Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    การพบเจอและจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

                ย้อนกลับไปอีกเล็กน้อยก่อนที่ศิลาจะมีเรื่องกับพวกนีโอและโอนิประมาณหนึ่งอาทิตย์

                เวลาบ่ายสามโมงเป็นเวลาที่เด็กนักเรียนกำลังเดินออกจากประตูโรงเรียนกลับบ้านตามปกติ  

                “ศิลาดูนู่นดิ  ดีจังเลยเนอะเด็กโรงเรียนสตรีเนี่ย”  อาโนเปรยออกมาสีหน้าเคลิ้มมองไปยังฝั่งตรงข้าม

                โรงเรียนตรีล้วน sayuanying school   เป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังเด็กที่เรียน 80% จะเป็นลูกคุณหนู  ลูกนักการเมือง  นักธุระกิจ  

                “ช่างเถอะน่า”  ศิลาตอบไม่ยีหร่ะ  “ดอกฟ้ากับหมาวัด”  เขาตอบโดยไม่มองสายตาอ่านหนังสือในมือ

                “นายอ่านอะไรอีกแล้วน่ะ”  นีทถามกับศิลา

                “อ๋อ”  ศิลาหันมาบอก  “โดจินน่ะ”  

                “ดะ...โดจิน!!”  นีทอุทานออกมาด้วยความตกใจสีหน้าแดงฉาน  “เอามานี่”  เธอแย่งหนังสือมาจากมือของศิลาก่อนจะโยนลงถังขยะ

                ศิลายิ้มเล็กๆ  “พวกนายกลับก่อนเลยนะ  ฉันจะแวะไปร้านหนังสือหน่อย  ว่าจะไปหาตำนานประวัติศาสตร์ของไทยมาอ่าน”  เขาบอกก่อนจะปลีกตัวออกไป

                “ไอ้หมอนี่”  ออเกลขมวดคิ้วมองหลังศิลา  “โตไปสงสัยจะไม่เป็นหมอก็คงเป็นนักโบราณคดีแน่ๆ”

                “เราเดินเรื่อยๆรอศิลาเถอะเน๊อะ”  นีทบอก    ทั้งหมดพยักหน้าเดินไปหาอะไรตามร้านข้างทางทานไปเรื่อยๆ   

                ศิลาวิ่งข้ามถนนหัวหลุนๆมายังฝั่งโรงเรียนสตรี    เขารีบเดินไปยังร้านหนังสือเมื่อได้หนังสือที่ต้องการหลายเล่มเขาก็ออกมา  บริเวณร้านหนังสือมีซอกระหว่างตึกที่ไร้ผู้คนเป็นทางยาวลึกตัน   ศิลามองเข้าไปในซอกนั้นเขาเห็นเด็กผู้หญิงอายุน่าจะน้อยกว่าเขามีใบหน้าสวยคม  เธอหันมามองศิลาด้วยแววตาประหลาดใจราวกับว่าศิลาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเธอ   ดวงตากลมโตสุกสระกราวของหญิงสาวสะกดใจศิลาเขาหน้าขึ้นสีก่อนจะหลบตาสาวน้อย   เช่นกันสาวน้อยก็หลบตาเขา    

                ศิลาละสายตาไม่สนใจเดินผ่านไป  “เด็กคนนั้น?.....?”  เขานึก  “เด็กคนที่ชอบยืนหน้าร้านไอติมแอปเปิ้ลมองเด็กคนอื่นกินใช่ไหม  หรือเธอมานั่งหลบตรงนี้ทุกวันเลย”   ศิลาเคยผ่านช่วงเวลานี้มาก่อนหลังเลิกเรียนจะมีของมาขายหน้าโรงเรียนมากมายและเด็กๆต่างจะหาอะไรทานเล่นพร้อมเดินกลับบ้านหรือพ่อแม่มารับส่วนเขาในตอนนั้นมักจะถูกไถเงินเพราะเขาตัวเล็กทำให้ไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อจึงทำได้เพียงนั่งหลบมุมเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นแกะดำในระหว่างรอพ่อของเขามารับ

                “ลุงครับขอไอติมแอปเปิ้ลแบบคู่ครับ”  ศิลาเดินเข้ามาซื้อไอติม  

                “นี่ครับพ่อหนุ่ม”  ลุงคนขายยื่นมาให้ศิลา  เขารับพร้อมจ่ายเงินและสังเกตว่าผู้หญิงบริเวณนั้นหันมามองเขาและหันไปกระซิบกัน   ศิลาจึงรีบเดินออกมา

                แฮ่....โฮ้งๆๆ...  เสียงสุนัขเห่ากระโชกดังขึ้นมาจากในตรอกซอกที่เขาพบเด็กสาวศิลาจึงรีบวิ่งกลับไปทางเดิมด้วยความร้อนรน   เมื่อศิลามาถึงเขาพบสุนัขพันธุ์พิบูลตัวสีดำและสีน้ำตาลขนาดตัวโตเต็มวัยกำลังเห่ากระโชกเด็กสาวอยู่และทำท่าจะเข้าไปขย่ำเธอ    เด็กสาวขึ้นไปนั่งบนฝาปิดถังขยะขนาดใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมด้วยท่าทางสั่นเทาหวาดกลัวมีน้ำติดที่แพขนตา  

                ศิลารู้สึกสะท้านวูบเลือดพุ่งพล่าน  ดวงตาที่สุกสระกราวกระจ่างดาวระยิบระยับกลมโตที่เศร้าหวาดกลัวทำเอาศิลาสะเทือนใจ  หากดวงตานั้นเปลี่ยนเป็นสดใสร่าเริงคงสะกดใจชายได้ทุกคนที่พบเห็น

                “ชะ..ช่วยด้วยคร่า”  เสียงเด็กสาวสั่นเทามองมาทางศิลาแววตาขอความช่วยเหลือ

                ศิลาทิ้งถุงหนังสือลงกับพื้นพร้อมกับสีหน้าเหี้ยมนัยน์ตาอำมหิตเดินย่ามสามขุมเข้าหาพิบูลทั้งสอง   มันหันมามองศิลาพร้อมขู่เห่ากระโชกก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าหาเขาหมายจะกัดให้จมเขี้ยว   ทว่ามันทั้งสองกลับต้องหยุดกลางอากาศลงพื้นเบรกฝุ่นตลบเมื่อสบเข้ากลับดวงตาอำมหิตของศิลา  สุนัขและสัตว์พวกมันจะมีสัญชาตญาณที่รู้ว่าอะไรและสิ่งไหนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกมัน  หรือสิ่งไหนที่อำมหิตดุร้ายกว่าพวกมัน   พิบูลทั้งสองเบรกขาตายหงอจ๋อย 

                “ไปซะ”  ศิลาพูดด้วยนัยน์ตาว่างเปล่าเสียงเย็นยะเยือก  พิบูลทั้งสองขนรุกทั่วร่างพวกมันสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นแห่งมรณะกาลที่แผ่ออกมาจากร่างของศิลา  

                หงิงงง....  หงิ้งๆ..   พิบูลทั้งสองครางสลดออกมา      “ไปซะถ้าพวกแกไม่อยากถูกฉันเชือด”  จบคำของศิลามันรีบแจ่นหางจุกตูดวิ่งออกไปไม่คิดชีวิต

                สาวน้อยตัวสั่นหนักกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับพิบูลเมื่อเห็นท่าทางของศิลา   ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ราวกับว่ากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าราชสีห์ไม่มีผิด  “ขะ..ขอบคุณคร่า”  สาวน้อยพูดเสียงแผ่วฟังไม่ค่อยชัด

                ศิลายิ้มอ่อนโยนให้เธอ   สาวน้อยตาโตราวกับถูกลมพัดตีใบหน้าประดุจสายฟ้าฟาดใส่ร่างของเธอ  สาวน้อยหน้าขึ้นสีจากมาดเคร่งขรึมของศิลาที่เปลี่ยนมาเป็นอ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกประหลาดและปลอดภัยบอกไม่ถูก   

                “เธอเป็นอะไรไหม  เจ็บตรงไหนไหม  มันกัดหรือเปล่า”  เขาเดินมาถามด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง   สาวน้อยส่ายศรีษะมองเขาตาไม่กระพริบ   ท่าทางของเด็กชายตรงหน้าเธอต่างออกไป  ต่างออกไปจากทุกคนที่คอยมาถามเธอด้วยคำแบบนี้   หลายคนมักจะถามเธอว่าสบายดีไหม  เป็นอะไรไหมทว่าในน้ำเสียงกลับไม่มีความจริงใจแฝงอยู่เลยมีแต่ความเสน่หาแบบชายหญิง  หรือหวังประจบ   แต่ทว่ากลับคนตรงหน้าเธอทั้งน้ำเสียงท่าทางของเขาต่างออกไปทั้งจริงใจจริงจังและไม่มีความเสน่หาแบบชายหญิงราวกับว่าเขาทำสิ่งแบบนี้เป็นประจำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

                “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว   เธอไม่ควรมานั่งในที่แบบนี้น่ะ  มันอับสายตา  ครั้งนี้เป็นสุนัขครั้งหน้าอาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้  ถ้าเธอไม่มีเงินหรืออายคนที่ตัวเองไม่ได้ซื้ออะไรทานเอาไว้ตอนเยนฉันมาหาแล้วเราทานด้วยกันไหม”  ศิลายิ้มร่า

                “ฉันมี”  สาวน้อยแก้มแดง  แก้มป่อง  “แต่ฉันเอาเงินเลี้ยงคนอื่นหมด  แล้วทำไมนายต้องมาทำถึงขนาดนั้นด้วย”  

                ศิลายิ้มร่า  “เพื่อนไง  วันนี้เราคุยกันแล้วใช่ไหมล่ะ  สรุปเราก็รู้จักกันแล้ว  เพื่อนลำบากเพื่อนจะไม่ช่วยได้ยังไงจริงไหม”

                “เพื่อน!”  สาวน้อยอุทานเบิกตารู้สึกจุกที่คอสะท้านทั่วร่าง  “คะ...เอ่ย”  สาวน้อยเชิดหน้าแก้มแดง  “เพื่อนฉันเองก็มี  นายไม่ต้องมาบำบากหรอกน่า  แต่ถ้านายอยากเป็นเพื่อนกับฉัน  ฉะ...ฉันจะยอมเป็นเพื่อนกับนายก็ได้”  สาวน้อยปากแข็ง

                “เพื่อนที่ใช้เงินซื้อเรียกว่าเพื่อนได้หรอ  เพื่อนที่หวังผลประโยชน์จากเธอเรียกเพื่อนได้หรอ  อื่ม”  ศิลาหยิบไอติมออกมาแกะถุงเผยให้เห็นไอติมผิวสีขาวดุจแอปเปิ้ลที่มีไม้เสียบสองไม้เนื้อไอติมติดกัน  เขาหักครึ่งยื่นอีกไม้ให้สาวน้อย   

                สาวน้อยตาเป็นประกายระยิบระยับยิ้มน่าบานออกมาด้วยสีหน้าเป็นประกายราวกับว่านี่คือของชิ้นแรกที่เธอได้รับจากคนรุ่นราวใกล้เคียงกัน   สาวน้อยยิ้มหน้าขึ้นสีชมพูเช่นเดียวกันศิลาแก้มเป็นสีชมพูมองนัยน์ตาสาวน้อย   เธอคอยค่อยๆยื่นมือมารับไม้ไอติมทว่าเธอพลันชักมือกลับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางหวาดระแวง  เอาแขนสองข้างไขว้กอดไว้ที่หน้าอก  

                “ใช่จริงด้วย”  เธอเปรยออกมาเขม่นมองศิลา

                “ใช่?..”  ศิลาเอียงคอมองด้วยความไม่เข้าใจ

                “เมื่อกี้นายบอกเองว่าอาจจะเจอคนไม่ดีในที่นี้ตรงนี้  ในมุมอับสายตาก็ได้  ฉันเจอแล้ว”

                ห่ะ...ศิลาอ้าปากค้าง  “ผ..ผมหรอ  เฮ่ยไม่ใช่”  เขาโบกไม้โบกมือ  “ให้เธอรับไว้และออกไปอยู่ข้างนอกตรงคนเยอะๆนู่น”  เขาชี้พลางยื่นไม้ไอติมให้สาวน้อยส่วนเขาเองก็ละเลียดไอติมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยยั่วเจ้าหล่อน

                “ขะ...ขอบคุณ”  เธอรับไว้ด้วยความเขินอาย

                ศิลายิ้มออกมา  “ไปอยู่ที่คนเยอะๆเถอะอย่ามานั่งคนเดียวเลย  ป่ะ..”  เขาเดินนำเธอออกมา   สาวน้อยเดินตามหลังเขาออกมาอย่างว่าง่ายเธอมองแผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้าเป็นประกายขึ้นสีแดงซ่านร้อนผ่าว  บรรยากาศความอบอุ่นรอบตัวที่เขาสร้างขึ้นมาทำให้เธอรู้สึกสบายใจปลอดภัย  อบอุ่น   อยากจะทำความรู้จัก  อยากเป็นเพื่อนกับเขาคนนี้  ใช่แล้วเพื่อนที่ไม่หวังผลประโยชน์จากเธอ

                “โอ๊ะ..ปังแยม”  ศิลาเห็นร้านขนมปังนึ่งทาแยมและทาไส้ต่างๆที่ลุงพ่อค้ากำลังนึ่งอยู่ในซึ้งควันร้อนอุ่นๆละอุออกมา  “นี่เธอรออยู่ตรงนี้แป๊บนะ”  เขาหันมาบอกสาวน้อยก่อนจะวิ่งร่าไปยังร้านขนมปังนึ่ง  “ลุงครับขอสี่  ใส่แยมสตอเบอรี่สองใส่พริกเผาสอง”  

               “ได้เลยพ่อหนุ่ม  ลุงแถมให้อันหนึ่งให้เอาใจแฟน”  ลุงพ่อค้ายิ้มคิกมองมาทางสาวน้อยที่กำลังตั้งใจละเลียดไอติม

                “ปะ..ป่าวแบบ”  ศิลาโบกไม้โบกมือ 

                “แนะทำเขิน  เอาได้แล้ว”

                “ขอบคุณครับ”  ศิลาจ่ายเงินก่อนจะวิ่งกลับมาหาสาวน้อย  เขาหยิบขนมปังออกมาจากถุงสองชิ้นเป็นไส้พริกเผา  และที่เหลือในถุงเขาให้เธอ  “อ่ะรองท้อง  ผมไปก่อนนะไว้เจอกัน”  สาวน้อยรับไว้มองดูศิลาวิ่งไป  เขามาแบบดื้อๆจากไปแบบงงๆ  ทว่าศิลาก็วิ่งกลับมายืนตรงหน้าเธอ  “ลืมบอก  เธอน่ารักเหมือนจั๊กกระแหล่นเลยล่ะจริงๆนะ  ไปล่ะ”  

                สาวน้อยหน้าแดงทั้งเขินทั้งเดือดควันออกหูแววตาเขินปนเดือดดาล  เธอไม่รู้ว่าจั๊กกระแหล่นคืออะไร  แต่เธอสัมผัสได้ว่าต้องพิลึกๆแน่ๆ  “นายกุ้งแห้งงงงง”  สาวน้อยกระทืบพื้นสองมือกำแน่นอยากจะกรี๊ดดังๆ   ทว่าเธอก็ยิ้มออกมาแก้มแทบแตก  นี่คือครั้งแรกจริงๆที่เธอได้ร้บอะไรแบบนี้โดยที่ผู้ให้ไม่หวังผลตอบแทน

                “ฮ่า...ฮ่า..”  ศิลาอยู่บนสะพานลอยข้ามถนนชะโงกหน้ามาเยาะหัวเราะ  “เธอยิ้ม  เดือดควันออกหูน่ารักกว่าตอนเศร้าเยอะเลยยายจั๊กกระแหล่น”     

                “ไอ้บ้าาา..”  สาวน้อยตะโกนเสียงหลง  “ไอ้คนบ้าาาา...ขอให้เจออีกนะ”  เธอหัวเราะคิกคัก

                สาวน้อยสามคนเดินมาหาเธอ  “ฟ้า  เลี้ยงขนมปังบ่างซิ  พวกฉันเงินหมดแล้ว”  เด็กสาวคนหนึ่งพูดกับเธอ  “ไม่ได้หรอ  เราเพื่อนกันนะ”

                เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเธอ     เพื่อนที่ใช้เงินซื้อกับเพื่อนที่เห็นแก่ผลประโยชน์เรียกเพื่อนได้หรอ    สาวน้อยยิ้มออกมา  “ฟ้าไม่มีเงินแล้ว  ไปก่อนนะ”  เธอวิ่งร่ายิ้มไปทางรถหรูสีดำที่พึ่งขับมาจอด

                “อารมณ์ดีเชียวนะคะคุณหนู”  สาวคนขับรถในชุดสูทสีดำบอก  พร้อมกับสาวที่นั่งข้างคนขับหันมายิ้ม

