ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 หลินหยางถูกกิน

            แต่ไม่ใช่ว่า “ร่างสถิตผู้สรรค์สร้าง”ทั้งหมดจะสามารถช่วยเสริมพลังต่อสู้ให้กับ “ร่างสถิตภูตอัคคี” ได้การที่พลังธาตุไม้ของเซียวเซียงสามารถบำรุงกำลังให้กับหลินหยางได้นั้นนับเป็นพหรมลิขิตที่อาจต้องใช้เวลาเป็นหมื่นๆ ปีถึงจะมีโอกาสได้บังเอิญมาเจอกัน

            แต่แบบนี้...มันก็ชวนให้อึดอัดไม่น้อยเลย...

            พอหลินหยางสัมผัสได้ถึงพลังในร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นนี้แล้วก็รับรู้ได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้มีความสำคัญกับวิถีแห่งจอมยุทธ์ของเขามากขนาดไหน

            ขนาดพลังฟ้าดินที่ส่งมาแค่นิดเดียวยังสามารถช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้ในพริบตาแบบนี้...

            ถ้าหากสามารถสร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับนางได้ผลลัพธ์มันไม่ยิ่งทวีคูณมากกว่านี้อีกหรือ?

            ในระหว่างสถานการณ์อันรุนแรงแบบนี้พลังของเซียวเซียงทำให้หลินหยางเกิดความคิดขึ้นมาหลากหลายรูปแบบแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปคิดเรื่องนั้น

            อีกด้านหนึ่งนั้น เรือฉลามทมิฬกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกครั้ง

            ตูม

            บนผืนน้ำที่อยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกลได้เกิดคลื่นน้ำกระจายออกเป็นวงกลมระลอกใหญ่ราวกับบุปผาวารีที่เบ่งบานออกมาฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นได้รวบรวมพลังวารีไว้ที่ปากจากนั้นพลันยิงพลังคลื่นน้ำทำลายล้างออกไปใส่หวงซางตรงๆ

            หวงซางนั้นราวกับถูกค้อนอันหนักอึ้งกระแทกเข้าใส่จังๆจนตัวลอยละลิ่วตกน้ำไป เกิดเป็นคลื่นยักษ์บริเวณรอบๆ นั้น

            “เถ้าแก่ฮว๋าง!!”

            ผู้คนทั้งหมดพลันส่งเสียงตกใจ

            หวงซางนั้นเป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของผู้คนตอนนี้แต่ไม่มีใครคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแรกที่เสียท่าในการต่อสู้ครั้งนี้ถูกเล่นงานเข้าเต็มๆ จนร่วงไป

            “โฮกก!!”

            หลังจากที่ฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นซัดหวงซางจนร่วงไปแล้วมันก็ส่งเสียงคำรามขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเป็นเสียงที่ทรงพลังราวกับจะสามารถสยบทั้งทะเลอสูรนี้ได้อย่างแท้จริงก็ไม่ปานเหมือนกับมันกำลังจะบอกว่า

            “วันนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตาย!!”

            ซู่ม

            คลื่นยักษ์อันมหึมาที่มาพร้อมกับเสียงคำรามของฉลามเสือยักษ์นั้นชนเข้าใส่เรือฉลามทมิฬเต็มๆ ราวกับมีมือขนาดยักษ์มาตบใส่บดขยี้กำลังใจของผู้คนทั้งหมดให้พินาศไปในพริบตา

            ถ้าหวงซางยังแพ้แล้วใครเล่าจะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้??

            ขณะเดียวกันนั้นเองเรื่องที่ชวนให้ผู้คนสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมก็เกิดขึ้น

            ราชันหมึกยักษ์ทั้งสามตัวที่แต่เดิมกำลังโจมตีฝ่ายของราชอาณาจักรเทียนฉางกับเผ่าฝูโปอยู่นั้นอยู่ดีๆ มันก็เกิดเปลี่ยนใจ หันมาใช้หนวดยักษ์ของมันกระแทกเข้าใส่เรือฉลามทมิฬมันโจมตีเข้าใส่อย่างสุดกำลังเพื่อที่จะทำให้เรือฉลามทมิฬต้องจมลงสู่ห้วงทะเลลึกไปตลอดกาล

            “หยุดนะ ไอ้เดรัจฉาน!!”

            ยอดฝีมือนับสิบคนรีบเข้ามาโจมตีใส่เพื่อหวังตัดขาดหนวดเหล่านี้แต่กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลอะไรได้เลย และตอนนั้นเอง เถ้าแก่หลานไห่ที่แต่เดิมคิดจะไปต่อกรกับฉลามเสือยักษ์นั่นก็ต้องหันกลับมาใช้ดาบยาวในมือเล่มหนึ่งเข้าไปต่อกรกับหนึ่งในหนวดปลาหมึกหลายเส้นที่กำลังโจมมตีเข้ามา

            หนวดนั่นถูกตัดขาดไป

            แต่ปากขนาดมโหฬารที่กำลังอ้าขึ้นของฉลามเสือยักษ์นั่นก็ได้มาถึงตรงหน้าของผู้คนทั้งหมดแล้ว

            แต่จะยังมีใครสามารถต้านทานได้เล่า?

            หวงซางยังจมอยู่ในน้ำ หลานไห่เองก็ไร้เรี่ยวแรงมู่หยงไป๋เองก็กำลังรับมือพัวพันกับพญาวิหคปีกทองอยู่ส่วนจีหยูยี่นั้นไม่มีพลังมากพอจะสู้ไหวอยู่แล้ว

            ใครจะสามารถต่อกรกับตัวตนที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในทะเลอสูรแห่งนี้ได้?

            เรือฉลามทมิฬกำลังจะถึงจุดจบแล้วหรือ?

            พวกของเซวี่ยเทียนหันไปมอทุกทิศทางด้วยแววตาที่ตอนนี้ดูสิ้นหวังไปแล้ว

            ไม่มีใครคิดเลยว่าครั้งนี้จะมีเหล่าผู้ปกครองทะเลอสูรเกือบทั้งหมดมาปรากฏตัวพร้อมกันในที่แห่งนี้ ราวกับพวกมันได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำการฆ่าล้างพวกมนุษย์ทั้งหมดที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน

            ไม่มีใครคิดเลยว่าเรือฉลามทมิฬจะเป็นเรือลำแรกจากทั้งหมดที่กำลังจะถูกบดขยี้จนสิ้นซากกลายเป็นผีเฝ้าทะเล

            แต่ว่า

            สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดถึงมากที่สุดก็คือในตอนนั้นเองที่เงาร่างสายหนึ่งที่ไม่มีใครนึกถึงเลยได้พุ่งเข้าใส่อสูรยักษ์สุดอันตรายนั่นไปเพียงลำพัง

            ประกายแสงสีเงินพลันส่องสว่างขึ้น

            หลินหยางได้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทั้งหมดบริเวณนี้แล้ว

            ต่อให้เขาจะสวมใส่ชุดเกราะเงินนั่นเข้าไปแต่พลังต่อสู้ของเขาก็อยู่แค่ระดับอวิ้นหลิงขั้นกลางก็เท่านั้นแล้วจะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายระดับราชันขั้นสูงสุดนั่นได้อย่างไร?

            นี่จะไปตายหรืออย่างไร?

            จะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเพื่อถ่วงเวลาให้หวงซางที่จมอยู่ใต้น้ำได้มีเวลาพักฟื้นมากขึ้นอย่างนั้นรึ?

            “หลินหยาง!!!”

            มีเสียงร้องเรียกจำนวนมากดังขึ้นจากบนเรือฉลามทมิฬ

            การกระทำของหลินหยางนั้นทั้งกล้าหาญและน่านับถือเป็นอย่างมากแต่ในสถานการณ์แบบนี้จะมีใครที่มีเวลามานั่งร้องไห้ซาบซึ้งให้กับการเสียสละแบบนี้เล่า?

            เจ้าหลินหยางนี้ ถึงจะกล้าหาญแต่การเสียสละครั้งนี้มันไม่ค่อยมีค่าอะไรเท่าไรด้วยระดับพลังของมันจะสามารถต้านทานไอ้ฉลามเสือยักษ์นั่นได้นานถึงหนึ่งนาทีรึเปล่า?

            คิดว่าน่าจะยาก....

            ผู้คนเกือบทั้งหมดไม่มีใครสนใจสาเหตุของการกระทำที่เหมือนจะฆ่าตัวตาย ของหลินหยางบนเรือฉลามทมิฬมีแค่เซียวเซียงที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเซี่ยฉี่หลงเท่านั้นที่จ้องมองประกายแสงสีเงินที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยแววตาสงสัย

            “หลินหยาง....” นางพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าสับสน

            และในตอนที่ผู้คนทั้งหมดกำลังยุ่งอยู่กับการเอาชีวิตรอดนั้นหลินหยางก็ได้พุ่งมาถึงตรงหน้าของฉลามเสือยักษ์แล้ว

            ตูม

            คลื่นลมอันรุนแรงที่พัดเข้าใส่หน้าเขานั้นทำให้เขาเกือบจะถูกซัดปลิวกลับไปแทบจะทันที

