หลังจากขบวนเดินทางกลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัย บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของสี่ตระกูลใหญ่ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความคึกคักจากการต้อนรับการกลับมา ทว่าเป็นการเตรียมงานมงคลที่ถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดโดยเหล่าบิดาผู้ทรงอิทธิพล
ในเช้าวันแรกที่กลับถึงเมืองหลวง ใต้เท้าหวัง บิดาของหวังฟาง ได้ส่งสาสน์เชิญเหล่าบิดาของตระกูลอื่นๆ มาประชุมที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง ห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงกลายเป็นสถานที่แห่งการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของลูกสาวทั้งสี่
ใต้เท้าหวังนั่งอยู่บนเก้าอี้หลักด้วยท่าทีเคร่งขรึม เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มที่ปักด้วยลายมังกรทอง แสดงถึงสถานะอันสูงส่งของตระกูล ดวงตาคมกริบของเขาเฝ้ามองประตูโถงรอคอยแขกผู้มีเกียรติ
ไม่นานนัก ใต้เท้าหลิว บิดาของหลิวเหมย ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเหลี่ยมคมแต่แฝงไปด้วยความเฉียบแหลม เสื้อคลุมสีแดงเลือดหมูที่เขาสวมใส่ปักด้วยลายนกฟีนิกซ์ทอง เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจทางการเงินของตระกูล
"ใต้เท้าหวัง ท่านเรียกประชุมเร่งด่วนเช่นนี้ คงมีเรื่องสำคัญที่ต้องปรึกษากันใช่ไหม?" ใต้เท้าหลิวกล่าวพลางนั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้
"แน่นอน พี่ชายหลิว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของลูกสาวพวกเราทั้งหมด" ใต้เท้าหวังตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ต่อมาแม่ทัพใหญ่จาง บิดาของจางซิน ก็เดินเข้ามาด้วยเสียงฝีเท้าที่แข็งแกร่ง เขาเป็นชายร่างใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อแน่นจากการฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เยาว์วัย ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็นจากสนามรบ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยความเฉียบแหลมของนักยุทธศาสตร์ เสื้อเกราะสีดำที่เขาสวมใส่แม้จะไม่ได้อยู่ในสนามรบ ก็ยังคงแสดงถึงตำแหน่งทางทหารอันสูงส่ง
"ท่านทั้งสอง ข้าเดินทางมาทันทีที่ได้รับสาสน์" แม่ทัพใหญ่จางกล่าวด้วยเสียงทุ้มแต่มีพลัง "เรื่องอะไรที่ต้องประชุมกันเร่งด่วนเช่นนี้?"
สุดท้าย ท่านอาจารย์ใหญ่ซู บิดาของซูหลิน ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย เขาเป็นชายผอมบางที่มีใบหน้าปราดเปรื่องด้วยปัญญา เครายาวสีขาวที่ลอยไสวตามลม และดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้ลึกซึ้ง เสื้อคลุมสีเทาอ่อนที่เขาสวมใส่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพสูง แสดงถึงความเป็นนักปราชญ์ที่ไม่ยึดติดกับความฟุ่มเฟือย
"ท่านทั้งสาม ข้าขออภัยที่มาช้า กำลังอ่านหนังสือเล่มสำคัญอยู่" ท่านอาจารย์ใหญ่ซูกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เรื่องอะไรที่ต้องให้พวกเราประชุมกันในวันแรกที่กลับถึงเมืองหลวง?"
