เฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้

    (ตอนที่ 54) ฟางเส้นสุดท้าย

        บรรดาขุนพล แม่ทัพ และเหล่าบัณฑิตผู้สามารถ ที่รับใช้องค์ชายรอง เฝ้ารอการมาของเฟยฮุ่ยในห้องรับรอง อย่างใจจดใจจ่อที่จะได้พบคนที่องค์ชายรองทรงจัดเลี้ยงให้การต้อนรับ ประหนึ่งว่าเป็นพระสหายคนสนิท และด้วยคำบอกเล่าของพระองค์เอง ได้แจ้งแก่เหล่าขุนพลว่าเฟยฮุ่ยนั้นเก่งกล้าสามารถผิดแผกจากสตรีใดๆ ในหล้า ยิ่งสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้แก่พวกเขามากเป็นทวีคูณ


    "ถวายบังคมองค์ชายรอง" ทุกคนต่างลุกขึ้นทำความเคารพเมื่อผู้เป็นเจ้าของจวนมาถึง


    "เชิญทุกท่านตามสบาย และขอขอบใจทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีกับข้าในวันนี้ด้วย ที่ข้านำทัพไปปราบกบฏได้สำเร็จ ตามพระบัญชาขององค์ฮ่องเต้ แต่ข้าก็อยากให้งานเลี้ยงที่พวกท่านอุตส่าห์ให้เกียรติมาในวันนี้ เป็นการเลี้ยงขอบคุณให้กับ จอมยุทธท่านหนึ่ง นางมีชื่อว่า เฟยฮุ่ย ซึ่งหากมิได้นางแล้ว ชีวิตของข้าคงจะสิ้นระหว่างการเดินทางมาเมืองหลวง ดังนั้นจอกแรกข้าขอให้พวกท่านจงดื่มให้กับสตรีผู้กล้า ที่สูงล้ำไปด้วยฝีมือและความงามประดุจนางอัปสร..." องค์ชายรองพาขุนพลผู้กล้าทุกคนดื่มให้กับเฟยฮุ่ย โดยที่นางได้แต่ยิ้มฝืดๆ เพราะไม่เคย อยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงที่ใหญ่โตอลังการขนาดนี้


    "แหม... องค์ชายรอง ทรงยกย่องหม่อมฉันเกินไปแล้ว หม่อมฉันแค่เจ้าสำนักคุ้มภัยเล็กๆ " เฟยฮุ่ย ถูกชมเชยต่อหน้าขุนพลทั้งหลาย ทำให้นางรู้สึกประหม่ายิ่งนัก


    อาหารเลิศรส ด้วยฝีมือผู้ปรุง ระดับชาววัง มีให้เลือกรับประทานอยู่มากมายหลายชนิด ทำให้เฟยฮุ่ยแทบจะหยิกตัวเอง ด้วยคิดว่าตนฝันไป เพราะเมื่อเดือนก่อนแม้จะหาเนื้อดีๆ ใส่ท้องสักชั่งหนึ่งยังลำบาก


    " ทูลองค์ชาย หม่อมฉันจะขออะไรสักอย่างหนึ่ง จะได้ไหมเพคะ" เฟยฮุ่ย ถูกเหล่าขุนพลแม่ทัพทั้งหลายคะยั้นคะยอให้ดื่มน้ำจัณฑ์ จนเมามาย อยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ขบขันของผู้ที่อยู่ในงาน


    ซึ่งในงานเลี้ยงนี้ มีเพียงหนึ่งเดียวที่นั่งเงียบมิยอมพูดจากับผู้ใด ก็คือหานเทียนเสียง ที่นั่งด้านหลังของเฟยฮุ่ย จนคนอื่นคิดว่า หานเทียงเสียงนั้นเป็นผู้ติดตามหรือศิษย์ในสำนักของนาง


    " ว่ามาสิ เจ้าสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ ข้าย่อมให้เจ้าได้แทบจะทุกอย่าง ..."


    "หม่อมฉันทูลขออาหาร ที่ยังมิได้มีผู้ใดรับประทานในงานเลี้ยงนี้ เพื่อนำไปให้กับพี่น้องของข้า จะได้หรือไม่เพคะ" เฟยฮุ่ยเห็นอาหารชาววัง ซึ่งองค์ชายรองนำมาเลี้ยงรับรองอย่างดีนั้น ยังมีเหลืออีกมากพอที่จะให้ผู้คนรับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญได้นับสิบคน จึงนึก เสียดายยิ่งนักเมื่อได้คิดถึงความลำบากในครั้งเก่าก่อน 


    แต่นั่นกลับทำให้เกิดเสียงหัวเราะ จากผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ และมีเพียงองค์ชายรองกับหานเทียนเสียงเท่านั้น ที่รู้สึกมิชอบใจเท่าใดนัก


    "เจ้าจะบ้าหรือ ข้าได้จัดเตรียมอาหารให้กับพี่น้องของเจ้าแล้ว แม้จะไม่เทียบเท่า กับที่ข้าได้จัดเลี้ยง เพื่อรับรองเจ้ากับแขกของข้า ในที่ แห่งนี้ แต่ก็ดีกว่าของเหลือที่เจ้าคิดจะนำกลับไปอย่างแน่นอน" องค์ชายรองขมวดคิ้วมองมาที่เฟยฮุ่ย ด้วยมิเข้าใจความคิดของนาง


    "หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยหากทำให้ ต้องทรงขุ่นเคืองพระทัย" เฟยฮุ่ยรีบขอโทษ เพราะเพิ่งตระหนักได้ว่า การขอเช่นนั้นอาจเป็นการทำให้เสียหน้าของผู้ที่มียศอันยิ่งใหญ่


    "ฮ่าๆ เจ้ามิต้องกังวลไปหรอก องค์ชายรองน้ำพระทัยกว้างขวางย่อมดูแลแขกของพระองค์ตามสมควรแก่ฐานะ แต่เจ้านี่แหล่ะ ที่น่าทึ่งจริงๆ โฉมสะคราญปานเทพธิดา เช่นนี้ เจ้าสามารถรับมือกับกองกำลังนับร้อย ได้เช่นไร เจ้าใช้ความสวยสะกดพวกมันไว้กระนั้นหรือ เรื่องนี้นี่มันแทบจะเหมือน เทพนิยายมากกว่าเรื่องจริง" ขุนพลขององค์ชายรองคนหนึ่ง ซึ่งเมาน้ำจันฑ์พอควร เริ่มอยากทดสอบเฟยฮุ่ยเสียแล้ว เพราะคิดว่าตนเองนั้นฝีมือไม่น่าจะเป็นรองผู้ใดในห้องนี้ แม้แต่ตัวหลี่จิ้งเอง มันก็อยากวัดฝีมือด้วยสักครั้ง หากแต่เกรงพระทัยองค์ชายรอง


    "ฝีมือข้านั้นธรรมดา แถมเวลานี้ข้ายังบาดเจ็บอยู่ด้วย...เรามาประลองด้วยการดื่มดีกว่าไหมจ้ะ ท่านพี่เคราดำ ฮ่าๆ" เฟยฮุ่ยเมาและไม่ถือสา เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก


    "เถอะน่า แม่นางน้อย ขอสักนิดหน่อย พอได้แลกเปลี่ยนวิทยายุทธ์ เหนือใต้ ดีเด่นเป็นเลิศอย่างไร จะได้เห็นกันทุกคนไงเล่า แม่นางน้อย" มันยังคงตอแยไม่เลิก พยายามจะบั่นทอนชื่อเสียงที่องค์ชายรองยกย่องเฟยฮุ่ยไว้ลงเสียให้ได้


    "พอเถอะน่า ข้ามิได้อยากชมการประลอง ก่อนกลับมาถึงวัง ข้าก็เห็นจนเบื่อแล้ว และที่สำคัญประเดี๋ยวจวนของข้าพัง นี่มันแพงมากนะ...พวกเจ้ารู้ไหม ฮ่าๆ" 


    พ่อองค์ชายรองพูดจบทุกคนในห้องก็ต่างพากันหัวเราะเฮฮา เห็นเป็นเรื่องน่าขันไป


    แต่มันยังคงมองหน้าเฟยฮุ่ยที่นั่งยิ้มแย้มเคลิ้มไปด้วยฤทธิ์สุรา และนางหาได้รู้ความหรือใส่ใจอันใด ...แต่มีผู้หนึ่งที่นั่งขบฟันแน่นเพื่อบรรเทาความข้องใจ


    "ถ้าท่านมิรังเกียจข้าเล่นเป็นเพื่อนก็ได้นะ" หานเทียนเสียงที่คออ่อนเหมือนกัน เริ่มคุมอารมณ์ไว้มิได้


    คนพาลผู้นั้นหันขวับมาตามเสียงทันที มันมองหานเทียนเสียงอย่างดูแคลน ก่อนจะกล่าวดูหมิ่น


    "เจ้าเป็นใคร? ข้ารับใช้ คอยเทสิ่งปฏิกูลให้นางอยู่ก็ดีแล้ว อย่าสอดไปนัก !"


    "ฮ่าๆ ฮ่าๆ ทูลองค์ชายรอง ขอพระองค์โปรดทรงเห็นแก่ที่กระหม่อมเคยร่วมทางฝ่าอันตรายร่วมกับพระองค์มา กระหม่อมขอประทานอนุญาต" หานเทียนเสียงถูกดูหมิ่นต่อหน้าธารกำนัล ที่สำคัญต่อหน้าเฟยฮุ่ย ถึงนางจะไม่รู้ประสาสิ่งใดในเวลานี้แล้วก็ตาม...แต่คำพูดเช่นนี้มันเหมือนฟางเส้นสุดท้ายสำหรับหานเทียนเสียงดีๆ นี่เอง


    "เอาล่ะๆ ดูท่าทีของพวกเจ้าทั้งสองคนแล้ว ถึงข้าจะห้ามพวกเจ้าในวันนี้ ก็คงแอบไปสะสางกันวันหลังเป็นแน่ ถ้าเช่นนั้นสู้กันต่อหน้าข้านี่แหล่ะ เพื่อใครพลาดพลั้งลงมือหนักไป ข้ายังอยู่ห้ามได้ จะมิให้ต้องมาประลองกันจนถึงแก่ชีวิต ดีกว่าให้ประลองกันเองลับหลังข้า" องค์ชายรองยอมใจพวกมันจริง การประลองนี้ถึงไม่อยากจะชม แต่พวกมันก็จัดให้พระองค์ได้ชมจนได้


    "แต่ว่าไปลานฝึกทหารโน่นนะ เดี๋ยวให้เด็กๆ จัดเตรียมสถานที่สักครู่"องค์ชายรองกลายเป็นผู้จัดการประลองไปเสีย


    "เปลี่ยนที่รับประทาน ไปนั่งชมจันทร์ก็ดีน๊า...ข้าชอบๆ" เฟยฮุ่ยสติยังไม่กลับมาลืมกระทั่งความเจ็บปวดของบาดแผล 


    หานเทียนเสียงห้นมามองนางก่อนจะกล่าวแก่นาง


    "กลับถึงเมืองเหยียนเป่าเมื่อใด ข้าจะฟ้องมารดาเจ้า เฟยฮุ่ย ! "

    คล้ายกับเรื่องเฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้ ที่คุณอ่าน