ย้อนกลับไปอีกเล็กน้อยก่อนที่ศิลาจะมีเรื่องกับพวกนีโอและโอนิประมาณหนึ่งอาทิตย์
เวลาบ่ายสามโมงเป็นเวลาที่เด็กนักเรียนกำลังเดินออกจากประตูโรงเรียนกลับบ้านตามปกติ
“ศิลาดูนู่นดิ ดีจังเลยเนอะเด็กโรงเรียนสตรีเนี่ย” อาโนเปรยออกมาสีหน้าเคลิ้มมองไปยังฝั่งตรงข้าม
โรงเรียนตรีล้วน sayuanying school เป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังเด็กที่เรียน 80% จะเป็นลูกคุณหนู ลูกนักการเมือง นักธุระกิจ
“ช่างเถอะน่า” ศิลาตอบไม่ยีหร่ะ “ดอกฟ้ากับหมาวัด” เขาตอบโดยไม่มองสายตาอ่านหนังสือในมือ
“นายอ่านอะไรอีกแล้วน่ะ” นีทถามกับศิลา
“อ๋อ” ศิลาหันมาบอก “โดจินน่ะ”
“ดะ...โดจิน!!” นีทอุทานออกมาด้วยความตกใจสีหน้าแดงฉาน “เอามานี่” เธอแย่งหนังสือมาจากมือของศิลาก่อนจะโยนลงถังขยะ
ศิลายิ้มเล็กๆ “พวกนายกลับก่อนเลยนะ ฉันจะแวะไปร้านหนังสือหน่อย ว่าจะไปหาตำนานประวัติศาสตร์ของไทยมาอ่าน” เขาบอกก่อนจะปลีกตัวออกไป
“ไอ้หมอนี่” ออเกลขมวดคิ้วมองหลังศิลา “โตไปสงสัยจะไม่เป็นหมอก็คงเป็นนักโบราณคดีแน่ๆ”
“เราเดินเรื่อยๆรอศิลาเถอะเน๊อะ” นีทบอก ทั้งหมดพยักหน้าเดินไปหาอะไรตามร้านข้างทางทานไปเรื่อยๆ
ศิลาวิ่งข้ามถนนหัวหลุนๆมายังฝั่งโรงเรียนสตรี เขารีบเดินไปยังร้านหนังสือเมื่อได้หนังสือที่ต้องการหลายเล่มเขาก็ออกมา บริเวณร้านหนังสือมีซอกระหว่างตึกที่ไร้ผู้คนเป็นทางยาวลึกตัน ศิลามองเข้าไปในซอกนั้นเขาเห็นเด็กผู้หญิงอายุน่าจะน้อยกว่าเขามีใบหน้าสวยคม เธอหันมามองศิลาด้วยแววตาประหลาดใจราวกับว่าศิลาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเธอ ดวงตากลมโตสุกสระกราวของหญิงสาวสะกดใจศิลาเขาหน้าขึ้นสีก่อนจะหลบตาสาวน้อย เช่นกันสาวน้อยก็หลบตาเขา
ศิลาละสายตาไม่สนใจเดินผ่านไป “เด็กคนนั้น?.....?” เขานึก “เด็กคนที่ชอบยืนหน้าร้านไอติมแอปเปิ้ลมองเด็กคนอื่นกินใช่ไหม หรือเธอมานั่งหลบตรงนี้ทุกวันเลย” ศิลาเคยผ่านช่วงเวลานี้มาก่อนหลังเลิกเรียนจะมีของมาขายหน้าโรงเรียนมากมายและเด็กๆต่างจะหาอะไรทานเล่นพร้อมเดินกลับบ้านหรือพ่อแม่มารับส่วนเขาในตอนนั้นมักจะถูกไถเงินเพราะเขาตัวเล็กทำให้ไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อจึงทำได้เพียงนั่งหลบมุมเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นแกะดำในระหว่างรอพ่อของเขามารับ
“ลุงครับขอไอติมแอปเปิ้ลแบบคู่ครับ” ศิลาเดินเข้ามาซื้อไอติม
“นี่ครับพ่อหนุ่ม” ลุงคนขายยื่นมาให้ศิลา เขารับพร้อมจ่ายเงินและสังเกตว่าผู้หญิงบริเวณนั้นหันมามองเขาและหันไปกระซิบกัน ศิลาจึงรีบเดินออกมา
แฮ่....โฮ้งๆๆ... เสียงสุนัขเห่ากระโชกดังขึ้นมาจากในตรอกซอกที่เขาพบเด็กสาวศิลาจึงรีบวิ่งกลับไปทางเดิมด้วยความร้อนรน เมื่อศิลามาถึงเขาพบสุนัขพันธุ์พิบูลตัวสีดำและสีน้ำตาลขนาดตัวโตเต็มวัยกำลังเห่ากระโชกเด็กสาวอยู่และทำท่าจะเข้าไปขย่ำเธอ เด็กสาวขึ้นไปนั่งบนฝาปิดถังขยะขนาดใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมด้วยท่าทางสั่นเทาหวาดกลัวมีน้ำติดที่แพขนตา
ศิลารู้สึกสะท้านวูบเลือดพุ่งพล่าน ดวงตาที่สุกสระกราวกระจ่างดาวระยิบระยับกลมโตที่เศร้าหวาดกลัวทำเอาศิลาสะเทือนใจ หากดวงตานั้นเปลี่ยนเป็นสดใสร่าเริงคงสะกดใจชายได้ทุกคนที่พบเห็น
“ชะ..ช่วยด้วยคร่า” เสียงเด็กสาวสั่นเทามองมาทางศิลาแววตาขอความช่วยเหลือ
ศิลาทิ้งถุงหนังสือลงกับพื้นพร้อมกับสีหน้าเหี้ยมนัยน์ตาอำมหิตเดินย่ามสามขุมเข้าหาพิบูลทั้งสอง มันหันมามองศิลาพร้อมขู่เห่ากระโชกก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าหาเขาหมายจะกัดให้จมเขี้ยว ทว่ามันทั้งสองกลับต้องหยุดกลางอากาศลงพื้นเบรกฝุ่นตลบเมื่อสบเข้ากลับดวงตาอำมหิตของศิลา สุนัขและสัตว์พวกมันจะมีสัญชาตญาณที่รู้ว่าอะไรและสิ่งไหนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกมัน หรือสิ่งไหนที่อำมหิตดุร้ายกว่าพวกมัน พิบูลทั้งสองเบรกขาตายหงอจ๋อย
“ไปซะ” ศิลาพูดด้วยนัยน์ตาว่างเปล่าเสียงเย็นยะเยือก พิบูลทั้งสองขนรุกทั่วร่างพวกมันสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นแห่งมรณะกาลที่แผ่ออกมาจากร่างของศิลา
หงิงงง.... หงิ้งๆ.. พิบูลทั้งสองครางสลดออกมา “ไปซะถ้าพวกแกไม่อยากถูกฉันเชือด” จบคำของศิลามันรีบแจ่นหางจุกตูดวิ่งออกไปไม่คิดชีวิต
สาวน้อยตัวสั่นหนักกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับพิบูลเมื่อเห็นท่าทางของศิลา ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ราวกับว่ากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าราชสีห์ไม่มีผิด “ขะ..ขอบคุณคร่า” สาวน้อยพูดเสียงแผ่วฟังไม่ค่อยชัด
ศิลายิ้มอ่อนโยนให้เธอ สาวน้อยตาโตราวกับถูกลมพัดตีใบหน้าประดุจสายฟ้าฟาดใส่ร่างของเธอ สาวน้อยหน้าขึ้นสีจากมาดเคร่งขรึมของศิลาที่เปลี่ยนมาเป็นอ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกประหลาดและปลอดภัยบอกไม่ถูก
“เธอเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนไหม มันกัดหรือเปล่า” เขาเดินมาถามด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง สาวน้อยส่ายศรีษะมองเขาตาไม่กระพริบ ท่าทางของเด็กชายตรงหน้าเธอต่างออกไป ต่างออกไปจากทุกคนที่คอยมาถามเธอด้วยคำแบบนี้ หลายคนมักจะถามเธอว่าสบายดีไหม เป็นอะไรไหมทว่าในน้ำเสียงกลับไม่มีความจริงใจแฝงอยู่เลยมีแต่ความเสน่หาแบบชายหญิง หรือหวังประจบ แต่ทว่ากลับคนตรงหน้าเธอทั้งน้ำเสียงท่าทางของเขาต่างออกไปทั้งจริงใจจริงจังและไม่มีความเสน่หาแบบชายหญิงราวกับว่าเขาทำสิ่งแบบนี้เป็นประจำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เธอไม่ควรมานั่งในที่แบบนี้น่ะ มันอับสายตา ครั้งนี้เป็นสุนัขครั้งหน้าอาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้ ถ้าเธอไม่มีเงินหรืออายคนที่ตัวเองไม่ได้ซื้ออะไรทานเอาไว้ตอนเยนฉันมาหาแล้วเราทานด้วยกันไหม” ศิลายิ้มร่า
“ฉันมี” สาวน้อยแก้มแดง แก้มป่อง “แต่ฉันเอาเงินเลี้ยงคนอื่นหมด แล้วทำไมนายต้องมาทำถึงขนาดนั้นด้วย”
ศิลายิ้มร่า “เพื่อนไง วันนี้เราคุยกันแล้วใช่ไหมล่ะ สรุปเราก็รู้จักกันแล้ว เพื่อนลำบากเพื่อนจะไม่ช่วยได้ยังไงจริงไหม”
“เพื่อน!” สาวน้อยอุทานเบิกตารู้สึกจุกที่คอสะท้านทั่วร่าง “คะ...เอ่ย” สาวน้อยเชิดหน้าแก้มแดง “เพื่อนฉันเองก็มี นายไม่ต้องมาบำบากหรอกน่า แต่ถ้านายอยากเป็นเพื่อนกับฉัน ฉะ...ฉันจะยอมเป็นเพื่อนกับนายก็ได้” สาวน้อยปากแข็ง
“เพื่อนที่ใช้เงินซื้อเรียกว่าเพื่อนได้หรอ เพื่อนที่หวังผลประโยชน์จากเธอเรียกเพื่อนได้หรอ อื่ม” ศิลาหยิบไอติมออกมาแกะถุงเผยให้เห็นไอติมผิวสีขาวดุจแอปเปิ้ลที่มีไม้เสียบสองไม้เนื้อไอติมติดกัน เขาหักครึ่งยื่นอีกไม้ให้สาวน้อย
สาวน้อยตาเป็นประกายระยิบระยับยิ้มน่าบานออกมาด้วยสีหน้าเป็นประกายราวกับว่านี่คือของชิ้นแรกที่เธอได้รับจากคนรุ่นราวใกล้เคียงกัน สาวน้อยยิ้มหน้าขึ้นสีชมพูเช่นเดียวกันศิลาแก้มเป็นสีชมพูมองนัยน์ตาสาวน้อย เธอคอยค่อยๆยื่นมือมารับไม้ไอติมทว่าเธอพลันชักมือกลับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางหวาดระแวง เอาแขนสองข้างไขว้กอดไว้ที่หน้าอก
“ใช่จริงด้วย” เธอเปรยออกมาเขม่นมองศิลา
“ใช่?..” ศิลาเอียงคอมองด้วยความไม่เข้าใจ
“เมื่อกี้นายบอกเองว่าอาจจะเจอคนไม่ดีในที่นี้ตรงนี้ ในมุมอับสายตาก็ได้ ฉันเจอแล้ว”
