บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์
อีกไม่นานหลังจากนี้...
ดินแดนแห่งนี้จะเป็นที่กล่าวถึงของผู้คนมากมาย
ดินแดนแห่งนี้ที่เคยเป็นดินแดนแห่งความตาย
ดินแดนแห่งนี้ที่ผู้คนเคยหลีกหนี
ดินแดนแห่งนี้ที่เคยถูกทอดทิ้งโดยผู้คนมากมาย
ดินแดนแห่งนี้ ที่แทบจะไม่เหลือใครในอีกไม่กี่ปีต่อมา ถ้าหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ดินแดนแห่งนี้ ที่ผู้คนภายนอกส่วนใหญ่ต่างมองว่า มันคือดินแดนที่ตายไปแล้ว
ดินแดนแห่งนี้คือหุบเขาที่มีเพียงแค่ความแห้งแล้ง ที่มีเพียงแค่ซากแห่งชีวิต ที่ค่อยๆ แห้งเหือดลงไปในทุกทุกขณะ
มันคือดินแดนแห่งความสิ้นหวัง ที่ไม่มีใครอยากจะไปเข้าใกล้มัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นดินที่แห้งแล้ง ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร แล้วยังมีความลับต่างๆมากมาย ที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วนในตลอดระยะเวลา 10 ปี จนทำให้ภูเขาแห่งนี้ เป็นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสมบูรณ์ เพราะว่าแม้แต่คนภายในเองก็ยังพยายามที่จะหลีกหนี พวกเขาพยายามที่จะกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดออกมาจากดินแทนแห่งนั้น…
แต่อยู่มาวันหนึ่ง...
ดินแดนที่เคยไร้ซึ่งชีวิตและความหวัง ก็ได้เกิดปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน จนผู้คนที่พบเห็นต่างก็นำมันไปเล่าลือกันไป ต่างๆนานา...
บ้างก็ว่ามันเกิดปรากฏการณ์จุติของทวยเทพ
บ้างก็ว่ามันเป็นการลงโทษของสวรรค์
บ้างก็ว่าได้มีสมบัติวิเศษถือกำเนิดขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้
บ้างก็ว่าดินแดนแห่งนี้ได้รับการให้อภัยแล้ว
บ้างก็ว่าปาฏิหาริย์ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งในแผ่นดินนี้
ความคิดต่างๆนานาเริ่มแผ่ขยายออกไป แม้จะมีเพียงแค่ไม่กี่คน ที่ได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วยตาของตนเอง แต่การสั่นสะเทือนของพื้นดินแผ่นฟ้าที่ลามไปทั่วทุกหัวระแหง มันก็ได้รองรับเรื่องเล่าดังกล่าว จนทำให้ผู้คนอยากจะเดินทางมาค้นหาความเป็นจริงยังดินแดนแห่งนี้...
แต่ถึงอย่างนั้นความหวาดกลัวที่มีต่อความตาย ก็ยังเป็นเกราะกำบังหนึ่งที่ทำให้ผู้คนยังไม่กล้าเดินทาง มายังอดีตหุบเขาแห่งความตาย...
และด้วยอุณหภูมิที่หนาวเหน็บของหน้าหนาวที่รุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่จึงยังมิได้ทำอะไรกับเรื่องดังกล่าว และเฝ้ารอจนกว่าช่วงเวลาที่หน้าหนาวจะสิ้นสุดลง...
และในตอนนั้น...
พวกเขาก็จะได้เห็นดินแดนที่เปลี่ยนไปราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ดินแดนที่เคยไม่เหลือแม้แต่หญ้าเขียวสักใบ ได้กลายเป็นดินแดนแห่งชีวิตแห่งใหม่ ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย...
และมันจะกลายเป็นเมืองแห่งใหม่ที่เป็นจุดศูนย์กลาง ของดินแดนแถบนี้ในอีกไม่กี่ปีต่อมา...
กับหุบเขาที่มีชื่อว่า “หุบเขาธิดาสวรรค์” ที่ไม่ค่อยมีใครได้ร่วงรู้ต้นกำเนิดชื่อใหม่ เนื่องจากว่าชาวบ้านแต่เดิมของที่นี่ทั้งหมด ไม่มีใครบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นมาเลย ไม่ว่าคนภายนอกที่เข้ามาจากพยายามอย่างไรก็ตาม...
.
.
.
ขอต้อนรับนักอ่านทุกคนเข้าสู่เรื่องราว ช่วงที่ 3 การถือกำเนิด ขึ้นใหม่ของดินแดนแห่งชีวิตต่อสายตาของผู้คนทั้งแผ่นดิน ที่มันจะกลายมาเป็นดินแดนที่แข็งแกร่งที่สุด ทรงพลังที่สุด ทรงอำนาจมากที่สุด และร่ำรวยมากที่สุด
ดินแดนแห่งความฝันของการใช้ชีวิตอย่างสงบ
ดินแดนแห่งความฝันของผู้ที่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ดินแดนแห่งความหวังของผู้คนมากมาย
และมันจะกลายเป็นจุดหมายสุดท้ายของผู้คนที่ต้องการจะมาถึง นับแต่นี้สืบไปอีกนับพันนับหมื่นปี
ดินแดนที่ไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดๆ สามารถกล้ำกลายได้...
หุบเขาธิดาสวรรค์
..........................................
มาแล้วจ้า มาเริ่มเล่ม3กันเลย!!
ขออภัยที่หายไปหลายวัน และด้วยการที่แจ้งไปว่าจะไม่มีตอนใหม่ถ้าไม่มีนิยาย เลยหายไปจัดการปัญหาที่บ้านครับ พอคิดว่าปัญหาจบ เมื่อวาน มอไซด์ไรท์ก็พังอีกรอบ แต่ตอนนี้ร้านซ่อมที่ผ่านส่วนใหญ่ปิดเกือบหมด(ใกล้สุดก็ต้องเข็นไปราวๆ 4-5กิโลไปกลับก็ขาลากเหมือนกันครับ) เพราะเข้าช่วงบวชแก้หลังรอมฎอนมั้งนะ ตอนนี้เลยยังไม่ได้ไปดูแม่เลย…
แต่เดี๋ยวก็คงจะมีสักทางแก้สักทางครับ
สรุปคือข้ออ้างที่หายไปนั่นแหละ แต่เดี๋ยวเราจะมาต่อกันแบบรัวๆ อีกครั้งครับ ไรท์จะพยายามเร่งเล่มสามแบบติดสปีดที่สุดครับ แต่ช่วงนี้อาจจะช้านิดนึงนะ ไรท์ล้ามาก แล้วก็ต้องหาทางหาตังซ่อมมอไซด้วยอีกทางหนึ่ง….ถ้าใครสงสัยไปดูได้ที่เฟสบุ๊ค “นามปากกาสุขนิรันดร์” มีโพสบ้างเป็นครั้งราวครับ
และอีกอย่างหนึ่ง…
เมื่อวานนี้ 4เมษายน ครบรอบ6ปีที่พ่อไรท์ป่วยติดเตียงพอดี เด็กชายวัย35ปีเลยของอแงคนเดียวนิดนึงครับ ช่วงนี้เหนื่อยมากๆ เลยครับ งอแงกับใครไม่ได้ก็งอแงกับตัวเองคนเดียวนี่แหละ แต่วันนี้หายแล้วครับ กลายมาเป็นนายปรีชาเสาหลักของบ้านคนเดิมเรียบร้อย…
แฮ่ะๆ ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านไรท์ระบายตอนท้าย ไว้เจอกันในตอนถัดไปจ้า