เป็นเพราะสภาพภายในนี้ที่ค่อนข้างยับเยินเป็นอย่างมาก ทำให้ตอนแรกที่พวกเขาเข้ามานั้นไม่มีใครสังเกตไปที่มุมนั้นเลยพอชายหนุ่มส่งเสียงออกมาแล้วผู้คนทั้งหมดถึงได้เห็นชายหนุ่มผู้ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้น
แต่ว่าพวกสิ่งที่พวกของเผิงซื่อไห่อุทานออกมาด้วยคำแรกความตกใจหลังจากที่ได้พบชายหนุ่มกลับเป็นคำว่า“ผ ผู้อาวุโสฉิน!!”
ตอนนี้ชายหนุ่มผู้แสนน่าหวาดกลัวคนนั้นไม่ได้นั่งอยู่บนพื้นแต่นั่งอยู่บนพรมมนุษย์คนหนึ่งแทน
ใต้ก้นของเขานั้นก็คือผู้อาวุโสของกลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการช่างของหอสร้างฟ้าที่เป็นคนไปหาเรื่องก่อกวนที่เลี่ยนเทียนเฮ่าเมื่อสามวันก่อน แถมยังทำร้ายอี้สิงอวิ๋นอีกด้วย - ฉินเลี่ยนหยาง
ดูฉินเลี่ยนหยางเมื่อสามวันก่อนนั้นโอหังอวดดีขนาดไหนเข้าไปก่อกวนเลี่ยนเทียนเฮ่าจนเละเทะไปหมด แถมยังซัดอี้สิงอวิ๋นจนบาดเจ็บสาหัสเกือบตายอีกด้วย
แต่ดูมันตอนนี้กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับหมาใกล้ตายตัวหนึ่งที่กำลังนอนหมอบอยู่ใต้ก้นของเด็กหนุ่มคนนั้น
กระดูกของเขานั้นหักไปทั่วทั้งตัวแล้วกล้ามเนื้อแหลกเละราวกับก้อนโคลนกองหนึ่ง แต่เขากลับยังไม่ตายไปเพียงแค่กำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอยู่ที่เบื้องล่างของชายหนุ่ม
พอเขาเห็นพวกของเผิงซื่อไห่เดินเข้ามาแล้วก็พยายามจะอ้าปากร้องส่งเสียงขอความช่วยเหลือแต่ชายหนุ่มที่นั่งทับอยู่เพียงออกแรงนิดเดียวตัวเขาก็ทำได้แค่ส่งเสียงร้องโอดครวญเหมือนหมูโดนเชือดเท่านั้น
“อ๊ากก!! ทะ ทะ ท่านท่านสี่ ชะ ช่วย ช่วย...”
นี่มันเป็นการลงโทษคนบาปที่อำมหิตที่สุดเลย
กลุ่มคนตรงหน้านั้น
พวกผู้คุมกฏของกลุ่มสี่สมุทรอย่างโจวเจิ้งผิงนั้นทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
พวกเขานั้นเป็นตัวตนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดในวิถียุทธ์ของทวีปชี่อู่นี้แล้วมีหรือที่พวกเขาจะเคยเห็นน้องเล็กของตัวเองถูกทำร้ายจนหมดสภาพแถมยังถูกใช้เป็นพรมรองก้นแบบนี้อีก
ตอนนั้นเองก็มีผู้อาวุโสระดับอวิ้นหลิงขั้นท้ายคนหนึ่งก้าวออกมาตะโกนข่มขู่ไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นว่า
“ไอ้เด็กเวร ถ้าเจ้ายังไม่ลงมาอีกละก็ข้ารับรองเลยว่าสภาพของเจ้าหลังจากนี้ได้อนาถกว่าผู้อาวุโสฉินหลายสิบเท่าแน่!”
แต่ผลคือ ผู้อาวุโสที่กำลังแสดงบารมีของตัวเองออกไปอยู่นั้นก็ถูกลูกพี่ใหญ่เผิงซื่อไห่ที่ยืนอยู่หน้าเขาหันมาตวาดใส่อย่างอำมหิตทันทีว่า
“หุบปาก! ใครใช้ให้เจ้าพูดกัน!”
ท่านสี่!!
นอกจากจี้ชุนฉางแล้ว คนอื่นๆ ทั้งหมดล้วนตะลึงงันไปทันที
ท่านสี่ผู้โด่งดังนามกระฉ่อนคนนั้นเป็นอะไรไป?
ถ้าตอนปกติละก็ ทันทีที่เห็นสภาพแบบนี้เกรงว่าคงออกคำสั่งให้จับเจ้ากระต่ายน้อยตรงหน้าไปสับเป็นชิ้นๆ ไปแล้วไม่มีทางมาตวาดใส่พวกเดียวกันแบบนี้หรอก
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาส่วนใหญ่ยังไม่รู้ถึงของตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มชุดเขียวตรงหน้านี้
ไม่ใช่แค่เผิงซื่อไห่เท่านั้นที่ผิดปกติฝั่งของกลุ่มฮุ่ยเฟิงเองก็เห็นว่าลูกพี่ใหญ่ของตัวเองตอนนี้กำลังเอามือกุมหลังพร้อมกับเคาะนิ้วตัวเองตลอดเวลานี่เป็นท่าทางของเขาที่จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดอาการเครียดอย่างรุนแรงขึ้น
ไอ้หนุ่มนั่นมันเป็นใครกันแน่?
ทำไมถึงทำให้ไอ้จิ้งจอกจอมโลภที่กินเนื้อคนจนเกลี้ยงไม่เหลือกระดูกตัวนี้เป็นกังวลได้มากถึงขนาดนี้?
ระหว่างที่ผู้คนกำลังสงสัยจี้ชุนฉางก็ได้ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่งจากนั้นก็ยืนลูบมือตัวเองพร้อมกับถามขึ้นมาว่า
“ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรหรือ?”
อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งสิ้น
มีแต่เสียงร้องหอบหายใจของฉินเลี่ยนหยางที่เจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออกแล้วเท่านั้นช่างอนาถาสิ้นดี
การเงียบแบบนี้มันยิ่งชวนให้รู้สึกอึดอัดทรมานยิ่งกว่าเดิมอีก
แววตาอันเย็นชาของเด็กหนุ่มนั้น ราวกับมีฝ่ามือเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่ระดมตบเพียะๆเข้าใส่ใบหน้าของทุกคนในที่แห่งนี้
จี้ชุนฉางเม้มปากแน่น รู้สึกแค่ว่าตัวเองเริ่มมีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาแล้ว
ยิ่งอีกฝ่ายไม่พูดอะไรออกมาเขาก็ยังมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองมากขึ้น
เพราะว่าบรรยากาศรอบตัวอันแสนน่ากลัวของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นเด็กน้อยอายุแค่สิบกว่าขวบทั่วๆ ไปไม่มีทางมีได้แน่นอน นอกจากตัวเขาจะไม่สามารถมองเห็นถึงพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายแล้วอีกทั้งเขายังใกล้จะถูกแววตาของอีกฝ่ายข่มขวัญจนตัวสั่นขึ้นมาแล้ว
จะต้องเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดที่มาจากดินแดนฝั่งตะวันตกเฉียงใต้นั่นแน่ๆ!
ไอ้บ้าเอ๊ย!!
ทำไมตัวเขาถึงได้ซวยแบบนี้นี่ดันไปร่วมมือกับกลุ่มสี่สมุทรโจมตีเลี่ยนเทียนเฮ่าอะไรนั่นอีกวันนี้มันวันซวยของเขาจริงๆ
จี้ชุนฉางตอนนี้ได้ตบหน้าตัวเองในใจไปหนึ่งร้อยแปดสิบสองครั้งแล้ว
ส่วนเผิงซื่อไห่ที่ตอนนี้ก็มีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาเปียกท่วมหัวเหมือนกันเขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ขอบังอาจถามว่าคุณชายท่านนี้ใช่แซ่หลิน ที่มาจากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้หรือไม่...”
คำถามนี้ชัดเจนมากแล้ว
และก็ทำให้เหล่าลูกน้องด้านหลังพลันนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้เช่นกันคนที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วทวีปชี่อู่ในช่วงหลายวันมานี้ - หลินหยาง
อย่าบอกนะว่า
ท่านนี้ก็คือหลินหยาง!!
หลินหยางที่ทำลายลัทธิหมื่นวิญญาณจนสูญสิ้นคนนั้น!!
ผู้คนทั้งหมดพลันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มชุดเขียวผู้นี้ ย่อมต้องเป็นหลินหยางอยู่แล้ว
เขากวาดตามองผู้คนตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาครั้งหนึ่งหลังจากที่ประกายแสงอันแสนเย็นยะเยือกในแววตาของเขาหายไปแล้ว เขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ฉินเลี่ยนหยางที่นอนอยู่ด้านล่างในที่สุดก็ทนความเจ็บปวดทรมาณไม่ไหว พลันถอนหายใจออกมายาวๆ ที่หนึ่งจากนั้นก็สลบลงไปทันที ต่อให้หลังจากนี้จะสามารถยื้อชีวิตมันไว้ได้มันก็เป็นได้แค่คนพิการคนหนึ่งเท่านั้นแล้ว
หลินหยางเอ่ยปากพูดขึ้นจนดังไปทั่วบริเวณว่า “พวกเจ้าไม่ต้องสนใจหรอกว่าข้าเป็นใครข้าสนใจแค่ว่า คนของพวกเจ้ามาทำลายร้านของข้า หนี้ครั้งนี้จะคิดอย่างไร?”
แผ่นหลังของเผิงซื่อไห่และจี้ชุนฉางนั้นมีเหงื่อไหลออกมาเต็มไปหมดจนมันรวมเป็นธารเหงื่อเล็กๆสายหนึ่งแล้ว
ถึงแม้ว่าคำพูดของหลินหยางจะไม่ได้ยอมรับเรื่องตัวตนของตัวเองแต่มันก็ช่วยให้พวกเขาแน่ใจได้แล้วว่าใช่แน่ๆ
ถ้าบนโลกนี้มียาแก้ไขอดีต ต่อให้พวกเขาต้องกินแทนข้าวทั้งชีวิตพวกเขาก็ยอมแล้ว
เลี่ยนเทียนเฮ่านั่น แล้วก็กลุ่มพันธมิตรการค้าติ่งชางมันเป็นธุรกิจของคุณชายหลินหยางท่านนี้จริงๆ ด้วย...
สวรรค์ ไอ้ดวงตาโง่ๆ ของข้านี่ควรจะจิ้มให้บอดไปได้แล้ว...คราวนี้เล่นผิดที่ผิดคนจนอาจถึงฆาตแน่!!
ทั้งสองนั้นแอบร้องไห้ภายในใจจนแทบจะรวมเป็นมหาสมุทรได้เลยทีเดียวเพียงแต่ในสถานการณ์แบบนี้พวกเขาทั้งสองคนที่มีฐานะเป็นถึงผู้นำของกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่แล้วย่อมต้องรักษาหน้าตาและสถานะทางสังคมเอาไว้ให้ได้
เผิงชื่อไห่ก้าวออกมาหนึ่งก้าวแล้วยกมือขึ้นทำท่าคำนับ
“คุณชายหลินข้าว่าเรื่องนี้จะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรเกิดขึ้นแน่...”
“ผู้อาวุโสยี่ของพวกเราถูกทำร้ายจนเกือบตาย เจ้ายังเรียกว่าเข้าใจผิดอีกหรือ!”หลินหยางกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา
ไอ้ฉินเลี่ยนหยางตัวซวยนี่ ก็บอกมันแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าทำรุนแรงเกินไป!
เผิงซื่อไห่จ้องเขม็งอย่างเดือดดาลไปที่ฉินเลี่ยนหยางที่สลบลงไปแล้วจากนั้นก็รีบกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า
“นั่นต้องเป็นการกระทำส่วนตัวของไอ้ฉินเลี่ยนหยางนี่แน่ๆข้าน้อยแค่ให้มันไปเจรจาเรื่องธุรกิจกับคนของท่านที่เลี่ยนเทียนเฮ่าเท่านั้นท่านก็น่าจะรู้ว่า การแข่งขันนี่นะมันย่อมต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”
“เป็นอย่างที่ท่านสี่ว่ามาเลย” จี้ชุนฉางที่อยู่ข้างๆพูดต่อทันทีว่า “ข้าว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเพราะพวกระดับล่างจัดการกันเองจนเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่ๆไม่ใช่เจตนาของท่านสี่แน่นอน”
ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าตัวเองกับเผิงซื่อไห่ได้กลับมาลงเรือลำเดียวกันอีกครั้งแล้วจึงต้องช่วยเขาพูดกล่อมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“อย่างนี้แล้วกันคุณชายหลินข้าขอเป็นตัวแทนกลุ่มฮุ่ยเฟิงเราและกลุ่มสี่สมุทรพูดไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ว่าฝั่งท่านจะได้รับความเสียหายไปมากน้อยแค่ไหนพวกเราก็ยินดีที่จะชดใช้คืนเป็นจำนวนสิบเท่าของความเสียหายทั้งหมดแล้วก็พวกเราจะจองโต๊ะในเหลาสุราโยวหลันเพื่อเลี้ยง ‘สุราเหอเถา’ ท่านสักมื้อ เพื่อเป็นการไถ่โทษให้กับคุณชาย โปรดคุณชายท่านเมตตาอย่าเอาเรื่องกับพวกระดับล่างเหล่านั้นด้วยเถิด”
จี่ชุนฉางนั้นสมกับเป็นผู้มากประสบการณ์ในสายนี้คำพูดประโยคนี้นอกจากจะโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นแล้ว ยังยกยอหลินหยางไว้อย่างสูงส่งเพื่อเอาใจอีกฝ่ายอีกด้วย
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นละก็เกรงว่าแค่เจอคำพูดนี้เข้าไปก็คงยอมหยวนแล้วปล่อยผ่านไปแล้ว แต่สำหรับหลินหยางแล้วเขาได้เตรียมแผนมาก่อนล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางยอมรามือง่ายๆ แค่นี้แน่นอน
เขาเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมาบ้างแล้วว่า “จะให้ดื่มเหล้าน่ะได้ แต่เรื่องค่าชดใช้น่ะยังต้องคุยต่ออีก”
มีโอกาสแล้ว!
ประธานทั้งสองพอได้ยินคำพูดนั้นแล้วก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที
ดูท่าทางคุณชายผู้นี้ไม่ได้ต้องการจะฆ่าล้างผลาญเพียงอย่างเดียวเขาแค่ต้องการสิ่งของนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องมันก็ง่ายมากแล้ว
กลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรรวมกับกลุ่มฮุ่ยเฟิงแบบนี้ทรัพย์สินที่มีรวมกันนั้นมากพอที่จะสามารถซื้อดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ทั้งเมืองเลยทีเดียวหึ ไม่ว่าจะเสนอราคามาเท่าไรก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาคิ้วกระตุกได้แน่นอน
พวกเขายังคิดถึงขั้นจะใช้โอกาสนี้หาทางสานสัมพันธ์กับมังกรสวรรค์อย่างหลินหยางเอาไว้ให้ได้ด้วยจะมอบของขวัญเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป!!
เผิงซื่อไห่พลันเอ่ยปากขึ้นอย่างใจกว้างทันทีว่า “ฮ่าฮ่า คุณชายหลินพูดอะไรอย่างนั้นการที่ข้ามีโอกาสได้รู้จักท่านแบบนี้มันก็นับเป็นบุญวาสนาอันสูงส่งของข้าแล้วเงินทองมันก็แค่ของนอกกาย อย่าไปเรียกว่าค่าชดใช้อะไรนั่นเลยถือซะว่าเป็นของฝากที่เรามอบให้ท่านก็แล้วกัน ท่านอยากได้อะไรเชิญบอกมาได้เลย”
การที่สามารถทำให้ผู้นำของสองกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่กล่าวคำพูดแบบนี้ออกมาได้พร้อมกันนั้นเกรงว่าแม้แต่ประมุขของสามศาสนาใหญ่ก็ยังไม่สามารถทำแบบนี้ได้เลย
มีเพียงหลินหยาง เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดินใหญ่นี้แล้วเท่านั้นที่จะมีสิทธิแบบนี้ได้
“ข้าไม่ต้องการเงิน” แต่หลินหยางก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ข้าต้องการโอสถธาตุไฟระดับห้าที่ชื่อว่า ‘ยาเผาฟ้า’ มากกว่า”
พอชื่อยาเผาฟ้าหลุดออกมาใบหน้าของเผิงซื่อไห่และจี้ชุนฉางก็กระตุกขึ้นทันที
ขั้นห้า ในทวีปชี่อู่นั้นถือเป็นระดับที่สูงส่งจนมิอาจไขว่คว้ามาได้โดยง่ายวัตถุดิบระดับห้าทั้งหลายล้วนเป็นของหายากในหายาก มูลค่ามหาศาลแทบประเมิณค่ามิได้
วัตถุดิบระดับห้าสามารถใช้สร้างยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันขั้นสูงได้ส่วนพวกสมุนไพรระดับห้านั้นสามารถนำมาหลอมเป็นโอสถขั้นห้าอันแสนล้ำค่าที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ได้แต่ฝันแต่มิอาจเอื้อมถึง
ยาเผาฟ้า เป็นโอสถธาตุไฟที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทั่วทั้งทวีปชี่อู่นี้เกรงว่าคงมีไม่ถึงร้อยเม็ดด้วยซ้ำทั้งหมดล้วนเป็นสมบัติก้นกรุของเหล่ากลุ่มพันธมิตรการค้าชื่อดังทั้งหลาย
คุณชายหลินท่านนี้ขอได้โหดชะมัดเลย...
แต่ว่าไม่เป็นไร
ถ้าใช้เชื่อมสัมพันธ์กับหลินหยางได้ ก็นับว่าคุ้มค่า!
เผิงซื่อไห่หัวเราะฮ่าฮ่าขึ้นแล้วกล่าวว่า “คุณชายหลินไม่ธรรมดาจริงๆยาเผาฟ้านี้ถึงแม้ว่ากลุ่มสี่สมุทรเราจะมีไม่มาก แต่ถ้าสักยี่สิบเม็ดก็น่าจะยังพอควักออกมาได้อย่างนั้นข้าขอมอบให้คุณชายหลินทั้งหมดเลยแล้วกัน”
“ฮ่าฮ่า แค่ยาเผาฟ้านั่นพวกเรากลุ่มฮุ่ยเฟิงมีเก็บไว้ทั้งหมดสามสิบห้าเม็ดข้าขอส่งมอบให้คุณชายหลินทีเดียวทั้งหมดเลยแล้วกันหวังว่าคุณชายหลินจะไม่คิดว่าพวกเราใจแคบหรอกนะ!”
เพียงครู่เดียวหลินหยางก็ได้ยาเผาฟ้ามาทั้งหมดห้าสิบห้าเม็ดทันที ซึ่งมันเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าไม่น้อยเลย
แต่เห็นได้ชัดว่าหลินหยางยังไม่พอใจแค่นั้น
เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ห้าสิบห้าเม็ดพอจะฝืนใช้ชดเชยให้กับความสูญเสียที่เกิดกับเลี่ยนเทียนเฮ่าของข้าได้บ้าง แต่อาจารย์อี้ของเราเกือบถูกทำร้ายจนตายเรื่องนี้จะใช้อย่างไร”
ไอ้เวร!
นี่ยังแบ่งคิดอีกหรือนี่?
ประธานทั้งสองยืนโง่ไปแล้ว
พวกเขาเริ่มเกิดความรู้สึกประหลาดๆ ขึ้น ทำไมคุณชายหลินตรงหน้าพวกเขาดูไม่ค่อยเหมือนกับเทพสงครามน้อยในตำนานท่านนั้นสักเท่าไรเลย?
แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ที่ร้ายกาจยิ่งกว่าจี้ชุนฉางมากกว่า...
แต่ในเมื่อเรื่องมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็มีแต่ต้องยอมรับถ้าจะมารู้สึกเสียดายทีหลังมันก็ดูจะไร้ระดับเกินไป
ช่างเถอะ อย่างนั้นก็ควักเนื้อสักหน่อยก็แล้วกัน...
ทั้งสองกัดฟันแน่น
เผิงซื่อไห่เอ่ยขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณชายหลินคิดว่าต้องใช้อะไรถึงจะชดใช้ให้กับอาการบาดเจ็บของอาจารย์อี้ได้หรือ?”
“ยาเผาฟ้าไม่มีแล้วอย่างนั้นก็เอาเป็นวัตถุดิบธาตุไฟระดับห้าจำนวนหนึ่งก็แล้วกัน ข้าลำบากเองสักหน่อยลงมือหลอมยาให้ท่านอาจารย์อี้เองก็ได้”
ไร้ยางอายสิ้นดี!!
จี้ชุนฉางเผลอเม้มปากแน่น
มียาที่ใช้แค่วัตถุดิบธาตุไฟอย่างเดียวด้วยรึ?
คุณชายหลินท่านพูดจามั่วซั่วเพื่อขูดรีดเราแบบโต้งๆ อย่างนี้มันได้ด้วยหรือ!!
จี้ชุนฉางพลันรู้สึกว่าความหน้าด้านไร้ยางอายและความใจดำอำมหิตของเขาเหมือนจะมีคู่แข่งแล้วแต่ว่ามันก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้พวกเขาสู้หลินหยางไม่ได้ล่ะอีกทั้งยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ดันไปหาเรื่องหลินหยางเข้าให้เสียอีก
สมควรแล้วละ!