               “นี่ๆ...  มะยม..มะไฟ  ฟ้าได้เพื่อนและล่ะ   นี่ไงหลักฐาน”  เธอชูไม้ไอติมและถุงขนมปังให้สองสาวบอดิการ์ดดู 


               ตัดมาตอนที่ศิลากำลังวิ่งพาลูกสุนัขชิวาว่าทั้งสองไปส่งคลีนิคสัตวแพทย์

                ดวงตะวันลับขอบฟ้า  โครมไฟจากเสาไฟฉายแสงลงสู่ท้องถนนยามราตรี    พวกเขายังคงวิ่งพยายามเรียกแท็กซี่หลายต่อหลายคัน  โบกรถก็หลายคันทว่าไม่มีคันไหนที่ยินยอมให้พวกเขาขึ้นไปเลยเพราะสภาพของพวกเขาที่ทรุดโทรมเปียกน้ำ  เลือดอาบและลูกหมาสกปรก    

                “อีกไกลไหมศิลา”  อาโนถามในขณะที่วิ่งอยู่ทางขอบถนน   

                “อีกสี่กิโลเมตรได้  พวกนายกลับก่อนได้เลย  ออเกลเอาเจ้าตัวนั้นมาเดี๋ยวฉันวิ่งพาเจ้าหนูไปเอง”  ศิลาหันมาบอกเพื่อนที่มีสภาพหอบลิ้นตก

                “ไม่  ฉันจะไปด้วย”  ออเกลบอกเสียงหนัก

                ฟิ้วววว....  รถลีมูซีนหรูขับผ่านพวกเขาไปด้วยความเร็วก่อนจะหยุดห่างออกไปเล็กน้อยและถอยหลังมาหาพวกเขา   พวกศิลาหยุดมองรถด้วยแววตาประหลาดใจพวกเขาพยายามเพ่งสายตาจะมองให้ทะลุกระจกสีดำ    ประตูรถเลื่อนเปิดออกพร้อมศิลาอ้าปากค้าง  อุทานออกมา  “ยายจั๊กกระแหล่น!..”

                “ยังจะเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีกหรอย๊ะ  นายกุ้งแห้ง”  สาวน้อยเสียงแหวทว่าเธอเห็นศิลาเต็มตาเธอต้องตลึง   ชุดนักเรียนสีขาวทีเลอะคาบเลือดใบหน้าหล่อเหลาคมที่เปอะอาบด้วยเลือดสีแดง  “นะ...นายกุ้งแห้งใครทำอะไรนาย”  สาวน้อยถามเสียงสั่นกำหมัด

                “คุณหนูค่ะ”  บอดิการ์ดสาวและบอดิการ์ดหนุ่มจ้องพวกศิลาเขม็ง  

                “เพื่อนฟ้าเอง”  สาวน้อยหันค้อนใส่เหล่าบอดิการ์ดทั้งห้าคน  ก่อนจะหันมาหาศิลา  “นายจะไปไหน  ไปโรงบาลทำแผลไหม”  เธอถามเสียงเป็นห่วง

                “ช่วยพาพวกฉันไปส่งคลีนิคสัตวแพทย์เมืองข้างหน้าได้ไหม  เจ้าหนูสองตัวโดนคนซ้อมมา”  ศิลาบอกก้มมองสุนัขสีน้ำตาลในอกที่กำลังนอนสลบคอพับคออ่อน 

                “ขึ้นมา”  สาวน้อยเชิญทั้งหมดขึ้นรถพวกศิลายิ้มดีใจก่อนจะรีบขึ้นรถ  ฟ้าครามส่งขวดน้ำดื่มภายในรถให้ทุกคน  สายตาของเธอจ้องมองศิลาไม่ละสายตา  นีท  ออเกล  อาโน  นั่งตัวแข็งเพราะถูกรายล้อมด้วยชายชุดสูทสีดำสวมแว่นดำพกปืนที่เอว  มีเพียงศิลาที่มีท่าทีสบายๆเขาไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง    เขาสนแค่เพียงเจ้าตัวน้อยในอกของเขา  สาวน้อยยิ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นละมุนจากชายคนนี้เพิ่มมากขึ้น    

                “นายโอเคนะ”  ฟ้าครามถามเสียงแหบแผ่วเป็นห่วง  เธอเห็นแววตาของศิลาดูเพลียอิจโรยอย่างเห็นได้ชัด  

                “โอเค”  เขาตอบยิ้มๆ  ทว่าความจริงเขากำลังปวดทั่วใบหน้าดั้งที่ร้าว  แผลที่ศรีษะ  ที่คิ้วซ้ายขวามันกำลังปวดตุบๆจนเขาใจแทบขาด   

                “ศิลา”  นีทเรียก  “ยาพารา  กินปะทังก่อนพอดีฉันพกติดกระเป๋าเอาไว้”  นีทยื่นให้เขาก่อนจะเอาน้ำค่อยๆประครองให้เขาดื่มพร้อมเอาผ้าชุบน้ำเช็ดคาบเลือดที่ใบหน้าศิลาทว่าเลือดสีแดงสดก็ยังคงไหลซึมออกมา  “เจ็บมากไหมศิลา”  นีทถามเสียงสั่นน้ำตาคลอ

                “ฮ่า...ฮ่า..”  เขายิ้มร่า  “ไกลหัวใจ  ไกลหัวน่าาา...  นีทยังไม่ชินอีกหรือไง”  เขาตอบเสียงนุ่มน้ำเสียงท่าทีอ่อนโยน

                “ใครจะชินได้กับเรื่องแบบนี้”  

                ฟ้าครามมองทั้งสองสลับไปมา  เหล่าบอดิการ์ดสังเกตเห็นแววตาคุณหนูของเธอสั่นไหวแบบแปลกๆพิลึก  นัยน์ตาแฝงความเศร้า  สลด  กังวล  ตัดพ้อ  อิจฉา  หวง  หึง  เป็นห่วง   “ฉันฟ้าคราม”  สาวน้อยบอกชื่อกับศิลา

                “ผมศิลา  ตอนนั้นก็ลืมบอกชื่อเลยเนอะ”  เขายิ้มแก้เขิน  ก่อนจะชี้ไปทางเพื่อนของเขาทีละคน  “นี่นีท  นั่นออเกล  นู่นอาโน”

                “อะ...อาโนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”  เขายื่นมือไปเชิงขอจับมือทักทายทว่าสาวน้อยกลับยิ้มก้มหัวให้  แววตาของอาโนแสดงออกมาชัดเจนจนทุกคนรับรู้ว่าอาโนถูกใจสาวน้อยเอามากๆ                 

               “ผ้าเช็ดหน้าเช็ดซับเลือดซะ”  ฟ้าครามหยิบผ้าเช็ดหน้าส่วนตัวที่เธอไม่เคยให้ใครยื่นให้ศิลา  เขาเองก็รับมาซับที่ปากแผลอย่างว่าง่าย  “เอาเข้าหนูมานอนที่ตักฉันก็ได้นะ  นายจะได้ไม่ลำบากแค่แผลก็เต็มตัวแล้ว”  สาวน้อยพูดเน้นคำว่าแผลและเพ่งสายตามองเหล่าบอดิการ์ดสลับกับมองศิลา  พวกเขารู้ทันทีว่าคุณหนูของพวกเขาสั่งให้ทำอะไร

               “จริงสิตอนนั้นศิลาวิ่งหนีฟ้าทำไม”  สาวน้อยถามด้วยความสงสัยถึงเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งที่สอง

               “อ่าวก็ตอนนั้นผมบอกว่าเธอน่ารักเหมือนจั๊กกระแหล่น  พอเจอกันอีกทีเธอก็เดินอยู่กับพวกพี่แบบเนี๋ย”  เขาชี้ไปที่บอดิการ์ด  “และเธอก็โหว่ยๆเรียกวิ่งหน้าตั้งมา  ก็นึกว่าจะมาฆ่าแกงกันเลยวิ่งหนี”   ฟ้าครามหัวเราะคิก   ทว่าเธอเองก็แอบเสียใจเล็กน้อยในสรรพนามที่ห่างเหินของศิลาที่ใช้เรียกเธอ

                “ฟ้าจะเอาช็อกโกแลตให้ต่างหากก็เลยมาดักรอหน้าโรงเรียนของศิลา”

                 ศิลาตาโต  “โฮฮฮ   มากับพวกชุดดำยืนจังกล้าแบบนั้นแถมวิ่งกวดกันมาเป็นขบวนทั้งเธอทั้งพวกพี่เนี๋ย   ใครจะอยู่ล่ะค้าบบบ”

                

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน