ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 จำไว้ว่าไปทิ้งให้ไกลหน่อย

            ยามนี้มู่อี๋เสวี่ยเห็นหลงเซี่ยวอวี่เข้าไปใกล้มู่จื่อหลิงใบหน้าฉายแววมีชัยในแผนการร้าย

            นางคิดอย่างไร้เดียงสาว่าถ้าฉีอ๋องที่รักของนางเชื่อคำพูดของนางจริงๆล่ะก็ เมื่อครู่มู่จื่อหลิงตบนาง ตอนนี้มู่จื่อหลิงต้องได้รับหายนะแน่ ทางที่ดีที่สุดคือฉีอ๋องต้องไม่ปล่อยนางไป

            แต่ว่าเหตุใดฉีอ๋องจึงยืนใกล้มู่จื่อหลิงถึงเพียงนั้นกัน!

            มู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่มายืนอยู่ตรงหน้านางนางก็เริ่มกังวลขึ้นมา เหตุใดคนทั้งหมดล้วนมองมายังนางเมื่อครู่นี้นางมิได้เจตนาหัวเราะจริงๆ หัวเราะไม่มีความผิดเสียหน่อยหากกลั้นไว้ก็รังแต่จะเป็นการทำร้ายตนเอง

            หลงเซี่ยวอวี่เห็นนางไม่พูดจึงยกมือขึ้นมาอย่างช้าๆ

            มู่จื่อหลิงตื่นตระหนกหลงเซี่ยวอวี่ต้องการทำสิ่งใด ตีนางหรือ? เป็นเพราะนางหัวเราะจึงทุบตีนาง? หรือเป็นเพราะเขาเห็นตนเองสะบัดฝ่ามือใส่มู่อี๋เสวี่ยสองฝ่ามือ จึงจะตบตีนาง?

            มู่อี๋เสวี่ยเห็นหลงเซี่ยวอวี่ต้องการทุบตีมู่จื่อหลิงก็ยิ่งยินดีในโชคร้ายของผู้อื่น

            นางยังมิวายแสร้งเข้าไปหยุดยั้งทำท่าทางอ่อนแออยากจะลุกขึ้นจากพื้นก็ลุกมิได้ น้ำตาหยดเผาะ กล่าวว่า “ท่านอ๋องอย่าได้ตีท่านพี่ ล้วนเป็นความผิดของเสวี่ยเอ๋อร์ ขอร้องท่านอย่าได้ตีท่านพี่”

            มู่จื่อหลิงมองมู่อี๋เสวี่ยด้วยท่าทางเหมือนมองคนปัญญานิ่มยามนี้นางมิกล้าหัวเราะแล้ว ได้แต่ข่มกลั้นโทสะเอาไว้ แต่มิสามารถแผลงฤทธิ์ได้

            เหตุใดตอนนี้มู่อี๋เสวี่ยสมควรตายถึงได้น่ารังเกียจนักสีดำก็ยังสามารถพูดกลับเป็นขาวได้!

            แต่ว่าความสามารถเติมน้ำมันใส่ตะเกียงของมู่อี๋เสวี่ยนี่ยังต้องฝึกฝนกระมังมิอาจหาจุดดีๆ มาพูด วาจาที่พ่นออกมาล้วนแต่ทำให้คนสะอิดสะเอียนยังดีที่เมื่อครู่นางกินแค่ขนมเปี๊ยะมาจากในวัง มิเช่นนั้นคงได้อ้วกออกมาหมด

            หากมิใช่เพราะหลงเซี่ยวอวี่อยู่นางต้องตัดสินใจเข้าไปชื่นชมมู่อี๋เสวี่ยด้วยสองเท้าเป็นแน่

            ยามนี้บ่าวรับใช้ของจวนอ๋องเองก็ล้วนแปลกใจและกังวลใจ

            พวกเขารู้ว่าฉีอ๋องนั้นนอกจากเวลาปกติที่มองหวางเฟยจะมองให้มากหน่อยแล้ว ก็มิเคยไปมองสตรีอื่นให้มากอีก จะตบตีหวางเฟยด้วยเหตุเพราะสตรีอื่นได้อย่างไรทว่าการเคลื่อนไหวนี้ก็คล้ายคลึงท่าทางที่ต้องการทุบตี

            ยามปกติหวางเฟยปฏิบัติต่อพวกเขาไม่เลวเลยทั้งยังเข้ากับคนง่ายอย่างยิ่ง บางเวลาก็ยังให้เงินรางวัลเป็นจำนวนมากพวกเขาชื่นชอบหวางเฟยผู้นี้นัก

