บทที่ 49 จุดประสงค์ที่แท้จริง
"กรี๊ด!"
ท่ามกลางความเงียบสงบของตำหนักรับรองฝ่ายหญิงในพระราชวังเสียงกรีดร้องดังขึ้นตามมาด้วยเสียงขว้างปาข้าวของตั้งแต่เช้า
ร่างสตรีสูงศักดิ์ในชุดเลอค่าหยิบเอาของใกล้ตัวขว้างปาสิ่งของใส่นางกำนัลด้วยสายตาโกรธแค้นหากแต่ความโกรธแค้นนั้นมิได้มาจากใครในที่นี้แต่มาจากการประกาศแต่งงานของหวงจือเหว่ยและจ้าวซินเยว่ต่างหาก
"ข้ารักของข้ามาเป็นปีๆ มันเป็นใครถึงมาเอาแม่ทัพไปจากข้าได้"
นับจากวันที่องค์หญิงได้บังเอิญพบกับร่างสูงที่หลบออกมาจากงานเลี้ยงวันเกิดของอ๋องผู้หนึ่งบุรุษที่ใครต่อใครคิดว่าใบหน้าต้องมีแผล ก็ปรากฏต่อหน้านาง
ความคมคายใต้หน้ากากนั่นห่างไกลจากคำว่าอัปลักษณ์มากโขคิ้วเข้มได้รูปกับดวงตาเย็นชา ทั้งสันจมูกโด่งคมและริมฝีปากทุกอย่างบนใบหน้ารับกันอย่างพอดี
ไม่มีแผลเป็นไฟไหม้บนใบหน้าอย่างข่าวลือหวงจือเหว่ยคือบุรุษรูปงามมากคนหนึ่งต่างหาก
วินาทีนั้นหัวใจของนางก็สั่นไหวราวกับตัวนางได้ค้นพบความลับของโลกอันกว้างใหญ่ความรู้สึกว่าตนเป็นคนเดียวที่ควรได้ครอบครองหวงจือเหว่ย
หลังจากวันนั้นนางก็ตามเกี้ยวบุรุษโดยไม่สนใจธรรมเนียมประเพณีใดๆ
แล้วเหตุผล มันถึงไม่เป็นดังที่นางคิดกัน
"กรี๊ด!"
"องค์หญิง ข้ากลัวแล้ว"นางกำนัลของนางกล่าวด้วยเนื้อตัวที่เจ็บช้ำไปทั้งตัวจนในที่สุดเจ้านายก็สะบัดปาของในมือลงพื้นแล้วนั่งลงด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
"ข้าจะฆ่านังแพศยานั่น คอยดู!"
... ... ...
ปัง!
ความขุ่นมัวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในใจขององค์หญิงห้าเท่านั้นยามนี้ในจวนสกุลหลิวเองก็นั่งไม่ติดเช่นกัน เมื่อได้รับรู้ข่าว
"ลูกสาวขุนนางที่เป็นพวกเราเยอะแยะไปเหตุใดจึงเป็นนังเด็กนั่น" ฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินข่าวพูดโวยวายเสียงดังหลังกระแทกจอกน้ำชาลงกับโต๊ะไม้ตรงหน้าอย่างแรงเล่นเอาทั้งลูกหลาน และบ่าวทั้งหลายสะดุ้งไปตามๆ กัน
เสิ้นอ้ายเองก็ไม่ชอบใจนักที่มีข่าวออกมาเช่นนี้ไม่ต่างจากหลิวลู่เสียนที่นั่งอยู่ใกล้ๆตัวนางนั้นสานสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทของแคว้นลี่จนถึงไหนต่อไหนแต่คนที่ถูกประกาศว่าจะได้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับบแคว้นลี่คือน้องสาวนอกคอกผู้นั้น
มิใช่ว่านางถูกรัชทายาทหลอกแล้ว
