The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่92 ดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน

              หลังผมเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยตัวผมได้มุ่งตรงไปยังลานกว้างอเนกประสงค์

              #ลานกว้างอเนกประสงค์โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์#

              ณ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยนักเรียนชั้นปีที่1 ยืนเรียงแถวกันตามห้องไล่ตั้งแต่ห้อง S จนถึงห้อง D โดยที่ห้องSจะอยู่ซ้ายมือสุดของแถว

              “นักเรียนที่ยืนตรงนั้นน่ะ..รีบมาเข้าแถวประจำห้องได้แล้ว”

              “อ้ะ…คะ..ครับ!!”

              ตัวผมรีบวิ่งไปยังแถวห้องS..ท่ามกลางเสียงหัวเราะจากห้องอื่นๆเล็กน้อย

              “ช้าจังเลยนะเรเวล…นายไปไหนมาน่ะ”

              “ทะ..โทษทีรูอัน..พอดีฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”

              ผมเดินไปต่อแถวด้านหลังรูอันซึ่งเป็นท้ายสุดของแถวพอดี

              สิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่าง..ดูเหมือนลานกว้างจะไม่ได้มีแค่นักเรียนกับอาจารย์แต่ละห้องอย่างเดียว..แต่ยังมีกล่องขนาดกลางที่มีสิ่งของบางอย่างบรรจุอยู่..วางอยู่ด้านหน้าของนักเรียนแต่ละคนด้วย…แน่นอนด้านหน้าผมก็มีกล่องใบนั้นเช่นกัน

              “นี่มันกล่องอะไรหว่า?”

              ผมยื่นมือจะไปเปิดฝากล่อง…แต่ตอนนั้นเองมีเสียงพูดของอาจารย์ผู้หนึ่งดังขึ้น

              “สวัสดีนักเรียนที่รักทั้งหลาย...ฉัน ‘เอเรน รูราเคส’ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้องS และเป็นหัวหน้าอาจารย์ระดับชั้นปีที่1 ในวันนี้จะขอมาเป็นตัวแทนในการอธิบายข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสำรวจดันเจี้ยนในครั้งนี้…”

              เสียงคุยของเหล่านักเรียนจางหายไป

              ทุกคนตั้งใจฟังอาจารย์ที่ปรึกษาห้องSคนนั้นพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นต่อทัศนศึกษาในเชิงผจญภัยครั้งแรก

              “อย่างที่พวกเธอรู้กันว่าดันเจี้ยนคือสิ่งปลูกสร้างปริศนาที่มีมาตั้งแต่โลกใบนี้ถือกำเนิดขึ้น…ไม่มีใครในโลกนี้รู้ว่าตัวตนของดันเจี้ยนนั้นมีไปเพื่ออะไร…ดันเจี้ยนมีกี่แห่ง…และแต่ละแห่งมีอะไรอยู่ด้านในบ้าง…แต่จากข้อมูลของดันเจี้ยนที่ค้นพบมาจนถึงทุกวันนี้ทำให้เราทราบว่าพวกมันคือแหล่งขุมทรัพย์ทางเวทย์มนต์ที่ทรงคุณค่า..ระดับที่ทำให้อาณาจักรสามารถเจริญแบบก้าวกระโดดได้..ฉะนั้นการสำรวจดันเจี้ยนโดยพลการถือเป็นเรื่องต้องห้ามหากไม่ได้รับอนุญาตจากทางสภาบริหารส่วนกลางของราชอาณาจักร………

              …..แต่ว่าพวกเธอเป็นนักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์ ซึ่งฉันได้ทำเรื่องขอสภาบริหารไปเรียบร้อยแล้ว…ฉะนั้นจึงสามารถไปสำรวจได้โดยไม่มีปัญหาอะไร…แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็จะไปสำรวจได้แค่ชั้นต้นๆเท่านั้น..แล้วก็นะ..อย่างที่ทุกคนเริ่มจะทราบกันแล้วว่าด้านหน้าของตนเองจะมีกล่องคนละ1ใบ ซึ่งในนั้นจะมีอุปกรณ์ป้องกันพื้นฐานอย่างพวกชุดเกราะ เครื่องนอน..อาหาร..น้ำ..และอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นอื่นๆอีกมากมาย แน่นอนว่าอุปกรณ์ทุกอย่างยกเว้นของกิน…จะต้องส่งมอบคืนให้กับทางโรงเรียนหลังการสำรวจจบลง….เอาล่ะก่อนอื่นใครมีคำถามอะไรมั้ย? "

              นักเรียนห้อง C คนหนึ่งยกมือขึ้น

              “คือว่าอาจารย์ครับ..ทำไมถึงต้องใส่ชุดเกราะด้วยล่ะครับ..ในเมื่อเครื่องแบบนักเรียนที่ทำจากเส้นด้ายเวทย์มนต์ก็น่าจะป้องกันอันตรายได้ไม่ใช่หรอครับ?”

              “เครื่องแบบพวกนั้นป้องกันได้แค่การโจมตีของมอนสเตอร์ที่ระดับเลเวลไม่เกิน30เท่านั้น…พูดแค่นี้เธอคงเข้าใจความหมายใช่มั้ย?” 

              “ถ้างั้นกะ..ก็หมายความว่า…”

             “ใช่แล้วล่ะ..ดันเจี้ยนที่พวกเราไปสำรวจ LV ของมอนสเตอร์จะอยู่ที่ 30-35..ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยพวกเธอทุกคนจะต้องใส่ชุดเกราะที่ทางโรงเรียนมอบให้ทับกับชุดเครื่องแบบนักเรียนด้วย..แน่นอนว่าดีไซน์ของชุดเกราะถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้เข้ากับเครื่องแบบนักเรียน..ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์”

              นักเรียนทุกคนเงียบแล้วก้มมองไปยังกล่องด้านหน้าของตัวเอง..แถมมีบางคนเปิดฝากล่องแง้มขึ้นดูเล็กน้อยด้วย

              “เอาล่ะ..ใครมีคำถามอีกมั้ย?”

              ตอนนั้นเองนักเรียนห้องAยกมือขึ้นถาม

              “อาจารย์คะ..คือว่าทำไมพวกเราถึงไปสำรวจได้แค่ชั้นต้นๆเท่านั้นคะ..แบบว่าไปชั้นลึกกว่านี้ไม่ได้หรอ??”

              “เป็นคำถามที่ดีมากเลยนะ..แต่พวกเราคงไปได้แค่ชั้นต้นๆเท่านั้นแหละ..เพราะอย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นดันเจี้ยนชั้นใต้ดินที่เพิ่งค้นพบใหม่..และหน่วยงานทางอาณาจักรที่เคยส่งไปสำรวจได้หายสาปสูญไปตั้งแต่ชั้นกลาง..จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่กลับมาเลยน่ะสิ…ซึ่งอาณาเขตชั้นต้นนี้จะกินพื้นที่ตั้งแต่ชั้นที่1ถึงชั้นที่10เท่านั้น โดยนับชั้นที่อยู่ติดกับพื้นดินเป็นชั้นที่1 แล้วไล่ลงไปด้านล่างเรื่อยๆ….ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในการสำรวจครั้งนี้จะไปกันลึกเกินกว่าชั้นที่10ไม่ได้และต้องไปกันเป็นกลุ่มตามห้อง..โดยเริ่มจากห้องSจะเป็นห้องแรกที่เริ่มสำรวจก่อน…ซึ่งการสำรวจจะกินระยะเวลาประมาณ3วัน…หลังจากนั้นจึงถึงคิวห้องถัดไป…”

              ‘เพราะกินระยะเวลา3วัน..จึงต้องให้ถุงนอนกับเสบียงอาหารมาด้วยสินะ…’ เรเวลคิดในใจ

              “การสำรวจดันเจี้ยนครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่จะทำให้พวกเธอเติบใหญ่เป็นบุคลากรทางเวทย์มนต์ที่มีคุณภาพในอนาคต…ถ้าไม่ทำเรื่องพิเรนๆจนตายกันไปก่อนล่ะนะ…เอาล่ะใครมีคำถามอะไรอีกมั้ย?”

              “….”

              นักเรียนทุกคนเงียบ

              “ถ้าไม่มีก็แยกย้ายกันแค่นี้แหละ..สำหรับห้องSที่ถึงคิวสำรวจพรุ่งนี้ในวันแรก..อย่าลืมมารวมตัวกันที่ลานแห่งนี้ก่อน 6โมงเช้านะ…ส่วนห้องอื่นๆหน้าที่ของพวกเธอก็แค่รอห้องSสำรวจเสร็จเท่านั้น…เอาล่ะแยกย้ายกันได้”

              “ครับ/ค่ะ”

              นักเรียนทั้งหมดโค้งหัวคำนับอาจารย์

               ********************************

              หลังการเรียกรวมตัวจบลง..หลายคนทยอยถือกล่องของตัวเองแยกย้ายกันไปตามห้องพักของตน

              ส่วนเรเวลและผองเพื่อนของเขาต่างมารวมตัวกัน

              “ได้ข่าวว่านายไปก่อเรื่องมานิ..เจ้ากระต่าย”

              “เอาน่า...อย่าบ่นฉันเลยนะลูน่า”

              “เซซิเลียฉันถือกล่องให้เธอนะ…”

              “ไม่เป็นไรฉันถือเองได้ค่ะ..แต่ก็ขอบคุณนะคะเซเลน่า”

              “เอ่อจริงสิ..เซซิเลีย..วันนี้ฉันจะไปนอนที่ห้องพักของตัวเองที่ รร.อัศวินเวทย์มนต์นะ..คงจะกลับไปนอนที่ปราสาทไม่ได้แล้วล่ะ…ฝากบอกท่านไอรีนด้วย”

              “อ่าวทำไมหรอคะ?”

              “คือว่าการสำรวจมันเริ่มพรุ่งนี้เช้าแล้วน่ะสิ..หมายความว่าต้องเตรียมตัวตั้งแต่คืนนี้..ซึ่งฉันยังไม่ได้ลองเช็คอุปกรณ์ในกล่องหลายๆอย่างเลย…และถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นการอยู่ที่ รร.อัศวินเวทย์มนต์มันจะสะดวกกว่า..แถมยังปรึกษากับพวกเรากันเองได้ง่ายด้วย..โดยการไปมาระหว่างหอพักนี่แหละ”

              “นั่นสินะคะ...ถ้างั้นฉันเองก็นอนที่หอพักด้วยดีกว่า” เซซิเลียกล่าว

              “จะ..จริงหรอเซซิเลีย!!”

              เซเลน่าโยนกล่องตัวเองทิ้ง..แล้วร้องไห้โฮ…เข้าไปกอดเซซิเลีย

              “ฮือๆๆๆ….ที่ผ่านมาฉันนอนในห้องตัวเองคนเดียวเหงาจะแย่…นะ..ในที่สุดก็ได้นอนกับเธอแล้วววว”

              “ใจเย็นๆนะเซเลน่า…หลังจบภารกิจล้างคำสาปแล้วฉันเองก็คงต้องกลับมานอนกับเธอเหมือนเดิมอยู่ดีไม่ใช่หรอ”

              “นับว่าโชคดีที่ภารกิจล้างคำสาปจบลงไปชั่วคราวล่ะนะ…ว่าแต่ถ้าเธอนอนตรงนี้แล้วใครจะไปบอกท่านไอรีนล่ะ?” เรเวลถาม

              “ก็ส่งจดหมายด่วนไปก็ได้นิคะ...เสียเงินแค่ไม่เท่าไหร่เองค่ะ”

              “อะ..เอ่อ..นั่นสินะ”

              ‘ชิ…อิจฉาพวกบ้านรวยจริงๆวุ้ยย’ 

              “เอาล่ะถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกฉันไปก่อนนะ…ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาเจอกันที่สวนดอกไม้ในโรงเรียตอน1ทุ่มละกัน..”