            เวลานี้พวกเขาล้วนเกลียดชังสตรีที่มีนามว่ามู่อี๋เสวี่ยมาก่อความวุ่นวายหน้าประตูจวนฉีอ๋องแทบจะทุกวัน ทั้งๆ ที่นางรังแกผู้อื่นก่อน แต่กลับพูดถูกเป็นผิดนางโดนตบก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ยังจะมาเสแสร้งอันใดอีก

            ทว่ายามนี้พวกคนรับใช้ก็ได้แต่มองกลับมิกล้าส่งเสียงยับยั้ง

            ในขณะที่ทุกคนกลั้นลมหายใจรอมือของฉีอ๋องประทับลงหน้าหวางเฟย

            ในขณะที่เสี่ยวหานปลุกความกล้าหาญต้องการเอ่ยปากหยุดยั้ง

            ในขณะที่มู่จื่อหลิงหลับตาแน่นท่าทางเตรียมรับการทุบตีในอ้อมอกนางก็มีสิ่งของอุ่นๆ เพิ่มขึ้นมา

            นางเปิดเปลือกตาตามสัญชาตญาณจากนั้นใช้มือประคอง พอก้มศีรษะมองก็พบว่าเป็นรังนกที่นางอุ้มมาจากในวัง

            เกิดอันใดขึ้นหลงเซี่ยวอวี่มิได้ต้องการตบนาง แต่นำรังนกมาให้นาง แต่อาภรณ์เขารุ่มร่ามนักเมื่อครู่จึงบดบังถ้วยไปเสียหมด ไม่มีผู้ใดมองเห็น

            “จัดการให้เรียบร้อยแล้วก็เข้าไประยะนี้ออกจากจวนระวังตัวด้วย” หลงเซี่ยวอวี่พูดอย่างเย็นชา

            เขาพูดจบก็ไม่รอให้คนทั้งหมดมีปฏิกิริยาหันหลังจากไปในทิศทางของจวนฉีอ๋อง เพียงพริบตาก็ไม่เหลือแม้แต่เงา

            เหตุการณ์อันน่าประหลาดใจทำให้คนทั้งหมดล้วนตื่นตะลึงมู่จื่อหลิงเองก็ไม่ต่าง

            นางขุ่นเคืองเล็กน้อยเหตุใดเมื่อครู่จึงสมองขัดข้องเช่นมู่อี๋เสวี่ยไปได้แม้นางจะมองหลงเซี่ยวอวี่ไม่ออก แต่ก็พอเข้าใจเขาอยู่บ้าง

            ดูเหมือนว่าเขาจะมิได้มองมู่อี๋เสวี่ยแม้แต่น้อยมิได้เห็นนางในสายตา อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามู่อี๋เสวี่ยสูงหรือเตี้ย อ้วนหรือผอมแล้วจะไปสนใจวาจาของนางได้อย่างไร

            อีกอย่างฉีอ๋องเป็นคนเช่นใดจะเข้าไปตบตีสตรีอย่างไม่รักษาท่าทีได้อย่างไร

            แต่เมื่อนึกถึงวาจาของหลงเซี่ยวอวี่เมื่อครู่นางก็ยิ้มออกมา หลงเซี่ยวอวี่เพิ่งพูดว่าช่วงนี้นางสามารถออกจากจวนได้แล้วมิใช่ว่าไม่มีธุระก็ออกจากจวนให้น้อยลงเช่นนั้นเท่ากับว่านางจะมีธุระหรือไม่ก็สามารถออกไปได้อย่างผ่าเผยแล้ว

            มู่จื่อหลิงหัวเราะคิกคักตกอยู่ในจินตนาการที่นางสามารถออกไปได้แล้วลืมเลือนคำพูดข้างหลังของหลงเซี่ยวอวี่ ‘ระวังตัวเอง’ ไปเสีย

            ต่อไปนางก็มิต้องหวาดหวั่นมิต้องลับๆ ล่อๆ เพื่อหลบคำบ่นยืดเยื้อที่ต้องการยับยั้งนางของลุงฝูอีก

            ครั้งก่อนที่หลงเซี่ยวอวี่พูดกับนางแม้นางจะไม่ชอบฟังนักแต่เมื่อใคร่ครวญแล้วหลงเซี่ยวอวี่ในยามนี้ก็มิได้น่าเกลียดชังถึงเพียงนั้นแล้ววันนี้ยังตั้งใจไปรับนางออกจากวัง ไม่ว่าเขาจะแค่ผ่านทางไปจริงๆ หรือไม่ก็ตาม