"เจ้าก็ไม่ได้เรื่องไหนว่ากับองค์รัชทายาทไม่มีสิ่งใดต้องกังวลเหตุใดประกาศที่ว่าถึงไม่ใช่เจ้าขึ้นเป็นสนมของบุรุษผู้นั้นเล่า!มิใช่ว่าถูกหลอก"ฮูหยินผู้เฒ่าชี้หน้าพูดกับหลานสาวคนโตที่นางคาดหวังให้สานสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตทำเป็นหลับตาไม่เห็นสิ่งบัดสีที่ทั้งสองคนทำ เพราะเชื่อว่าองค์รัชทายาทคงจะไม่มาหลอกขุนนางของแคว้นฝู
และคำพูดนั้นก็ยิ่งทำให้หลิวลู่เสียนกลัวเพราะว่านางมีความสัมพันธ์อย่างว่ากับองค์รัชทายาทไปแล้วหลายต่อหลายครั้งหากว่านางมิได้แต่งกับเขา แล้วนางจะทำอย่างไร
"ใจเย็นๆ ก่อนท่านแม่ท่านพี่ไปคุยที่จวนมหาเสนาบดีเสิ้นคงจะได้เรื่องกลับมา"เสิ้นอ้ายที่ใจร้อนกว่าใครเอ่ยห้ามเพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าพูดอะไรออกมาอีกไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของหลิวลู่เสียนคงไม่เหลือแล้ว
ไม่นานเกินรอบ่าวผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น
"นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"
ร่างสูงของนายท่านที่ว่าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งมิได้ยินดียินร้ายก่อนนั่งลงที่ตนเองอย่างสงบ นั่นยิ่งทำให้สตรีทุกคนในห้องนี้ร้อนใจ
"พวกเจ้าออกไปก่อนหากไม่เรียกก็ไม่ต้องเข้ามา" สิ้นเสียงผู้เป็นนาย บ่าวทุกคนต่างก็พร้อมใจกันขยับตัวออกไปจากห้องที่ว่าเงียบๆท่ามกลางสายตาของเจ้านายทุกคน ที่รู้ดีว่าเรื่องต่อไปนี้คงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
เมื่อแน่ใจว่าบ่าวออกไปทุกคนบุรุษเพียงผู้เดียวในห้องก็เริ่มเปิดปาก
"แผนการณ์ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นในคืนส่งตัวของจ้าวซินเยว่"เสียงเรียบเอ่ยไม่ดังไม่เบาแต่สร้างความประหลาดใจให้แก่สตรีอีกสามคนได้อย่างมากมายจากอารมณ์ที่ขุ่นมัวเรื่องของจ้าวซินเยว่ต่างก็ยกยิ้มสมน้ำหน้าสตรีผู้นั้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
"หมายความว่า งานแต่งของจ้าวซินเยว่... "เสิ้นอ้ายพูดด้วยความตื่นเต้น
"ใช่...แคว้นลี่จะใช้คืนนั้นฆ่าล้างตระกูลราชวงศ์อู่ให้สิ้นซาก"
สิ้นเสียงตอบของหลิวซือหมิงฮูหยินผู้เฒ่าก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งสะใจ ไม่ต่างจากเสิ้นอ้ายแต่ที่สะใจที่สุดคงจะไม่พ้น หลิวลู่เสียน ในที่สุดวันที่จ้าวซินเยว่จะปีกหักก็มาถึง เช่นนั้นพี่สาวอย่างนางคงจะอยู่เฉยๆไม่ได้เสียแล้ว
... ... ...
