ตอนที่ 51
“เอาล่ะเมื่อพวกเราและคุณลุงรู้จักกันแล้ว เราก็มาวางแผนกันเถอะค่ะ จากที่คุณโฟว์บอกมา คุณโฟว์ต้องการให้เราพาคุณลุงไปจัดการกับสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลมากที่สุดในสามรัฐดูจากเลเวลของคุณลุงแล้วน่าจะจัดการมันไม่น่ายากเท่าไหร่” ซาช่าพูดออกมา
“นั่นสิเนอะไอรี่ !!” ไอวี่พูดออกมา
“ก็คงแบบนั้นแหละเนอะไอวี่” ไอรี่พูดโต้ตอบ
“ก่อนอื่นหนูขออธิบายสกิลของหนูก่อนแล้วกัน อย่างที่เห็นฉายาหนูคือเรดาร์ ดังนั้นหนูจึงมีสกิลตรวจจับ แบบนี้ !!” ซาช่าพูดก่อนจะใช้สกิลให้ดู
วู่บ !!! ปรากฎแผนที่คล้ายจอเรดาร์สีเขียวๆแบบที่สตีฟเคยเห็นในหนังเกี่ยวกับเครื่องบินขึ้นมากลางอากาศ
ติ๊ง !! ติ๊ง !! ติ๊ง !! ติ๊ง !! ติ๊ง !! จากนั้นก็มีเสียงดังติ๊งเบาๆก่อนจะมีจุดสีเขียวขึ้นมาเต็มจอแผนที่เรดาร์นั้นเต็มไปหมด แต่ละจุดนั้นมีเลขกำกับไว้อยู่
“นี่คือแผนที่เรดาร์จุดพวกนี้คือจุดที่บ่งบอกจำนวนฮีโร่ในค่ายนี้ ข้างบนจุดเหล่านี้จะมีเลเวลกำกับไว้อยู่ พอจะเข้าใจมั้ยคะ” ซาช่าถามสตีฟ
“เธอสามารถใช้มันตรวจจับเลเวลของสัตว์กลายพันธ์ได้สินะ” สตีฟพูด
“ใช่ค่ะหนูสามารถกำหนดเป้าหมายได้ว่าจะตรวจจับมนุษย์หรือสัตว์กลายพันธ์ แต่ระยะการทำงานของเรดาร์นี้มันมีระยะแค่หนึ่งกิโลเมตรเท่านั้นดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ จากนั้นเมื่อเราเจอสัตว์กลายพันธ์เป้าหมายแล้วเราจะส่งลุงลงไป” ซาช่าพูดออกมา
“แบบนี้นี่เองแผนไม่ยากเท่าไหร่” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“ส่วนสองคนนี้คนแรกไอรี่ เธอมีฉายาว่าลองกินุส” ซาช่าแนะนำเพื่อนในทีมของเธอต่อ
“ดีค่าลองกินุสค่า !!” ไอรี่ยกมือแนะนำตัวเองอย่างร่าเริง
“ส่วนหนูเอกิสค่า !!!” ไอวี่เอาบ้าง
“เดี๋ยวก่อนสิไอวี่ ยังไม่ถึงตาเธอนะ !!” ไอรี่หันไปดุฝาแฝดตน
“เอ่อ..ฉายาทั้งสองคนเหมือนอาวุธในตำนานในนิยายกรีกเลยนะ” สตีฟพูด
“ใช่แล้วค่ะ ไอรี่นั้นได้ฉายาลองกินุสมาก็เพราะเธอมีสกิลเกี่ยวกับหอก สกิลของเธอนั้นทำให้หอกที่เธอถืออยู่มีพลังทะลุทะลวง พูดง่ายๆก็เจาะเกราะนั่นแหละค่ะ” ซาช่าอธิบายง่ายๆ
“โหแบบนี้ก็สามารถโจมตีใส่พวกพลังกายเยอะกว่าได้สบายเลยสิ” สตีฟพูด
“ไม่ได้หรอกค่ะเพราะมันก็มีข้อกำหนดอยู่เพราะสัตว์กลายพันธ์ที่เธอจะต้องสู้ด้วยนั้นจะต้องมีพลังกายไม่มากกว่าเธอค่ะ” ซาช่าพูด
“แล้วพลังกายของไอรี่เท่าไหร่เหรอ” สตีฟถาม
“ตอนนี้หนึ่งร้อยหกสิบแล้วค่ะ” ซาช่าพูด
“เยอะมากเลยนะนั่นขนาดของคุณโฟว์ยังแค่หนึ่งร้อยสามสิบห้าเอง” สตีฟพูดโดยเปรียบเทียบข้อมูลของโฟว์เอา
“เพราะไอรี่ฝึกฝนเน้นไปที่พลังกายค่ะค่าสถานะอื่นๆของเธอพึ่งจะเก้าสิบกว่าๆเท่านั้น” ซาช่าพูด
“แล้วไอวี่ล่ะครับซาช่าทำไมถึงได้ฉายาว่าเอกิส” สตีฟถาม
“เธอนั้นมีสกิลตรงข้ามกับฝาแฝดของเธอ นั่นก็คือเธอมีสกิลเกี่ยวกับโล่ซึ่งทำให้โล่ที่เธอถืออยู่นั้นมีพลังป้องกันมากขึ้น โดยสัตว์กลายพันธ์ที่มีค่าความแข็งแกร่งน้อยกว่าเธอจะไม่สามารถโจมตีโล่เธอเข้าค่ะ” ซาช่าพูดพลางเลื่อนๆหาข้อมูลของสองฝาแฝดออกมาให้สตีฟดูอีกที
หอกทะลุทะลวง Max (ยูนีคสกิล)เมื่อยามผู้ใช้สกิลถือหอกจะทำให้หอกที่ถือโจมตีโดยไม่สนค่าพลังกายของเป้าหมายโดยผู้ใช้จะต้องมีค่าพลังกายมากกว่าเป้าหมายที่โจมตี
การป้องกันของพระเจ้า Max (ยูนีคสกิล)เมื่อยามผู้ใช้สกิลถือโล่จะทำให้โล่มีความแข็งแกร่งจนศัตรูไม่สามารถโจมตีเข้าโดยผู้ใช้จะต้องมีค่าความแข็งแกร่งมากกว่าเป้าหมายที่โจมตี
“หือสกิลมีคำอธิบายด้วยงั้นเหรอ !!” สตีฟสงสัยพลางเปิดสกิลของตนขึ้นมาแต่สกิลของเขาไม่เห็นจะมีคำอธิบายแบบนี้เลย
“นั่นเป็นเพราะพวกเราเขียนคำอธิบายมันเข้าไปเองหลังจากเรียนรู้ทำความเข้าใจสกิลแล้วค่ะ คุณลุงเองก็เขียนคำอธิบายลงไปได้นะคะคุณลุงลองดูที่มุมขวาล่างของสกิลคุณลุงสิคะมันจะมีรูปดินสอเล็กๆอยู่ถ้าจิ้มไปตรงนั้นจะสามารถเขียนคำอธิบายสกิลลงไปได้ค่ะ” ซาช่าอธิบาย
“นี่ๆไอรี่คุณลุงนี่โง่จังเลยเนอะเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้” ไอวี่กระซิบกระซาบกับแฝดของเธอเหมือนจะตั้งใจไม่ให้สตีฟได้ยิน แต่เธอดันพูดซะเสียงดัง
“นั่นสิไม่รู้เก็บเลเวลมาขนาดนี้ได้ไง เรื่องพื้นฐานของพื้นฐานดันไม่รู้ซะได้ โง่สุดๆไปเลยล่ะไอวี่” ไอรี่พยักหน้าเห็นด้วยพลางตอบแฝดของเธอกลับมา
ฉึก !! ฉึก !! สตีฟได้ยินเสียงลูกธนูปักเข้าหลังตัวเองสองดอกในจินตนาการ
โดนเด็กด่าโง่รู้สึกเจ็บปวดชะมัด !! สตีฟคิดในใจพลางทำเป็นแกล้งไม่ได้ยินต่อไป
“เอาล่ะค่ะเท่านี้คุณลุงก็รู้สกิลของพวกเราหมดแล้ว ว่าแต่คุณลุงมีสกิลพิเศษอะไรคะพวกเราจะได้วางแผนถูก” ซาช่าถามสตีฟ
“อืม..สกิลงั้นเหรออธิบายไม่ถูกแฮะเอาไปดูเองแล้วกัน” สตีฟไม่รู้จะอธิบายยังไงดีว่าเขาไม่มีสกิลจึงเปิดหน้าต่างสกิลของตนขึ้นมาและผลักไปให้ซาช่าดู ส่วนสองแฝดนั่นไม่ได้สนใจจะดูข้อมูลของสตีฟสักนิด
สกิลพิเศษทำอาหาร Lv.100 Maxทำความสะอาด Lv.100 Maxเจรจาต่อรอง Lv.100 Maxเย็บปักถักร้อย Lv.100 Maxค่าประสบการณ์ x10 Max (ยูนีคสกิล)
“นี่มัน !!!!” ซาช่าอุทานออกมาหลังจากเห็นสกิลของสตีฟ
“สกิลเยอะใช่มั้ยล่ะ” สตีฟยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“มีแต่สกิลไร้ประโยชน์ทั้งนั้นเลยค่ะ จะมีก็แต่เจ้าค่าประสบการณ์คูณสิบเท่านี่แหละที่พอจะดูดีหน่อย แสดงว่าที่คุณลุงเลเวลมากขนาดนี้เพราะสกิลนี้สินะคะ !!” ซาช่าพูดออกมาตรงๆ
ฉึก !! สตีฟถูกลูกธนูปักหลักไปอีกดอก
ไร้ประโยชน์งั้นเหรอใช่ที่ไหนเล่า สกิลทำอาหารน่ะทำให้ตรูทำอาหารได้อร่อยขั้นเทพเลยนะ สกิลทำความสะอาดก็ทำให้ตรูกลายเป็นมือโปรด้านการขจัดสิ่งสกปรก สกิลเจรจานั่นก็เป็นสกิลที่ช่วยประหยัดเงินมาตลอดสิบปีมานี้เลยนะแค่มีสกิลนี้ก็ต่อสินค้าได้ราคาถูกเสมอ อีกทั้งยังมีสกิลเย็บปักนั่นไม่อยากจะโม้ให้ฟังหรอกนะว่าตลอดสิบปีมานี้ไม่เคยต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าเองเลย ตรูเย็บเองหมดเฟ้ย !!!!! สตีฟได้แต่พูดอยู่ในใจคนเดียว
“แล้วค่าสถานะของคุณลุงล่ะคะ ถ้าไม่เป็นการละลาบละล้วงเกินไปขอดูหน่อยได้หรือไม่คะ” ซาช่าถามต่อ
“ได้สิ” สตีฟพยักหน้าเพราะเด็กๆพวกนี้เป็นคนที่โฟว์หามาให้น่าจะไว้ใจได้อยู่แล้ว
“เหลือเชื่อ !!!!” ซาช่าอุทานออกมาหลังจากเห็นค่าสถานะของสตีฟ
“น่าจะเป็นเพราะสกิลค่าประสบการณ์นั่นสินะคะ ว่าแต่ทำไมคุณลุงไม่หัวโล้นล่ะคะ” ซาช่าถามพลางเอียงคออย่างสงสัย
“หือซาร่าคุณลุงนี่เป็นเจ้าโล้นนั่นเหรอ” ไอรี่ที่ไม่ได้สนใจอะไรเลยแต่พอได้ยินว่าเจ้าโล้นก็หันมาสนใจทันที
“อย่างคุณลุงเนี่ยนะ จะเป็นแบบเจ้าโล้น” ไอวี่เองก็ถามซาช่า
“นั่นสิคะแปลกมากเลยคนที่ไม่มีอะไรพิเศษแบบนี้แต่ดันมีค่าสถานะแบบนี้ ต้องเป็นเจ้าโล้นแบบที่พวกเราเคยดูเมื่อก่อนสิคะ” ซาช่าเองก็คาดคั้นคำตอบจากสตีฟ
สรุปว่าเจ้าโล้นนี่มันตัวอะไรกันวะเนี่ย !!!! สตีฟไม่รู้ว่าเด็กๆหมายถึงอะไร
“เอ่อ..คือว่าลุงไม่ได้หัวโล้นนะ ดูสิรากผมลุงแข็งแรงมากเลยเห็นมั้ย” สตีฟเริ่มทำใจยอมรับได้ที่เด็กๆเรียกเขาว่าลุงก่อนจะใช้มือดึงผมโชว์ให้ดูบ่งบอกว่ารากผมเขาแข็งแรงมาก
“อย่างนี้นี่เองเพราะรากผมแข็งแรงนี่เองเลยไม่กลายเป็นเจ้าโล้น” ซาช่าพยักหน้าเข้าใจสตีฟอยากจะถามเหลือเกินเจ้าโล้นนี่มันคืออะไรแต่กลัวโดนเด็กๆด่าว่าโง่อีก
“แล้วเราจะเริ่มภารกิจกันเลยมั้ย” สตีฟถาม
“เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ นี่ก็จะมืดแล้วพวกเราง่วงนอนกันแล้วค่ะ คุณโฟว์บอกเอาไว้ว่าพวกเราไม่ควรนอนเกินสองทุ่มเพราะจะทำให้ไม่โตค่ะ” ซาช่าพูด
“ใช่ๆพวกเราต้องนอนเยอะๆจะได้บึ้มๆแบบคุณโฟว์ !!!” ไอวี่พยักหน้าพลางทำท่าขยำหน้าอก
“ไอรี่จะนอนให้เยอะกว่านั้นจะได้บึ้มกว่านั้นอีก !!!” ไอรี่เอาบ้างสตีฟเห็นดังนั้นก็ดันไปจินตนาการถึงโฟว์ตอนที่เปลือยอยู่ทำให้เลือดกำเดาแทบพุ่ง
อึก !! ไม่ต้องบึ้มขนาดนั้นหรอกมั้งเด็กๆ นั่นน่ะคัพ E แล้วนะ สตีฟคิดในใจ
“เอาเป็นว่าวันนี้คุณลุงรีบไปพักเถอะค่ะ จากที่เห็นค่าสถานะของคุณลุงนี่จัดการพวกเลเวลสองร้อยได้สบายๆเลยค่ะ” ซาช่าพูดก่อนจะขอตัวและเดินออกจากห้องไปทันทีตามด้วยสองแฝดที่รีบวิ่งตามซาช่าไป
“แล้วตรูเอาไงต่อดีฟระ !!” สตีฟพูดกับตัวเอง
วู่บ !!! ตอนนั้นเองประตูมิติของโฟว์ก็โผล่ขึ้นมาในห้องก่อนโฟว์จะเดินออกมา
“หือเด็กๆไปไหนหมดแล้วล่ะ” โฟว์ถาม
“ไปนอนแล้วครับ” สตีฟบอก
“หือเข้านอนกันไวจังเลยเด็กๆพวกนี้สงสัยจะเพลียสินะ ก็นะเดินทางมาเองจากวอชิงตันนี่นา” โฟว์พยักหน้าสตีฟอยากจะบอกเหลือเกินว่าเด็กๆพวกนั้นไม่ได้เพลียสักนิดก็แค่อยากนอนเยอะๆจะได้โตไวๆ เหมือนคุณก็เท่านั้นพอสตีฟคิดดังนั้นก็อดเผลอมองหน้าอกคัพ E ของเธอไม่ได้
อึก !! ใหญ่โฮก
“คุณพ่อบ้านคะ !!!” เสียงโฟว์ดังขึ้นทำให้สตีฟหลุดจากความคิดตัวเอง
“วะ วะ ว่าไงครับ” สตีฟตอบ
“นี่ไม่ได้ฟังที่พูดเลยสินะคะเนี่ย นี่ค่ะกุญแจห้องฉันไปเตรียมห้องพักให้คุณมาแล้วเดินออกประตูนี้ไปและขึ้นไปชั้นสองห้องของคุณอยู่สุดทางเดินค่ะ” โฟว์ยื่นกุญแจห้องให้
“อ๊ะขอบคุณมากครับ” สตีฟรีบรับกุญแจมา
“ว่าแต่ไม่นึกเลยนะครับเด็กๆอายุแค่นั้นก็เป็นฮีโร่ระดับแนวหน้าแบบนี้ด้วย” สตีฟพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหดหู่ที่เห็นเด็กอายุสิบกว่าขวบอยู่แนวหน้าของสนามรบแบบนี้
“ค่ะเด็กพวกนั้นตั้งใจเป็นฮีโร่ด้วยตนเอง ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆ” โฟว์พูด
“นี่แสดงว่าคุณรู้จักเด็กพวกนั้นมานานแล้วสินะครับ” สตีฟถาม
“ใช่ค่ะแต่ก่อนเด็กๆพวกนั้นยังเรียกฉันว่าแม่อยู่เลย” โฟว์พูดออกมาพลางยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงความทรงจำตอนนั้น
“แม่ ???” สตีฟสงสัย
“เด็กพวกนั้นเป็นเด็กกำพร้าค่ะพ่อแม่ของเด็กๆพวกนั้นตายจากสัตว์กลายพันธ์ ฉันที่ซึ่งเป็นผู้ใหญ่จึงรับเด็กๆพวกนั้นมาอุปการะเลี้ยงดูทั้งหมด ดูเหมือนเด็กๆพวกนั้นจะเอาฉันเป็นตัวอย่างล่ะมั้งคะเลยตั้งใจที่จะเป็นฮีโร่แบบฉัน” โฟว์พูดออกมา
หือทำเรื่องอะไรดีๆแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย คนๆนี้ สตีฟแปลกใจที่ได้ยินสิ่งที่โฟว์พูดเพราะนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำเรื่องแบบนี้เอาไว้ด้วย
“คุณและภรรยาเองก็เสียพ่อและแม่ไปจากสัตว์กลายพันธ์สินะคะ ถ้าคุณอายุน้อยกว่านี้ไม่แน่ว่าอาจจะเรียกฉันว่าคุณแม่เหมือนเด็กๆพวกนั้นก็ได้นะคะ อิอิ” โฟว์พูดออกมา
“นี่คุณสืบเรื่องของภรรยาผมด้วยงั้นเหรอ สืบแค่เรื่องผมยังพอรับได้แต่นี่เล่นสืบเรื่องของซาร่าด้วยงั้นเหรอคุณมันแย่ที่สุด” สตีฟพูดอย่างโมโหพลางลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที
ส่วนโฟว์ก็ยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร เธอนั้นไม่ได้หันไปมองสตีฟที่พึ่งจะเดินออกไปด้วยซ้ำ แต่จากนั้นไม่นานโฟว์ก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วเหมือนกับกำลังเย้ยหยันตนเอง
“ดูเหมือนเราจะสอดรู้สืบเรื่องคนอื่นมากไปสินะ นิสัยแบบนี้แก้ไม่หายสักที” โฟว์พูดกับตัวเองพลางยิ้มเยาะเย้ยนิสัยแบบนี้ของตนเธอนั้นไม่ได้มีความคิดที่จะเอาข้อมูลพวกนี้ไปทำให้สตีฟหรือซาร่าเสียหาย แต่เธอก็แค่อยากรู้จักสตีฟและคนรอบๆตัวของสตีฟก็แค่นั้นซึ่งเวลาเธออยากรู้จักใครหรืออยากรู้อะไร เธอจะใช้ความสามารถและเส้นสายของเธอสืบจนรู้ทุกอย่าง นี่คงเป็นนิสัยจากตอนที่เธอยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ขี้สงสัยอยู่
“เพราะนิสัยขี้สงสัยแบบนี้ของพวกเราทำให้พวกเราไปแตะต้องอุกาบาตนั่นจนทำให้โลกเข้าสู่หายนะ พวกเราทั้งสิบน่ะไม่สมควรได้รับการให้อภัย พวกเราไม่สมควรได้รับความรัก ที่เรารับอุปการะเด็กกำพร้านั่นก็แค่อยากจะชดเชยสิ่งที่ทำพลาดไปก็เท่านั้น” โฟว์พูดออกมาก่อนจะเปิดประตูมิติและเดินหายเข้าไปทันที
จบ...