            “นายน้อย ท่านอ๋องไปแล้วเหตุใดท่านยังยิ้มออกมาได้อีก” เสี่ยวหานมองมู่จื่อหลิงที่หัวเราะคิกคักด้านข้างพลางถาม

            ที่แท้เมื่อครู่ฉีอ๋องมิได้ต้องการทุบตีนายน้อยแต่ต้องการมอบสิ่งของให้นายน้อย เมื่อครู่นั้นนางตกใจหมด ก็จริง ท่านอ๋องจะทุบตีนายน้อยเพราะวาจาคุณหนูรองได้อย่างไรนายน้อยมีฐานะอะไร แล้วคุณหนูรองมีฐานะอะไร

            “เจ้ามองผิดแล้ว ข้าไม่ได้ยิ้ม”มู่จื่อหลิงเก็บรอยยิ้ม กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

            เสี่ยวหานถูกการเปลี่ยนแปลงของมู่จื่อหลิงทำให้ขบขันเสียแล้ว“ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้ยิ้ม เป็นบ่าวมองผิดไปเองเจ้าค่ะ”

            ทั้งๆ ที่นายน้อยยิ้มชัดๆยังบอกว่ามิได้ยิ้มอีก นายน้อยต้องยิ้มเพราะเมื่อครู่นี้ท่านอ๋องมิได้จะทุบตีนางเป็นแน่

            มู่จื่อหลิงมองลุงฝูที่ยืนอยู่ตรงกลางของบ่าวรับใช้อย่างได้ใจราวกับกำลังพูดว่า เปิ่นหวางเฟยสามารถออกไปได้อย่างสง่าผ่าเผยแล้ว ดูสิว่าเจ้ายังกล้ารั้งยังกล้าไปฟ้องหรือไม่

            ลุงฝูถูกมู่จื่อหลิงจ้องจนเหงื่อตกอยู่เงียบๆเขาได้รับความไม่เป็นธรรมยิ่งนัก นี่หวางเฟยเป็นอันใดไปเขาไปล่วงเกินนายหญิงที่ใดเข้า

            หลังจากที่ท่านอ๋องคุยกับหวางเฟยเพียงลำพังอยู่พักใหญ่เมื่อครั้งที่แล้วหวางเฟยก็เริ่มไม่สนใจเขา เย็นชาใส่เขา เขาเพียงแค่รั้งหวางเฟยมิให้ออกจากจวนเป็นครั้งคราวเท่านั้น

            ปกติหวางเฟยก็ปฏิบัติกับเขาอย่างให้เกียรติต่อให้หวางเฟยออกจากจวน เขาก็มิกล้าไปฟ้องท่านอ๋องนี่นาเขายังชมหวางเฟยกับท่านอ๋องว่าเฉลียวฉลาดนัก เหตุใดบรรพบุรุษท่านนี้จึงมาโทษตนเล่า

            ในขณะที่หลงเซี่ยวอวี่ยัดสิ่งของในมือเข้าไปในอ้อมแขนของมู่จื่อหลิงนั้นมู่อี๋เสวี่ยก็ตกตะลึงไปแล้ว

            สายตานางนั้นมิได้ละไปจากหลงเซี่ยวอวี่เลยต่อให้หลงเซี่ยวอวี่ไปแล้วนางก็ยังมองอย่างโง่งมไปตามทิศทางที่หลงเซี่ยวอวี่เดินไปนางเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตนแตกสลาย

            ท่านอ๋องมิใช่ว่าจะทุบตีมู่จื่อหลิงหรือเหตุใดจึงเอาสิ่งของมาให้นาง เหตุใดท่านอ๋องยังไม่มองตนเองแม้แต่น้อยก็ไปแล้ว

            “มัวงงงวยอันใดกันอยู่มิได้ยินที่ท่านอ๋องพูดหรือ ยังไม่รีบจัดการสุนัขบ้านี่อีก!”มู่จื่อหลิงชำเลืองมองมู่อี๋เสวี่ยที่เหม่อมองไปยังทิศทางที่หลงเซี่ยวอวี่หายไปอย่างเคลิบเคลิ้มสั่งบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้างอย่างน่าเกรงขาม

            พวกบ่าวรับใช้เมื่อได้ยินวาจานี้จึงทยอยมีการตอบสนองจากฉากเมื่อครู่นั่นท่านอ๋องพูดตอนไหนว่าให้จัดการสุนัขบ้า? ไม่ใช่จัดการสุนัขบ้า แต่เป็นจัดการมู่อี๋เสวี่ย

