เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว

    ตอนที่ 34 เริ่มต้นสงครามครั้งสุดท้าย

    บรรยากาศยิ่งใหญ่ภายในท้องพระโรงหลักของพระราชวังอัสนีดารา บัลลังก์อัสนีตั้งตระหง่านบนจุดสูงสุดของห้อง ดูหรูหราด้วยทองคำเจิดจรัสส่องแสงประกายจากอัญมณีที่ประดับอยู่โดยรอบ เทพอัสนีย์ประทับอยู่บนบัลลังก์ ดูทรงอำนาจและบารมี

    เทพอัสนีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "3 เดือนผ่านไป วันนี้ข้าขอประกาศรายชื่อมหาเทพใหม่ เพื่อสานต่อภารกิจของพวกเรา"

    เสียงระฆังดังก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง นักรบและผู้ติดตามยืนเรียงแถวอย่างเคารพ

    เทพอัสนีย์ "ข้าขอประกาศนามของผู้ที่ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นมหาเทพ...

    เทพเบญจาก้าวออกมาข้างหน้า ก้มศีรษะน้อมรับ

    เทพอัสนีย์ "เทพเบญจา ศิษย์สายตรงของข้า ได้ขึ้นเป็นมหาเทพระดับ 30 นับแต่นี้เจ้าคือ "เทพฟ้าดิน" ผู้ครอบครองพลังฟ้าดินอันยิ่งใหญ่"

    เสียงปรบมือจากท้องพระโรงดังขึ้นอย่างกึกก้อง

    เทพอัสนีย์หันไปหาเทพจักรา "เทพจักรา เจ้าขึ้นเป็นมหาเทพระดับ 25 บัดนี้เจ้าคือ "เทพอาทิตย์" ผู้ครอบครองพลังแสงแห่งสุริยะ"

    เทพจักราก้มศีรษะน้อมรับเช่นเดียวกัน เสียงฮือฮาของเหล่ามหาเทพดังขึ้น

    เทพอัสนีย์ "เทพเกสร เจ้าขึ้นเป็นมหาเทพระดับ 25 เช่นกัน นับแต่นี้เจ้าคือ "เทพพายุโลกัณฑ์" ผู้ครอบครองพลังลมและไฟ"

    เทพเกสรแสดงความนอบน้อมต่อเทพอัสนีย์ เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง

    เทพอัสนีย์ "นับแต่นี้ เจ้าทั้งสามมีฉายาคือ "สามแม่ทัพอัสนีดารา" ผู้ซี่งนำพากองทัพแห่งเทพอัสนีย์ไปสู่ชัยชนะ"

    (เสียงตะโกนแสดงความยินดีจากมหาเทพและเหล่าทหารดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง)

    เทพมังกรเขียวก้าวออกมาข้างหน้า "ข้าเสนอให้กองทัพของเราพิชิตดินแดนภายใต้เขานารีนิทราโดยเร็ว ข้าเชื่อว่าในขณะนี้กองกำลังของเราแกร่งกล้าพอที่จะเอาชนะเหล่ามารได้แล้ว"

    เทพอัสนีย์พยักหน้าเห็นชอบ "เจ้าพูดถูก เทพมังกรเขียว"

    เทพอัสนีย์หันไปที่สามแม่ทัพอัสนีดารา

    เทพอัสนีย์ "ข้าขอสั่งให้ สามแม่ทัพอัสนีดารานำทัพใหญ่โจมตีทางเข้าอุโมงค์เมืองเมฆาอัคคี เทพเหมันต์ จะทำแผนที่ฉบับพกพาแจกจ่ายให้ทุกคนภายใน 3 วัน"

    เทพเหมันต์รับคำสั่ง "ข้าจะจัดการตามบัญชา"

    เทพอัสนีย์ "ทุกคนในที่นี้ จงจัดเตรียมกองทัพ ยุทโธปกรณ์ และเสบียงให้เรียบร้อย พวกเราจะเคลื่อนทัพใน 7 วัน"

    เสียงตะโกนประกาศคำสั่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ทหารและมหาเทพเตรียมตัวรับศึก

    7 วันต่อมา ณ บริเวณลานด้านหน้าสำนักเทพอัสนีย์

    ท้องฟ้าครึ้ม มีสายฟ้าผ่าอยู่เป็นระยะ บริเวณลานกว้างมีเหล่าเทพมากมาย เข้าแถวแบ่งเป็นกอง เป็นหมู่ เหล่า ชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง เทพอัสนีย์ราชาแห่งพิภพอัสนี ยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับ เทพเหมันต์พระมหาชายา

