บทที่ 3
บุคคลทั้งสี่ทานข้าวด้วยกันและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนามเพื่อสร้างความคุ้นเคยกระทั่งอิ่มและในระหว่างที่รอพนักงานมาเช็คบิลสายตาของดาวิกาก็เหลือบไปเห็นผู้เป็พี่ชายเดินควงผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่สะใภ้เข้ามาในร้านด้วยความสนิทสนมและเป็กันเอง
มิหนำซ้ำหญิงสาวคนดังกล่าวยังเกาะเกี่ยวที่ลำแขนแกร่งของอาทิตย์อย่างถือวิสาสะความเป็เ้าของออกหน้าออกตาโดยไม่เกรงกลัวว่าภรรยาของเขาจะมาเห็นสักนิด
“อีหน้าด้าน”ว่าออกไปอย่างลืมตัวด้วยความโกรธ
“เป็อะไรดาด่าใครเนี่ย” วิภาดาถามเพื่อนรักด้วยความงุนงงสงสัย เมื่อจู่ ๆเ้าหล่อนก็โพล่งคำพูดนี้ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ดาขอตัวไปจัดการนังผู้หญิงหน้าด้านสักครู่นะคะฝากเพื่อนดาด้วยนะคะพี่แบงค์ เดี๋ยวมานะวิ” บอกกับรัฐนนท์ก่อนจะหันมาบอกผู้เป็เพื่อนรัก แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังผู้เป็พี่ชาย
“เฮ้ยดาจะไปไหน”
“พี่ว่าไม่ได้การละเราตามไปกันเถอะ” รัฐนนท์ว่าออกไปด้วยความเป็ห่วงก่อนจะจ่ายเงินค่าอาหารให้กับพนักงาน และชวนธรียุทธกับภาวิดาเดินตามดาวิกาไปติด ๆ
“ไอ้พี่ทิตย์”หญิงสาวเรียกพี่ชายเสียงดังออกไปอย่างนึกโกรธ
“ยัยดา”อาทิตย์อุทานเรียกผู้เป็น้องสาวออกมาด้วยความใ เมื่อได้เจอเ้าหล่อนโดยบังเอิญ
“นี่เธอคันมากนักหรือไงถึงต้องมายุ่งกับผัวชาวบ้านเขาชาตินี้ไม่มีปัญหาหาผัวเองเหรอถึงต้องมาลักกินโขมยกินของคนอื่นเขาแบบนี้”ว่าออกไปเสียงดังอย่างนึกโกรธ
“ดาเสียงดังเกินไปแล้วคนอื่นเขามอง” วิภาดาปรามผู้เป็เพื่อนรัก
“ดาไม่สนหรอกวิใครอยากจะมองก็เชิญมองไปเลยดีซะอีกทุกคนจะได้ดูหนังหน้าอีผู้หญิงหน้าด้านอ่อยสามีคนอื่นเขาไปทั่ว”
“หยุดพูดจาเหลวไหลซะทีได้ไหมดา”อาทิตย์ต่อว่าน้องสาวออกไปเสียงดุ เมื่อเห็นสายตาคนอื่นเริ่มมองมาทางตน
“ดาจะหยุดต่อเมื่อพี่ทิตย์กลับบ้านไปหาพี่ลินกับดา”
“นี่มันเื่ส่วนตัวของพี่นะดาอย่ามาก้าวก่าย” บอกน้องสาวออกไปเสียงเข้ม
“งั้นดาจะฟ้องพี่ลิน”บอกออกไปอย่างข่มขู่
“ถ้ากล้าก็เชิญอยากทำอะไรก็ทำ...ปะปอไปร้านอื่น” บอกออกไปอย่างอารมณ์เสียก่อนจะเอ่ยชวนปริศนาไปทานอาหารที่ร้านอื่น
“พี่ทิตย์หยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่ทิตย์ต้องกลับบ้านไปหาพี่ลินกับดาเดี๋ยวนี้”ะโไล่หลังผู้เป็พี่ชายพร้อมกับตั้งท่าจะวิ่งตามแต่ทว่าเธอก็ถูกธีรยุทธรั้งเอาไว้เสียก่อน
“ปล่อยดานะคะพี่ธีร์ดาจะตามไปจัดการนังผู้หญิงหน้าด้านแย่งสามีคนอื่น” ว่าออกไปเสียงดังอย่างนึกโกรธ