              ลูน่าโบกมือลาแล้วเดินไปกับชีน่าทันที

              “ไปก่อนนะ..ทุกคน”

              ชีน่าหันกลับมาโบกมือบ้ายบาย

              “อืม/ครับ”

              เรเวลกับรูอันโบกมือลา

              “เหอะ..เจ้าพวกนั้นมันอะไรกันเนี่ย..หอพักผู้หญิงก็อยู่ทางเดียวกันไปใช่รึไง”

              เซเลน่าเดินไปเก็บกล่องตัวเอง..แล้วบ่นเล็กน้อย

              “พวกเขาคงตื่นเต้นที่จะดูของข้างในกล่องมั้งคะ…ฉะนั้นพวกเราเองก็ไปกันเถอะค่ะ”

              เซซิเลียกล่าวจบแล้วเดินไปทางหอพักหญิง

              “ดะ..เดี๋ยวว..เซซิเลียรอฉันด้วยสิ…”

              เซเลน่าถือกล่องแล้วรีบเดินตามเซซิเลียไป

              “เอาล่ะพวกเราก็ไปกันเถอะนะรูอัน”

              “ครับ”

              *******************************

              #หอพักชาย ณ ห้อง VIP#

              หลังกลับมาถึงห้องนอนตัวเองที่ไม่ได้กลับมานาน..ผมถือกล่องไปวางที่พื้น…แล้วนั่งบนโซฟา..จากนั้นรีบเปิดฝากล่องเพื่อดูข้างในทันที…ซึ่งรูอันก็ทำแบบเดียวกัน

              “หืม..!?..นี่มันเกราะเบานี่นา” รูอันกล่าว

              “งั้นหรอ..”

              ผมทยอยหยิบหยุดเกราะด้านในออกมาข้างนอกแล้ววางเรียงกัน

              เกราะเบาคือเกราะที่ประดับแค่บางส่วนของร่างกาย..ต่างจากเกราะหนักที่เป็นชุดเกราะแบบคลุมมิดทั่วทั้งตัวซึ่งทุกส่วนล้วนถูกซ่อนอย่างมิดชิดภายใต้ชุดเกราะนั้น…ตัวอย่างคนที่ใส่เกราะหนักก็อย่างเช่นทหารที่เฝ้าหน้าประตูเมืองนั่นเอง

              “ถึงจะเป็นเกราะเบา..แต่ก็มีครบทุกชิ้นเลยนะครับ” รูอันกล่าว

              “อืมใช่”  

              ผมมองไปยังเกราะเบาสีเงินออกไปในโทนสีทองเล็กน้อย

              มีทั้งเกราะอก เกราะมือ เกราะเอว และเกราะขา

              ชุดเกราะทุกส่วนสะท้อนแสงอ่อนๆเปล่งประกายงดงาม..เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นโลหะอย่างดีที่ไม่ธรรมดา

              “ชุดเกราะนี่มันราคาเท่าไหร่กันแน่นะ..ราคานี่คงจะแทบล้มละลายเลยแหละมั้ง”

              ตัวผมเอามือเคาะไปที่ชุดเกราะสีทองเงินเบาๆ

              “ไม่รู้สิ…นี่..ดูนั่น..มีอุปกรณ์ที่ป้องกันศีรษะด้วยครับ!!”

              รูอันหยิบโลหะคล้ายวงแหวนสำหรับสวมศีรษะขึ้นมา

              “นี่มันที่คาดหน้าผากธรรมดาเองนี่นา…มันจะไปป้องกันอะไรได้”

              ผมลองค้นหาในกล่องตัวเองแล้วหยิบที่คาดศีรษะคล้ายวงแหวนสีทองเงินขึ้นมา

              “เห้ออ..เอาเถอะ..ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรล่ะนะ..”

              เอาตรงๆผมเองก็ไม่คิดจะพึ่งชุดเกราะอย่างเดียวอยู่แล้ว..แค่ช่วยป้องกันอวัยวะสำคัญบางส่วนก็พอ..นอกจากนั้นคงต้องพยายามหลบการโจมตีให้ได้

              “พวกเราลองสวมมันดูเถอะครับ..เห็นอาจารย์เอเรนบอกว่าให้ใส่ทับกับเครื่องแบบนักเรียนไปเลย” รูอันเสนอแบบนั้น

              “อืม”

              ผมกับรูอันจึงลองสวมชุดเกราะดูทันที..โดยเริ่มจากเกราะอกก่อน

              ตามด้วยเกราะมือ เกราะเอว และเกราะขา

              “เกราะมือดูเหมือนจะคลุมตั้งแต่หลังมือไปจนถึงข้อศอกเลยนะครับ” รูอันกล่าว

              “อืม..นั่นสินะ..คงเอาไว้ใช้ปัดการโจมตีของศัตรูได้ในกรณีฉุกเฉินน่ะ”

              ผมสวมเกราะหน้าผากที่เป็นวงแหวน…เป็นอย่างสุดท้าย

              “ไอนี่มันคล้ายๆผ้าคาดหัว..ที่พวกนักพจญภัยอิสระชอบใส่กันเลยแหะ”

              “ไม่ใช่ผ้าสักหน่อย..โลหะต่างหากล่ะครับ”

              “เออ..รู้แล้วเฟ้ยย…ฉันแค่เปรียบเปรยเฉยๆ”

              ผมเดินไปมองตัวเองหน้ากระจก

              “โอ้…ดูดีเหมือนกันแหะ”

              ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองหน้าแต่หล่ออะไรหรอกนะ…แต่คงต้องยอมรับว่าชุดเกราะนี้มันถูกออกแบบมาให้เข้ากับเครื่องแบบนักเรียนจริงๆ

              “แถมเคลื่อนไหวสะดวกมากเลยนะครับ”

              รูอันขยับตัวแล้วกระโดดหมุนตัวไปมาในห้อง

              “ดีไซน์ชุดนี้ของผู้หญิงจะเป็นยังไงบ้างนะ..ฉันล่ะอยากเห็นจริงๆ” 

              ผมรีบค้นหาอุปกรณ์อื่นๆในกล่องต่อ

              ดูเหมือนว่าจะมีแค่เสบียงอาหาร,โคมไฟ,ถุงนอน,อุปกรณ์ก่อไฟ,และก็กระเป๋าเวทย์มนต์ใบเล็กสำหรับใส่ของ

              ผมรีบเอาอุปกรณ์ที่เหลือยัดใส่กระเป๋าเวทย์มนต์ที่ทางโรงเรียนมอบให้ชั่วคราว

              ส่วนชุดเกราะผมก็ถอดออกแล้ววางไว้ข้างเตียงตัวเอง

              “ถึงจะไม่มีปัญหาอะไรแต่ตอนนี้ 1 ทุ่มตามเวลานัดแล้ว..พวกเรารีบไปกันเถอะ..เผื่อทางฝั่งนั้นจะมีปัญหา" ผมกล่าวกับรูอัน

              “ครับ”

              รูอันรีบถอดชุดเกราะของตัวเองวางไว้ข้างเตียงเหมือนกัน..แล้วเดินออกไปนอกประตูพร้อมกับผม

              “อย่าลืมล็อคประตูด้วยล่ะ”

              ******************************

              19:00 น.

              #สวนดอกไม้ ณ โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ยามค่ำคืน#

              บรรยากาศเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาขนิด..พร้อมกับแสงจากหิ่งห้อย

              “สวยจังเลยนะครับ”

              “นั่นสินะ..ว่าแต่พวกผู้หญิงยังไม่มาอีกหรอเนี่ย”

              ผมสูดหายใจเอาอากาศและกลิ่นดอกไม้ยามค่ำคืนเข้าไปเต็มปอด..แล้วถอนหายใจมาออกมาแรงๆ

              “เห้อออออออ…..”

              “เป็นอะไร..ไอผมขาว”

              'ปัก'

              “วะ..เหวออออ…..”

              อยู่ดีๆท่านเซเลน่าก็โผล่มาจากด้านหลัง..แล้วถีบผมจนเกือบหน้าคว่ำ

              แถมแรงถีบก็เจ็บพอดู

              “ไม่เอานะเซเลน่า..อย่าทำแบบนี้สิคะ”

              ผมรีบหันไปทันที

              ตอนนี้ทั้งเซซิเลีย ท่านเซเลน่า ชีน่า ลูน่า ก็มากันครบแล้ว

              แถมทุกคนยังสวมชุดเกราะมาด้วย

              เกราะมือ เกราะอก เกราะเอว และเกราะขา ทุกชิ้นส่วนล้วนถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระผู้หญิง

              โดยเฉพาะเกราะเอวที่ถูกออกแบบมาให้คลุมทับกระโปงไปถึงขาอ่อน..นั้นบอกตรงๆว่าดูเซ็กซี่สุดๆ 

             ผมที่มองส่วนล่างของผู้หญิงนั้นเกิดหน้าแดงขึ้นมา…จึงรีบหันหน้าไปด้านข้างแล้วไอเล็กน้อย

              “แอ่กๆๆ..”

              ส่วนเกราะที่สวมศีรษะสำหรับผู้หญิงก็มีเหมือนกัน..

              แต่ลักษณะไม่ใช่วงแหวนคาดศีรษะเหมือนของผู้ชาย…แต่เป็นกิ๊บติดผมโลหะคล้ายปีกขนนกประดับด้านข้างศีรษะเหนือใบหูเล็กน้อย

              แน่นอนว่าดีไซน์แบบนี้ก็ดูดีสุดๆไม่แพ้ชุดเกราะของผู้ชาย

              “เรเวล…ชุดของฉัน..ปะ..เป็นยังไงบ้างคะ..”

              เซซิเลียเดินเข้ามาใกล้เรเวล..แล้วถามแบบนั้น..พร้อมกับหน้าแดงไปด้วย

              เด็กหนุ่มค่อยๆหันหน้ามามองเธอ

              เซซิเลียเอาปลายนิ้วชี้ม้วนเส้นผมตัวเอง…แล้วทำท่าอ่อยผ่านสายตาเล็กน้อย…ท่ามกลางชุดเกราะสีทองเงินอันสวยงามนั่น

              “อะ..อืม..สะ..สวย..”

              เรเวลหน้าแดงจนควันออกศีรษะ 

              ส่วนรูอันเองเมื่อมองเซซิเลียก็หน้าแดงเหมือนกัน..แต่โดนชีน่าหยิกหูทันที

              “โอ้ยยย”

              “…”

              ลูน่ามองเรเวลสลับกับเซซิเลียเล็กน้อย..แต่ไม่ได้พูดอะไร

              “ว่าแต่พวกผู้ชายน่ะ..ไม่คิดจะลองใส่ชุดเกราะของตัวเองมาให้ดูหน่อยหรอ” เซเลน่าถาม

              เนื่องจากเรเวลควบคุมหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบทนไม่ไหว..จึงพยายามหลบหน้าเซซิเลีย..แล้วรีบหันไปตอบคำถามของเซเลน่าก่อน

              “กะ..กะ…กะ…ก็ไม่มีใครบอกให้ใส่มานี่ครับ…แถมเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เห็นชุดเกราะของผู้ชายแล้วไม่ใช่รึไงครับ..ท่านเซเลน่า”

              “เออ..มันก็จริงแหะ..”

              “ฉันอยากเห็นเรเวลใส่ชุดเกราะผู้ชายมากเลยค่ะ…ต้องดูหล่อและเท่ห์มากๆแน่ๆเลย >//<”

              เซซิเลียเดินเข้ามากอดเรเวล

             “0//0...กะ..กะ..ก็ไม่ขนาดน้านนน…..รีบเข้าประเด็นที่จะคุยกันเถอะคร้าบบบบ”        

              เด็กหนุ่มหน้าแดงท่ามกลางอ้อมกอดของเด็กสาวที่มีภาพลักษณ์ราวกับอัศวินหญิงในสวนดอกไม้ยามค่ำคืน

             ********************************

              #5:00 น. ณ ห้องพักVIPชาย#

              เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น

              “ยะ..ฮู้ววววว…/เเเเเเย้..”

              ผมกับรูอันรีบลุกจากเตียงพร้อมกัน

              เเปลงฟันอาบน้ำด้วยความเร็วแสง

              ใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วรีบสวมชุดเกราะทับ

              “เช้าแล้วนะครับ..ตื่นเต้นจัง”

              “นั่นสินะ..”

              ผมหยิบกระเป๋าเวทย์มนต์ของอาจารย์และกระเป๋าเวทย์มนต์ของโรงเรียนผูกเหน็บไว้ข้างเกราะเอว

              “พวกเราไปกันเถอะ..”

              ผมกล่าวจบแล้วเปิดประตูออกไป

              หลังเดินออกจากห้องพัก..ผมมุ่งตรงไปกินอาหารเช้าที่โรงอาหารกับรูอัน..แล้วรีบไปรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ซึ่งที่นั่นมีใครหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว

              *****************************

              #5:39 น. ณ ลานอเนกประสงค์โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์#

              “ช้าจังเลยนะ..”

              เซเลน่ายืนกอดอกมองมาทางเด็กหนุ่มผมขาวและเด็กหนุ่มผมน้ำตาล

              “อรุณสวัสดิ์นะคะเรเวล..แล้วก็คุณรูอัน”

              เซซิเลียกล่าวทักทาย…ด้วยสีหน้าตื่นเต้น

              “อรุณสวัสดิ์ครับท่านเซซิเลีย”

              “อรุณสวัสดิ์เซซิเลียแล้วก็ทุกคน”

              ผมมองไปทางลูน่า..

              “หึ..”

              ลูน่ากอดอกแล้วหันหน้าไป..ราวกับโกรธผมในบางอย่าง

              เซซิเลีย..เดินเข้ามาเกาะแขนผม..แล้วกระซิบข้างหู

              “คุณใส่ชุดเกราะอันนี้แล้วดูเท่ห์มากเลยนะคะ…เล่นเอาฉันหลงรักอีกรอบเลยล่ะ..”

              “อะ…เอ่อ..ไม่ต้องพูดขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

              ผมหน้าแดงเล็กน้อย..แล้วหลบหน้าเซซิเลีย

              ส่วนรูอันก็เดินไปทักทายชีน่ากับลูน่า

              พวกเราทั้งหมดคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย..เพื่อปัดเป่าคลายความตื่นเต้นลง

              จนกระทั่งเวลา 6:00 น.ได้มาถึง

              “เอาล่ะ..ห้องSทั้งหมดเข้าแถวได้”

              อาจารย์เอเรนกล่าวเรียกนักเรียกทุกคนให้เตรียมพร้อม

              “ตอนนี้เท่าที่นับดูมีทั้งหมด 32 คน..ซึ่งครบจำนวนแล้ว…หลังจากนี้พวกจะไปสำรวจดันเจี้ยนกัน..โดยจะมีเจ้าหน้าที่ผู้ใช้เวทย์มิติพาไปส่ง”

              หลังอาจารย์เอเรนกล่าวจบ..ก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดประตูมิติส้มขึ้นมาด้านหน้า

              “ให้แต่ละคนเดินเข้าประตูนี้กันเลย..โดยเริ่มจากแถวแรกก่อน..เรเวลไปได้แล้ว..ครั้งนี้เธอเป็นคนนำ”

              “คะ..ครับบบ!!”

              ผมรีบเดินนำแถวไปในประตูมิติสีส้มนั่น...โดยมีเซซิเลีย เซเลน่า รูอัน ลูน่า ชีน่า และห้องSคนอื่นๆเดินตามหลัง

              ‘เอาล่ะ..ดันเจี้ยนข้างหน้าจะเป็นแบบไหนกันแน่นะ..’