    เทพอัสนีย์ ประกาศด้วยเสียงดังก้อง "วันนี้คือวันที่พวกเราจะลุกขึ้นต่อกรกับมารพยัคขาว ผู้ที่ได้บังอาจรุกรานพิภพของเรา สงครามครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่มันคือการโจมตีอย่างเต็มกำลัง"

    เทพเหมันต์ เสริมด้วยน้ำเสียงสง่างาม "เหล่าเทพทั้งหลาย จงร่วมมือกันเพื่อกำราบศัตรูที่บังอาจล่วงเกินพิภพแห่งนี้มานานมากแล้ว ไม่มีที่ให้กับความกลัว มีแต่ชัยชนะเท่านั้น ครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายแห่งพิภพนี้"

    เสียงโห่ร้องกึกก้องจากเหล่าเทพดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว

    เทพอัสนีย์ หันไปทางสามแม่ทัพอัสนีดารา "เทพฟ้าดิน เทพอาทิตย์ และเทพพายุโลกัณฑ์ เจ้าทั้งสามจงนำทัพเทพแท้แสนหนึ่ง ออกไปโจมตีทางเข้าอุโมงค์เมืองเมฆาอัคคี จงพิชิตศัตรูที่ใต้เขานารีนิทรา อย่าลืมรายงานความคืบหน้ากลับมาด้วย"

    สามแม่ทัพอัสนีดาราคุกเข่ารับคำบัญชา

    เทพฟ้าดิน ศิษย์สายตรงของเทพอัสนีย์ ประกาศด้วยความมุ่งมั่น "ข้าผู้ครอบครองพลังฟ้าดิน จะไม่ยอมให้ศัตรูหลบหนีแม้แต่ตนเดียว"

    เทพอาทิตย์ เสียงทุ้มหนักแน่น "ข้าผู้ครอบครองพลังแห่งสุริยะ จะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางทางกองพัพของเรา"

    เทพพายุโลกัณฑ์ เงียบขรึม แต่น่ากลัว "ข้าผู้ครอบครองพลังลมและไฟ จะนำพายุพัดผ่านพวกมันไปสู่ความพินาศ"

    สามแม่ทัพอัสนีดาราลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนที่จะเหาะขึ้นไปในอากาศพร้อมกับกองทัพเทพ 1 แสน ภาพของกองทัพบนท้องฟ้าช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก

    ระหว่างทางที่จะไปยังทางเข้าอุโมงค์เมืองเมฆาอัคคี

    ท้องฟ้ามืดดำ สายลมพัดแรง ภาพภูเขานารีนิทราสูงตระหง่านอยู่ไกลออกไปเบื้องหน้า กองทัพเทพนำโดยสามแม่ทัพอัสนีดาราเดินทางมาจนใกล้ถึงทางเข้าอุโมงค์ซึ่งลอยอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นดิน 500 เมตร รอบ ๆ ปกคลุมไปด้วยหมอกขาว

    เสียงร้องคำรามดังก้องเมื่อฝูงอสูรเพลิงหลายแสนปรากฏตัว พวกมันมีร่างกายสีดำ เขาคล้ายแพะ ไฟลุกท่วมตัว และพ่นควันดำออกจากปาก

    เทพฟ้าดิน ตะโกนสั่ง "เทพทั้งหลาย จงเข้าโจมตี อย่าได้ปล่อยให้พวกมันรอดไป"

    การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เหล่าเทพใช้พลังอันมหาศาลโจมตีอสูรเพลิง ฝูงอสูรใช้ลูกไฟและควันดำตอบโต้ แต่กองทัพเทพไม่ย่อท้อ พลังฟ้าดินของเทพฟ้าดินทำให้แผ่นดินสั่นไหวจนเหล่าอสูรล้มกลิ้งไปกลิ้งมา พลังสุริยะของเทพอาทิตย์เผาผลาญอสูรเป็นเถ้าธุลี และพลังพายุของเทพพายุโลกัณฑ์พัดพาพวกมันลอยไปบนอากาศด้วยลมแรงมหาศาลและเผาไหม้สลายไปเป็นฝุ่น

    ฝูงอสูรเพลิงพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ร่างของพวกมันแหลกสลายเป็นฝุ่นผง กองทัพเทพเข้าใกล้ปากอุโมงค์มากขึ้นเรื่อย ๆ

    เทพฟ้าดิน ยืนอยู่หน้าอุโมงค์ หยุดทัพชั่วคราว "ถึงเวลาแจ้งข่าวให้ท่านเทพอัสนีย์ทราบถึงชัยชนะของเราแล้ว"