“มีสติและใจเย็นได้ไหมดายิ่งดาโวยวายเขาสองคนก็ยิ่งหนี” บอกเ้าหล่อนออกไปอย่างให้เหตุผลก่อนจะฉุดรั้งเธอเดินออกมาจากร้านเพราะตอนนี้เ้าหล่อนกำลังตกเป็เป้าสายตาของทุกคน
“ดาเย็นไม่ไหวหรอกคะดูที่พี่ทิตย์ทำสิคะ”
“เย็นไม่ไหวแล้วดาทำอะไรได้เพราะนี่มันเป็เื่ครอบครัวของพี่ชายดานะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็เป็เื่ของเขาสองคน เราก็แค่คนนอกยุ่งมากไม่ได้หรอก”บอกเ้าหล่อนออกไปอย่างให้เหตุผล
“แต่ดาสงสารพี่ลินนี่คะพักหลังมานี่ดูพี่ลินไม่มีความสุขเลยพี่ทิตย์คอยหาเื่ทะเลาะกับพี่ลินได้ทุกวัน” ว่าออกไปด้วยความสงสารพี่สะใภ้ที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของผู้เป็พี่ชายเพราะบางทีเขาก็หาเื่ทะเลาะเ้าหล่อนโดยที่เธอก็ไม่ทันตั้งตัว
“สงสารน่ะสงสารได้ แต่จะเข้าไปก้าวก่ายมากไม่ได้เข้าใจไหม”ธีรยุทธบอกเ้าหล่อนออกไปอย่างให้เหตุผล
“ค่ะ” ตอบรับคำของเขา ก่อนจะชวนเพื่อนรักเอ่ยลาสองหนุ่มและรีบขับรถกลับบ้าน
“สุขสันต์วันเกิดนะพู่ลินขอให้พู่มีความสุขมาก ๆ เฮง ๆ รวย ๆนะ”พลอยลลินณ์ยื่นกล่องของขวัญให้กับอรทัยผู้เป็เพื่อนรัก ทันทีที่พูดจบประโยค
“แหมกว่าจะได้เจอกันยากเย็นเหลือเกินนะแล้วนี่สามีไม่ว่าเอาเหรอถึงมางานพู่ได้” หญิงสาวถามเพื่อนรักออกไปด้วยความเป็ห่วงด้วยรู้จักนิสัยของอาทิตย์ดีว่าเป็เช่นไร
“ลินส่งข้อความไปบอกเขาในไลน์แล้วล่ะ”ตอบเพื่อนรักออกไปเสียงแ่เมื่อนึกถึงข้อความที่เขาตอบเธอกลับมา
LinLin Ploylalin : ทิตย์คะเย็นนี้ลินไปงานวันคล้ายวันเกิดชมพู่นะคะ สองทุ่มลินจะกลับค่ะ
อาทิตย์: จำเป็ต้องไปด้วยเหรอ
LinLin Ploylalin : แต่ชมพู่เป็เพื่อนสนิทของลินนะคะอีกอย่างลินกับเขาก็แทบไม่ได้เจอกันเลยั้แ่เราแต่งงานกัน
อาทิตย์ : งั้นก็เชิญคุณไปอยู่กับเพื่อนให้สุขสำราญเถอะผมก็จะไปสุขสำราญในแบบของผม
“ทำหน้าแบบนี้มีปัญหาชัวร์”
“ไม่เป็ไรหรอกพู่ลินเคลียร์ได้” บอกให้อีกฝ่ายรักคลายความเป็กังวล ก่อนจะหันไปพูดคุยกับเพื่อนคน
อื่น ๆ กระทั่งถึงเวลาที่เธอได้บอกกับอาทิตย์เอาไว้เธอจึงเอ่ยลาเ้าภาพและขอตัวกลับบ้าน
พลอยลลินณ์นั่งรอผู้เป็สามีที่ห้องรับแขกภายในตัวบ้านั้แ่กลับมาถึงกระทั่งเที่ยงคืนกว่าแต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของเขา เธอกดโทรหาก็หลายสายแต่เขาก็ไม่รับ
“พี่ลินยังไม่เข้านอนอีกเหรอคะ”ดาริกาถามพี่สะใภ้ เมื่อลงมาทานน้ำและได้เห็นว่าเ้าหล่อนยังคงนั่งรอพี่ชายของตนอยู่
“พี่รอทิตย์จ๊ะสงสัยคงโกรธที่พี่ไปงานวันเกิดเพื่อนก็เลยยังไม่กลับ”ตอบเ้าหล่อนด้วยใบหน้าที่ฝืนยิ้ม
“เื่แค่นี้จำเป็ต้องโกรธด้วยเหรอคะมาค่ะเดี๋ยวดาโทรตามให้”
“ไม่ต้องหรอกดาเดี่ยวทิตย์เขาจะโมโหเอาเปล่า ๆ”
