรื่อย แต่พอเห็นเขาอุ้มเธออยู่ในอ้อมแขน ไม่รู้ทำไมมันถึงรู้สึกเลือดขึ้นหน้าตงิดๆ
นี่เป็นความแตกต่างระหว่างผู้คน ทั้งเจ้าแว่น และ เหอเจี้ยน ต่างคิดไม่ซื่อกับ เหยานา เพียงแต่พวกมันพยายามเสแสร้งว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ แต่ เฉิงหยู่ ไม่ได้เป็นแบบนั้น? เขาประกาศออกมาโต้งๆว่าเธอคือภรรยาของเขา นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว ยังไงๆก็ไม่มีทางเป็นไปได้
“ทางที่ดีนายปล่อยเธอซะ ไม่งั้นอย่าคิดว่าจะได้กลับไปอย่างปลอดภัย...” ‘ตูม!’ เจ้าแว่นยังพูดไม่ทันขาดคำ ร่างของมันก็กระเด็นลอยออกไปไกลกว่าสามเมตร
เฉิงหยู่ ชักขากลับมาโดยที่ไม่ได้มองมันด้วยซ้ำ จากนั้นก็อุ้มตัว เหยานา ขึ้นรถ เหอเจี้ยน ที่อยู่ด้านหลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เจ้าแว่นน่าจะสูงราวๆเมตรแปดสิบกว่า แต่กลับถูก เฉิงหยู่ ถีบกระเด็นไปไกลถึงสองเมตร ส่งผลให้มันน้ำลายท่วมปากในทันที ถึงแม้อยากจะต่อสู้ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น เพราะยังไงมันก็สู้เจ้าแว่นไม่ได้
แม้กระทั่งพวกเพื่อนๆของเจ้าแว่น ก็ยังนิ่งอึ้งไปตามๆกัน เนื่องจากหมอนี่เป็นแค่นักเรียนของเธอแท้ๆ แต่กลับก็ประกาศว่าตัวเองเป็นสามีของเหยานา ทั้งยังทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ อย่างการถีบเพื่อนร่วมชั้นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัวของพวกเธอจนกระเด็นลอยออกไป
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว พวกเธอที่เป็นเพื่อนกับเจ้าแว่นมาสี่ปีในรั้วมหาลัย ดังนั้นย่อมรู้อยู่แล้วว่าเขานั้นเป็นรองประธานสมาคมกังฟู แถมยังเคยเป็นแชมป์ศิลปะการต่อสู้ระดับมหาลัย คิดไม่ถึงว่าตอนนี้กลับโดนเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งถีบจนลอยกระเด็นออกมาแบบนั้น แถมยังดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในปัจจุบัน ได้รับความนิยมขนาดนี้แล้วงั้นเหรอ? ถึงได้มียอดฝีมือปรากฏขึ้นในกลุ่มคนธรรมดาได้!
การเคลื่อนไหวของเขาเมื่อสักครู่นี่ช่างน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเตะผ่าอากาศแบบนั้น ยิ่งกว่านักฟุตบอลทีมชาติ เป็นการเตะระดับเอเชีย ไม่สิน่าจะระดับโลกเลย! นอกจากนี้การเคลื่อนไหวยังดูเป็นธรรมชาติมากอีกด้วย ราวกับว่านี่เป็นแค่เรื่องธรรมดายังไงอย่างนั้น
เมื่อเห็น เฉิงหยู่ ขับลัมโบร์กีนี พุ่งทะยานออกไปด้วยเสียงดังกระหึ่ม พวกเธอทุกคนก็แสดงสายตาอิจฉาริษยาออกมาอย่างเห็นได้ชัด ที่แท้เขาก็เป็นเทพบุตรหนุ่มผู้ร่ำรวย!
เฉิงหยู่ ขับออกมาได้พักหนึ่ง ก็ลดความเร็วแล้วจอดรถข้างทาง จากนั้นก็รวบรวมลมปราณ พร้อมวางมือไปที่บ่าของ เหยานา เพื่อขับพิษแอลกอฮอล์ออกจากร่างของเธอ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เหยาน่า ก็ตื่นขึ้น เมื่อเห็น เฉิงหยู่ กำลังจ้องหน้าตัวเองอยู่ แถมมือก็ยังแตะอยู่ที่ตัวเธออีก เธอก็กรีดร้องออกมา แล้วปัดมือของ เฉิงหยู่ ออกไปทันที “ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ แล้วนี่กำลังทำอะไร?”
“เฮ้ๆ ทำอะไรงั้นเหรอ? นี่ครูไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในร้านเมื่อกี้หรือไง ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ ครูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ? แน่นอนว่าผมจะปล้ำครูน่ะสิ!” เฉิงหยู่ มองไปที่ เหยาน่า ด้วยรอยยิ้ม แล้วยื่นแขนออกมา เหมือนกับหมาป่าที่ดีใจเมื่อเจอหนูน้อยหมวกแดง
“เอ๋อ! เฉิงหยู่ นายห้ามทำแบบนี้เด็ดขาด หยุดเดี๋ยวนี้ ฮือๆ ” เหยาน่า ตื่นตระหนก พร้อมกับกรี๊ดเสียง และร้องไห้ออกมา
ตอนแรกเธอเมาเหล้าก่อนที่จะรู้เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยดี ก็เลยอยากจะกลับบ้าน แต่ทว่าเมื่อกี้ เฉิงหยู่ ขับพิษแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเธอแล้ว เธอก็เลยฟื้นขึ้นมาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว ดังนั้นพอเห็น เฉิงหยู่ ทำแบบนี้ก็เลยยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่
“โอ๋ๆๆ! ครูครับๆ อย่าร้องเลยนะ เมื่อกี้ผมล้อเล่นน่ะ” พอพูดไปก็พยายามง้างมือเธอที่กำลังปิดหน้าปิดตาร้องไห้ออก แต่เธอก็สะบัดมือของเขาออกไปทันที
“ครูอย่าร้องเลยนะ เมื่อกี้แค่หยอกเล่นจริงๆ ทำอย่างนี้มันน่าอายจะตาย ไม่เห็นเหมือนตอนที่เรียกผมเข้าไปที่ห้องพักครูเลย!”
พอเห็น เหยาน่า ไม่ยอมหยุดร้องไห้ เฉิงหยู่ ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากสตาร์ทรถแล้วขับต่อไปอีกครั้ง ผ่านไปได้สักพักหนึ่ง เหยาน่า ก็เห็นว่าเขาไม่ได้ทำอะไรตัวเองแล้ว ก็เริ่มค่อยๆปล่อยมือลง จากนั้นก็มองดู เฉิงหยู่ ที่กำลังขับรถอยู่
“ไม่ร้องแล้วเหรอ?”
“ใครใช้ให้นายมาแกล้งฉันล่ะ แล้วฉันมาอยู่ในรถนายได้ยังไง?”
“ผมก็ชิงตัวคุณกลับมายังไงล่ะ!” เฉิงหยู่ พูดขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
“นายหมายความว่าไง?” ถึงแม้ว่าจะสร่างได้พอสมควรแล้ว แต่เธอก็จำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ไม่ชัดเจนนัก
“งั้นครูจำได้ไหมครับว่าคืนนี้ไปทำอะไรมา?”
“คืนนี้? รู้สึกว่าฉันจะตอบตกลงไปกินมื้อค่ำกับ เหอเจี้ยน แต่ดูเหมือนว่าฉันจะตอบตกลงไปเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนเก่าด้วย?” เหยาน่า พยายามคิดด้วยความรู้สึกสับสนอยู่บ้าง
“ก็ไม่เลวนะครับ สามารถจำได้มากขนาดนี้? แล้วทำไมครูถึงตอบตกลงกินมื้อค่ำกับ เหอเจี้ยน ล่ะครับ?”
“ก็เขาตามตื๊อฉันทุกวัน ฉันรู้สึกรำคาญ เลยตอบตกลงแบบส่งๆไป เพราะต้องการใช้โอกาสนี้อธิบายกับเขาให้ชัดเจน ”
“หลังจากนั้นล่ะครับ?”
“หลังจากนั้น? หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปกินข้าวกัน แต่กลับพาเขาไปฉลองเลี้ยงรุ่นด้วยกัน แล้วหลังจากนั้น… แต่ดูเหมือนว่าจะดื่มเยอะไปหน่อย หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย”
“คราวหน้าคราวหลังอย่าไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้อีกนะครับ ส่วนเพื่อนของครูกลุ่มนั้น หลังจากนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอีก ดูนิสัยไม่ดีเลย แล้วที่สำคัญสุดมีผู้ชายดีๆ อย่างผมคนเดียวยังไม่พอเหรอครับ?”
“พูดไร้สาระอะไรเนี่ย? ฉันออกไปกินข้าวกับผู้ชายแล้วมันจะยังไง? แล้วเพื่อนๆของฉันก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเธอนี่ แล้วเธอไปว่าพวกเขาทำไมกัน?” เหยาน่า ไม่พอใจเท่าไหร่
“ทำไมคนอกใหญ่ต้องไร้สมองแบบนี้ด้วยนะ? ขนาดว่าสมองหมูๆแบบ เหอเจี้ยน ยังมองออกว่าเพื่อนของครูกำลังมอมเหล้าครูอยู่ แต่ครูก็ยังโง่ให้พวกนั้นหลอกมอมเหล้าจนได้”
“หน้าอกใหญ่ไร้สมองนี่เธอหมายถึงใครกัน ช่วยเคารพครูบาอาจารย์หน่อยไม่ได้หรือไง? แล้วเพื่อนของฉันจะทำแบบนั้นกับฉันไปทำไม?”
“เจ้าสี่ตานั้นชอบครูอยู่ไม่ใช่รึไง? แล้วก็มีครูคนเดียวใช่ไหมล่ะที่เมา?”
“เจ้าสี่ตาอะไรกัน เขาเป็นหัวหน้าห้องของพวกเราสมัยเรียน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฉันเมาอยู่คนเดียว ” เหยาน่า มองค้อน เฉิงหยู่ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
“ต่อไปครูก็อย่าซี้ซั้วดื่มแบบนี้ล่ะครับ อย่าคิดว่าจะโชคดีมีผมมาช่วยแบบนี้ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง คืนนี้โชคดีนะครับที่ผมเจอครูพอดี ไม่งั้นพรุ่งนี้คงได้ยินข่าวคนกระโดดตึกฆ่าตัวตายแน่ๆ ”
“หมายความว่าไง?”
“หมายความว่าไงงั้นเหรอ? ครูเมาเหล้า แล้วเจ้าสี่ตานั้นก็จะพาครูไปข่มขืนยังไงล่ะ! เหอเจี้ยน เองก็คงคิดแบบเดียวกัน พวกนั้นเลยทะเลาะกันยังไงล่ะ พอเห็นแบบนั้นผมก็เลยรีบชิงตัวครูออกมาก่อน” ที่เจ้าพวกนั้นเถียงกันขึ้นมา ไม่ใช่เพราะต้องการพา เหยาน่า ไปทำมิดีมิร้ายหรือไง ผู้ชายก็ไม่ได้ดีไปซะทุกคน แถมเจ้าสี่ตานั้นยังพา เหยาน่า ไปส่งด้วยตนเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องอย่างว่า แล้วมันจะทำไปเพื่ออะไร!
“งั้นเธอที่พาฉันมา ก็คิดแบบเดียวกันน่ะสิ”
“ผมก็อยากพาครูไปเปิดโรงแรม แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ต้องเป็นตอนที่ครูเต็มใจเท่านั้น ถึงเวลานั้นครูอาจจะพาผมไปเปิดห้องด้วยตัวเองเลยก็ได้” เฉิงหยู่ พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“อย่าทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย? ใครจะไปเชื่อ? ถ้าไม่ใช่ว่าฉันตื่นขึ้นมาก่อน เธอก็คงทำมิดีมิร้ายฉันไปแล้วใช่ไหม?” เหยาน่า ไม่ยอมเชื่อคำพูดของ เฉิงหยู่
“ชิ ครูคิดว่าฟื้นขึ้นมาด้วยตัวเองงั้นเหรอ คิดว่าเมาขนาดนั้น แล้วจะตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆหรือไง?”
“จะบอกว่าที่ฉันตื่นขึ้นมาได้ เพราะนายช่วยฉันงั้นเหรอ? ”
“ไร้สาระสิ้นดี!”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง?” เหยาน่า เริ่มรู้สึกว่าตัวว่ามันแปลกๆทั้งๆที่เธอเมาปลิ้นขนาดนั้นจนจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย แล้วทำไมถึงสร่างเมาเร็วนัก ? แต่เธอก็ยังรู้สึกมึนหัวอยู่เล็กน้อย ทำให้เธอคิดว่าถ้าสร่างเมาจริง ตอนที่ตื่นขึ้นมาปัดมือของ เฉิงหยู่ เธอก็น่าจะได้สติกลับมาเต็มที่ แล้วไม่น่าจะปวดหัวแบบนี้สิ
เฉิงหยู่ ขับรถด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็เอื้อมมืออีกข้างหนึ่งไปวางไว้บนบ่าของเธอ เมื่อ เหยาน่า เห็นอย่างนั้นก็เตรียมปัดมือเขาออก แต่ เฉิงหยู่ ก็พูดขึ้นว่า “อย่าเพิ่งขยับ!”