ใต้เท้าหวังลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปมาในห้องโถงด้วยท่าทีกังวล "ท่านทั้งสาม ข้าเรียกท่านมาเพื่อหารือเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของลูกสาวพวกเรา การเดินทางไปชายแดนครั้งนี้ทำให้ข้าตระหนักได้ว่า เราไม่ควรปล่อยให้ลูกสาวของเราอยู่ในสภาพที่ไม่มีความมั่นคงทางสังคมอีกต่อไป"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" แม่ทัพใหญ่จางถามด้วยความสนใจ
"ข้าหมายถึงการแต่งงาน" ใต้เท้าหวังตอบอย่างตรงไปตรงมา "ลูกสาวของเราทั้งสี่คนได้อายุที่เหมาะสมแล้ว และพวกเขาต่างก็มีคู่หมั้นที่ดีอยู่แล้ว ข้าคิดว่าเราควรจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด"
ท่านอาจารย์ใหญ่ซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเห็นด้วย การเดินทางครั้งนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าลูกสาวของเราเติบโตเป็นสาวแล้ว พวกเขาต้องการความมั่นคงในชีวิต"
"แล้วท่านคิดว่าควรจัดเมื่อไหร่?" ใต้เท้าหลิวถาม
"ข้าคิดว่าภายในสองเดือนข้างหน้า" ใต้เท้าหวังตอบ "เริ่มจากฟางเอ๋อร์ของข้าก่อน แล้วตามด้วยลูกสาวของท่านอื่นๆ ทีละคน"
แม่ทัพใหญ่จางเคาะโต๊ะด้วยกำปั้น "ความคิดที่ดี ซินเอ๋อร์ของข้าก็ควรแต่งงานกับแม่ทัพน้อยถังแล้ว การรวมตัวของสองตระกูลทหารจะทำให้อำนาจของเราแข็งแกร่งขึ้น"
"หลินเอ๋อร์ของข้าก็เช่นกัน การแต่งงานกับคุณชายเหวินจะช่วยเสริมฐานะทางการเงินของตระกูล" ท่านอาจารย์ใหญ่ซูเสริม
"แล้วเหมยเอ๋อร์ของข้าก็ควรแต่งงานกับคุณชายจางเหว่ยเพื่อเชื่อมโยงอำนาจทางการค้า" ใต้เท้าหลิวสรุป
สี่บิดาต่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเป็นเอกฉันท์ พวกเขาเริ่มวางแผนรายละเอียดของงานแต่งงานทั้งสี่งานที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน
ในขณะที่เหล่าบิดากำลังประชุมกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ ที่ประตูหน้าคฤหาสน์ตระกูลหวัง คุณชายสวี่ คู่หมั้นของหวังฟาง ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับขบวนรถม้าที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
คุณชายสวี่เป็นหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบห้า มีใบหน้าขาวเนียนและดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความอ่อนโยน เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนที่ปักด้วยลายเมฆทอง ผมดำยาวถูกมัดเป็นมวยสูงอย่างเรียบร้อย ท่าทางของเขาแสดงถึงการศึกษาอันดีและมารยาทที่สมบูรณ์แบบ
"ข้าขอเข้าเฝ้าใต้เท้าหวัง" คุณชายสวี่กล่าวกับผู้รับใช้ที่ประตู "ข้ามีเรื่องสำคัญต้องปรึกษาเกี่ยวกับงานแต่งงานกับคุณหญิงหวังฟาง"
ผู้รับใช้รีบเข้าไปแจ้งข่าว ไม่นานนัก ใต้เท้าหวังก็เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง
"สวี่เอ๋อร์! เจ้ามาในเวลาที่เหมาะเหมาะเลย ข้ากำลังคิดถึงเจ้าพอดี" ใต้เท้าหวังกล่าวพลางโอบไหล่คุณชายสวี่อย่างเป็นมิตร
"ใต้เท้าหวัง ข้ามาเพื่อหารือเรื่องงานแต่งงานครับ หลังจากการเดินทางครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่าฟางเอ๋อร์เติบโตเป็นสาวแล้ว ข้าอยากจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด" คุณชายสวี่กล่าวด้วยความจริงใจ "ข้าต้องการให้ฟางเอ๋อร์เป็นภรรยาของข้าโดยเร็วที่สุด"