            เป็นอย่างที่ผู้คนคิดไว้ไม่ผิด ความต่างชั้นของพลังระหว่างเขากับฉลามเสือยักษ์นั้นมันมากจนเกินจะจินตนาการถึงด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าแค่จะเข้าใกล้อีกฝ่ายยังทำได้ยากเลย

            แต่หลินหยางก็ได้เรียกเอา “ชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬ”ที่เคยใช้ออกมาเหยียบไว้พร้อมกับเร่งพลังฟ้าดินธาตุไฟในร่างกายให้ถึงขีดจำกัดสูงสุดจนสามารถฝืนประคองตัวเอาไว้บนฟ้าคั่นกลางระหว่างเรือฉลามทมิฬและฉลามเสือยักษ์ตัวนั้น

            “ไอ้เดรัจฉาน หากข้าหลินหยางยังอยู่!! ก็อย่าหวังจะได้ทำตามอำเภอใจเลย!!”

            เสียงตะโกนกู่ก้องอย่างเกรี้ยวกราดดุจดั่งประกาศิตของเทพสงคราม

            เจ้าฉลามเสือยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างอำมหิตนั้นก็สังเกตเห็นเงาร่างสีเงินขาวอันน่าเกรงขามนั่นแล้วเหมือนกัน

            ถึงแม้จะเพียงแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น

            แต่ในสายตาของฉลามเสือยักษ์นั้นได้ปรากฏความรู้สึกดูถูกออกมา

            เศษขยะแบบนี้ ไม่คู่ควรให้มันลงมือด้วยซ้ำ

            แต่วินาทีต่อมาดาบในมือของหลินหยางพลันขยายใหญ่ขึ้น แต่พอฟาดฟันใส่ศัตรูแล้วก็เหมือนกับเอาท่อนไม้ไปเคาะหัวอีกฝ่ายเบาๆ

            หนึ่งดาบผ่ามิติ!!

            สุดยอดกระบวนท่าของหลินหยางถูกใช้ออกอีกครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรฉลามบ้านั่นได้

            น่าเสียดายที่ศัตรูในครั้งนี้เป็นถึงอสูรทะเลระดับราชันขั้นสูงสุดคมดาบอันน่าหวาดกลัวที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งได้เมื่อก่อนหน้านี้กลับทำได้แค่สร้างรอยแผลเล็กๆ ขนาดไม่ถึงสิบเมตรบนผิวของมันเท่านั้น แม้แต่เลือดยังไม่ทันได้ไหลออกเลย

            ความต่างของพลังนั้นชวนให้ผู้คนรอบข้างที่กำลังมองอยู่รู้สึกสิ้นหวัง

            จบแล้ว...

            ไอ้หนูนั่นมันฆ่าตัวตายอยู่ชัดๆ....

            และก็เป็นดังคาด

            ฉลามเสือถูกดาบนั้นของหลินหยางยั่วให้โกรธขึ้นมาแล้ว

            ข้าขี้เกียจไปยุ่งกับเจ้าแล้วแท้ๆ แต่เจ้ากลับไม่รู้จักเจียมตัวบังอาจมาโจมตีข้าอย่างนั้นรึ?

            เจ้ามันสมควรตายเป็นหมื่นๆ ครั้ง!!

            โฮกกก!!

            ฉลามทมิฬส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดจนเกิดความสั่นสะเทือนไปไกลนับหมื่นลี้ปากขนาดมหึมาของมันพลันเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน พุ่งเข้าใส่หลินหยางทันที

            ความเร็วของมันสูงมากจนดูไม่สัมพันธ์กับขนาดตัวอันมหึมาของมันเลยอีกทั้งยังมีแรงดูดที่มองไม่เห็นจากปากยักษ์ของมันด้วยต่อให้หลินหยางจะเร่งพลังของชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬใต้เท้าเขาสุดแรงก็ตามแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นจากปากอันใหญ่โตราวกับหลุมยักษ์ของมันได้

            กร๊อบ

            ผู้คนพลันได้ยินเสียงฟันบนและฟันล่างกัดกระทบกันอย่างแรง

            ผู้คนถึงกับสามารถจินตนาการถึงภาพของคุณชายหลิน ที่ก่อนหน้านี้สร้างคุณประโยชน์เอาไว้มากมายระหว่างทางมาที่นี่ กำลังถูกบดขยี้จนแหลกเละไปทั่วทั้งตัวภายใต้คมเขี้ยวของฉลามเสือยักษ์นั่น

            โถ่...

            ผู้กล้าหนุ่มเอ๋ยทำไมถึงได้มุทะลุแบบนี้นี่!!

            แต่ถึงอย่างไรหลินหยางก็คู่ควรที่จะถูกยกย่องเป็นชายชาตรีอย่างแท้จริง!!

            ผู้คนทั้งหมดที่ได้เห็นภาพนี้ก็ทำได้แค่ทอดถอนใจออกมาหนึ่งคำเท่าน้นจากนั้นก็ต้องกลับไปต่อสู้อย่างทรหดอีกครั้ง

            ทุกคนต่างก็อยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเหมือนกันทั้งนั้นใครที่ไหนจะมีเวลาไปสงสารหรือเห็นใจคนอื่นกัน?

            และในตอนนั้นเอง ขณะที่ฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นถูกหลินหยางถ่วงเวลาเอาไว้หวงซางที่ถูกซัดเข้าอย่างแรงจนร่วงตกน้ำไปนั้นในที่สุดก็สามารถพาตัวเองกลับขึ้นมาบนผิวน้ำได้แล้ว เขารีบโดดกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือทันที

            “เถ้าแก่ฮว๋างท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม!!”

            ผู้คนทั้งหมดเหมือนจะลืมหลินหยางไปในพริบตาซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ถึงอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วหลินหยางก็ยังไม่มีประโยชน์เท่าหวงซางอยู่ดี

            ขอแค่หวงซางยังไม่ตายพวกเขาก็ยังมีความหวัง

            ถ้าเป็นแบบนี้แล้วการเสียสละของหลินหยางเมื่อครู่นั้นก็นับว่าคุ้มค่ามากๆ อยู่เหมือนกัน

            “ไม่เป็นไร” มุมปากของเขายังคงมีคราบเลือดติดอยู่ แต่สายตาของเขากลับยังจ้องเขม็งไปที่ฉลามเสือยักษ์ที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างน่าสงสัย

            เจ้าอสูรร้ายนั่นเหมือนมันจะยังคงลิ้มรสเลือดเนื้อของหลินหยางอยู่ก็ไม่ปานมันมองมาที่ผู้คนบนเรือฉลามทมิฬอย่างเย็นชาปากอันใหญ่โตของมันพลันเปลี่ยนสภาพเป็นรอยยิ้มอันแสนอำมหิต

            “สิ้นหวังไปเสียเถอะ...ไอ้พวกมนุษย์สมควรตาย!!”

            ผู้คนทั้งหลายราวกับสามารถอ่านความคิดอันโหดเหี้ยมของมันจากรอยยิ้มชั่วร้ายนั่นได้เปรียบเสมือนค้อนอันหนักอึ้งเล่มหนึ่งที่ทุบใส่พวกเขาจนรู้สึกจุกอกยากจะหายใจ

            “ไอ้เดรัจฉานอย่าเหลิงให้มากนัก! เลือดของคุณชายหลินไม่มีทางเสียเปล่าแน่วันนี้ ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะต้องจับเจ้าหั่นเป็นสองท่อนให้ได้!”

            ตอนที่หวงซางกำลังว่ายน้ำกลับขึ้นมาอยู่นั้นเขาก็ทันได้เห็นฉากที่หลินหยางกำลังสละชีวิตอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เขาจึงเร่งพลังต่อสู้ทั้งหมดให้ถึงขีดสุดต่อให้ต้องใช้พลังชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก็จะต้องปลิดชีพไอ้ฉลามเสือยักษ์นี่ลงให้ได้

            “หึหึ...มนุษย์ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอกพอฆ่าเจ้าเสร็จแล้วละก็ ข้าจะไล่จับพวกที่เหลือกินให้หมดเลย!”

            แววตาของฉลามเสือยักษ์พลันปล่อยจิตสังหารของผู้ชนะออกมา

            “หึหึ... เหมือนกับไอ้มนุษย์เมื่อกี้นี้อย่างไร...หึหึ...หึ...หึ...”

            แต่ในตอนที่มันกำลังทำตัวโอหังอยู่นั่นเองอยู่ๆ ก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น

            ดวงตาอันใหญ่โตทั้งสองข้างของมันเหลือกขึ้นภายในนั้นพลันเต็มเปี่ยมไปด้วยโลหิตสีแดงสดราวกับว่ามันกำลังจะปริออกมาแล้วก็ไม่ปาน

            ใบหน้าของมันที่ราวกับกำลังเลียนแบบมนุษย์อยู่นั้นไม่สามารถแสยะยิ้มโอหังได้อีกต่อไปในเสี้ยวพริบตานั้นพลันเปลี่ยนเป็นสีหน้าอันเกรี้ยวกราดและหวาดกลัวในพริบตาต่อมามันก็อ้าปากขึ้นร้องคำรามเสียงดังสั่นสะท้านไปทั่วฟ้าสะเทือนไปทั่วปฐพี

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน