อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 53 กฎของการออกพื้นที่

    บทที่ 53 กฎของการออกพื้นที่




    การตอบกลับของฟางหนิวกับจี้เหลียนนั้นทำให้ใบหน้าของฝูหนี่ย์ชาวาบ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทั้งสองคนจะมาหักหลังเธอเช่นนี้ ทั้งๆที่ตอนคิดแผนนั้นก็เป็นพวกเธอสามคนช่วยกันคิดขึ้นมาแท้ๆ ทว่าพอเห็นว่ากำลังมีปัญหาเข้าสู่ตัว ทั้งสองกลับผลักให้เธอออกมาข้างหน้าเพียงคนเดียวเสียอย่างนั้น


                


    ฝูหนี่ย์ที่รู้ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถเอาผิดกับซูหยวนได้ ทั้งยังไม่เข้าใจด้วยว่ารองเท้าของเพื่อนนักเรียนที่เธออุตส่าห์ซ่อนไว้ที่กระโจมพักของซูหยวนหายไปได้อย่างไร




    เธอพยายามค้นรอบๆกระโจมแล้ว กระทั่งข้าวของในกระโจมก็ยังไปรื้อออกมาดูด้วยซ้ำ เวลานี้เธอไม่ได้รู้สึกอิจฉาที่ซูหยวนพกยาและข้าวของมากมายซึ่งเป็นเครดิตมูลค่าสูง ทว่าความคิดวนเวียนอยู่แค่ว่าจะทำอย่างไรดี จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไรดี


                


    เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นอย่างนั้น ซูหยวนก็แค่นหัวเราะออกมาด้วยท่าทางเย็นชา มองดูคนที่แสดงท่าทางสะใจเมื่อครู่เหมือนกับมองคนโง่งม




    “เธอ!! เธอไหวตัวทันแน่ๆ เพราะแบบนั้นก็เลยเอาไปซ่อนที่อื่นแล้วใช่ไหม ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นรองเท้าจะหายไปที่ไหนได้ยังไง ฉันเห็นกับตาว่าเธอเอารองเท้ามาไว้ที่กระโจมนี่!!”


                


    ฝูหนี่ย์ไม่อาจยอมรับได้ ให้ตายก็ไม่อาจจะยอมรับได้ ถ้าหากว่าเธอยอมรับว่าตนเองใส่ความอันซูหยวน แล้วอีกฝ่ายแจ้งความจับเธอจริงๆ อย่างนั้นโทษที่เธออาจจะได้รับก็คือการ “ตัดลิ้น” ซึ่งเป็นโทษที่โหดร้ายมาก หากเธอถูกทำโทษเช่นนั้น สู้ให้เธอตายไปเสียยังจะดีกว่า


                


    นอกจากนี้ ถ้าเธอยืนกรานว่าซูหยวนเป็นคนเอาไปและเธอก็เห็นมันกับตา ใครก็ไม่น่าจะเอาผิดเธอได้ มันก็มีโอกาสไม่ใช่หรือที่ซูหยวนจะเอาไปซ่อนไว้ที่อื่นน่ะ เธอก็แค่พุ่งไปข้างหน้าไม่ถอยหลังก็ได้แล้ว


                


    ซูหยวนถอนหายใจออกมา ได้ยินคนโง่เขลาพูดเช่นนี้ก็คิดว่าถึงเวลาปิดจบปัญหานี้แล้ว เธอหันไปหาทุกคนก่อนพูด




    “เมื่อคืน ตั้งแต่เข้านอนในกระโจม ฉันก็ไม่ได้ออกมาข้างนอกอีก ดังนั้นฉันจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนนักเรียนทุนฝูจึงได้ยืนยันว่าเห็นฉันออกมาขโมยของของคนอื่นได้”




    “ส่วนถ้าถามหาหลักฐาน เรื่องนี้ไม่ได้ยากเลย อย่าลืมว่าฉันเข้าพักในกระโจมก่อนคนอื่นๆ และช่วงเวลาที่ฉันเข้าพักก็เป็นช่วงก่อนที่อาจารย์จะโรยผงยาไล่พวกกลายพันธุ์เอาไว้ทั่วพื้นที่ค่าย เพราะแบบนั้นรองเท้าของฉันจึงไม่ได้เปื้อนผงยา” อันซูหยวนถอดรองเท้าของตนเองออกให้ดู แล้วก็เป็นอย่างที่เธอพูด


               


    ผงยาไล่พวกกลายพันธุ์นั้นมีระยะเวลาแสดงผลอยู่ 8 ชั่วโมง ซึ่งตอนที่ทุกคนมาที่นี่ ผงไล่แมลงก็หายไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คิดถึงมัน อย่างไรก็ตาม...เมื่ออันซูหยวนพูดมันขึ้นมา นักเรียนทุกคนก็ลองดูพื้นรองเท้าของตนเอง และพบว่ามีเศษสีดำของผงไล่แมลงอยู่จริงๆ




    “เพื่อนนักเรียนน่าจะเข้านอนหลังจากที่อาจารย์โรยผงไล่พวกกลายพันธุ์แล้วใช่ไหม? ดังนั้นถ้าฉันต้องการขโมยรองเท้าของใคร อย่างนั้นรองเท้าของฉันก็ต้องเปื้อนด้วย อ้อ ถ้าคิดว่าฉันอาจจะถอดรองเท้าไปขโมย อย่างนั้นเท้าของฉันที่เหยียบเข้ากับผงไล่แมลงโดยตรงจะต้องถูกกัดจนเป็นรอยแผลแน่ อย่าลืมว่าผงไล่พวกกลายพันธุ์นั้นมีฤทธิ์อย่างอื่นด้วย”


                


    ซูหยวนหงายฝ่าเท้าของตนเองให้ดูอีกครั้ง และพบว่าฝ่าเท้าของเธอเป็นปกติ ไม่มีร่องรอยขึ้นผื่นแพ้ใดๆเลย ซึ่งเป็นการยืนยันให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันแล้ว


                


    อันซูหยวนรู้ว่าคำกล่าวของเธอค่อนข้างมีน้ำหนัก ที่โลกนี้ไม่เหมือนที่ที่เธอจากมา หากเป็นโลกก่อนของเธอ ถ้าพูดถึงรอยเปื้อนที่ฝ่าเท้าหลังจากผ่านไปหนึ่งคืน เรื่องนี้คงจะไม่มีใครเชื่อ เพราะพวกเขารู้ว่าสามารถล้างเท้าให้สะอาดก่อนได้ ทว่า...นี่เป็นโลกที่น้ำก็ยังหาได้ยากและมีราคาแพง ไม่มีใครโง่เง่าขนาดลงทุนใช้น้ำล้างเท้าเพื่อขโมยรองเท้าของใครสักคนหรอก




    “ฉันหวังว่าคำอธิบายของฉันจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด กลับกัน...ฉันอยากจะรู้ว่าทำไมนักเรียนฝูจึงยืนยันซ้ำๆว่าตัวเองเห็นฉันไปขโมยของของคนอื่นได้ล่ะ นี่ไม่ได้แปลว่าจงใจใส่ความฉันหรอกใช่ไหม?”




    “นะ นักเรียนทุนอัน...”




    “เหมือนกับที่บอกไปก่อนหน้านี้ ฉันจะเอาเรื่องนี้แจ้งความต่อทางการ หวังว่าเธอน่าจะให้คำอธิบายที่ดีพอกับเจ้าหน้าที่นะ” ซูหยวนปรายตามองฝูหนี่ย์หนึ่งครั้งก่อนจะหายเข้าไปในกระโจมของตนเองเพื่อเตรียมตัวออกล่า


                


    เธอไม่สนใจที่จะฟังคำขอของฝูหนี่ย์ที่แทบจะทรุดตัวลงไปคุกเข่าขอขมาเลย แน่นอนว่าโทษที่จะต้องถูกตัดลิ้นนั้นเป็นโทษที่รุนแรงมาก แต่เธอเองก็ต้องการสั่งสอนให้คนอื่นๆได้เห็นเช่นกันว่าเธอไม่ใช่คนใจดี


                


    ถ้าคิดจะรังแกเธอ เช่นนั้นก็ต้องมั่นใจว่าแผนการของตัวเองดีพอแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะต้องถูกเธอสวนกลับด้วยวิธีที่โหดร้ายยิ่งกว่าแบบนี้


                


    หลังจากที่อันซูหยวนจัดการกับปัญหานี้แล้ว เธอก็เก็บกระโจมของตนเองท่ามกลางคำอ้อนวอนของนักเรียนทุนฝูที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลทั่วใบหน้า ดูแล้วช่างน่าสงสารยิ่งนัก ขนาดพวกอาจารย์บางคนที่เห็นแบบนี้ก็ยังมองหน้าซูหยวนราวกับกำลังจะขอให้เธอมีเมตตาต่อเพื่อนร่วมชั้นบ้าง ซึ่งซูหยวนเพียงทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้น


                


    หากอาจารย์เหล่านี้อยากจะให้เธอแสดงน้ำใจ อย่างนั้นก็มอบคำสั่งมาให้เธอเสียสิ บอกให้เธอยอมคนที่กระทำความผิด ยอมให้คนใส่ร้ายตนเองต่อไป เพราะถ้าอาจารย์ทำเช่นนั้นจริง...นี่ก็เหมือนกับการบอกว่า กฎหมายบ้านเมืองนั้นไม่ยุติธรรมพอ 


                


    ซูหยวนมองข้ามนักเรียนทุนฝูแล้วไปรวมกลุ่มกับพวกสกุลจางตามที่นัดหมายกันไว้ตั้งแต่แรก สำหรับเรื่องรองเท้าของสหายนักเรียนนั้น ต้องโทษที่เธอประมาทเกินไปจนทำให้รองเท้าถูกขโมย ซูหยวนเก็บมันไว้ในฟาร์มของเธอเอง และไม่ได้มีแผนการที่จะคืนให้ในวันนี้


                


    เธอไม่ลืมว่ายังมีนักเรียนอีก 2 คนที่ร่วมมือกับนักเรียนทุนฝู แม้ว่าทั้งสองคนจะผลักภาระทั้งหมดให้ฝูหนี่ย์ไปแล้ว แต่ซูหยวนได้ยินเต็มสองหูว่าทั้งสองคนก็ไม่ได้มีเจตนาดีกับตนเอง และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้คนที่กล้าวางแผนร้ายต่อเธอลอยนวลไปได้เสียด้วย




    “ตอนนี้ฉันจะขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปล่าพวกกลายพันธุ์ด้วยกัน พวกเราอาจารย์จะคอยแนะนำเกี่ยวกับพืชและสัตว์กลายพันธุ์ในเขต A ให้ได้รู้จักก่อน ถือว่าเป็นการทบทวนความรู้จากวิชาพื้นฐานนักล่าและวิชาจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์พื้นฐานไปด้วย”




    “ขอให้ทุกคนใช้ความรู้ที่มีเพื่อทำความเข้าใจให้กระจ่างชัดขึ้น วันนี้พวกเราจะสาธิตการล่าให้ดูก่อน แต่วันพรุ่งนี้ฉันอยากจะให้พวกเธอจัดการพวกมันด้วยตนเอง อ้อ แต่ถ้าวันนี้พวกเธอสามารถล่าสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ไปด้วยได้ นั่นก็ถือว่าเป็นกำไรของพวกเธอแล้ว”




    “กฎของการออกมายังพื้นที่ล่านี้มีเพียงสองข้อเท่านั้น หนึ่งก็คือการอยู่ที่นี่ให้ครบ 6 วัน 5 คืน และสองก็คือการล่าเอาแกนพลังงานของพวกมันมาให้ได้ 72 แกน เทียบกับทุกคนจะต้องล่าให้ได้คนละ 2 ตัว แต่ภารกิจนี้ไม่ได้นับผลงานส่วนบุคคล แต่จะนับรวมทั้งชั้นปี หมายความว่า...ต่อให้ล่าได้แล้ว 10 ตัว ทว่านักเรียนคนอื่นล่าไม่ได้เลย พวกเธอก็ยังไม่ผ่านภารกิจนี้อยู่ดี”


                


    อาจารย์มอบหมายภารกิจของการออกพื้นที่ครั้งแรกของนักเรียนปีหนึ่งให้ ซึ่งการที่พวกเขาบอกว่ามันเป็น “กฎ” ก็แปลว่านี่คือบททดสอบสำคัญ เหมือนกับตอนที่พวกทหารต้องออกไปยังสนามรบ กฎของกองทัพไม่สามารถขัดได้ เพราะแบบนั้น...หากทำผิดกฎนี้ โทษก็คือการให้ออกจากสถาบันทันที


                


    นักเรียนทุกคนมองหน้ากันเอง สำหรับเรื่องการออกจากพื้นที่ล่าเขต A นั้น พวกเขาไม่ได้กังวลมากนัก ทุกคนมั่นใจว่าจะเอาชีวิตรอดที่นี่ได้ อีกอย่างก็มีอาจารย์อยู่ด้วย ต่อให้พวกเขาจะเจออันตรายมากแค่ไหนก็ได้รับความคุ้มครองอยู่ดี ส่วนที่เป็นปัญหาจริงๆ น่าจะเป็นภารกิจล่าแกนพลังงานมากกว่า


                


    แกนพลังงานจำนวน 72 แกนถือว่ามากเกินไปสำหรับพวกเขา แม้จะเฉลี่ยออกมาแล้วดูเหมือนน้อย แต่อย่าลืมว่านักเรียนที่นี่ไม่ใช่ผู้ล่าโดยตรง หลายคนเป็นฝ่ายสนับสนุนในการล่า ซึ่งหมายความว่าภาระของผู้โจมตีก็เพิ่มขึ้นไปด้วย


                


    ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ ที่นี่มีหลายคนที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ อย่างน้อยๆก็พวกนักเรียนทุน 6 คนนั้น คิดเป็นจำนวนมากถึง 12 แกนพลังงาน!!


                


    คนเป็นอาจารย์ไม่ได้เสียเวลาฟังความคิดเห็นของนักเรียน เมื่อบอกกฎแล้วก็พากันออกเดินทางทันที ซึ่งก็เหมือนกับที่อาจารย์ได้พูดเอาไว้ สัตว์กลายพันธุ์เขต A นั้นอยู่ในพื้นฐานความรู้ ดังนั้นเหล่าอาจารย์จึงล่าพวกกลายพันธุ์ไปพร้อมๆกับอธิบายสิ่งต่างๆไปด้วย




    “ที่พื้นที่ล่าเขต A นั้นมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์ที่หลากหลาย สำหรับนักล่าที่มีความสามารถโจมตีระยะไกล อาจจะได้เปรียบพวกตัวหนืดกลายพันธุ์หรือพวกแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม...ถ้าเจอพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์กับลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ให้ระวังเอาไว้ พวกมันจะแพ้ทางนักล่าที่โจมตีระยะใกล้มากกว่า”




    “ยังมีพวกพืชกลายพันธุ์อย่างเถาวัลย์ซุกซ่อนกลายพันธุ์ กับดักมือใหม่ รังผีเสื้อกลายพันธุ์ และพวกวีครอนกลายพันธุ์ นักเรียนจะต้องพยายามมองหาตำแหน่งของแกนพลังงานให้ดี พวกมันจะมีความยืดหยุ่นในการต่อสู้มากกว่าสัตว์กลายพันธุ์มาก แต่ด้วยตำแหน่งการเคลื่อนที่ของพวกมันไม่เหมือนสัตว์กลายพันธุ์ ทำให้คนที่กะระยะโจมตีได้ถูกต้องจะได้เปรียบมาก”


                


    คนเป็นอาจารย์ทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมาในวิชาพื้นฐานให้นักเรียนฟังอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าเพื่อแสดงการจัดการสัตว์และพืชกลายพันธุ์ให้พวกนักเรียนด้วย


                


    วิชาที่คนเป็นอาจารย์แสดงออกให้เห็นนั้นเป็นวิชาที่พวกนักเรียนก็ทำได้ การล่าสัตว์กลายพันธุ์เขต A ยังไม่ต้องใช้ทักษะมากมายขนาดนั้น แม้แต่นักล่าธรรมดาๆที่ไม่ได้ปลุกพลังก็ยังล่าพวกมันได้เลย นับประสาอะไรกับพวกนักเรียนที่รู้วิธีการต่อสู้กันล่ะ


                


    หลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการสอนนักเรียนเหมือนกับจับมือทำงาน พวกเขาก็สามารถกลับไปพักพร้อมกับพูดคุยประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในวันนี้


                


    นักเรียนทั้งหมดตื่นเต้นมากๆ พวกเขาได้เห็นการแสดงของอาจารย์แล้ว และรู้ว่าอาจารย์ทั้งหมดแข็งแกร่งขนาดไหน ซึ่งก็เหมือนกับเมื่อคืนก่อน ซูหยวนรีบเข้าที่พักของตนเองหลังจากอาจารย์ปล่อยให้ไปพักผ่อน เธอหลับเอาแรงไว้ตั้งแต่เย็น ในขณะที่พวกเพื่อนนักเรียนต่างก็พูดคุยกันจนดึกดื่น


                


    เสียงของพวกเขาเงียบกันไปจริงๆก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ยิ่งเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันออกพื้นที่ด้วยกันครั้งแรก เธอเข้าใจเลยว่าพวกเขาจะตื่นเต้นมากแค่ไหน แต่นี่ไม่ใช่กับซูหยวน...


                


    หญิงสาวตื่นขึ้นมาหลังจากที่เสียงทั้งหมดเงียบไปแล้ว เข้าใจว่าทุกคนคงจะเข้านอนกันหมด เพียงแต่...การเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆข้างนอก พร้อมกับจุดสีดำเป้าหมายที่เธอทำเพิ่มเอาไว้นอกจากนักเรียนทุนทั้ง 6 ที่กำลังพักอยู่บนพื้นรอบๆกระโจมของอาจารย์ จู่ๆก็เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติขึ้น


                


    ซูหยวนรีบจัดแจง เตรียมความพร้อมของตนเองเงียบๆ เธอกำลังรู้สึกว่าการทดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...


               


     โชคดีที่ลางสังหรณ์ของเธอไม่ผิดเลย อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าผงยาไล่พวกกลายพันธุ์มีเวลาทำงาน 8 ชั่วโมงเท่านั้น ซูหยวนไม่มั่นใจว่าอาจารย์ใช้ผงไล่พวกกลายพันธุ์ระดับสูงนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร ทว่าพอถึงเวลา 3:00 น. จู่ๆจุดสีแดงสองสามจุดก็เคลื่อนที่ใกล้เข้ามายังค่ายที่พักของพวกเธอแล้ว




    “ฮูม!!” เสียงคำรามของสัตว์กลายพันธุ์ดังอยู่ใกล้มาก นักเรียนหลายคนที่มีประสาทสัมผัสที่ดีสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมากลางดึก และใช่! พวกเขาเองก็รับรู้แล้วว่ามีอันตรายกำลังใกล้เข้ามา




    “ฮูม!!” เสียงคำรามลั่นพื้นที่ล่าทำให้นักเรียนหลายคนรีบตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ


                


    กระโจมแล้วกระโจมเล่าถูกเปิดออก ซูหยวนเองก็ออกมาอยู่ข้างนอกแล้วเช่นกัน เธอไม่เหมือนกับนักเรียนคนอื่นที่ยังอยู่ในชุดพักผ่อน ซูหยวนรีบเก็บกระโจมของตนเองเสร็จแล้ว




    “อาจารย์ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว และดูเหมือนว่าผงไล่พวกกลายพันธุ์จะหมดฤทธิ์แล้วด้วย” เธอกล่าวเตือนนักเรียนคนอื่นๆที่ตื่นมาเจอหน้ากัน




    “หมายความว่ายังไงน่ะ อาจารย์ไม่อยู่ที่นี่ได้ยังไง?”




    “เสียงของสัตว์กลายพันธุ์หลายตัวที่กำลังมาที่นี่...ถ้าไม่มียาไล่พวกกลายพันธุ์แล้ว ถ้าอย่างนั้นค่ายนี้ก็ไม่ปลอดภัยแล้วน่ะสิ”




    “ฉันจะไปดูรอบๆ อาจารย์น่าจะอยู่ที่นี่แหละ พวกท่านจะหายไปได้ยังไง”


                


    นักเรียนหลายคนได้ยินก็จิตตก พวกเขาไม่สามารถทำใจให้เชื่อได้ แม้ว่าในใจจะรู้สึกว่าตอนนี้...พวกเขาน่าจะถูกทิ้งเสียแล้ว!!




    ……………………………….