            ทว่าแปลกใจก็คือแปลกใจพวกเขายังคงพูดโดยพร้อมเพรียงกันว่า “ขอรับ/เจ้าค่ะ หวางเฟย”

            หากมิใช่เพราะมู่อี๋เสวี่ยเป็นน้องสาวของหวางเฟยพวกเขาคงจัดการมู่อี๋เสวี่ยหญิงผู้นี้ไปนานแล้ว มิว่าเป็นท่านอ๋องสั่งหรือหวางเฟยสั่ง พวกเขาล้วนยินยอมพร้อมใจ

            บ่าวรับใช้สองสามคนเข้าไปแบกมู่อี๋เสวี่ยจนมือและขาชี้ขึ้นท้องฟ้าเตรียมนำไปทิ้งไกลหน่อย มู่อี๋เสวี่ยจึงตอบสนองขึ้นมา ดิ้นรนพลางร้องตะโกน“พวกเจ้าทำสิ่งใด อย่าแตะต้องข้า พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร”

            คนทั้งหมดแค่นเสียงขึ้นจมูกพวกเขาต้องรู้อย่างแน่นอน มิใช่คุณหนูรองจวนจงอี้โหวผู้โด่งดัง น้องสาวฉีหวางเฟยมู่อี๋เสวี่ยหรือ

            เช่นนั้นแล้วอย่างไรหวางเฟยของพวกเขาไม่เห็นนางเป็นน้องสาว สตรีผู้นี้ช่างติดทองคำบนใบหน้าตนเอง [1] จริงๆยามนี้มู่อี๋เสวี่ยในสายตาพวกเขาก็เป็นแค่สุนัขบ้าขี้โมโหเท่านั้น

            “ปล่อยข้า ไสหัวไปมู่จื่อหลิงเจ้ามัน” มู่อี๋เสวี่ยดิ้นรนพลางตั้งท่าจะด่าทอ

            “กล่าววาจาสามหาว ตบปาก” ยังไม่ทันด่าออกมาก็ถูกเสียงเย็นชาของมู่จื่อหลิงตัดบทเสียก่อน

            บ่าวผู้หนึ่งที่ทั้งว่องไวและโหดเหี้ยมก็เต็มใจลงมือเพียะ! ทำให้มู่อี๋เสวี่ยกลืนคำที่ต้องการด่าทอลงไป

            มู่จื่อหลิงยิ้มอย่างพอใจ“อืม อย่าลืมนำไปทิ้งไกลหน่อยเล่า อย่าให้มาสกปรกอยู่หน้าประตูใหญ่จวนฉีอ๋องต่อไปมาหนึ่งครั้ง ทิ้งหนึ่งครั้ง ในเมื่อนางชอบมา ชอบถูกแบกไปทิ้งเช่นนั้นก็ตามใจนาง ไม่ต้องเกรงใจนาง”

            มู่จื่อหลิงเอ่ยจบก็พาเสี่ยวหานเข้าไปในจวนอ๋องโดยไม่เหลียวหลัง

            มู่อี๋เสวี่ยจ้องมองมู่จื่อหลิงที่เดินเข้าไปในจวนอ๋องด้วยน้ำตาอย่างเกลียดชัง

            มู่จื่อหลิง ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปข้าจะต้องแย่งของที่ข้าต้องการกลับมา

            -

            ตำหนักอวี่หาน

            “เป็นอย่างไร ยังเจ็บหรือไม่?” มู่จื่อหลิงมองแก้มที่หายบวมแล้วแต่กลับยังแดงอยู่ของเสี่ยวหานด้วยสีหน้าปวดใจพลางพูดออกมา

            เสี่ยวหานยิ้มน้อยๆ กล่าว“นายน้อย บ่าวไม่เจ็บ”

            แม้ตอนที่เพิ่งโดนตบจะเจ็บแต่เมื่อเห็นนายน้อยกลับมาจากวังหลวงอย่างปลอดภัย นางก็ไม่เจ็บแล้ว นายน้อยเพิ่งจะช่วยนางแก้แค้นไปยามนี้นางเบิกบานใจนัก

            “เสี่ยวหานเจ้าออกไปจากจวนทำไมกัน ถูกมู่อี๋เสวี่ยตบได้อย่างไร” จู่ๆ มู่จื่อหลิงก็ถามขึ้น

            “บ่าว...บ่าวเห็นคุณหนูไปนานแล้วยังไม่กลับกังวลยิ่งนัก จึงอยากออกไปดู ไม่คิดว่าจะเจอคุณหนูรองเข้า คุณหนูรองบังคับถามบ่าวว่านายน้อยไปไหนบ่าวไม่พูด นางจึง...” เสี่ยวหานกล่าวเสียงแผ่วเบา

            คำพูดต่อไปนางไม่ได้พูดจนจบยามนี้นางเกรงว่านายน้อยจะโมโหขึ้นมา

            มู่จื่อหลิงได้ฟังถึงตรงนี้ก็ซาบซึ้ง“ต่อไปอย่าไปรอโง่ๆ อยู่หน้าประตูอีก ข้าไม่มีทางเกิดเรื่องหากไปเจอมู่อี๋เสวี่ยอีก ให้รีบหลบเลี่ยงไปให้ไกล เข้าใจหรือไม่”

            “บ่าวทราบแล้ววันนี้บ่าวไปหาลุงฝู ให้เขาไปรายงานท่านอ๋องเรื่องท่านเข้าวังท่านอ๋องไปรับนายน้อยจริงๆ ด้วย” เสี่ยวหานพูดพลางหัวเราะอย่างโง่งม

            เมื่อครู่เห็นท่านอ๋องกับนายน้อยกลับมาด้วยกันนางดีใจยิ่งนัก ท่านอ๋องเริ่มสนใจนายน้อยแล้ว

            มู่จื่อหลิงเข้าใจแล้ว ที่แท้เป็นเสี่ยวหานแอบทำนี่เองนางก็ว่าแล้ว หลงเซี่ยวอวี่รู้ว่านางอยู่ที่นั่นได้อย่างไรเหตุใดถึงได้ว่างเพียงนั้น ยังผ่านทางไปตำหนักคุนหนิงที่แห่งนั้นอยู่ในเขตของวังหลัง เขาไม่มีธุระจะไปที่นั่นทำไมกัน

            “เสี่ยวหานต่อไปอย่าได้ไปหาท่านอ๋องอีก เข้าใจหรือไม่ มิเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้ากลับจวนสกุลมู่”จู่ๆ มู่จื่อหลิงก็พูดอย่างเฉียบขาด เสี่ยวหานจึงตกใจขึ้นมา

            เสี่ยวหานถูกทำให้ตกใจเข้าจริงๆพยักหน้าราวกับจิกข้าวสาร นางมิกล้าถามสิ่งใดอีก หากนายน้อยส่งนางกลับจวนสกุลมู่จริงๆเช่นนั้นผู้ใดจะมาดูแลนายน้อย นางหักใจจากไปมิได้

            มู่จื่อหลิงรู้ว่าเรื่องที่ตนเองก่อนางต้องแก้ไขเอง ถึงแม้สถานที่ที่มีหลงเซี่ยวอวี่อยู่ นางจะไร้กังวลทั้งนั้นราวกับท้องฟ้าของตนเองถูกเขาค้ำเอาไว้ แต่นางก็ไม่อยากให้เรื่องที่มีสาเหตุมาจากนางพัวพันไปถึงหลงเซี่ยวอวี่

            นางไม่รู้ว่าวันนี้หลงเซี่ยวอวี่ช่วยเหลือนางด้วยเหตุใดไม่รู้ว่ายามนี้หลงเซี่ยวอวี่จะเห็นนางเป็นสมาชิกคนหนึ่งของจวนฉีอ๋องจริงๆ หรือไม่ไม่รู้ว่าอำนาจของหลงเซี่ยวอวี่มีมากมายเพียงใด

            นางรู้เพียงว่ามีหลายคนหวาดกลัวหลงเซี่ยวอวี่และมีหลายคนจดจ้องถมึงทึงไปที่อำนาจของเขา หาวิธีจับจุดอ่อนของหลงเซี่ยวอวี่

            ไม่ว่านางกับเขาจะเป็นแค่สามีภรรยากันในนามหรือมีความสัมพันธ์ใช้ประโยชน์หรือถูกหลอกใช้ ก็มิอาจให้คนมาจับจุดอ่อนเขาได้

            นางมิอาจให้หลงเซี่ยวอวี่มาจัดการเรื่องที่นางก่อ

            อย่างน้อยก็ตอนนี้ยังมิอาจทำได้

            สำหรับภายหน้า...พวกเขายังมีภายหน้าด้วยหรือ?

            ------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ติดทองบนหน้าตนเองหมายถึงยกยอตนเอง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786