    เทพฟ้าดินใช้ปราณฟ้าดินส่งจดหมายรายงานไปยังเทพอัสนีย์ จดหมายลอยหายไปพร้อมด้วยแสงสีฟ้า

    ไม่นาน จดหมายจากเทพอัสนีย์ตอบกลับมาด้วยคำเตือน

    เทพฟ้าดิน อ่านจดหมายแล้วกล่าวกับทุกคนว่า "ท่านเทพอัสนีย์เตือนว่า สถานการณ์นี้น่าผิดสังเกต ไม่มีแม่ทัพฝ่ายมารมาโต้ตอบ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นกับดัก"

    เทพอาทิตย์ น้ำเสียงสงสัย "หากเป็นกับดักจริง เหตุใดพวกมารจึงไม่ส่งใครมาเฝ้าทางเข้าอุโมงค์"

    เทพพายุโลกัณฑ์ พูดอย่างเยือกเย็น "บางทีพวกมันอาจรอให้เราประมาท เมื่อเราคิดว่าชนะแล้วจึงจะลงมือ"

    เทพฟ้าดิน พยักหน้า "เราจะไม่ปล่อยให้พวกมันล่อลวงเรา จงระมัดระวังทุกฝีก้าว เคลื่อนทัพเข้าอุโมงค์ได้"

    กองทัพเทพเริ่มเคลื่อนทัพเข้าไปในอุโมงค์ด้วยความระมัดระวัง หมอกขาวหนาปกคลุมอุโมงค์รอบด้าน ทุกสายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเตรียมพร้อม

    สามแม่ทัพอัสนีดารา นำโดยเทพฟ้าดิน พาเหล่ากองทัพเทพแท้หนึ่งแสนคนเดินผ่านอุโมงค์เข้ามาอย่างระมัดระวัง ภายในถ้ำมืดสนิท

    เทพฟ้าดินพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม "พวกเราต้องระวัง ทุกก้าวในที่แห่งนี้อาจซ่อนอันตรายไว้"

    ทั้งสามแม่ทัพรวมพลังปราณเทพ สร้างแสงสว่างขึ้นให้กองทัพเดินหน้าต่อได้ ท่ามกลางความเงียบของถ้ำ พวกเขาเดินอย่างระมัดระวัง

    เทพอาทิตย์พึมพำ "ถ้ำนี้ช่างเงียบเกินไป นี่อาจจะเป็นการดักซุ่มโจมตี"

    เทพพายุโลกัณฑ์เสียงสงบนิ่งแต่ตื่นตัว "เตรียมพร้อมไว้ พวกเรายังไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร"

    หลังจากเดินมา 500 เมตร ทั้งกองทัพก็หยุดเมื่อเห็นประตูมิติปรากฏอยู่เบื้องหน้า

    เทพฟ้าดิน "ประตูมิติ... ดูเหมือนนี่จะเป็นทางผ่านต่อไป ข้าจะเปิดมัน"

    เทพฟ้าดินใช้พลังฟ้าดิน สร้างคลื่นพลังที่ทำให้ประตูมิติเปิดออก เผยให้เห็นป่าโปร่งที่อยู่เบื้องหน้า มีท้องฟ้าเทียม ลมพัดเย็นสบาย

    เทพอาทิตย์มองด้วยความสงสัย "ป่าแห่งนี้... ดูเหมือนอยู่กลางแจ้ง แต่มันกลับอยู่ในถ้ำ"

    เทพพายุโลกัณฑ์ "บางสิ่งไม่ชอบมาพากล ระวังตัวกันด้วย"

    กองทัพเทพเคลื่อนเข้าสู่ป่าโปร่ง ผ่านท้องฟ้าเทียมที่มองไม่ออกว่าเป็นของปลอม เบื้องหน้าคือบึงน้ำขนาดใหญ่ มีดอกบัวและใบบัวขนาดใหญ่หนาทึบลอยน้ำอยู่ ชูดอกงดงาม

    ทันใดนั้น ก็บังเกิดหมอกสีเขียวหนาทึบลอยขึ้นมาจากบึง ค่อย ๆ ปกคลุมกองทัพเทพทีละน้อย

    เทพฟ้าดินตะโกน "หมอกพิษ! ทุกคนถอยออกไป!"

    กองทัพเทพแท้ทั้งแสนคน พยายามถอยหนี แต่เมื่อพวกเขาสูดดมไอพิษเข้าไป ทุกคนต่างล้มลงอย่างรวดเร็ว ร่างสลายเป็นฝุ่นผงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงสามแม่ทัพที่ยังยืนอยู่ สามแม่ทัพรีบนั่งสมาธิ ใช้พลังปราณขับพิษและป้องกันมิให้พิษเข้าสู่ร่างกาย

    เทพอาทิตย์ เสียงเครียด "มันคือพิษร้าย เราต้องขับออกให้หมด ไม่อย่างนั้นเราก็จะจบแบบเดียวกับกองทัพเทพ"

    เทพฟ้าดิน "อย่าเพิ่งหมดหวัง เราจะไม่แพ้ในที่แห่งนี้"

    ทันใดนั้น ร่างของมารอสรพิษ ปรากฏตัวขึ้น มารอสรพิษมีรูปร่างเป็นมนุษย์หล่อเหลา แต่แววตาฉายแววร้ายกาจ เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

    มารอสรพิษ หัวเราะเสียงเยาะเย้ย "พวกเจ้ามาช้าเกินไป ข้าเตรียมพิษไว้รอเจ้าตั้งนานแล้ว เหล่าเทพแท้ของพวกเจ้าต่างตายหมดสิ้น พวกเจ้าไม่อาจสู้กับข้าได้"

    สามแม่ทัพยังคงนั่งสมาธิ ขับพิษในร่างกายอย่างเคร่งเครียด

    มารอสรพิษ เดินเข้ามาใกล้ พร้อมยิ้มอย่างเย้ยหยัน "พวกเจ้าจะทำอะไรได้เล่า? พวกเจ้ามัวแต่ขับพิษ ไม่สามารถสู้กับข้าได้! และพวกเจ้าคงไม่รู้ ว่าข้าได้ยินการพูดคุยของพวกเจ้าทุกคำ ข้ารู้ชื่อของพวกเจ้าแล้ว"

    มารอสรพิษมองเทพฟ้าดินและเทพพายุโลกัณฑ์ด้วยแววตาหื่นกระหาย

    มารอสรพิษ พูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "เจ้าทั้งสอง เทพฟ้าดินและเทพพายุโลกัณฑ์... ข้าจะเอาพวกเจ้ามาเป็นชายาซ้ายและขวาของข้า ส่วนเจ้า เทพอาทิตย์ ข้าจะเอาแก่นวิญญาณของเจ้ามาฝึกวิชา"

    มารอสรพิษหัวเราะเสียงดัง ยืนมองสามแม่ทัพด้วยความพอใจ

    เทพอาทิตย์กัดฟันแน่น ข่มอารมณ์ "อย่าได้คิดว่าข้าจะยอมแพ้เจ้า"

    เทพพายุโลกัณฑ์ พึมพำ "เราต้องหาทางต่อสู้ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะต้องพินาศ"

    เทพฟ้าดิน นิ่งเงียบ แต่ในสายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "พวกเราไม่มีวันยอมแพ้ เตรียมตัวให้พร้อม การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น"

    มารอสรพิษยิ้มอย่างชั่วร้าย รอคอยที่จะเห็นพวกเขาพ่ายแพ้

    เทพทั้งสามพยายามรวมพลังปราณเพื่อต่อสู้กับมารอสรพิษ แต่ก็ยังคงต้องแบ่งปราณไปต้านพิษอยู่

    มารอสรพิษ "พวกเจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก"

    มารอสรพิษปล่อยหมอกพิษออกมาเพิ่มความเข้มข้น

    เทพฟ้าดินหายใจหอบ "เราต้องหาทางกำจัดพิษก่อน"

    เทพพายุโลกัณฑ์ "แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเราสูดมันเข้าไปเต็มปอดแล้ว"

    เทพอาทิตย์ "มีวิธีเดียว..."

    เทพอาทิตย์ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก่อเกิดแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมา

    มารอสรพิษ "อะไรกัน"

    แสงสว่างของเทพอาทิตย์ส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้หมอกพิษค่อยๆสลายไป

    เทพฟ้าดิน "เทพอาทิตย์"

    เทพอาทิตย์ทรุดตัวลง ร่างกายเริ่มซีดเผือด

    มารอสรพิษ "เจ้าทำอะไรลงไป"

    มารอสรพิษพุ่งเข้าใส่เทพอาทิตย์ แต่ถูกเทพฟ้าดินและเทพพายุโลกัณฑ์ขวางไว้

    เทพฟ้าดิน "เจ้าจะแตะต้องเทพอาทิตย์ไม่ได้"

    เทพพายุโลกัณฑ์ "เราจะไม่ยอมให้เจ้าชนะ"

    การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด เทพฟ้าดินและเทพพายุโลกัณฑ์ต่อสู้กับมารอสรพิษ ท้องฟ้าเทียมในป่าโปร่งนี้มืดลง พลังฟ้าดินและลมพายุปะทะกับหมอกพิษของมารอสรพิษอย่างรุนแรง เสียงของการต่อสู้ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ

    เทพฟ้าดินตะโกนด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องจบมันที่นี่ มารอสรพิษต้องถูกสังหาร"

    เทพพายุโลกัณฑ์ หอบเหนื่อยแต่ไม่ยอมแพ้ "ข้าอยู่เคียงข้างเจ้า... มารอสรพิษจะไม่ได้มีลมหายใจต่อไป"

    มารอสรพิษ พ่นหมอกพิษอีกครั้ง พยายามปกคลุมทั้งสอง แต่เทพฟ้าดินสร้างพลังฟ้าดินขึ้นมาป้องกัน ขณะที่เทพพายุโลกัณฑ์ส่งพายุพัดหมอกพิษออกไป เป็นการโจมตีสวนกลับอย่างรุนแรงของมหาเทพทั้งสอง

    มารอสรพิษ หัวเราะเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆ พวกเจ้าคิดว่ากำลังจะชนะงั้นหรือ ข้าคือมารแห่งพิษ ไม่มีทางที่พวกเจ้าจะทำลายข้าได้"

    เทพฟ้าดิน ตะโกนเสียงดัง "ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าดู พลังฟ้าดินของข้าจะกำราบเจ้าลงได้อย่างไร"

    เทพฟ้าดินปลดปล่อยพลังฟ้าดินออกมาเต็มที่ แผ่นดินสะเทือน ท้องฟ้าเทียมสั่นไหว ขณะเดียวกันเทพพายุโลกัณฑ์ก็รวมพลังพายุและไฟเข้าด้วยกัน ระเบิดพลังใส่มารอสรพิษจากทุกทิศทาง มารอสรพิษพยายามต่อต้าน แต่สุดท้ายพลังของเทพทั้งสองก็ทำให้ร่างของมารอสรพิษแตกกระจายเป็นฝุ่นผงในที่สุด การต่อสู้สิ้นสุดลง ร่างของมารอสรพิษสลาย เหลือเพียงฝุ่นพิษที่ปลิวหายไปในอากาศ

    เทพพายุโลกัณฑ์หอบหนัก "พวกเรา... ชนะแล้ว"

    เทพฟ้าดิน มองไปรอบ ๆ อย่างเหนื่อยล้า "แต่มันยังไม่จบ... เทพอาทิตย์อยู่ที่ไหน"

    เทพฟ้าดินและเทพพายุโลกัณฑ์หันไปมอง เทพอาทิตย์นอนนิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาขาวซีด ไม่มีการเคลื่อนไหว

    เทพฟ้าดินรีบวิ่งเข้าไปหาเทพอาทิตย์ด้วยความตื่นตระหนก

    เทพฟ้าดินเสียงสั่น "เทพอาทิตย์... เจ้าเป็นอะไรไป"

    นางคุกเข่าลงข้างร่างของเทพอาทิตย์ พลางจับร่างของเทพอาทิตย์ที่ไร้ชีวิตอยู่ในอ้อมแขน

    เทพฟ้าดินน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น "เทพอาทิตย์... จากพวกเราไปแล้ว..."

    เทพพายุโลกัณฑ์เดินเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างเทพฟ้าดิน มองร่างของเทพอาทิตย์ที่ไร้ชีวิตด้วยความเศร้า

    เทพพายุโลกัณฑ์พูดเสียงแผ่วเบา "เราทำอะไรไม่ได้เลย... มารอสรพิษชั่วร้ายนัก มันพรากชีวิตของเขาไปจากพวกเรา"

    เทพทั้งสองนั่งลงข้างร่างของเทพอาทิตย์ น้ำตาของเทพฟ้าดินยังคงไหลพราก เทพพายุโลกัณฑ์นั่งเงียบด้วยความโศกเศร้า ทั้งสองต่างโศกเศร้ากับการสูญเสียที่ไม่อาจฟื้นคืนได้

    เทพฟ้าดินกระซิบเสียงสั่น "เทพอาทิตย์... เจ้าได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ ข้าจะจดจำเจ้าไปตลอดกาล"

    ทั้งสองนั่งอยู่ข้างร่างของเทพอาทิตย์ท่ามกลางป่าโปร่งที่เงียบสงัด มีเพียงลมที่พัดผ่านเบา ๆ แต่ความเงียบงันกลับแฝงไปด้วยความเศร้าและความสูญเสียที่ลึกซึ้ง เทพฟ้าดินส่งจดหมายรายงานเทพอัสนีย์

    คล้ายกับเรื่องเทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ที่คุณอ่าน