ใต้เท้าหวังยิ้มกว้างขึ้น "เจ้าคิดตรงกับข้าเลย สวี่เอ๋อร์ ข้าก็กำลังคิดเรื่องเดียวกันนี้พอดี เข้ามาในห้องโถงเถอะ มีเรื่องดีๆ ที่ต้องปรึกษากัน"
เมื่อคุณชายสวี่เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เขาก็เห็นเหล่าบิดาของตระกูลอื่นๆ นั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเขาแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย
"ท่านทั้งสาม ข้าไม่ทราบว่าท่านกำลังประชุมกันอยู่" คุณชายสวี่กล่าวพลางคำนับอย่างสุภาพ
"ไม่เป็นไร สวี่เอ๋อร์ เจ้ามาในเวลาที่เหมาะเหมาะ เรากำลังหารือเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวพวกเราพอดี" แม่ทัพใหญ่จางกล่าวด้วยเสียงทุ้ม
"งั้นข้าขอเสนอให้จัดงานแต่งงานของข้ากับฟางเอ๋อร์ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า" คุณชายสวี่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา "ข้าได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว ทั้งของสินสอย เครื่องประดับ และสถานที่จัดงาน"
ใต้เท้าหวังตบโต๊ะด้วยความดีใจ "ดีเลิศ! หนึ่งเดือนเป็นเวลาที่เหมาะสมพอดี"
ขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่ เสียงเกือกม้าก็ดังมาจากด้านนอก ไม่นานนัก คุณชายจางเหว่ย คู่หมั้นของหลิวเหมย ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีมั่นใจ
คุณชายจางเหว่ยเป็นหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบสี่ มีรูปร่างสูงโปร่งและกล้ามเนื้อที่แน่นจากการฝึกศิลปะการต่อสู้ ใบหน้าเหลี่ยมคมแต่ดูอ่อนโยน ดวงตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่ปักด้วยลายมังกรเงิน ผมดำยาวถูกมัดเป็นมวยสูงและประดับด้วยกิ๊บทองคำ
"ท่านทั้งหลาย ข้าขออภัยที่มาโดยไม่ได้นัดหมาย" คุณชายจางเหว่ยกล่าวพลางคำนับ "แต่ข้ามีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องปรึกษา"
"เหว่ยเอ๋อร์! เจ้ามาในเวลาที่ดีเลย" ใต้เท้าหลิวลุกขึ้นต้อนรับ "เรากำลังหารือเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวพวกเราพอดี"
คุณชายจางเหว่ยยิ้มกว้าง "นั่นแหละที่ข้ามาหา ข้าอยากจัดงานแต่งงานกับเหมยเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด หลังจากการเดินทางครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่านางเติบโตเป็นสาวที่สมบูรณ์แล้ว ข้าไม่อยากรอช้าอีกต่อไป"
"เจ้าคิดเหมือนพวกเราเลย" ท่านอาจารย์ใหญ่ซูกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เราก็กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวทั้งสี่คน"
"ข้าขอเสนอให้จัดงานแต่งงานของข้ากับเหมยเอ๋อร์ในอีกสองเดือนข้างหน้า หลังจากงานของสวี่เอ๋อร์กับฟางเอ๋อร์เสร็จสิ้น" คุณชายจางเหว่ยเสนอ
ใต้เท้าหลิวพยักหน้าเห็นด้วย "ดีมาก เวลานั้นพอเหมาะพอดี"
ไม่นานนัก เสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นคุณชายเหวิน คู่หมั้นของซูหลิน ที่เดินเข้ามา
คุณชายเหวินเป็นหนุ่มผอมบางวัยยี่สิบสาม มีใบหน้าปราดเปรื่องด้วยปัญญาเช่นเดียวกับบิดาของซูหลิน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความรู้และความเข้าใจลึกซึ้ง เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพสูง ผมดำยาวถูกมัดเป็นมวยต่ำและประดับด้วยกิ๊บไม้แกะสลัก
"ท่านทั้งหลาย ข้าได้ยินว่ามีการประชุมเรื่องสำคัญ ข้าจึงมาร่วมด้วย" คุณชายเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"เหวินเอ๋อร์ เจ้ามาทันดี" ท่านอาจารย์ใหญ่ซูกล่าวด้วยความดีใจ "เรากำลังหารือเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวพวกเรา"
"ข้าก็มาเพื่อเรื่องนี้พอดี" คุณชายเหวินตอบ "ข้าอยากจัดงานแต่งงานกับหลินเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด นางเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบ ข้าไม่อยากให้ใครมาแย่งไป"
แม่ทัพใหญ่จางหัวเราะทุ้ม "เจ้าหนุ่มทั้งหลายคิดเหมือนกันหมด ต่างก็อยากแต่งงานกับลูกสาวของเราให้เร็วที่สุด"
"ข้าขอเสนอให้จัดงานแต่งงานของข้ากับหลินเอ๋อร์ในอีกสามเดือนข้างหน้า" คุณชายเหวินเสนอ "เพื่อให้มีเวลาเตรียมการอย่างเหมาะสม"
สุดท้าย แม่ทัพน้อยถัง คู่หมั้นของจางซิน ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางแข็งแกร่ง
แม่ทัพน้อยถังเป็นหนุ่มร่างใหญ่วัยยี่สิบหก มีกล้ามเนื้อที่แน่นจากการฝึกศิลปะการต่อสู้และการทำสงคราม ใบหน้าเข้มแข็งและดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เขาแต่งกายด้วยเสื้อเกราะสีดำที่ขัดเงาเป็นประกาย ผมดำสั้นถูกตัดให้เรียบร้อยตามแบบทหาร
"ท่านทั้งหลาย ข้าได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างนอก จึงเข้ามาร่วมด้วย" แม่ทัพน้อยถังกล่าวด้วยเสียงทุ้มแต่มีพลัง
"ถังเอ๋อร์! เจ้ามาพอดี" แม่ทัพใหญ่จางกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "เรากำลังหารือเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวพวกเรา"
"ข้าก็มาเพื่อเรื่องนี้เช่นกัน" แม่ทัพน้อยถังตอบ "ข้าอยากแต่งงานกับซินเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด นางเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งและเหมาะสมกับข้า ข้าต้องการให้นางเป็นภรรยาของข้าโดยเร็ว"
"ข้าขอเสนอให้จัดงานแต่งงานของข้ากับซินเอ๋อร์ในอีกสี่เดือนข้างหน้า" แม่ทัพน้อยถังเสนอ "เพื่อให้งานทั้งสี่งานได้รับการเตรียมการอย่างสมบูรณ์แบบ"
เมื่อคู่หมั้นทั้งสี่คนมาครบแล้ว บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ก็กลายเป็นการประชุมใหญ่ที่จะตัดสินชะตากรรมของสี่สาวงาม
ใต้เท้าหวังลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปมาด้วยท่าทีพึงพอใจ "ดีเลิศ! เจ้าหนุ่มทั้งสี่คิดตรงกับพวกเราพอดี เราจะจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวทั้งสี่คนอย่างต่อเนื่องกัน"
"งานแรกจะเป็นของสวี่เอ๋อร์กับฟางเอ๋อร์ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า" เขาประกาศ
คุณชายสวี่ยิ้มกว้าง "ข้าจะเตรียมงานให้สมบูรณ์แบบที่สุด"
"งานที่สองจะเป็นของเหว่ยเอ๋อร์กับเหมยเอ๋อร์ในอีกสองเดือนข้างหน้า" ใต้เท้าหลิวต่อ
คุณชายจางเหว่ยพยักหน้า "ข้าจะทำให้งานนี้เป็นงานที่น่าจดจำ"
"งานที่สามจะเป็นของเหวินเอ๋อร์กับหลินเอ๋อร์ในอีกสามเดือนข้างหน้า" ท่านอาจารย์ใหญ่ซูเสริม