เฉิงหยู่ ถ่ายทอดลมปราณเข้าไปอีกครั้ง เพื่อขับพิษแอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างอยู่ออกมาให้หมด เหยาน่า สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่มาจากมือของ เฉิงหยู่ จากนั้นสติก็เริ่มฟื้นกลับมา แล้วอาการปวดหัวก็หายเป็นปลิดทิ้ง
“นี่มันอะไรกัน?” เหยาน่า ถามอย่างประหลาดใจ หรือจะเป็นเขาที่ช่วยให้ตัวเองสร่างเมาจริงๆ ก่อนหน้านี้ยังระแวงว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีกับตัวเองอยู่เลย แต่ที่จริงแล้วเขากำลังช่วยเราอยู่ ตอนนี้ก็เลยรู้สึกผิดนิดหน่อย
“เอาจริงๆนะ ครูจะยังไม่สมควรได้รับสิทธิ์พิเศษนี้ เว้นเสียแต่ว่าครูจะยอมเป็นภรรยาของผม หรือไม่ก็ต้องเป็นกิ๊กระดับวีไอพีเท่านั้นถึงจะได้รับสิทธิพิเศษนี้”
“เชอะ ใครอยากได้กันล่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูด” เหยาน่า หันหน้าหนีไปด้านหน้าต่าง แต่บนกระจกรถมีใบหน้าของ เฉิงหยู่ ซึ่งกำลังยิ้มที่มุมปากสะท้อนอยู่ ภาพนั้นทำให้ เหยาน่า รู้สึกใจเต้นแรงอย่างน่าประหลาด
เหยาน่า หน้าแดงแล้ว ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเรื่องไปถามถึงเรื่องรถ “นี่รถของเธอเหรอ?”
“ทำไมเหรอครับ?”
“รู้สึกครอบครัวของเธอจะร่ำรวยจังนะ ถึงซื้อรถหรูแบบนี้ให้เธอได้” เหยาน่า พูดด้วยความประหลาดใจ
“โธ่ ผมจะมีหรือไม่มีเงินเกี่ยวอะไรกับครอบครัวล่ะครับ อย่าคิดว่ามีแต่ครูคนเดียวที่หาเงินได้”
“จะบอกว่าเธอใช้เงินของตัวเองซื้อรถคันอย่างนั้นเหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก? ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่านี่คือรถยี่ห้ออะไร แต่ดูจากความหรูหราของมัน ราคาต้องไม่ใช่ถูกๆแน่”
“ทำไมครูถึงคิดว่าผมหาเงินเยอะๆ ไม่ได้?”
“เธอเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง! แล้วจะหาเงินเยอะแยะมาจากไหนได้ ถึงแม้ว่าฉันเพิ่งจะทำงานได้ไม่นาน แต่ฉันก็รู้ตัวดี ต่อให้ทำงานทั้งชีวิตก็ไม่มีทางซื้อรถแบบนี้ได้หรอก”
“ถ้าครูชอบ ผมจะซื้อให้สักคันเอาไหมล่ะครับ”
“ฉันไม่เอาหรอก แล้วเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับฉันด้วย”
“ใครว่า ตอนนี้เพื่อนๆครูต่างก็คิดว่าครูเป็นภรรยาผมแล้ว ” เฉิงหยู่ พูดพร้อมยิ้ม
“หมายความว่ายังไง?” เหยาน่า ไม่เข้าใจที่พูด
“ก็พวกเขาไม่ยอมให้ผมพาครูกลับบ้านน่ะสิ ผมก็เลยต้องบอกไปว่าครูเป็นภรรยาผม หลังจากนั้นพวกเขาถึงยอมให้ผมพากลับ”
“นี่เธอพูดอย่างนั้นจริงๆเหรอ?”
“ก็แน่สิครับ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ปล่อยให้ผมพาครูกลับมาหรอก?”
“นายพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง? เธอเป็นนักเรียนของฉัน ถ้าคนอื่นได้ยินเข้า เขาจะคิดว่าฉันเป็นคนแบบไหน? ” เหยาน่า ร้อนรน ในสังคมปัจจุบัน สำหรับครูนั้นศีลธรรมที่ควรยึดถือเป็นอันดับหนึ่ง คือการที่มีความสัมพันธ์กับศิษย์ถือว่าเป็นเรื่องผิดมหันต์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่คนที่ฟังไม่ได้สนใจหรอกว่าเรื่องที่ได้ยินเป็นความจริงหรือไม่ ยังไงคนพวกนั้นก็ขอด่าเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว
“ดูครูร้อนใจแบบนี้ ก็เหมือนกับครูตกหลุมรักผมล่ะสิ ยังงี้คงต้องให้ครูเป็นภรรยาจริงๆแล้วล่ะ แล้วผมจะรับผิดชอบครูเอง!”
“ธะ เธอนี่มัน… ไม่สนด้วยแล้ว” เหยาน่า ก็หันหน้าหนีไปอีกรอบ พอส่งเธอถึงที่หอพักครูแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้สนใจอะไร
ท้ายที่สุด เหยาน่า ที่กลับมาถึงหอพักครูแล้ว เหยาน่า ก็ลงจากรถไป โดยไม่ได้พูดอะไรอีก เฉิงหยู่ ที่นั่งอยู่ในรถมองมาก็อดขำไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ก็มีด้านน่ารักอยู่เหมือนกัน ทำตัวเหมือนเด็กเลย
จบตอน