(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 57 ชายหนุ่มผมขาว

            เวลากลางดึกคืนนั้น เทียนจุนเริ่มฝึกฝนพลังขึ้นอีกครั้ง ในห้องพักอันเงียบสงัดมีเพียงแสงจันทร์เลือนรางที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา สะท้อนเงาของชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้เก่า


            เขาหยิบหินปราณเซียนระดับต่ำนับร้อยก้อนออกมาวางเรียงรายรอบกาย


            ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก


            ดวงตาปิดสนิทจิตใจสงบแน่วแน่ ขณะที่เริ่มดูดซับพลังจากหินปราณเหล่านั้น


            ลำแสงสีทองเรืองรองค่อยๆไหลเวียนเข้าสู่ร่าง เสริมสร้างพลังปราณเซียนแห่งพุทธะให้หนาแน่นยิ่งขึ้น เปลวแสงบางเบาลอยอ้อยอิ่งรอบกาย คล้ายกับแสงเทียนที่ไหวระริกตามแรงลม


            ทว่าแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด


            ตันเถียนของเขากลับยังคงนิ่งสนิทไม่แสดงท่าทีว่าจะทะลวงผ่านไปสู่ระดับขั้นใหม่


            เส้นชีพจรที่ควรจะเร่งเร้าให้พลังไหลเวียนอย่างอิสระกลับแน่นิ่งดุจห้วงสมุทรไร้คลื่น เสมือนมีพลังบางอย่างกดทับไว้ไม่ให้ระเบิดออก


            เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย และเพิ่มแรงดึงดูดปราณเข้าไปอีก หวังให้พลังงานพุ่งทะลวงจุดคอขวด ทว่าไม่ว่าพยายามเพียงใด ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้น


            ลมหายใจที่เคยสงบนิ่งเริ่มหนักขึ้น


            หลังจากลองอยู่นานแต่ยังไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดได้ เทียนจุนจึงค่อยๆลืมตาขึ้น


            ดวงตาสีทองสนิทแฝงแววครุ่นคิด เขาถอนหายใจยาวก่อนจะพึมพำกับตัวเอง


            “เฮ้อ.. ดูเหมือนว่าถ้าข้าต้องการยกระดับไปสู่ขั้นทะเลวิญญาณ ข้าคงต้องใช้ปราณเซียนที่มหาศาลมากกว่านี้”


            เขายกมือขึ้นลูบคาง


            คิดคำนวณทรัพยากรที่เหลืออยู่


            “หากมีเม็ดยาระดับสองสักหลายเม็ด ไม่แน่ว่าข้าอาจสามารถทะลวงผ่านไปได้!”


            “แต่ก็น่าเสียดายจริงๆที่ข้าไม่มีหินปราณเซียนเพียงพอ..”


            เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ชายหนุ่มก็นึกถึงสำนักมังกร นัยน์ตาเริ่มหลี่ลงอย่างจริงจัง


            “สงสัยว่าข้าคงต้องรอให้สำนักมังกรเปิดรับสมัครศิษย์เสียก่อน”


            เทียนจุนพูดเบาๆกับตัวเอง


            ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง หย่อนกายลงสู่ผืนฟูกที่แม้จะเก่าแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น


            พลางหมุนตัวเล็กน้อย ก่อนจะปิดเปลือกตาเข้าสู่ห้วงนิทรา ร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนดุจนักรบที่เหนื่อยล้าจากศึกอันยาวนาน


            เช้าวันถัดมา แสงแรกของรุ่งอรุณส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆในห้องพัก เสียงผู้คนที่ดังเข้ามาเป็นสัญญาณบอกเวลาเช้า เทียนจุนลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง


            บิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปยังอ่างน้ำเล็กๆที่อยู่มุมห้อง ตักน้ำขึ้นมาล้างหน้าชำระร่างกายให้สดชื่น


            หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ


            เขาก็เก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางไปหาโรงเตี้ยมที่เป็นร้านอาหาร


            เพื่อหาอาหารเติมเต็มพลังงานของร่างกาย เนื่องจากเมื่อคืนใช้พลังงานไปไม่น้อย แม้จะไม่ได้ทะลวงขั้นสำเร็จ แต่การดูดซับพลังปราณเซียนก็ยังคงทำให้ร่างกายอ่อนล้าอยู่บ้าง


            ชั่วครู่นึง ชายหนุ่มได้เดินออกจากห้องพักตรงไปยังตรอกสายหลักของเมือง


            สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอยที่เริ่มเปิดให้บริการ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาจากโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง


            เทียนจุนยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปภายใน แล้วด้านในโรงเตี้ยมมีลูกค้านั่งอยู่ประปราย บ้างก็กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสาร บ้างก็นั่งดื่มชาเงียบๆ


            “ขออาหารชุดหนึ่งกับชาอุ่นๆสักกา”


            เทียนจุนเอ่ยสั่งกับเจ้าของร้านก่อนจะหาที่นั่งมุมหนึ่งของโรงเตี้ยม


            หลังจากไม่นาน อาหารที่สั่งก็มาถึง มันเป็นซุปเนื้อร้อนๆกับข้าวสวยหอมกรุ่น


            “สุดยอด.. อร่อยกว่าที่ข้าทำเองมาก!”


            เทียนจุนคีบเนื้อขึ้นมาเข้าปาก ลิ้มรสความอร่อยก่อนจะจิบชาตามไปหนึ่งอึก


            ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย


            ขณะที่กำลังรับประทานอาหาร สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด


            เทียนจุนแสร้งทำเป็นไม่สนใจ


            แต่หูของเขายังคงเงี่ยฟัง


            “ได้ยินหรือไม่? สำนักมังกรกำลังจะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ในอีกสามวันข้างหน้า!”


            “ไอ้โง่ มีใครจะไม่รู้บ้างละ เพราะข้าเองก็กำลังหาทางเข้าสำนักใหญ่อยู่พอดี!”


            เมื่อได้ยินข่าวเช่นนั้น เทียนจุนยิ้มมุมปาก พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น


            “หือ?! สัมผัสนี่มัน..”


            ทว่าในตอนนั้นเอง นัยน์ตาของเขาก็เงยขึ้น จ้องมองไปยังชายคนนึงที่มีใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง และนั่งอยู่ไม่ไกลนัก


            สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังชายผมขาวที่ดูสูงศักดิ์และมีราศีเหนือธรรมดา


            เพียงแค่มองก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันลึกล้ำ ราวกับว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ฝึกตนที่ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งมนุษย์ไปแล้ว


            ความกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมา


            หาใช่ที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะสามารถมีได้


            ไม่เพียงแค่แข็งแกร่ง


            แต่ออร่าที่แผ่ออกมานั้นยังให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ราวกับฟ้าดินสรรค์สร้าง


            เทียนจุนแน่ใจในทันทีว่าชายผู้นี้ต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับทะเลวิญญาณ อีกทั้งยังมีสิ่งที่หาได้ยากยิ่งอย่าง ‘กายศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่แม้แต่สวรรค์ยังเลือกเฟ้นให้เพียงบางคนเท่านั้น


            “น่าสนใจ.. ในชีวิตใหม่นี้ข้าไม่เคยพบผู้ใดที่มีกายศักดิ์สิทธิ์มาก่อน!”


            เทียนจุนครุ่นคิด ขณะที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสนใจ


            แต่ในขณะเดียวกัน ชายผมขาวเองก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงสายตาเช่นกัน ตัวของเขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากอาหาร ยกยิ้มบางๆที่มุมปากและพยักหน้าให้เป็นเชิงทักทาย


            เทียนจุนพยักหน้าตอบกลับเบาๆ ก่อนจะลดสายตาลง ไม่คิดจะจ้องมองต่อให้มากความ


            ทว่าทันใดนั้น ความสงบสุขภายในโรงเตี้ยมก็ถูกทำลายลงโดยกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรสามคนที่เดินเข้ามาหาชายผมขาว


            พวกมันมาพร้อมกับรังสีคุกคาม กลิ่นอายของพวกมันแข็งแกร่งพอสมควร


            ดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาขั้นสูงสุด ทว่าต่อให้รวมพลังกันก็คงไม่สามารถเทียบได้กับชายผมขาวที่มีกายศักดิ์สิทธิ์


            ชายผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเหลือบสายตามองกระบี่สีดำที่วางอยู่บนโต๊ะ สีหน้าของมันเผยถึงความโลภอย่างปิดไม่มิด


            “กระบี่เล่มนั้น...”


            ตัวของมันพูดเสียงต่ำ ขณะที่ยื่นมือออกไปหมายจะคว้ามันขึ้นมา


            “กระบี่สลักดารา.. เป็นอาวุธเซียนระดับกลางไม่ผิดอย่างแน่นอน”


            “ไอ้หนู คิดยังไงถึงพกอาวุธล้ำค่าเช่นนี้มานั่งกินข้าวเฉยๆเช่นนี้กัน?”


            “ข้าว่ามันสมควรอยู่ในมือของผู้ที่คู่ควรมากกว่า เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”


            ชายผมขาวเงยหน้าขึ้นมองพวกมัน


            นัยน์ตาของเขายังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆแม้แต่น้อย


            เขาวางตะเกียบลงอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย็นชา


            “มือของนาย.. ไม่สมควรแตะต้องมัน!”


            คำพูดเพียงประโยคเดียวแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลง ราวกับมีแรงกดดันบางอย่างแผ่ออกมา ทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัด


            ผู้บำเพ็ญเพียรที่ยื่นมือไปชะงักค้างกลางอากาศก่อนจะกัดฟันแน่น


            “เจ้าช่างหยิ่งผยองนัก!”


            “คิดว่าเป็นใครถึงกล้าพูดเช่นนี้กับข้า?!”


            ตัวของมันคำรามออกมา ก่อนจะพยายามใช้พลังฝ่ามือคว้ากระบี่ขึ้นมาให้ได้


            ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของมันสัมผัสด้ามกระบี่ เสียงแตกดัง ‘เปรี๊ยะ!’ ก็ดังขึ้นมาทันที


            นิ้วของมันฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ เลือดไหลซึมออกมาอย่างน่าสยดสยอง


            “อ๊ากก! นี่มันอะไรกัน?!”


            ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะถอยกรูดไปด้านหลัง มือของมันสั่นระริกขณะที่ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแขน


            คนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เบิกตากว้าง สีหน้าของพวกมันซีดเผือดไปทันที


            ชายผมขาวหัวเราะเบาๆ


            ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย


            “ข้าเตือนเจ้าแล้ว.. ”


            “ว่ามือของเจ้าไม่สมควรแตะต้องมัน”


            เทียนจุนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆก็ยกยิ้มเล็กน้อย


            “กายศักดิ์สิทธิ์จิตกระบี่ยังงั้นเหรอ?”


            “ไม่ธรรมดาเลยแฮะ.. เป็นกายที่พบเห็นได้น้อยในอาณาเขตเบื้องบน!”


            ผู้บำเพ็ญเพียรที่เหลืออีกสองคน เมื่อเห็นว่าเพื่อนของพวกมันได้รับบาดเจ็บสาหัสก็เริ่มลังเล


            แต่พวกมันยังไม่ยอมถอยกลับโดยง่าย


            คนหนึ่งชี้นิ้วไปที่ชายผมขาว สีหน้าของมันบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น


            “เจ้ากล้าทำร้ายพวกข้าเช่นนี้งั้นหรือ?!”


            “คิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?! สำนักของพวกข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้อยู่สุขแน่!”


            ทว่าชายผมขาวเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ราวกับว่าพวกมันเป็นเพียงธุลีที่ไม่คู่ควรให้เขาใส่ใจเสียด้วยซ้ำ


            “หากยังไม่รีบไป ข้าจะไม่ใจดีเช่นนี้อีก!”


            น้ำเสียงของเขาเรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยพลังที่ทำให้ทุกคนรอบข้างรู้สึกหนาวสั่น


            ผู้บำเพ็ญเพียรทั้งสามสบตากัน พวกมันแม้จะโกรธแค้นแต่ก็ยังคงมีสติ


            พวกมันรู้ดีว่าหากยังดึงดันต่อไป สุดท้ายอาจเป็นพวกมันเองที่ต้องจบชีวิตลงที่นี่ ดังนั้นพวกมันจึงกัดฟันแน่น ก่อนจะพยุงเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บและรีบถอยหนีออกจากโรงเตี้ยมไปทันที


            เมื่อความวุ่นวายสงบลง บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ


            ผู้คนที่เฝ้ามองก็ถอนหายใจโล่งอก ขณะที่บางคนก็เริ่มกระซิบกระซาบพูดคุยกันถึงเหตุการณ์เมื่อครู่


            เทียนจุนมองชายผมขาวอย่างครุ่นคิด


            “น่าสนใจจริงๆ...”


            ชายผมขาวหันมาสบตากับเขาอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มบางๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย


            “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”


            เทียนจุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


            “งั้นหรือ? เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้ากำลังคิดอะไร?”


            ชายผมขาววางถ้วยชาลงก่อนจะกล่าว


            “เจ้ากำลังสงสัยว่าข้าเป็นใคร.. ข้าไม่ว่าอะไรหรอก เพราะข้าเองก็สงสัยเจ้าเช่นกัน!”


            “เพราะข้าไม่เคยเห็นใครในระดับหลอมกายาที่แข็งแกร่งเช่นเจ้ามาก่อนเลยซักนิด”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810