คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 116 :ขุดหลุมกลบเติ่งเฉา

    ตอนที่ 116:ขุดหลุมกลบเติ่งเฉา

     

            ทั้งสองคนเลือกแผงลอยหนึ่งในนั้น มีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งบนโต๊ะมีงานหัตถกรรมที่ทําจากผ้าไหม มีหญิงวัยรุ่นสองคนรับหน้าที่ดูแลแผงลอยนี้

     

            “ทอยลูกเต๋าไหมคะ ? ” หลี่เมิ้งอีเอ่ยถาม

     

            “เล่น ๆ ได้เลย ! ”

     

            หญิงสาวทั้งสองคนขานรับด้วยความยินดีหญิงสาวร่างอวบที่อยู่ด้านซ้ายเอ่ยว่า “ถ้าพวกคุณทอยลูกเต๋าได้แต้มมากกว่าฉันฉันจะให้คุณหนึ่งกล่องค่ะ ! ”

     

            ขณะที่พูด หญิงสาวร่างอวบก็หันศีรษะมองไปทางด้านหลังของตน

     

            ตรงตำแหน่งนั้นมีกล่องอยู่หนึ่งใบไม่รู้ว่าข้างในนั้นใช่น้ำศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า

     

            “เอาสิ แต้มเยอะกว่าพวกคุณใช่ไหม” หลิวจือเซียหยิบลูกเต๋าออกมา“มาเถอะ”

     

            “พวกเราก่อน”

     

            หญิงสาวสองคนหยิบลูกเต๋าสีเหลืองของตัวเองมาคนละลูกและหันไปส่งสัญญาณให้กับหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอี

     

            จากนั้น พวกเธอก็ทอยลูกเต๋าไปบนพื้นพร้อมกัน

     

            ลูกเต๋าทั้งสองลูกร่วงไปอยู่บนพื้นและพลิกไปมาสองสามรอบลูกเต๋าลูกแรกหยุดที่ 4 แต้ม อีกลูกหนึ่งหยุดที่ 2 แต้ม

     

            “พวกเธอได้ 6 แต้ม คราวนี้ก็ง่ายแล้ว ตาพวกผมแล้วใช่ไหม ? ”หลิวจือเซียเพ่งมองลูกเต๋าทั้งสองลูกและเอ่ย

     

            “ใช่ ๆ ตาพวกคุณแล้ว” หญิงสาวร่างอวบพยักหน้า

     

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราเตรียมตัว” หลิวจือเซียเอ่ยกับเลนส์กล้องจากนั้นก็หันไปยิ้มให้หลี่เมิ้งอี “เรามาชนะพวกเขาในคราวเดียวเลยดีไหม ? ”

     

            “ได้เลย ! ” หลี่เมิ้งอีขานรับอย่างยิ้มแย้ม

     

            “โอเค ! งั้นเตรียมตัวนะ ! ” หลิวจือเซียเขย่าลูกเต๋า “1 2 ! ”

     

            “ตึก ๆ ! ”

     

            ลูกเต๋าสีเหลืองเบจร่วงลงกับพื้นพร้อมกันหลังจากที่กลิ้งไปสองสามรอบ ลูกเต๋าก็หยุดที่ 6 แต้ม ส่วนอีกลูกก็หยุดที่ 6แต้มเช่นกัน

     

            โชคช่างเข้าข้างหลิวจือเซียจริง ๆ !

     

            “ว้าว ! ”

     

            หลี่เมิ้งอีและหลิวจือเซียอุทานออกมาพร้อมกันแม้แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะได้ 6 แต้มพร้อมกัน เพราะความน่าจะเป็นไปได้นี้มันต่ำมาก

     

            ทีมงานบันทึกฉากนี้เอาไว้ ยืนยันว่าหลิวจือเซียไม่ได้โกงอะไรเลย!

     

            “โอเค ครั้งแรกก็สมบูรณ์แบบ ! ”หลิวจือเซียทำท่าทางมือแบบคลาสสิกของอาจารย์จินในโลกแห่งนี้การแสดงออกและสีหน้านั้นไม่แตกต่างจากอาจารย์จินเลย

     

            “ไหนคะ กล่องที่จะให้พวกเรา ! ”หลี่เมิ้งอีลูบมือด้วยความตื่นเต้นแล้วหันไปถามหากล่องกับหญิงร่างอวบ

     

            หญิงร่างอวบไม่รีรอจากนั้นก็ได้หยิบกล่องออกมาและส่งให้กับหลี่เมิ้งอีทันที

     

            “เร็วเข้า เปิดดูสิ ข้างในเป็นขวดน้ำที่พวกเราต้องหาหรือเปล่า”หลิวจือเซียรอคอยอย่างตื่นเต้น พูดตามตรงเขาไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนี้มาหลายปีแล้ว

     

            หลี่เมิ้งอีไม่ได้ตอบหลิวจือเซีย แต่กลับค่อย ๆ เปิดกล่อง

     

            เมื่อเปิดกล่องออกแล้ว ข้างในก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งบนกระดาษมีตัวอักษรสีน้ำเงิน เขียนไว้ว่า... ว่างเปล่า !

     

            “ให้ตายเถอะ รายการนี้ช่างสรรหาจริง ๆ ! ”สีหน้าคาดหวังของหลิวจือเซียหายไปทันที่ เขาทำหน้าเซ็งกับเลนส์กล้องแล้วบ่น“พวกคุณวางแผนเก่งจริง ๆ ! ”

     

            กล่าวถึงตรงนี้ หลิวจือเซียก็หันไปมองสาว ๆ ที่แผงลอยพร้อมทั้งเอ่ยว่า “นึกไม่ถึงว่าพวกคุณจะหลอกพวกเรา พวกเราไม่เชื่อคุณแล้ว”

     

            “พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าในกล่องมีอะไร พวกคุณไปร้านต่อไปเถอะค่ะ”

     

            หญิงสาวทั้งสองคนหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานเหมือนจะชอบที่เห็นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีอับอายแบบนี้

     

            “ได้ พวกคุณมันโหดร้าย ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้าอย่างจนปัญญาเขาพาหลี่เมิ้งอีวิ่งไปที่ร้านค้าร้านต่อไป

     

            ร้านค้าที่มีธงตัว R อยู่ที่นี่มีเยอะมากหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีก็ได้แวะร้านแล้วร้านเล่า

     

            …………….……

     

            ในขณะที่หลิวจือเซียกำลังลำบาก เติ่งเฉาและกู่ลี่เร่อจาเองก็มาถึงยังสี่แยก

     

            “จือเซีย เมิ้งอี หาน้ำศักดิ์สิทธิ์เจอหรือยัง ? ”เมื่อเห็นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอี เติ่งเฉาก็ตาเป็นประกายแล้วยื่นหน้าเขาไป“พวกเราหาเจอแล้วนะ”

     

            หลิวจือเซียหมดคำจะพูด “พี่เฉา ใจเย็นก่อนสิ ถ้าพี่หาเจอแล้วยังจะมาที่นี่อีกทำไมล่ะครับ ? ”

     

            “หึหึ รู้อยู่แล้วว่าปกปิดอะไรคุณไม่ได้” เติ่งไค่หัวเราะออกมา“ถ้างั้น พวกเรามาเป็นพันธมิตรกันดีไหม ? ”

     

            กู่ลี่เร่อจาหันมามองหลี่เมิงอี “เมิ้งอีพวกเรามาแบ่งปันรายละเอียดกันดีไหม ? ”

     

            พันธมิตร ? คําคํานี้เฉินเหอมักจะแขวนอยู่บนริมฝีปากของเขาไม่ใช่หรือ?

     

            หลิวจือเซียปรายตามองทั้งสองคนและเอ่ยว่า“แล้วพวกเราจะได้ประโยชน์อะไร ? ”

     

            “บอกตามตรง ! ” เติ่งเฉาวิเคราะห์“เราสามารถบอกคุณได้ว่าถนนที่พวกเราผ่านมา ตรงไหนที่มีร้านค้าธงตัว Rและกล่องไหนที่อาจจะว่างเปล่า ! ”

     

            “อ้อ แล้วคุณอยากได้ข้อมูลอะไรจากพวกเราล่ะ ? ”หลิวจือเซียกลอกตา “คุณคงไม่อยากให้ผมบอกคุณว่า ร้านค้าธงตัว R ทางด้านนี้ พวกเราเล่นลูกเต๋าไปกี่ร้านแล้วใช่ไหม? ”

     

            “หึหึ จือเซีย คุณนี่ฉลาดจริง ๆ ! ” เติ่งเฉาหัวเราะออกมาท่าทางเสแสร้งเหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย

     

            “พวกเราปฎิเสธ ! ” ไม่ต้องให้หลิวจือเซียได้พูดหลี่เมิ้งอีก็เดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยว่า “พวกเราจะไม่ยอมโดนคุณหลอกหรอกนะเพราะฉันคิดว่าที่นี่ต้องมีร้านค้าที่ครอบครองน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่แน่แต่แค่ยังหาไม่เจอก็เท่านั้น”

     

            “คุณทำแบบนี้ไม่ได้” เติ่งเฉาทึ่ง“มีเพียงแค่เป็นพันธมิตรเท่านั้นถึงจะไปถึงด่านสุดท้ายได้ ! ”

     

            “คิกคิก พวกเราเชื่อในตัวพวกเราค่ะ” หลี่เมิ้งอีหัวเราะออกมาและจูงมือของหลิวจือเซียเดินไปที่ร้านค้าที่อยู่ข้าง ๆ “เหลือร้านสุดท้ายแล้วลองดูแล้วกัน”

     

            “เร่อจ้า รีบไปเถอะ ! ”เติ่งเฉาหูรีบดึงกู่ลี่เร่อจาให้วิ่งไปยังร้านค้าที่หลี่เมิ้งอีเอ่ยถึง

     

            เมื่อมองดูทั้งสองคนที่วิ่งออกไปอย่างกับสายลมใบหน้าของหลิวจื่อเซียก็แสดงสีหน้าตลกออกมา

     

            เพราะร้านค้าแห่งนี้ก็คือร้านแรกที่ทั้งสองคนมาติดต่อที่มีพนักงานสาวสองคนนั้น

             

            หลี่เมิ้งอีขุดหลุมฝังเติ่งเฉาชัด ๆ

     

            หลิวจือเซียมองดูหลี่เมิ้งอีที่กำลังปิดปากแอบหัวเราะทันใดนั่นเขาก็ตะโกนทันที “เห้ย พี่เฉา ทำไมพวกคุณทำอย่างนี้ล่ะ ?ซื้อของยังต้องรอตามคิวเลยนะ ! ”

     

            “พวกเรามาถึงก่อน ดังนั้นพวกเราก็ต้องเป็นคนแรกสิ ! ”เติ่งเฉายื่นมือให้หลิวจือเซียอย่างได้ใจ ใบหน้าแสดงความชั่วร้ายเทียบกับเฉินเหอได้เลย

     

            “ได้ คุณมันโหดร้าย ผมยอมพวกคุณแล้ว ! ” หลิวจือเซียจงใจทำท่าทางถอนหายใจแต่ทว่าความจริงแล้วในใจกลับเบิกบาน

             

            หลังจากที่บอกลาเติ่งเฉาและกู่ลี่เร่อจาหลิวจือเซียกับหลี่เมิ้งอีก็วิ่งไปร้านค้าที่เหลืออีกทางหลี่เมิ้งอีก็แทบจะโก่งเอวหัวเราะออกมา

     

            “เมิ้งอี เธอร้ายกาจจริง ๆ ! ” หลิวจือเซียหยอกล้อ“นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะทำแบบนี้ได้ เยว่เยว่เห็นคงขำตามแล้ว”

     

            ขณะที่พูด หลิวจือเซียยังหันไปยิ้มให้กับเยว่เยว่ที่กำลังยิ้มอยู่บนรถสกูตเตอร์แล้วโบกมือให้

     

            “ใครใช้ให้เล่นกับฉันก่อนล่ะ ? ”หลี่เมิ้งอีมองไปด้านข้างและโบกมือเช่นกัน

     

            “คุณมันร้ายกาจ ! ” หลิวจือเซียคว้ามือเล็กของหลี่เมิ้งอี“ร้านสุดท้ายแล้ว ไปถามเถอะ”

     

            “เราไม่ต้องถามแล้ว เล่นแข่งลูกเต่าเลย ! ”

     

            ร้านสุดท้ายเป็นร้านขายเครื่องดื่มเมื่อเห็นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีเพิ่งเข้ามาใกล้ เจ้าของร้านก็เอ่ยปากก่อนว่า“เดี๋ยวคุณต้องเซ็นลายเซ็นให้กับผมด้วยล่ะ เพราะลูกสาวผมเป็นแฟนคลับของคุณเลย ! ”

     

            เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี สวมหมวกกันแดดท่าทางดูสบาย ๆ

     

            ส่วนข้างกายเขามีเด็กสาวอายุ 16-17 ปีนั่งอยู่คนหนึ่งคงจะเป็นลูกสาวของเจ้าของร้าน

     

            “ไม่มีปัญหาครับ แต่คุณต้องให้ผมชนะ ! ” หลิวจือเซียโบกมือสบายๆ “มาเถอะ ! ”

     

            “ตึง ! ”

     

            เจ้าของร้านและลูกสาวควักลูกเต๋าของตัวเองออกมาแล้วโยนลงไปที่พื้น

     

            ราวกับสวรรค์ได้ยินคำวิงวอนของหลิวจือเซีย โชคชะตาเป็นจริงการเอาชนะอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เพราะทั้งสองคนต่างก็ทอยได้คนละ 1 แต้ม

     

            นี่คือโชคที่น่าเหลือเชื่อ ถ้าไปซื้อลอตเตอรี่ แม้ว่าจะซื้อ 200ครั้งก็คงไม่อาจถูกรางวัลต่ำสุดได้หรอกมั้ง ?

     

            เจ้าของร้านและลูกสาวต่างก็มองตากันด้วยความแปลกใจ

     

            “ต้องขอบคุณทั้งสองคนด้วย”หลิวจือเซียไม่เชื่อว่าตัวเองดวงจะแย่ขนาดที่จะทอยได้สองแต้มก่อนที่จะทอยลูกเต๋าออกไป

     

            “ตึง ! ”

     

            ลูกเต๋าของหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีร่วงลงพื้น

     

            ต้องบอกว่าวันนี้เป็นวันของพวกเขาสองคนจริง ๆเพราะลูกเต๋าทั้งสองลูกออก 6 แต้มอีกครั้ง

     

            “ว้าว ชนะแล้ว ! ” หลี่เมิ้งอีกระโดด

     

            “งั้นก็… เอากล่องของพวกคุณมาครับ ! ”เจ้าของร้านหยิบกล่องออกมาจากลิ้นชักและเปิดออก

     

            ไม่ว่าจะเป็นหลิวจือเซียหรือว่าหลี่เมิ้งอีต่างก็ตั้งตารอคอยของในกล่องอย่างไม่รู้ตัว

     

            น้ำศักดิ์สิทธิ์ !

     

            “เห้ย น้ำศักดิ์สิทธิ์ ! ”

     

            “ว้าว ! ”

     

            เมื่อเห็นขวดของเหลวใสในกล่องหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีก็ตบมือและโห่ร้องด้วยความดีใจ

     

            “ดีจัง ! ” หลี่เมิ้งอีรู้สึกเหมือนพบกับสมบัติที่ถูกซ่อนไว้เธอตื่นเต้นมากจนไม่สามารถปิดปากได้

     

            “ชู่ ! ”

     

            หลิวจือเซียรีบสงบลงอย่างรวดเร็วและกวาดตามองเติ่งเฉาที่อยู่ห่างออกไป200 เมตรด้วยความระมัดระวังเขาหยิบขวดน้ำในกล่องและพบว่ามันทับกระดาษใบหนึ่งเอาไว้ บนกระดาษเขียนว่า

     

            “ยินดีด้วย ! เชิญนำขวดน้ำไปยังท่าเรือจุดชมวิวทะเลสาบซีหู(ถนนซีซาน) และนั่งเรือ ! ”

     

            คลองชลประทานใหญ่ปักกิ่ง - หางโจว พาดผ่านทั้งเมืองอวี๋หางนอกจากนี้ บริเวณจุดชมวิวทะเลสาบตะวันตกยังตั้งอยู่ในใจกลางเมืองและมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านทะเลสาบและภูเขาที่สวยงามโดยธรรมชาติยังให้กำเนิดความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมท่าเทียบเรืออีกด้วย

     

            จากถนนเหอฟางไปยังท่าเรือชมวิวทะเลสาบซีหูบนถนนซีซานจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 6 โมงครึ่งแล้ว หากรีบไปที่นั่นก็อาจจะมีเวลาทานอาหารสักหน่อย

     

            “ขอบคุณครับ ! ” หลิวจือเซียนำกระดาษและขวดน้ำใส่เข้าไปในกล่องก็ยังเอ่ยขอบคุณ

     

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ๆ ” เจ้าของร้านรีบโบกมือพลางตบไหล่ลูกสาวที่อยู่ข้างกาย “ยังไม่รีบขอลายเซ็นไอดอลเธออีก ? ”

     

            “ค่ะ ! ” เด็กสาวหน้าแดงก่ำ ดึงโปสเตอร์ออกมาอย่างระมัดระวังอีกทั้งก็มีปากกาด้ามหนึ่งส่งให้กับหลิวจือเซียและกระซิบว่า “พี่เซียช่วยเซ็นให้หนูได้ไหมคะ ? ”

             

            หลิวจือเซียมองดูโปสเตอร์ปรากฎว่ามันคือรูปตอนที่เขาร่วมรายการฮัวเซียนิววอยซ์หนึ่งในภาพที่ทีมงานของฮัวเซียนิววอยซ์ถ่ายให้เขา

     

            นึกไม่ถึงว่าเด็กสาวจะใส่ใจขนาดนี้และคิดไม่ถึงว่าจะเตรียมโปสเตอร์มาด้วย

     

            หลิวจือเซียรับปากกามาและเซ็นชื่อตัวเองลงไปในโปสเตอร์ ทันใดนั้นเขาก็ถาม“หนูชื่ออะไร ? ”

     

            “ถานซือซือค่ะ ! ” เด็กสาวตอบกลับเบา ๆ เธอดูเขินอายอย่างมาก

     

            “อืม” หลิวจือเซียพยักหน้าและเขียนลงไปบนที่ว่างในโปสเตอร์“ขอให้ถานซือซือที่น่ารักมีแต่ความโชคดีและความสุข ! ”

     

            ในตอนท้าย หลิวจือเซียยังวาดหน้ายิ้มและส่งโปสเตอร์คืนให้กับเด็กสาวอีกด้วย

     

            “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ ! ” เด็กสาวขอบคุณอย่างมีความสุข

     

            “เอาล่ะ พวกเราจะไปนั่งเรือที่ท่าเรือแล้วถ้ามีวาสนาพวกเราค่อยพบกันใหม่ ! ”หลิวจือเซียจูงมือหลี่เมิ้งอีเดินออกไปและโบกมือลา

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน