แต่ไม่ใช่ว่า “ร่างสถิตผู้สรรค์สร้าง”ทั้งหมดจะสามารถช่วยเสริมพลังต่อสู้ให้กับ “ร่างสถิตภูตอัคคี” ได้การที่พลังธาตุไม้ของเซียวเซียงสามารถบำรุงกำลังให้กับหลินหยางได้นั้นนับเป็นพหรมลิขิตที่อาจต้องใช้เวลาเป็นหมื่นๆ ปีถึงจะมีโอกาสได้บังเอิญมาเจอกัน
แต่แบบนี้...มันก็ชวนให้อึดอัดไม่น้อยเลย...
พอหลินหยางสัมผัสได้ถึงพลังในร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นนี้แล้วก็รับรู้ได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้มีความสำคัญกับวิถีแห่งจอมยุทธ์ของเขามากขนาดไหน
ขนาดพลังฟ้าดินที่ส่งมาแค่นิดเดียวยังสามารถช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้ในพริบตาแบบนี้...
ถ้าหากสามารถสร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับนางได้ผลลัพธ์มันไม่ยิ่งทวีคูณมากกว่านี้อีกหรือ?
ในระหว่างสถานการณ์อันรุนแรงแบบนี้พลังของเซียวเซียงทำให้หลินหยางเกิดความคิดขึ้นมาหลากหลายรูปแบบแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปคิดเรื่องนั้น
อีกด้านหนึ่งนั้น เรือฉลามทมิฬกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกครั้ง
ตูม
บนผืนน้ำที่อยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกลได้เกิดคลื่นน้ำกระจายออกเป็นวงกลมระลอกใหญ่ราวกับบุปผาวารีที่เบ่งบานออกมาฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นได้รวบรวมพลังวารีไว้ที่ปากจากนั้นพลันยิงพลังคลื่นน้ำทำลายล้างออกไปใส่หวงซางตรงๆ
หวงซางนั้นราวกับถูกค้อนอันหนักอึ้งกระแทกเข้าใส่จังๆจนตัวลอยละลิ่วตกน้ำไป เกิดเป็นคลื่นยักษ์บริเวณรอบๆ นั้น
“เถ้าแก่ฮว๋าง!!”
ผู้คนทั้งหมดพลันส่งเสียงตกใจ
หวงซางนั้นเป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของผู้คนตอนนี้แต่ไม่มีใครคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแรกที่เสียท่าในการต่อสู้ครั้งนี้ถูกเล่นงานเข้าเต็มๆ จนร่วงไป
“โฮกก!!”
หลังจากที่ฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นซัดหวงซางจนร่วงไปแล้วมันก็ส่งเสียงคำรามขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเป็นเสียงที่ทรงพลังราวกับจะสามารถสยบทั้งทะเลอสูรนี้ได้อย่างแท้จริงก็ไม่ปานเหมือนกับมันกำลังจะบอกว่า
“วันนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตาย!!”
ซู่ม
คลื่นยักษ์อันมหึมาที่มาพร้อมกับเสียงคำรามของฉลามเสือยักษ์นั้นชนเข้าใส่เรือฉลามทมิฬเต็มๆ ราวกับมีมือขนาดยักษ์มาตบใส่บดขยี้กำลังใจของผู้คนทั้งหมดให้พินาศไปในพริบตา
ถ้าหวงซางยังแพ้แล้วใครเล่าจะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้??
ขณะเดียวกันนั้นเองเรื่องที่ชวนให้ผู้คนสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมก็เกิดขึ้น
ราชันหมึกยักษ์ทั้งสามตัวที่แต่เดิมกำลังโจมตีฝ่ายของราชอาณาจักรเทียนฉางกับเผ่าฝูโปอยู่นั้นอยู่ดีๆ มันก็เกิดเปลี่ยนใจ หันมาใช้หนวดยักษ์ของมันกระแทกเข้าใส่เรือฉลามทมิฬมันโจมตีเข้าใส่อย่างสุดกำลังเพื่อที่จะทำให้เรือฉลามทมิฬต้องจมลงสู่ห้วงทะเลลึกไปตลอดกาล
“หยุดนะ ไอ้เดรัจฉาน!!”
ยอดฝีมือนับสิบคนรีบเข้ามาโจมตีใส่เพื่อหวังตัดขาดหนวดเหล่านี้แต่กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลอะไรได้เลย และตอนนั้นเอง เถ้าแก่หลานไห่ที่แต่เดิมคิดจะไปต่อกรกับฉลามเสือยักษ์นั่นก็ต้องหันกลับมาใช้ดาบยาวในมือเล่มหนึ่งเข้าไปต่อกรกับหนึ่งในหนวดปลาหมึกหลายเส้นที่กำลังโจมมตีเข้ามา
หนวดนั่นถูกตัดขาดไป
แต่ปากขนาดมโหฬารที่กำลังอ้าขึ้นของฉลามเสือยักษ์นั่นก็ได้มาถึงตรงหน้าของผู้คนทั้งหมดแล้ว
แต่จะยังมีใครสามารถต้านทานได้เล่า?
หวงซางยังจมอยู่ในน้ำ หลานไห่เองก็ไร้เรี่ยวแรงมู่หยงไป๋เองก็กำลังรับมือพัวพันกับพญาวิหคปีกทองอยู่ส่วนจีหยูยี่นั้นไม่มีพลังมากพอจะสู้ไหวอยู่แล้ว
ใครจะสามารถต่อกรกับตัวตนที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในทะเลอสูรแห่งนี้ได้?
เรือฉลามทมิฬกำลังจะถึงจุดจบแล้วหรือ?
พวกของเซวี่ยเทียนหันไปมอทุกทิศทางด้วยแววตาที่ตอนนี้ดูสิ้นหวังไปแล้ว
ไม่มีใครคิดเลยว่าครั้งนี้จะมีเหล่าผู้ปกครองทะเลอสูรเกือบทั้งหมดมาปรากฏตัวพร้อมกันในที่แห่งนี้ ราวกับพวกมันได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำการฆ่าล้างพวกมนุษย์ทั้งหมดที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน
ไม่มีใครคิดเลยว่าเรือฉลามทมิฬจะเป็นเรือลำแรกจากทั้งหมดที่กำลังจะถูกบดขยี้จนสิ้นซากกลายเป็นผีเฝ้าทะเล
แต่ว่า
สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดถึงมากที่สุดก็คือในตอนนั้นเองที่เงาร่างสายหนึ่งที่ไม่มีใครนึกถึงเลยได้พุ่งเข้าใส่อสูรยักษ์สุดอันตรายนั่นไปเพียงลำพัง
ประกายแสงสีเงินพลันส่องสว่างขึ้น
หลินหยางได้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทั้งหมดบริเวณนี้แล้ว
ต่อให้เขาจะสวมใส่ชุดเกราะเงินนั่นเข้าไปแต่พลังต่อสู้ของเขาก็อยู่แค่ระดับอวิ้นหลิงขั้นกลางก็เท่านั้นแล้วจะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายระดับราชันขั้นสูงสุดนั่นได้อย่างไร?
นี่จะไปตายหรืออย่างไร?
จะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเพื่อถ่วงเวลาให้หวงซางที่จมอยู่ใต้น้ำได้มีเวลาพักฟื้นมากขึ้นอย่างนั้นรึ?
“หลินหยาง!!!”
มีเสียงร้องเรียกจำนวนมากดังขึ้นจากบนเรือฉลามทมิฬ
การกระทำของหลินหยางนั้นทั้งกล้าหาญและน่านับถือเป็นอย่างมากแต่ในสถานการณ์แบบนี้จะมีใครที่มีเวลามานั่งร้องไห้ซาบซึ้งให้กับการเสียสละแบบนี้เล่า?
เจ้าหลินหยางนี้ ถึงจะกล้าหาญแต่การเสียสละครั้งนี้มันไม่ค่อยมีค่าอะไรเท่าไรด้วยระดับพลังของมันจะสามารถต้านทานไอ้ฉลามเสือยักษ์นั่นได้นานถึงหนึ่งนาทีรึเปล่า?
คิดว่าน่าจะยาก....
ผู้คนเกือบทั้งหมดไม่มีใครสนใจสาเหตุของการกระทำที่เหมือนจะฆ่าตัวตาย ของหลินหยางบนเรือฉลามทมิฬมีแค่เซียวเซียงที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเซี่ยฉี่หลงเท่านั้นที่จ้องมองประกายแสงสีเงินที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยแววตาสงสัย
“หลินหยาง....” นางพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าสับสน
และในตอนที่ผู้คนทั้งหมดกำลังยุ่งอยู่กับการเอาชีวิตรอดนั้นหลินหยางก็ได้พุ่งมาถึงตรงหน้าของฉลามเสือยักษ์แล้ว
ตูม
คลื่นลมอันรุนแรงที่พัดเข้าใส่หน้าเขานั้นทำให้เขาเกือบจะถูกซัดปลิวกลับไปแทบจะทันที
เป็นอย่างที่ผู้คนคิดไว้ไม่ผิด ความต่างชั้นของพลังระหว่างเขากับฉลามเสือยักษ์นั้นมันมากจนเกินจะจินตนาการถึงด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าแค่จะเข้าใกล้อีกฝ่ายยังทำได้ยากเลย
แต่หลินหยางก็ได้เรียกเอา “ชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬ”ที่เคยใช้ออกมาเหยียบไว้พร้อมกับเร่งพลังฟ้าดินธาตุไฟในร่างกายให้ถึงขีดจำกัดสูงสุดจนสามารถฝืนประคองตัวเอาไว้บนฟ้าคั่นกลางระหว่างเรือฉลามทมิฬและฉลามเสือยักษ์ตัวนั้น
“ไอ้เดรัจฉาน หากข้าหลินหยางยังอยู่!! ก็อย่าหวังจะได้ทำตามอำเภอใจเลย!!”
เสียงตะโกนกู่ก้องอย่างเกรี้ยวกราดดุจดั่งประกาศิตของเทพสงคราม
เจ้าฉลามเสือยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างอำมหิตนั้นก็สังเกตเห็นเงาร่างสีเงินขาวอันน่าเกรงขามนั่นแล้วเหมือนกัน
ถึงแม้จะเพียงแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น
แต่ในสายตาของฉลามเสือยักษ์นั้นได้ปรากฏความรู้สึกดูถูกออกมา
เศษขยะแบบนี้ ไม่คู่ควรให้มันลงมือด้วยซ้ำ
แต่วินาทีต่อมาดาบในมือของหลินหยางพลันขยายใหญ่ขึ้น แต่พอฟาดฟันใส่ศัตรูแล้วก็เหมือนกับเอาท่อนไม้ไปเคาะหัวอีกฝ่ายเบาๆ
หนึ่งดาบผ่ามิติ!!
สุดยอดกระบวนท่าของหลินหยางถูกใช้ออกอีกครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรฉลามบ้านั่นได้
น่าเสียดายที่ศัตรูในครั้งนี้เป็นถึงอสูรทะเลระดับราชันขั้นสูงสุดคมดาบอันน่าหวาดกลัวที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งได้เมื่อก่อนหน้านี้กลับทำได้แค่สร้างรอยแผลเล็กๆ ขนาดไม่ถึงสิบเมตรบนผิวของมันเท่านั้น แม้แต่เลือดยังไม่ทันได้ไหลออกเลย
ความต่างของพลังนั้นชวนให้ผู้คนรอบข้างที่กำลังมองอยู่รู้สึกสิ้นหวัง
จบแล้ว...
ไอ้หนูนั่นมันฆ่าตัวตายอยู่ชัดๆ....
และก็เป็นดังคาด
ฉลามเสือถูกดาบนั้นของหลินหยางยั่วให้โกรธขึ้นมาแล้ว
ข้าขี้เกียจไปยุ่งกับเจ้าแล้วแท้ๆ แต่เจ้ากลับไม่รู้จักเจียมตัวบังอาจมาโจมตีข้าอย่างนั้นรึ?
เจ้ามันสมควรตายเป็นหมื่นๆ ครั้ง!!
โฮกกก!!
ฉลามทมิฬส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดจนเกิดความสั่นสะเทือนไปไกลนับหมื่นลี้ปากขนาดมหึมาของมันพลันเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน พุ่งเข้าใส่หลินหยางทันที
ความเร็วของมันสูงมากจนดูไม่สัมพันธ์กับขนาดตัวอันมหึมาของมันเลยอีกทั้งยังมีแรงดูดที่มองไม่เห็นจากปากยักษ์ของมันด้วยต่อให้หลินหยางจะเร่งพลังของชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬใต้เท้าเขาสุดแรงก็ตามแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นจากปากอันใหญ่โตราวกับหลุมยักษ์ของมันได้
กร๊อบ
ผู้คนพลันได้ยินเสียงฟันบนและฟันล่างกัดกระทบกันอย่างแรง
ผู้คนถึงกับสามารถจินตนาการถึงภาพของคุณชายหลิน ที่ก่อนหน้านี้สร้างคุณประโยชน์เอาไว้มากมายระหว่างทางมาที่นี่ กำลังถูกบดขยี้จนแหลกเละไปทั่วทั้งตัวภายใต้คมเขี้ยวของฉลามเสือยักษ์นั่น
โถ่...
ผู้กล้าหนุ่มเอ๋ยทำไมถึงได้มุทะลุแบบนี้นี่!!
แต่ถึงอย่างไรหลินหยางก็คู่ควรที่จะถูกยกย่องเป็นชายชาตรีอย่างแท้จริง!!
ผู้คนทั้งหมดที่ได้เห็นภาพนี้ก็ทำได้แค่ทอดถอนใจออกมาหนึ่งคำเท่าน้นจากนั้นก็ต้องกลับไปต่อสู้อย่างทรหดอีกครั้ง
ทุกคนต่างก็อยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเหมือนกันทั้งนั้นใครที่ไหนจะมีเวลาไปสงสารหรือเห็นใจคนอื่นกัน?
และในตอนนั้นเอง ขณะที่ฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นถูกหลินหยางถ่วงเวลาเอาไว้หวงซางที่ถูกซัดเข้าอย่างแรงจนร่วงตกน้ำไปนั้นในที่สุดก็สามารถพาตัวเองกลับขึ้นมาบนผิวน้ำได้แล้ว เขารีบโดดกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือทันที
“เถ้าแก่ฮว๋างท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม!!”
ผู้คนทั้งหมดเหมือนจะลืมหลินหยางไปในพริบตาซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ถึงอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วหลินหยางก็ยังไม่มีประโยชน์เท่าหวงซางอยู่ดี
ขอแค่หวงซางยังไม่ตายพวกเขาก็ยังมีความหวัง
ถ้าเป็นแบบนี้แล้วการเสียสละของหลินหยางเมื่อครู่นั้นก็นับว่าคุ้มค่ามากๆ อยู่เหมือนกัน
“ไม่เป็นไร” มุมปากของเขายังคงมีคราบเลือดติดอยู่ แต่สายตาของเขากลับยังจ้องเขม็งไปที่ฉลามเสือยักษ์ที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างน่าสงสัย
เจ้าอสูรร้ายนั่นเหมือนมันจะยังคงลิ้มรสเลือดเนื้อของหลินหยางอยู่ก็ไม่ปานมันมองมาที่ผู้คนบนเรือฉลามทมิฬอย่างเย็นชาปากอันใหญ่โตของมันพลันเปลี่ยนสภาพเป็นรอยยิ้มอันแสนอำมหิต
“สิ้นหวังไปเสียเถอะ...ไอ้พวกมนุษย์สมควรตาย!!”
ผู้คนทั้งหลายราวกับสามารถอ่านความคิดอันโหดเหี้ยมของมันจากรอยยิ้มชั่วร้ายนั่นได้เปรียบเสมือนค้อนอันหนักอึ้งเล่มหนึ่งที่ทุบใส่พวกเขาจนรู้สึกจุกอกยากจะหายใจ
“ไอ้เดรัจฉานอย่าเหลิงให้มากนัก! เลือดของคุณชายหลินไม่มีทางเสียเปล่าแน่วันนี้ ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะต้องจับเจ้าหั่นเป็นสองท่อนให้ได้!”
ตอนที่หวงซางกำลังว่ายน้ำกลับขึ้นมาอยู่นั้นเขาก็ทันได้เห็นฉากที่หลินหยางกำลังสละชีวิตอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เขาจึงเร่งพลังต่อสู้ทั้งหมดให้ถึงขีดสุดต่อให้ต้องใช้พลังชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก็จะต้องปลิดชีพไอ้ฉลามเสือยักษ์นี่ลงให้ได้
“หึหึ...มนุษย์ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอกพอฆ่าเจ้าเสร็จแล้วละก็ ข้าจะไล่จับพวกที่เหลือกินให้หมดเลย!”
แววตาของฉลามเสือยักษ์พลันปล่อยจิตสังหารของผู้ชนะออกมา
“หึหึ... เหมือนกับไอ้มนุษย์เมื่อกี้นี้อย่างไร...หึหึ...หึ...หึ...”
แต่ในตอนที่มันกำลังทำตัวโอหังอยู่นั่นเองอยู่ๆ ก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น
ดวงตาอันใหญ่โตทั้งสองข้างของมันเหลือกขึ้นภายในนั้นพลันเต็มเปี่ยมไปด้วยโลหิตสีแดงสดราวกับว่ามันกำลังจะปริออกมาแล้วก็ไม่ปาน
ใบหน้าของมันที่ราวกับกำลังเลียนแบบมนุษย์อยู่นั้นไม่สามารถแสยะยิ้มโอหังได้อีกต่อไปในเสี้ยวพริบตานั้นพลันเปลี่ยนเป็นสีหน้าอันเกรี้ยวกราดและหวาดกลัวในพริบตาต่อมามันก็อ้าปากขึ้นร้องคำรามเสียงดังสั่นสะท้านไปทั่วฟ้าสะเทือนไปทั่วปฐพี