เหงาในเงาจันทร์

    ตอนที่ 18 : เงาจันทร์ในคืนที่เงียบงัน

            รถสีบรอนซ์คันเล็กค่อย ๆเลี้ยวเข้ามาจอดใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าแฟลต เครื่องยนต์ดับลงแต่กานต์แก้วยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยเหมือนไม่รีบร้อนจะขึ้นห้องเหมือนทุกวันสนามเด็กเล่นหน้าแฟลตเงียบเหงา ชิงช้าเหล็กเก่า ๆ แกว่งไหวเบา ๆตามแรงลมเธอเดินไปนั่งลงตรงนั้น ปล่อยให้ชิงช้าพาแกว่งไปมาอย่างเชื่องช้า เหนือศีรษะใบโพธิ์นับร้อยกำลังสั่นไหวเสียงนกเขาคู่หนึ่งร้องตอบกันอยู่บนกิ่งไม้สูง โลกทั้งใบดูสงบเหลือเกิน สงบจนได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง

            กานต์แก้วนั่งมองท้องฟ้า มองใบไม้ มองผู้คนที่เดินผ่านไปแต่ไม่ได้มองเห็นอะไรเลยหัวใจของเธอล่องลอยไปไกลกว่านั้น ไกลออกไปอีกฟากหนึ่งของประเทศ ไปยังบ้านหลังหนึ่งที่กำลังรอเ๯้าของกลับมาหยดฝนเม็ดเล็กตกลงบนหลังมือ หนึ่งเม็ด สองเม็ด ก่อนจะกลายเป็๞สายฝนบาง ๆ เธอจึงลุกขึ้นเดินกลับแฟลตช้า ๆ เหมือนคนที่ไม่ได้กำลังหนีฝน แต่กำลังเดินหนีความคิดของตัวเอง ทันทีที่เปิดประตูห้องโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

            "สวัสดีสาวน้อย"

            น้ำเสียงปลายสายยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม อบอุ่นจนบางครั้งเธอก็เผลอลืมไปว่าความอบอุ่นนั้นไม่ได้เป็๞ของเธอคนเดียว

            "วันนี้เป็๲ยังไงบ้างสมัครเรียนเรียบร้อยไหม"ต้นไม้ถามด้วยความห่วงใย

            "เรียบร้อยค่ะ" เธอตอบสั้นๆ

            "เป็๲อะไรหรือเปล่า" เขาถามทันทีราวกับรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่

            "ไม่ได้เป็๞อะไรค่ะ" เธอรีบตอบ

            "แค่เหนื่อยนิดหน่อย" ต้นไม้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดเบา ๆ

            "ดูแลตัวเองนะ พี่เป็๞ห่วง"

            คำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจเธอไหววูบเพราะยิ่งได้รับความห่วงใยเธอกลับยิ่งรู้สึกถึงระยะห่าง ระยะห่างที่ไม่มีวันเดินข้ามไปถึงหลังวางสายกานต์แก้วหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ฝนที่เปียกตัวเมื่อครู่เริ่มส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรงดวงตาร้อนผ่าว น้ำมูกไหลไม่หยุด กานต์แก้วนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มลายตาราง ไข้ทำให้ร่างกายอ่อนแรงแต่ความคิดกลับชัดขึ้นกว่าทุกวัน แบบที่คนเราคิดได้ชัดที่สุดตอนเจ็บป่วย เธอคิดถึงแม่คิดถึงมือที่เคยวางบนหน้าผาก คิดถึงพ่อที่เคยนั่งเฝ้าทั้งคืน แล้วก็คิดถึงต้นไม้ ไม่ใช่เพราะอยากให้เขามาแต่เพราะในวันที่เจ็บเราจะคิดถึงคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยที่สุดเสมอ และเขาคือคนนั้น

            เมื่อค้นตู้ยามียาพาราเซตามอลเหลืออยู่เพียงแผงเดียวเธอหยิบยาสองเม็ดขึ้นมากลืนกับน้ำเปล่า ก่อนเดินกลับมานอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มลายตารางสีน้ำตาลขาวของแม่ขึ้นมาคลุมตัว กลิ่นผ้าห่มเก่า ๆ ยังมีกลิ่นความทรงจำอยู่เสมอทุกครั้งที่ป่วยเธอจะคิดถึงบ้านคิดถึงมืออุ่น ๆ ของแม่คิดถึงเสียงพ่อที่ถามซ้ำ ๆ

            "หิวไหมลูก กินยาหรือยัง ไปหาหมอไหม"

            ที่บ้านกานต์แก้วจะเป็๞ลูกสาวตัวเล็กของใครบางคนแต่ที่นี่ในห้องสี่เหลี่ยมเงียบ ๆ มีเพียงเสียงวิทยุ เสียงพัดลม และเงาของตัวเองบนผนังน้ำตาอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลออกมาเงียบ ๆ ไม่ใช่เพราะพิษไข้แต่เพราะความคิดถึง คิดถึงบ้านคิดถึงอ้อมกอดของแม่ และคิดถึงใครอีกคนที่เธออยากให้มานั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงสักครั้งไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องสัญญาอะไร แค่อยู่ตรงนั้นก็พอ

            แต่กานต์แก้วรู้ดีว่าความคิดนั้นเป็๞เพียงความฝันเธอจึงได้แต่นอนนิ่งฟังเสียงเพลงจากวิทยุ ฟังเสียงฝนกระทบหลังคา แล้วปล่อยให้ความเงียบค่อยๆ โอบกอดหัวใจเอาไว้ ในค่ำคืนที่หนาวที่สุด เธอเพิ่งเข้าใจว่าบางครั้งความรักไม่ใช่การเดินเข้าไปหาไม่ใช่การ๳๹๪๢๳๹๪๫ไม่ใช่การเรียกร้องให้ใครอยู่ข้างเรา แต่คือการยืนอยู่ห่าง ๆ เหมือนคนที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างมองเห็นแสงไฟอุ่น ๆ ภายในบ้าน เห็นคนที่เรารักกำลังมีความสุข และยอมยิ้มให้ภาพนั้นทั้งที่รู้ดีว่าเราไม่มีวันเป็๞ส่วนหนึ่งของบ้านหลังนั้นเลย