คุณชายเหวินโค้งคำนับ "ข้าจะจัดงานที่สง่างามและมีระดับ"
"และงานสุดท้ายจะเป็นของถังเอ๋อร์กับซินเอ๋อร์ในอีกสี่เดือนข้างหน้า" แม่ทัพใหญ่จางสรุป
แม่ทัพน้อยถังยืนตัวตรง "ข้าจะจัดงานที่แสดงถึงความเข้มแข็งและความภาคภูมิใจของตระกูลทหาร"
เหล่าบิดาและคู่หมั้นต่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเป็นเอกฉันท์ พวกเขาเริ่มหารือรายละเอียดต่างๆ ของงานแต่งงานทั้งสี่งาน
ขณะที่เหล่าบิดาและคู่หมั้นกำลังหารือกันอย่างคึกคักในห้องโถงใหญ่ สี่สาวงามกำลังนั่งรวมกันอยู่ในสวนหลังคฤหาสน์ตระกูลหวัง ใต้ร่มเงาของต้นไผ่ใหญ่ที่แกว่งไสวตามลม
หวังฟางนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนด้วยสีหน้าซีดเซียว ใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งด้วยความสุขจากการเดินทางกลับมา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล มือเรียวของนางบีบเข้าหากันแน่นจนข้อมือขาวขึ้น
"พวกเราได้ยินเสียงพูดคุยจากห้องโถงใหญ่แล้ว..." หวังฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พ่อของข้ากำลังหารือเรื่องงานแต่งงานกับคุณชายสวี่"
หลิวเหมยที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน นางใช้มือปิดใบหน้าด้วยความสิ้นหวัง "ข้าก็ได้ยินเสียงคุณชายจางเหว่ยเช่นกัน เขากำลังขอแต่งงานกับข้า"
ซูหลินที่นั่งอยู่ตรงข้ามส่ายหน้าอย่างหดหู่ "คุณชายเหวินก็มาด้วย เขาดูตื่นเต้นมาก ข้าได้ยินเขาพูดว่าอยากแต่งงานกับข้าให้เร็วที่สุด"
จางซินที่นั่งเงียบๆ อยู่มุมหนึ่งก็เอ่ยขึ้น "แม่ทัพน้อยถังก็มาด้วย เขากำลังขอแต่งงานกับข้าในอีกสี่เดือนข้างหน้า"
สี่สาวงามต่างนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหดหู่และความสิ้นหวัง เสียงลมที่พัดผ่านใบไผ่ดูเหมือนจะสะท้อนถึงความรู้สึกของพวกนาง
"ข้าไม่อยากแต่งงานกับคุณชายสวี่..." หวังฟางกระซิบเสียงแผ่ว "หลังจากที่ได้สัมผัสกับท่านพี่อาหรง... ข้ารู้สึกว่าคุณชายสวี่ช่างจืดชืดและไร้เสน่ห์นัก"
หลิวเหมยพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็เหมือนกัน คุณชายจางเหว่ยเป็นคนดี แต่เขาไม่มีความดุดันและความเข้มแข็งเหมือนท่านพี่อาหรง เมื่อเขาสัมผัสข้า ข้ารู้สึกไม่มีอะไรเลย"
ซูหลินเสริม "คุณชายเหวินก็เช่นกัน เขาอ่อนโยนและสุภาพ แต่เขาไม่สามารถทำให้ข้าเสียวซ่านเหมือนท่านพี่อาหรงได้"
จางซินกัดริมฝีปาก "แม่ทัพน้อยถังแข็งแกร่งและมีพลัง แต่เขาไม่มีความเร่าร้อนและความดิบเถื่อนเหมือนท่านพี่อาหรง เมื่อข้านึกถึงการสัมผัสของท่านพี่อาหรง ร่างกายของข้าก็ยังคงสั่นเทาอยู่"
หวังฟางลุกขึ้นเดินไปมาด้วยความกระวนกระวาย "พวกเราจะทำอย่างไรดี? อีกหนึ่งเดือนข้าก็ต้องแต่งงานแล้ว หลังจากนั้นข้าจะไม่มีโอกาสได้พบท่านพี่อาหรงอีก"
หลิวเหมยยืนขึ้นตาม "ข้าก็เช่นกัน อีกสองเดือนข้าก็จะกลายเป็นภรรยาของคุณชายจางเหว่ย ข้าจะต้องอยู่ในบ้านของเขาและทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี"
ซูหลินส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง "สามเดือนสำหรับข้า หลังจากนั้นข้าจะต้องเป็นภรรยาของคุณชายเหวิน ข้าจะไม่มีอิสระอีกต่อไป"
จางซินกำมือแน่น "สี่เดือนสำหรับข้า แต่ข้ารู้สึกเหมือนมันเป็นเพียงพริบตาเดียว เวลาผ่านไปเร็วเกินไป"