“ไม่ได้หรอกค่ะเดี๋ยวดาโทรเอง”บอกพี่สะใภ้พร้อมกับกดโทรศัพท์หาผู้เป็พี่ชายด้วยความไม่ชอบใจเพราะเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังอยู่ที่ไหน
“พี่ทิตย์ทำไมยังไม่กลับบ้าน”ถามปลายสายออกไปเสียงเข้มเมื่ออีกฝ่ายกดรับ
“ลินบอกให้โทรมาถามเหรอ”ถามออกไปด้วยความไม่ชอบใจเพราะคิดว่าผู้เป็ภรรยาไปจุ้นจ้านวุ่นวายรบกวนคนอื่นในยามวิกาล
“ดานี่แหละโทรเองไม่เกี่ยวกับพี่ลิน”
“ขอคุยกับลินหน่อย”บอกน้องสาวออกไปเสียงดุ ก่อนที่ดาริกาจะเปิดลำโพงและยื่นโทรศัพท์ของเธอให้กับพี่สะใภ้
“ค่ะทิตย์ตอนนี้คุณอยู่ไหนคะทำไมยังไม่กลับบ้าน” ถามออกไปด้วยความเป็ห่วงแต่ทว่าคำตอบของเขากลับเปรียบเสมือนค้อนปอนหนัก ๆ ทุบลงมากลางใจของเธอ
“ผมก็มาหาความสุขสำราญใส่ตัวในแบบของผมไงก็เหมือนที่คุณทิ้งผมไปสุขสำราญกับเพื่อนคุณวันนี้”ตอบเ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ทิตย์คะมีเหตุผลได้ไหมคะ”
“ผมมันก็เป็คนไม่มีเหตุผลแบบนี้แหละก็เหมือนที่คุณชอบทำตัวน่าสงสาร แล้วก็วุ่นวายกับครอบครัวของผม รู้ตัวหรือเปล่าว่ายิ่งคุณทำแบบนี้มันก็ยิ่งน่ารำคาญ”
“ปากหมาไอ้พี่ชั่วเอ๊ยพูดกับเมียตัวเองแบบนี้ได้ยังไงห๊ะพี่ทิตย์ คนเขาอุตส่าห์เป็ห่วง” ดาริกาต่อว่าพี่ชายออกไปด้วยความไม่ชอบใจหลังจากได้ยินคำพูดของเขาที่มีต่อพี่สะใภ้
“แล้วฉันขอร้องให้พี่สะใภ้แกมาเป็ห่วงฉันไหมคุณเองก็เหมือนกันลิน เลิกทำตัววุ่นวายซะที ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”
“ทำไมพี่ทิตย์จะทำไมพี่ลิน”
“ถ้าหากคุณยังทำตัวแบบเดิมๆ เราสองคนคงต้องขาดกัน”
พลอยลลินณ์รู้สึกชาไปทั้งร่างหลังจากได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของผู้เป็สามีนี่เธอหมดความสำคัญกับเขาแล้วจริง ๆ อย่างนั้นหรือ เขาถึงกล้าพูดคำนี้กับเธออย่างไม่เหลือเยื่อใย
“พี่ทิตย์”ดาริกาตวาดกร้าวพี่ชายไปตามสาย ก่อนจะหันมามองพี่สะใภ้ด้วยความเห็นใจและสงสาร
“พี่ลิน”
“พี่คิดว่าพี่้าพักผ่อนและขอเวลาให้ตัวเองได้คิดทบทวนเื่ราวที่ผ่านมา”บอกน้องสาวของผู้เป็สามีด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
“พี่ลินจะทำอะไรคะ”
“พี่จะกลับบ้านบางทีการที่เราอยู่ห่างกันสักพักมันคงทำให้พี่กับทิตย์ได้ให้เวลากับตัวเองและคิดทบทวนอะไรได้หลายๆ อย่าง”
“พี่ลินจะกลับตอนนี้เลยเหรอคะไม่รอให้เช้าก่อนเหรอมันอันตรายนะคะ” บอกออกไปด้วยความเป็ห่วง
“พี่จะกลับตอนนี้เลยดาฝากขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ” บอกกับเ้าหล่อน ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนของเธอและผู้เป็สามีเพื่อเก็บกระเป๋าและสัมภาระที่จำเป็บางส่วนแล้วกลับบ้านของตน