จวนสกุลจ้าว
"พี่เสี่ยวโยว ข้าไม่ต้องไปด้วยจริงๆหรือเจ้าคะ" อาจิงเอ่ยถามบ่าวรุ่นพี่ด้วยใบหน้าใสซื่อวันนี้คุณหนูจะทำยาสมุนไพรส่งให้ตำหนักไทเฮา จวนตระกูลเฉิน และคนในจวนทั้งนายบ่าวเช่นเคย รวมถึงตัวยาสมุนไพรเพิ่มให้แก่ตนเองเป็นการบำรุงร่างกายก่อนการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกทั้งจะส่งให้เจ้าบ่าวของนางเพื่อเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ
หากแต่พวกนางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้คุณหนูอยู่ลำพังอีกไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนที่ลักเข้ามาอยู่กับคุณหนูตามลำพังจนเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามเป็นแน่
ยังไม่ทันที่เสี่ยวโยวจะตอบร่างสูงของคนที่พวกนางต้องเฝ้าระวังก็ปรากฏที่หน้าประตูจวน
"คารวะแม่ทัพหวง"ทั้งสองสาวทำความเคารพตามประเพณีชายหนุ่มโค้งรับเล็กน้อยเบาๆ ตามมารยาทเช่นกัน
"คุณหนูของพวกเจ้าเล่านางตื่นหรือยัง" เสียงนุ่มเอ่ยถามบางเบาไร้ซึ่งความดุดันเช่นคุยกับคนบ้านอื่นทั้งสองสาวมองหน้ากันอย่างรู้กัน ก่อนที่เสี่ยวโยวจะเดินแยกออกไปทำธุระของตัวเองปล่อยให้อาจิงต้องรับมือกับแม่ทัพตามลำพัง
"คุณหนูตื่นแล้วเจ้าค่ะกำลังเตรียมสมุนไพร" อาจิงตอบพลางหันไปสบตาเสี่ยวโยวที่หันกลับมาพอดีก่อนจะเชิญบุรุษร่างสูงเข้าไปด้านใน
เสี่ยวโยวถอนหายใจ พลางคิด
... เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมานะ อาจิง พยายามเข้า
... ... ...
"ตำหนักรับรองไม่สบายหรือยังไงถึงได้เทียวไปเทียวมาบ้านคนอื่นบ่อยเช่นนี้" จ้าวหานพูดขัดบุรุษหน้าคุ้นที่ตั้งใจจะเดินเข้าไปเรือนหลังช่วงนี้หวงจือเหว่ยมาหาจ้าวซินเยว่วันเว้นวันทั้งที่อีกไม่กี่วันจะแต่งงานกันแล้วแท้ๆ
"ข้ากลัวว่าคนในจวนจะพาเจ้าสาวของข้าหนีไปต่างหาก"หวงจือเหว่ยมิได้สะทกสะท้านพลางตอบกลับอย่างกวนประสาทราวกับคนสนิทสนมมานานแล้วมองคนในจวนทั้งนายทั้งบ่าวอย่างรู้ทัน
อาจิงก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างร้อนรน
"ใครมันจะไปทำเช่นนั้นกันข้ายังไม่อยากถูกประหารทั้งตระกูลเพราะขัดพระราชโองการหรอกนะ"แม้ใจจะอยากทำแบบที่อีกคนว่าแค่ไหน แต่จ้าวหานก็ได้แค่คิด"อย่าทำอะไรให้มันเสี่ยงนัก ยิ่งใกล้ถึงเวลายิ่งต้องระวังตัว"
"บอกตัวเองเถอะ"
หวงจือเหว่ยก้าวเดินต่อโดยไม่สนใจจ้าวหาน ส่วนจ้าวหานเองก็ไม่ได้คิดจะสนทนาต่อก็เดินไปอีกทาง บ่าวตัวน้อยนั้นได้ยินบทสนทนาที่ดูสนิทสนมอยู่บ่อยๆก็อดคิดไม่ได้ว่า
ทั้งสองคน ไปสนิทกันตอนไหนกัน?
แต่นางเป็นแค่บ่าวไม่กล้าถามหรือสงสัยสิ่งใดนางแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว!
... ... ...
เรือนท้ายจวนสกุลจ้าว
ท่ามกลางต้นไม้ที่ร่มรื่นศาลาอันเป็นที่ประจำของเจ้านายของเรือนเล็กแห่งนี้ปรากฏร่างบางของหญิงสาวที่ทำผมรวบขึ้นเผยลำคอระหงแขนเสื้อยาวถูกรวบขึ้นปรากฏข้อมือเล็กๆ ที่กำลังเด็ดคัดสมุนไพรที่ใช้ไม่ได้ออกใบหน้าสวยไร้ซึ่งการแต่งเติมยิ่งดูมีเสน่ห์กว่ายามที่นางอยู่ข้างนอกเสียอีก
"คุณหนู ทำก่อนอีกแล้วข้าช่วยเจ้าค่ะ"อาจิงรีบทิ้งแขกปรี่เข้าไปยกตะกร้าสมุนไพรอีกอันมาวางพื้นและช่วยเหลือทันที
"ทำอะไรมากมายขนาดนี้"เสียงบุรุษผู้มาเยือนเอ่ยถามพลางยืนมองจากด้านนอกศาลา
"มียาบำรุงของไทเฮากับเฉินฮูหยินส่วนอันนี้จะให้คนส่งไปที่เมืองเว่ย ส่วนอันนี้ของท่านพี่กับท่านเจ้าค่ะ"
"มีของข้าด้วยหรือ"ชายหนุ่มเอียงคอถามด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศดุดันที่เคยมีหายไปทั้งสิ้น ความอ่อนโยนและผ่อนคลายนี้มีเพียงยามอยู่ที่เรือนแห่งนี้เท่านั้น
"สมุนไพรมันเหลือเจ้าค่ะ แค่ของเหลือ"หญิงสาวตอบชัดถ้อยชัดคำด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มขึ้น
"หากเป็นของเหลือจากเจ้า ข้าก็ยินดี"หวงจือเหว่ยยิ้มร่า ก่อนจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พลางถกแขนเสื้อสีเข้มขึ้นมาเบาๆ"ข้าช่วย เจ้าสอนข้าได้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร"
หญิงสาวเงยหน้ามองบุรุษหน้าไม่อายตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ เอ่ยสอนช้าๆ พร้อมกับทำให้ดู เสียงพูดคุยเบาๆของสตรีและบุรุษปะปนกับเสียงตีมือเบาๆ ดังขึ้นเนืองๆอาจิงที่นั่งมองอยู่เบื้องล่างมองขึ้นมาเห็นแววตาของทั้งสองคนก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจคุณหนูของนางไม่เคยใช้สายตาเช่นนี้กับบุรุษใดเลยนอกจากแม่ทัพเฉินผู้นั้นหากแต่แววตาของหวงจือเหว่ยที่มองจ้าวซินเยว่ก็ช่างอบอุ่น บรรยากาศรอบๆก็เห็นชัดว่าทั้งสองคนตกในห้วงแห่งรักอย่างแท้จริง
บ่าวตัวน้อยทอดถอนหายใจยาวหากคุณหนูของนางมีความสุขจริงๆ ตัวนางเองก็คงไม่มีสิ่งใดจะคัดแค้นอีกต่อไป
"ใกล้เกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ ขยับให้ห่างคุณหนูของข้าสักหน่อย"แม้จะคิดเช่นนั้นแต่นางก็ไม่ยินยอมให้หวงจือเหว่ยได้ทำให้จ้าวซินเยว่เสียหายก่อนแต่งงานอีกแน่เพราะนางคือองครักษ์พิทักษ์คุณหนูที่แท้จริงอย่างไรเล่า
"เจ้านี่นะ"หวงจือเหว่ยพูดขึ้นพร้อมหรี่ตามอง แต่ก็ขยับห่างแต่โดยดี "หวงเหลือเกินนะอย่างไรคุณหนูของเจ้าก็เป็นเมียข้า เข้าใกล้เมียบ้างจะเป็น...! โอ้ย!"
"ใครเมียท่าน"มือบางตีแขนแกร่งอย่างจริงจังพร้อมถาม คนโดนถามได้แต่มองใบหน้าสวยที่คาดคั้นก็ได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ไปแต่โดยดี จนสตรีทั้งสองคนหันไปยิ้มหัวเราะกันอย่างสนุก
แววกลัวเมียมาตั้งแต่ยังไม่แต่งคุณหนูของนางนี่เด็ดขาดจริงๆ!
... ... ...
ทางด้านเสี่ยวโยวที่ยามนี้ควรจะเดินซื้อสมุนไพรและรีบไปที่เรือนกลับเดินออกมาจากตรอกเล็กๆ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ นางเดินได้ไม่กี่ก้าวก็หยุด ในหัวของนางคิดเรื่องต่างๆนานามากมาย
จนกระทั่ง...
"เสี่ยวโยว"เสียงเรียกของมู่จงที่ผ่านมาพอดีเรียกชื่อหญิงสาวเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินมาด้วยสายตาเหม่อลอย จนเจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกสร้างความประหลาดใจแก่อีกฝ่ายอย่างมาก
"คารวะไต้เท้ามู่เจ้าค่ะ"เสี่ยวโยวโค้งทักทายแก่อดีตทหารใต้การบัญชาของเฉินจือหานที่มักมาดูแลคุณหนูของพวกนางบ่อยๆจนชินตา ทั้งสองคนมีความคุ้นเคยกันอยู่ไม่น้อยเพราะมู่จงนั้นมาจากตระกูลชาวบ้านธรรมดายามนี้เป็นหัวหน้าทหารลาดตระเวนของเมืองหลวงภายใต้การดูแลของชินอ๋องทั้งสองคนจึงได้พบเจอกันอยู่บ้าง
"เป็นอะไรหรือ เหตุใดเหม่อเช่นนั้นแล้วนั่น ไปซื้อสมุนไพรให้คุณหนูจ้าวอีกแล้วหรือ"มู่จงนั้นแก่กว่าเสี่ยวโยวไม่มากทั้งสองคนจึงคล้ายกับสหายกว่าที่คิดแต่เพราะเสี่ยวโยวเป็นบ่าวจึงต้องเคารพอีกฝ่ายพอสมควร
หากแต่ยามที่มู่จงเอ่ยถึงตะกร้าสมุนไพรเสี่ยวโยวกลับเบี่ยงตัวเล็กน้อยราวกับจะไม่ให้ยุ่งกับของด้านใน
"เจ้าค่ะช่วยนี้คุณหนูต้องบำรุงมากกว่าเดิม สมุนไพรในเรือนจึงไม่พอ แล้วท่านเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่"เสี่ยวโยวตั้งสติทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมพลางถามอีกฝ่ายส่วนคนถูกถามก็ขมวดคิ้วและยกยิ้ม
"ข้าสิต้องถามเจ้านี่มันเกือบจะสุดเขตถนนเส้นหลัก ถัดไปมีแต่พวกอันธพาลกับพวกขอทานทั้งนั้นเจ้านั่นแหละมาทำอะไรที่นี่"มู่จงถามกลับด้วยรอยยิ้มเคล้าเสียงหัวเราะอย่างไม่สงสัยหากแต่ใจของอีกฝ่ายเต้นแรงไม่เป็นจังหวะพลางกลืนน้ำลายลงคอ
"ข้าเดินมาเรื่อยๆ เจ้าค่ะรู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่นี่แล้ว"
"เอาเถอะงั้นข้าไปส่งเจ้าที่เรือนเองแล้วกัน" มู่จงเสนอเสี่ยวโยวได้แต่ยกยิ้มรับด้วยมารยาทพร้อมกับเดินตามอีกฝ่ายเงียบๆ
... คุณหนู ข้าขอโทษนะเจ้าคะ ข้า...ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ
#####