สี่สาวงามต่างรู้สึกเหมือนถูกกับดักในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก พวกนางถูกผูกมัดด้วยจารีตประเพณีและความคาดหวังของครอบครัว แต่หัวใจและร่างกายของพวกนางกลับโหยหาความดุดันและความเร่าร้อนของพยัคฆ์ร้ายแห่งชายแดน
"ข้าไม่อยากเป็นภรรยาที่ต้องแกล้งทำเป็นบริสุทธิ์..." หวังฟางกระซิบ "ข้าอยากได้ความรู้สึกที่ท่านพี่อาหรงให้ข้า ความเสียวซ่านที่ทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิต"
หลิวเหมยพยักหน้า "ข้าก็เหมือนกัน ข้าไม่อยากต้องนอนกับคุณชายจางเหว่ยและแกล้งทำเป็นว่าข้าพอใจ ข้าต้องการท่านพี่อาหรงเท่านั้น"
ซูหลินเสริม "การที่ต้องให้คุณชายเหวินสัมผัสข้า มันทำให้ข้ารู้สึกแย่มาก ข้าอยากได้แต่การสัมผัสของท่านพี่อาหรงเท่านั้น"
จางซินกัดริมฝีปากแน่น "ข้าไม่อยากให้ใครอื่นนอกจากท่านพี่อาหรงสัมผัสข้า แต่ข้าไม่มีทางเลือก"
หวังฟางหยุดเดินแล้วหันมามองเพื่อนทั้งสามด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว "พวกเราต้องหาทางพบท่านพี่อาหรงอีกครั้งก่อนที่ข้าจะต้องแต่งงาน"
หลิวเหมยเบิกตาโพลง "แต่เราจะหาเขาได้อย่างไร? เขาอยู่ที่ชายแดน และพ่อของเราคงไม่ยอมให้เราออกจากบ้านอีกแล้ว"
ซูหลินคิดครู่หนึ่ง "บางทีเราอาจส่งข่าวไปหาเขาได้ ข้ารู้จักพ่อค้าคนหนึ่งที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองหลวงกับชายแดนเป็นประจำ"
จางซินส่ายหน้า "แต่นั่นใช้เวลานาน และเราไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับข่าวหรือไม่"
หวังฟางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วดวงตาของนางก็เปล่งประกายขึ้น "ข้านึกได้แล้ว! ลุงชางและลุงกัว พวกเขายังอยู่ในเมืองหลวงใช่ไหม?"
หลิวเหมยพยักหน้า "ใช่ พวกเขาจะอยู่ที่นี่อีกสองสามวันก่อนจะเดินทางกลับชายแดน"
ซูหลินยิ้มขึ้นมา "นั่นแหละ! เราสามารถส่งข่าวไปกับพวกเขาได้"
จางซินเสริม "และบางทีเราอาจขอให้พวกเขาช่วยนัดหมายให้เราพบท่านพี่อาหรงได้"
หวังฟางพยักหน้าอย่างตื่นเต้น "ข้าจะหาทางติดต่อลุงชางและลุงกัว เราต้องพบท่านพี่อาหรงอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
สี่สาวงามต่างสบตากันด้วยความหวังที่ลุกโชนขึ้นมาใหม่ พวกนางรู้ว่าการกระทำนี้เสี่ยงมาก แต่พวกนางก็ไม่สามารถต้านทานความปรารถนาที่จะได้พบพยัคฆ์ร้ายแห่งชายแดนอีกครั้งได้
"เราต้องระวังให้มาก" หวังฟางเตือน "ถ้าพ่อของเรารู้ เราจะเป็นอันตราย"
หลิวเหมยพยักหน้า "ข้าเข้าใจ แต่ข้าเสี่ยงได้เพื่อท่านพี่อาหรง"
ซูหลินเสริม "ข้าก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าต้องพบเขาอีกครั้ง"
จางซินกำมือแน่น "เราจะทำให้สำเร็จ เราต้องทำให้สำเร็จ"
ในเมื่อพวกนางถูกพันธนาการด้วยจารีตประเพณี แต่ร่างกายและหัวใจของพวกนางเป็นของอาหรงไปแล้ว พวกนางจึงต้องหาทางพบเขาอีกครั้งก่อนที่งานแต่งงานจะเริ่มขึ้น
สี่สาวงามต่างสบตากันด้วยความเข้าใจ พวกนางรู้ดีว่าความลับที่ชายแดนได้เปลี่ยนพวกนางไปตลอดกาล และงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจเป็นเพียงฉากหน้าที่จะซ่อนเร้นความสัมพันธ์ที่ผิดบาปและเร่าร้อนกับพยัคฆ์ร้ายแห่งชายแดนให้ลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม