“เธอต้องการหย่ากับซ่งหานเจียงจริงๆงั้นหรือ? หรือที่พูดไปเมื่อครู่นี้เพียงเพราะอารมณ์โกรธเท่านั้น?”
หลังจากซย่านีพูดจบเธอก็เดินจากไปเซี่ยงเหมยรีบไล่ตามเธอไปทันที แล้วโน้มน้าวเธออย่างร้อนรน “ซย่านีเธออย่าเพิ่งวู่วามไปเลยนะถ้าพวกเธอเลิกกันขึ้นมาจริงผู้ชายดีๆ แบบซ่งหานเจียงคงหาไม่ได้อีกแล้ว!”
“พี่สะใภ้เซี่ยงเหมย พี่อย่าเกลี้ยกล่อมฉันอีกเลยผู้ชายดีๆอย่างซ่งหานเจียงหายากก็จริงและครอบครัวสามีชั้นเลิศอย่างตระกูลซ่งก็คงหายากด้วยใช่หรือไม่?”ซย่านียิ้มพลางพูดติดตลกตอนนี้เธอโล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้วเมื่อก่อนเธออดทนอดกลั้นมาโดยตลอด อันที่จริงทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้เธอหย่ากับซ่งหานเจียงได้อย่างราบรื่นจากนั้นก็จะตัดขาดกับตระกูลซ่งอย่างถาวร
ผู้ชายคนนี้มีความรับผิดชอบสูงหากจู่ๆ ซย่านีขอหย่าขึ้นมาเขาจะต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน แต่หากเพื่อนบ้านโดยรอบไปพูดกับเขาว่าภรรยาและลูกๆของเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในตระกูลซ่งล่ะก็เช่นนั้นแล้ว เขายังจะกล้ายืนกรานที่จะรั้งภรรยากับลูกๆ ให้อยู่ข้างกายเขาได้อีกหรือ?
ซย่านีเข้าใจซ่งหานเจียงดีหากการหย่าร้างครั้งนี้เป็นผลดีกับเธอและลูกๆ เขาจะต้องตกลงยินยอมเป็นแน่
ด้วยกลัวว่าเซี่ยงเหมยจะเกลี้ยกล่อมตนเองต่อซย่านีจึงเปลี่ยนเรื่องพูด “ฉันยังไม่ได้ถามพี่เลยวันนี้ทำไมพี่ถึงกลับมาเร็วนักเล่า? ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะออกไปหรอกหรือ? สินค้าขายหมดเร็วขนาดนี้เชียว?”
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเซี่ยงเหมยก็พลันมีสีหน้าวิตกกังวลขึ้นมาทันที“เปล่าหรอก ฉันยังไม่ได้ขายเลยด้วยซ้ำ”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”ซย่านีรู้ได้ว่าเซี่ยงเหมยน่าจะเจอเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถรับมือได้
เซี่ยงเหมยกล่าวขึ้นในที่สุด“ฉันเพิ่งจะขนของไปถึงที่นั่นก็เห็นว่ามีคนตั้งแผงขายยางรัดผมอยู่ใกล้ๆกันก่อนแล้ว ฉันก็เลยเดินเข้าไปดูกลายเป็นว่าพวกเขาขายยางรัดผมเหมือนของพวกเราเลยพวกเราขายยางรัดผมรุ่นเล็กในราคาสองชิ้นห้าเหมาแต่พวกเขาขายแค่ชิ้นละสองเหมาสองชิ้นก็แค่สี่เหมาถูกกว่าพวกเราตั้งหนึ่งเหมา! แล้วยังมียางรัดผมชิ้นใหญ่อีกนะพวกเขาก็ยังขายถูกกว่าพวกเราด้วย! ทำไมคนเหล่านี้ทำกันได้ลงคอ ถึงเขาจะเลียนแบบการทำยางรัดผมจากพวกเราก็ช่างเถอะแต่ทำไมต้องมาขายตัดราคาพวกเราด้วย? นี่มิใช่ว่าตั้งใจจะขโมยธุรกิจเราหรอกหรือ?! หากคนอื่นตั้งราคายางรัดผมถูกแบบนี้ใครเล่าจะยังกล้ามาซื้อของพวกเรา!ตอนนั้นฉันกังวลใจจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงรีบถีบรถสามล้อกลับมาก่อน”
เฝิงหย่งเข็นรถสามล้อเดินตามหลังพวกเธอสองคนเข้ามาครั้นได้ยินสิ่งที่เซี่ยงเหมยพูดเขาก็โกรธมากและพูดว่า “นี่มันใจร้ายเกินไปแล้ว!เขาเป็นใครกัน?”
เซี่ยงเหมยส่ายหน้า“ฉันไม่รู้จัก...ซย่านี เธอ...” เมื่อเห็นซย่านีมีสีหน้าสงบเซี่ยงเหมยก็เกิดความคิดแว็บหนึ่งขึ้นมา “เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น?”
ซย่านีตอบ “ใช่ค่ะ ด้วยต้นทุนการผลิตหนังยางรัดผมนั้นต่ำมากขั้นตอนการทำก็ง่าย วัสดุเองก็หาได้ไม่ยากจึงง่ายมากที่จะถูกลอกเลียนแบบ...อันที่จริงฉันยังคิดว่าตอนที่พวกเราขายยางรัดผมกันวันที่สองคงจะถูกคนหัวหมอทำเลียนแบบออกมาขายบ้างแล้วคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะขายยางรัดผมได้มาเป็นอาทิตย์”
เซี่ยงเหมยดวงตาเป็นประกายเธอลากซย่านีกลับบ้านแล้วพาหญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเทน้ำใส่แก้วให้ซย่านีอย่างขยันขันแข็ง “ในเมื่อเธอคาดเดาไว้บ้างแล้วแสดงว่าเธอก็คงมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ใช่ไหม?”
ทว่าน่าเสียดายที่ซย่านีกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ไหนเลยจะมีวิธีรับมือกันล่ะคะ หากคนอื่นลดราคาพวกเราก็ได้แต่ลดราคาตามไปด้วยโชคยังดีที่ต้นทุนการทำยางรัดผมค่อนข้างต่ำพวกเราก็ยังพอจะทำกำไรได้หนึ่งถึงสองเหมาอยู่”
“อ๋า? มีแค่นี้เอง...” เซี่ยงเหมยผิดหวังมาก
“แต่ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งนะคะ”
เซี่ยงเหมยเงยหน้ามองซย่านีทันที“อะไรนะ?”
ซย่านียิ้มพลางกล่าวว่า“แค่หาตลาดว่างๆ ที่ยังไม่มียางรัดผมวางขายพวกเราก็ยังสามารถขายราคาแพงเพื่อหาเงินต่อไปได้ อย่างเช่นเมืองจินที่อยู่ใกล้ๆหากขยับไกลออกไปหน่อยก็คือเมืองเฉิงกับเมืองจาง...”
“โห” เซี่ยงเหมยกลอกตาแล้วกล่าวว่า“ความคิดนี้พูดมาแล้วก็เหมือนไม่พูดหรือเปล่าพวกเราเป็นผู้หญิงสองคนแถมยังมีเด็กเป็นโขยงอีกใครมันจะไปขายยางรัดผมไกลขนาดนั้นกัน!”
“ฉันไปได้นะ”
หลังจากจอดรถสามล้อลงแล้วเฝิงหย่งที่เพิ่งเดินเข้าบ้านมาและได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่พอดีก็เอ่ยอาสาทันที
เซี่ยงเหมยหันไปพูดกับเขา“พี่จะทำได้อย่างไรกัน! พี่มีงานประจำอยู่แล้วนี่นา?”
ตอนนี้เฝิงหย่งยังไม่กล้าบอกกับเซี่ยงเหมยถึงความคิดฟุ้งซ่านในใจเขาตลอดช่วงหลายวันมานี้เพราะอย่างไรแล้วในยุคนี้การได้ทำงานในโรงงานเครื่องจักรก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีหน้ามีตาในสังคมมากแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้ยินว่ามีพนักงานประจำคนไหนเต็มใจลาออกเพียงเพื่อหันไปทำอาชีพค้าขายแทน
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวออกมา“ฉันอาศัยเวลาช่วงสุดสัปดาห์แล้วค่อยไปขายก็ได้ หรือไม่ฉันก็อาจจะขอลาหยุดกับที่โรงงาน”เขายิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดนี้ไม่เลวเลย “ลองคิดดูสิ ฉันทำงานอยู่ในโรงงานวันๆหนึ่งจะหาเงินได้เท่าไหร่กันเชียวแต่พวกเธอขายยางรัดผมกันแค่วันเดียว ก็หาเงินได้หลายร้อยหยวนแล้ว!ช่วงไม่กี่วันมานี้ฉันเห็นพวกเธอขายยางรัดผมได้น้อยลงเรื่อยๆ ฉันเดาว่าคงเป็นเพราะพวกสตรีกระเป๋าหนักและรักสวยรักงามส่วนใหญ่น่าจะซื้อของพวกนี้กันไปหมดแล้วยิ่งมีคนเคยซื้อยางรัดผมมากเท่าไหร่ภายภาคหน้าการค้าของพวกเธอก็จะมีแต่ความลำบากมากขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าหากไปเมืองใกล้เคียง เหตุการณ์นี้มันก็จะแตกต่างออกไป เพราะอีกฟากฝั่งของเมืองพวกเขายังไม่เคยมียางรัดผมเช่นนี้วางขายดังนั้นฉันคิดว่าจะต้องขายดีอย่างแน่นอน”
เซี่ยงเหมยได้ฟังก็รู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่ดีแต่เธอเคยชินกับการฟังความคิดเห็นจากซย่านีแล้วดังนั้นเธอจึงหันหน้าไปหาซย่านีเพื่อขอความคิดเห็น
ซย่านีกล่าวขึ้น “พี่เฝิงหย่งพูดถูกหากเราคิดจะขายของให้ได้กำไรก้อนโตเหมือนช่วงที่ขายกันวันแรกๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยแถมตอนนี้ยังมีคู่แข่งมาเพิ่มอีกเช่นนี้ยางรัดผมของพวกเราก็ต้องขายราคาถูกลงเรื่อยๆแต่สุดท้ายพวกเราก็คงไม่สิ้นไร้หนทางจนหาเงินไม่ได้สักแดงเดียวหรอกกรุงปักกิ่งใหญ่โตขนาดนี้ ประชากรในเมืองก็เยอะแยะคงไม่ต้องกังวลเรื่องการขายยางรัดผมไปอีกนานก็แค่ว่าอาจจะขายได้เงินน้อยลงก็เท่านั้นเอง แต่การเก็บเล็กผสมน้อยสักวันนึงก็จะมากขึ้นดังนั้นการค้าขายก็ยังถือว่าเป็นธุรกิจที่ดีอยู่นะคะ”
เมื่อรู้ว่าในอนาคตเธอจะหาเงินได้น้อยลงเรื่อยๆเซี่ยงเหมยก็พลันรู้สึกถึงความผิดหวังเป็นครั้งแรก แต่พอลองคิดดูอีกทีตอนนี้เธอก็หาเงินได้เยอะขนาดนี้แล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีกเล่า? เกิดเป็นมนุษย์ไม่ควรโลภให้มากนักหรอก
“แต่ฉันคิดว่ามันก็เป็นความคิดที่ดีนะคะที่พี่เฝิงหย่งจะอาศัยช่วงสุดสัปดาห์หรือขอลาหยุดไปขายยางรัดผมที่เมืองใกล้ๆกันนี้” ซย่านีกล่าวต่อ “แม้ว่าพวกเราจะไม่ไปขาย ต่อจากนี้อีกไม่นานก็คงมีคนจากปักกิ่งนำยางรัดผมแบบนี้ไปขายที่เมืองใกล้ๆอยู่ดี ถ้าเช่นนั้นแล้วไม่สู้พวกเราชิงขายและรีบกอบโกยกำไรก้อนโตกันก่อนดีกว่านะคะ!”
เฝิงหย่งตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวแล้ว“งั้นวันนี้ฉันจะไปขอลาหยุดที่โรงงานเลยนะแล้วค่อยไปสถานีขนส่งเพื่อซื้อตั๋วรถต่อเลย!”
เซี่ยงเหมยเองก็กล่าวเสริมเช่นกัน“เอาล่ะ งั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน พี่รีบไปเถอะอย่าให้เสียเวลาเลยค่ะ”
เมื่อเห็นเฝิงหย่งกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูวินาทีถัดมาซย่านีก็ร้องเรียกเขาไว้ก่อน “พี่เฝิงหย่งพี่ซื้อตั๋วสองรถมาสองใบเลยนะคะ พี่ไม่เคยขายของมาก่อนฉันว่าให้พี่สะใภ้ไปกับพี่ด้วยน่าจะดีกว่าหากพวกพี่สองคนไปเป็นเพื่อนกัน ฉันค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย”
เฝิงหย่งโบกมือพลางกล่าวว่า “ได้เลยงั้นฉันไปก่อนล่ะ”
เซี่ยงเหมยรู้สึกกลัวเล็กน้อยเธอไม่เคยเดินทางไกลบ้านมาก่อน“ฉันจะทำได้จริงหรือ? หรือไม่ก็ให้เธอไปแทนดีไหม!”
ซย่านีปฏิเสธอย่างรวดเร็วเธอยิ้มพร้อมกล่าวว่า “อย่ากลัวไปเลยค่ะฉันไม่กล้าออกไปไหนมาไหนตามลำพังกับพี่เฝิงหย่งอีกแล้วพี่ก็รู้นี่นาว่าคนพวกนั้นเพิ่งจะสาดโคลนใส่ร้ายฉันอย่างไรบ้าง”
พอกล่าวมาถึงเรื่องนี้เซี่ยงเหมยก็โกรธขึ้นมาอีกรอบเธอกัดฟันกรอด “แม่สามีกับน้องสามีของเธอคู่นั้นคงถูกสุนัขกินสามัญสำนึกไปหมดแล้ว!”
ซย่านียักไหล่แล้วกล่าวว่า “ไม่หรอกสุนัขน่าจะกินไม่ลงเสียมากกว่า พี่ก็อย่ากังวลใจไปเลยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ออกไปขายยางรัดผมเสียหน่อยฉันเชื่อใจพี่นะว่าพี่จะต้องทำได้แน่ๆ”