ฉางเฟิงคารวะให้กับอีกฝ่ายอีกครั้งถึงอย่างไรการได้รับการคุ้มครองจากสมาคมนักปรุงยาก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อฉางเฟิงมากจริงๆ
หลังจากนั้นพวกโหลวหลานก็ได้ทานอาหารกันและพูดคุยกันอีกเล็กน้อยส่วนใหญ่จะเป็นโหลวซิวเถียนที่เป็นคนถามคำถามกับฉางเฟิงมากกว่าจนพวกเจี้ยนอี้อดไม่ได้ที่จะคิดว่าโหลวซิวเถียนกำลังตรวจสอบลูกเขยในอนาคตหรือเปล่า
หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกลับห้องพักผ่อนวันต่อมาฉางเฟิงก็ได้โอกาสตรงไปยังสมาคมนักปรุงยาพร้อมกับพวกเจี้ยนอี้ส่วนโหลวหลานต้องเข้าร่วมการประชุมของตระกูลจึงมาไม่ได้ แต่ลุงจางก็คอยปกป้องพวกฉางเฟิงอยู่ข้างๆทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องพวกฉางเฟิงอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างไรเจี้ยนอี้ก็เป็นถึงสาวงามคนหนึ่งของทวีปเซียนแน่นอนว่าย่อมได้รับความสนใจส่วนซวนหยวนเสวี่ยเพราะนางสวมชุดปกปิดทั้งตัวแม้แต่เรียวขาของนางก็ยังไม่มีใครเห็นทำให้ไม่มีใครสนใจเพราะติดว่านางหน้าตาไม่ดี
“นั่นมันเจี้ยนอี้ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ผิดดอกไม้งามของตระกูลเจี้ยนที่หลานคนต่างฝันถึง”
“น่าเสียดายที่มีเจ้าของแล้ว”
“หืมมีเจ้าของแล้วเจ้าหมายความว่ายังไง”
“พวกเจ้าไม่รู้งั้นเหรอตระกูลเจี้ยนได้เตรียมยกแม่นางเจี้ยนอี้ให้แต่งกับอัจฉริยะของวังสวรรค์”
“เรื่องจริงงั้นเหรอ”
“ไม่ผิดแน่ข่าวนี้ทำให้ชายหนุ่มหลายคนพากันยอมแพ้ในตัวนางทั้งหมด”
“น่าเสียดายจริงๆ”
“และไม่ใช่แค่เจี้ยนอี้ยังมีอีกหลายตระกูลที่เตรียมขายลูกสาวของตนเองให้กับวังสวรรค์”
เมื่อเจี้ยนอี้ได้ยินเสียงซุบซิบกันใบหน้าของนางก็มืดมนนางไม่คิดเลยว่าสุดท้ายตระกูลก็ขายนางให้กับวังสวรรค์อยู่ดี
“ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถกลับตระกูลได้แล้วไม่งั้นพวกนั้นจะต้องขังข้าเอาไว้แน่”เจี้ยนอี้กล่าว
“ชั่งน่าขันเสียจริงเพื่อความโลภของตนเองถึงกับยอมขายอัจฉริยะของตระกูลให้กับหมาบ้าอย่างวังสวรรค์ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปโลกนี้คงได้แต่ตกต่ำไปเรื่อยๆแล้ว” ซวนหยวนเสวี่ยส่ายหน้า
“โลกของผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอมันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าเราเอาแต่พึ่งพาตระกูลอย่างเดียวสักวันก็ต้องถูกตระกูลใช้เป็นเครื่องมือในสักวันแต่ถ้าเราพึ่งพาตนเองจนแข็งแกร่งขึ้นแล้วใครละจะมาตัดสินชีวิตเราได้” ฉางเฟิงกล่าว
หญิงสาวทั้งสองตกตะลึงและมองไปยังฉางเฟิงและหวนถึงคำกล่าวของเสี่ยวเฮ่ยตัวฉางเฟิงที่เป็นลูกของระดับพระเจ้าแล้วทำไมต้องมาลำบากอยู่แบบนี้และไม่ใช่ชีวิตอยู่กับบิดามารดาเสพสุขกับอำนาจของครอบครัวแต่กลับเลือกมาลำบากและยืนหยัดด้วยตัวเอง
ไม่ใช่เพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่พึ่งพาบิดามารดาหรอกหรือแน่นอนว่าเหตุผลของฉางเฟิงไม่ได้เป็นแบบทั้งสองคิดแต่คำกล่าวของฉางเฟิงก็ทำให้ทั้งสองอดที่จะคิดและเริ่มอยากจะแยกตัวออกจากตระกูลของตน
“เอาละเข้าไปเถอะ”ลุงจางกล่าว
หลังจากที่ฉางเฟิงเข้ามาในสมาคมนักปรุงยาฉางเฟิงก็ได้ยื่นบัตรของตนเองให้กับคนของสมาคม
“นักปรุงยาระดับ6 งั้นเหรอ ด้วยวัยอายุ 18 ปีเนี่ยนะ” หญิงสาวที่ยืนยันป้ายของฉางเฟิงว่าเป็นของจริงถึงกับตกตะลึง
“ข้าต้องการมาทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ8 แต่ข้าขอปิดไว้เป็นความลับจากคนภายนอกนะข้าไม่ต้องการเจอความยุ่งยาก” ฉางเฟิงกล่าว
“ทดสอบนักปรุงยาระดับ8 !!!!!!! เดี๋ยวข้าจะรีบติดต่อผู้อาวุโสให้เดี๋ยวนี้”พนักงานสาวรีบติดต่อระดับสูงของสมาคมนักปรุงยาทันที
ไม่นานพวกฉางเฟิงก็ถูกเรียกตัวไปยังห้องส่วนตัวซึ่งมีชายและหญิงชราสามคนนั่งอยู่ทั้งสามคนเป็นนักปรุงยาที่เก่งที่สุดในทวีปเซียนและเป็นนักปรุงยาระดับ 9 ขั้นต้นอีกด้วย
“เจ้าคือสหายน้อยฉางเฟิงสินะข้าได้รับรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่ามีอัจฉริยะด้านปรุงยาที่เก่งกาจปรากฎที่ทวีประดับต่ำ”ชายชราคนหนึ่งกล่าวและสำรวจฉางเฟิงไปพราง
“เจ้าไม่ได้จะมาทดสอบนักปรุงยาระดับ7 แต่ข้ามมาเป็น 8 เลยงั้นเหรอ แสดงว่าเจ้ามั่นใจมากสินะ” หญิงชรากล่าว
“ถ้าเป็นระดับ8 คุณภาพกลางข้ามั่นใจว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน แต่คุณภาพสูงข้าไม่แน่ใจเท่าไหร่”ฉางเฟิงกล่าว
“เพียงแค่นั่นมันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอถ้าเจ้าทำได้มากกว่านั้นพวกข้าสามคนคงไม่อาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกได้แล้ว” ชายชราอีกคนกล่าว
“ว่าแต่ใครเป็นอาจารย์ของเจ้า”
“ข้าไม่มีอาจารย์อาศัยอ่านหนังสือโบราณที่ได้รับมาและฝึกฝนด้วยตัวเอง” ฉางเฟิงกล่าว
“เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไงเอาเถอะ ถึงอย่างไรสมาคมนักปรุงยาก็ไม่ได้มีอัจฉริยะแบเจ้าปรากฎขึ้นมานานมากแล้ว แม้แต่ในตอนนี้อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ยังเป็นนังหนูน้ำแข็งที่เป็นศิษย์ของยายแก่คนนี้ซึ่งเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ขั้นสูงด้วยวัยอายุ 20 ปี”
“ช่วยเรียกศิษย์ของข้าให้มันดีๆหน่อยนางแค่เป็นคนพูดน้อยเท่านั้น จริงสิจะเป็นอะไรใหมที่ข้าจะให้นางมาดูการทดสอบของเจ้าด้วย”หญิงชรากล่าว
“ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วขอแค่ไม่เข้ามารบกวนข้าก็เพียงพอแล้ว”ฉางเฟิงยิ้ม
“ดีถ้างั้นเราไปที่ห้องปรุงยากันเถอะ ที่นั่นจะไม่มีใครรบกวนเจ้าอย่างแน่นอน” หญิงชรากล่าว
“ไม่คิดเลยว่าปรมาจารย์ระดับ9 ทั้งสามท่านจะลงมาทดสอบด้วยตัวเอง” เจี้ยนอี้ตกตะลึง
“มันไม่แปลกหรอกด้วยความสามารถของคุณชายฉางเฟิงการให้นักปรุงยาระดับ 8 มาทดสอบนั่นแหละแปลก พวกเจ้าอย่าลืมว่าอายุของคุณชายฉางเฟิงแค่18 ปีเท่านั้นแต่กลับสามารถปรุงยาระดับ 8 ขึ้นมาได้ในทวีปเซียนไม่มีใครอีกแล้วและถ้าชื่อเสียงนี้กระจายออกไปขุมอำนาจต่างๆจะต้องรีบเข้าหาคุณชายฉางเฟิงแน่เพราะในอนาคตคุณชายฉางเฟิงมีสิทธิ์จะก้าวข้ามปรมาจารย์ทั้งสามได้ยังไงละ”ลุงจางกล่าว
“ลุงจางกล่าวเกินไปแล้ว”ฉางเฟิงเพียงยิ้ม
“ฮ่าฮ่า มันไม่เกินไปเลย ตัวข้าที่ได้เห็นเม็ดยาของคุณชายยังบอกได้เลยว่ามันมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมกว่านักปรุงยาของหอสมบัติหลายเท่า”ลุงจางหัวเราะ
ไม่นานพวกฉางเฟิงก็มาถึงห้องปรุงยาซึ่งฉางเฟิงได้นำสมุนไพรของตัวเองออกมาปรุงยาเพราะถ้าใช้สมุนไพรของทางสมาคมเมื่อได้เม็ดยาจะต้องส่งให้กับทางสมาคมแต่ฉางเฟิงไม่ต้องการแบบนั้น
“เจ้าต้องการปรุงเม็ดยาอะไรงั้นเหรอ”ปรมาจารย์อีซึ่งเป็นหนึ่งในสามปรมาจารย์กล่าวขึ้น
“เม็ดยาโกลาหลลึกลับ”ฉางเฟิงกล่าว
“เม็ดยาโกลาหลลึกลับนั่นไม่ใช่เม็ดยาในตำนานหรอกหรือ แม้มันจะเป็นเม็ดยาที่หายสาปสูญไปแล้วแต่ว่ามันก็ไม่ได้มีประโยชน์ต่อมนุษย์เลยมีเพียงภูติแท้โกลาหลที่ใช้มันได้”ปรมาจารย์ซานหนึ่งในสามปรมาจารย์กล่าวด้วยสีหน้างุนงง
“ไม่ต้องเดาแล้วเส้นผมสีเดา ดวงตาสีม่วงอันงดงาม ดูก็รู้ว่าสายเลือดของเขาคือภูติแท้โกลาหล”หญิงสาวซึ่งมีนามปรมาจารย์เอ้อกล่าวขึ้น และด้านหลังนางตามติดมาด้วยหญิงสาวที่สวมชุดสีเขียวอ่อนและมีใบหน้าที่งดงามแต่กลับเย็นชาและเฉยเมย