ห่ะ...ศิลาอ้าปากค้าง “ผ..ผมหรอ เฮ่ยไม่ใช่” เขาโบกไม้โบกมือ “ให้เธอรับไว้และออกไปอยู่ข้างนอกตรงคนเยอะๆนู่น” เขาชี้พลางยื่นไม้ไอติมให้สาวน้อยส่วนเขาเองก็ละเลียดไอติมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยยั่วเจ้าหล่อน
“ขะ...ขอบคุณ” เธอรับไว้ด้วยความเขินอาย
ศิลายิ้มออกมา “ไปอยู่ที่คนเยอะๆเถอะอย่ามานั่งคนเดียวเลย ป่ะ..” เขาเดินนำเธอออกมา สาวน้อยเดินตามหลังเขาออกมาอย่างว่าง่ายเธอมองแผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้าเป็นประกายขึ้นสีแดงซ่านร้อนผ่าว บรรยากาศความอบอุ่นรอบตัวที่เขาสร้างขึ้นมาทำให้เธอรู้สึกสบายใจปลอดภัย อบอุ่น อยากจะทำความรู้จัก อยากเป็นเพื่อนกับเขาคนนี้ ใช่แล้วเพื่อนที่ไม่หวังผลประโยชน์จากเธอ
“โอ๊ะ..ปังแยม” ศิลาเห็นร้านขนมปังนึ่งทาแยมและทาไส้ต่างๆที่ลุงพ่อค้ากำลังนึ่งอยู่ในซึ้งควันร้อนอุ่นๆละอุออกมา “นี่เธอรออยู่ตรงนี้แป๊บนะ” เขาหันมาบอกสาวน้อยก่อนจะวิ่งร่าไปยังร้านขนมปังนึ่ง “ลุงครับขอสี่ ใส่แยมสตอเบอรี่สองใส่พริกเผาสอง”
“ได้เลยพ่อหนุ่ม ลุงแถมให้อันหนึ่งให้เอาใจแฟน” ลุงพ่อค้ายิ้มคิกมองมาทางสาวน้อยที่กำลังตั้งใจละเลียดไอติม
“ปะ..ป่าวแบบ” ศิลาโบกไม้โบกมือ
“แนะทำเขิน เอาได้แล้ว”
“ขอบคุณครับ” ศิลาจ่ายเงินก่อนจะวิ่งกลับมาหาสาวน้อย เขาหยิบขนมปังออกมาจากถุงสองชิ้นเป็นไส้พริกเผา และที่เหลือในถุงเขาให้เธอ “อ่ะรองท้อง ผมไปก่อนนะไว้เจอกัน” สาวน้อยรับไว้มองดูศิลาวิ่งไป เขามาแบบดื้อๆจากไปแบบงงๆ ทว่าศิลาก็วิ่งกลับมายืนตรงหน้าเธอ “ลืมบอก เธอน่ารักเหมือนจั๊กกระแหล่นเลยล่ะจริงๆนะ ไปล่ะ”
สาวน้อยหน้าแดงทั้งเขินทั้งเดือดควันออกหูแววตาเขินปนเดือดดาล เธอไม่รู้ว่าจั๊กกระแหล่นคืออะไร แต่เธอสัมผัสได้ว่าต้องพิลึกๆแน่ๆ “นายกุ้งแห้งงงงง” สาวน้อยกระทืบพื้นสองมือกำแน่นอยากจะกรี๊ดดังๆ ทว่าเธอก็ยิ้มออกมาแก้มแทบแตก นี่คือครั้งแรกจริงๆที่เธอได้ร้บอะไรแบบนี้โดยที่ผู้ให้ไม่หวังผลตอบแทน
“ฮ่า...ฮ่า..” ศิลาอยู่บนสะพานลอยข้ามถนนชะโงกหน้ามาเยาะหัวเราะ “เธอยิ้ม เดือดควันออกหูน่ารักกว่าตอนเศร้าเยอะเลยยายจั๊กกระแหล่น”
“ไอ้บ้าาา..” สาวน้อยตะโกนเสียงหลง “ไอ้คนบ้าาาา...ขอให้เจออีกนะ” เธอหัวเราะคิกคัก
สาวน้อยสามคนเดินมาหาเธอ “ฟ้า เลี้ยงขนมปังบ่างซิ พวกฉันเงินหมดแล้ว” เด็กสาวคนหนึ่งพูดกับเธอ “ไม่ได้หรอ เราเพื่อนกันนะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเธอ เพื่อนที่ใช้เงินซื้อกับเพื่อนที่เห็นแก่ผลประโยชน์เรียกเพื่อนได้หรอ สาวน้อยยิ้มออกมา “ฟ้าไม่มีเงินแล้ว ไปก่อนนะ” เธอวิ่งร่ายิ้มไปทางรถหรูสีดำที่พึ่งขับมาจอด
“อารมณ์ดีเชียวนะคะคุณหนู” สาวคนขับรถในชุดสูทสีดำบอก พร้อมกับสาวที่นั่งข้างคนขับหันมายิ้ม
“นี่ๆ... มะยม..มะไฟ ฟ้าได้เพื่อนและล่ะ นี่ไงหลักฐาน” เธอชูไม้ไอติมและถุงขนมปังให้สองสาวบอดิการ์ดดู
ตัดมาตอนที่ศิลากำลังวิ่งพาลูกสุนัขชิวาว่าทั้งสองไปส่งคลีนิคสัตวแพทย์
ดวงตะวันลับขอบฟ้า โครมไฟจากเสาไฟฉายแสงลงสู่ท้องถนนยามราตรี พวกเขายังคงวิ่งพยายามเรียกแท็กซี่หลายต่อหลายคัน โบกรถก็หลายคันทว่าไม่มีคันไหนที่ยินยอมให้พวกเขาขึ้นไปเลยเพราะสภาพของพวกเขาที่ทรุดโทรมเปียกน้ำ เลือดอาบและลูกหมาสกปรก
“อีกไกลไหมศิลา” อาโนถามในขณะที่วิ่งอยู่ทางขอบถนน
“อีกสี่กิโลเมตรได้ พวกนายกลับก่อนได้เลย ออเกลเอาเจ้าตัวนั้นมาเดี๋ยวฉันวิ่งพาเจ้าหนูไปเอง” ศิลาหันมาบอกเพื่อนที่มีสภาพหอบลิ้นตก
“ไม่ ฉันจะไปด้วย” ออเกลบอกเสียงหนัก
ฟิ้วววว.... รถลีมูซีนหรูขับผ่านพวกเขาไปด้วยความเร็วก่อนจะหยุดห่างออกไปเล็กน้อยและถอยหลังมาหาพวกเขา พวกศิลาหยุดมองรถด้วยแววตาประหลาดใจพวกเขาพยายามเพ่งสายตาจะมองให้ทะลุกระจกสีดำ ประตูรถเลื่อนเปิดออกพร้อมศิลาอ้าปากค้าง อุทานออกมา “ยายจั๊กกระแหล่น!..”
“ยังจะเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีกหรอย๊ะ นายกุ้งแห้ง” สาวน้อยเสียงแหวทว่าเธอเห็นศิลาเต็มตาเธอต้องตลึง ชุดนักเรียนสีขาวทีเลอะคาบเลือดใบหน้าหล่อเหลาคมที่เปอะอาบด้วยเลือดสีแดง “นะ...นายกุ้งแห้งใครทำอะไรนาย” สาวน้อยถามเสียงสั่นกำหมัด
“คุณหนูค่ะ” บอดิการ์ดสาวและบอดิการ์ดหนุ่มจ้องพวกศิลาเขม็ง
“เพื่อนฟ้าเอง” สาวน้อยหันค้อนใส่เหล่าบอดิการ์ดทั้งห้าคน ก่อนจะหันมาหาศิลา “นายจะไปไหน ไปโรงบาลทำแผลไหม” เธอถามเสียงเป็นห่วง
“ช่วยพาพวกฉันไปส่งคลีนิคสัตวแพทย์เมืองข้างหน้าได้ไหม เจ้าหนูสองตัวโดนคนซ้อมมา” ศิลาบอกก้มมองสุนัขสีน้ำตาลในอกที่กำลังนอนสลบคอพับคออ่อน
“ขึ้นมา” สาวน้อยเชิญทั้งหมดขึ้นรถพวกศิลายิ้มดีใจก่อนจะรีบขึ้นรถ ฟ้าครามส่งขวดน้ำดื่มภายในรถให้ทุกคน สายตาของเธอจ้องมองศิลาไม่ละสายตา นีท ออเกล อาโน นั่งตัวแข็งเพราะถูกรายล้อมด้วยชายชุดสูทสีดำสวมแว่นดำพกปืนที่เอว มีเพียงศิลาที่มีท่าทีสบายๆเขาไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง เขาสนแค่เพียงเจ้าตัวน้อยในอกของเขา สาวน้อยยิ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นละมุนจากชายคนนี้เพิ่มมากขึ้น
“นายโอเคนะ” ฟ้าครามถามเสียงแหบแผ่วเป็นห่วง เธอเห็นแววตาของศิลาดูเพลียอิจโรยอย่างเห็นได้ชัด
“โอเค” เขาตอบยิ้มๆ ทว่าความจริงเขากำลังปวดทั่วใบหน้าดั้งที่ร้าว แผลที่ศรีษะ ที่คิ้วซ้ายขวามันกำลังปวดตุบๆจนเขาใจแทบขาด
“ศิลา” นีทเรียก “ยาพารา กินปะทังก่อนพอดีฉันพกติดกระเป๋าเอาไว้” นีทยื่นให้เขาก่อนจะเอาน้ำค่อยๆประครองให้เขาดื่มพร้อมเอาผ้าชุบน้ำเช็ดคาบเลือดที่ใบหน้าศิลาทว่าเลือดสีแดงสดก็ยังคงไหลซึมออกมา “เจ็บมากไหมศิลา” นีทถามเสียงสั่นน้ำตาคลอ
“ฮ่า...ฮ่า..” เขายิ้มร่า “ไกลหัวใจ ไกลหัวน่าาา... นีทยังไม่ชินอีกหรือไง” เขาตอบเสียงนุ่มน้ำเสียงท่าทีอ่อนโยน
“ใครจะชินได้กับเรื่องแบบนี้”
ฟ้าครามมองทั้งสองสลับไปมา เหล่าบอดิการ์ดสังเกตเห็นแววตาคุณหนูของเธอสั่นไหวแบบแปลกๆพิลึก นัยน์ตาแฝงความเศร้า สลด กังวล ตัดพ้อ อิจฉา หวง หึง เป็นห่วง “ฉันฟ้าคราม” สาวน้อยบอกชื่อกับศิลา
“ผมศิลา ตอนนั้นก็ลืมบอกชื่อเลยเนอะ” เขายิ้มแก้เขิน ก่อนจะชี้ไปทางเพื่อนของเขาทีละคน “นี่นีท นั่นออเกล นู่นอาโน”
“อะ...อาโนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขายื่นมือไปเชิงขอจับมือทักทายทว่าสาวน้อยกลับยิ้มก้มหัวให้ แววตาของอาโนแสดงออกมาชัดเจนจนทุกคนรับรู้ว่าอาโนถูกใจสาวน้อยเอามากๆ
“ผ้าเช็ดหน้าเช็ดซับเลือดซะ” ฟ้าครามหยิบผ้าเช็ดหน้าส่วนตัวที่เธอไม่เคยให้ใครยื่นให้ศิลา เขาเองก็รับมาซับที่ปากแผลอย่างว่าง่าย “เอาเข้าหนูมานอนที่ตักฉันก็ได้นะ นายจะได้ไม่ลำบากแค่แผลก็เต็มตัวแล้ว” สาวน้อยพูดเน้นคำว่าแผลและเพ่งสายตามองเหล่าบอดิการ์ดสลับกับมองศิลา พวกเขารู้ทันทีว่าคุณหนูของพวกเขาสั่งให้ทำอะไร
“จริงสิตอนนั้นศิลาวิ่งหนีฟ้าทำไม” สาวน้อยถามด้วยความสงสัยถึงเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งที่สอง
“อ่าวก็ตอนนั้นผมบอกว่าเธอน่ารักเหมือนจั๊กกระแหล่น พอเจอกันอีกทีเธอก็เดินอยู่กับพวกพี่แบบเนี๋ย” เขาชี้ไปที่บอดิการ์ด “และเธอก็โหว่ยๆเรียกวิ่งหน้าตั้งมา ก็นึกว่าจะมาฆ่าแกงกันเลยวิ่งหนี” ฟ้าครามหัวเราะคิก ทว่าเธอเองก็แอบเสียใจเล็กน้อยในสรรพนามที่ห่างเหินของศิลาที่ใช้เรียกเธอ
“ฟ้าจะเอาช็อกโกแลตให้ต่างหากก็เลยมาดักรอหน้าโรงเรียนของศิลา”
ศิลาตาโต “โฮฮฮ มากับพวกชุดดำยืนจังกล้าแบบนั้นแถมวิ่งกวดกันมาเป็นขบวนทั้งเธอทั้งพวกพี่เนี๋ย ใครจะอยู่ล่ะค้าบบบ”