พญานาคาานั่งขัดสมาธิใช้ตบะร่ายเวทคาถากวนน้ำอมฤตจนทั่วมหาสมุทรเกิดการแปรปรวน อสุนีบาตผ่าลงมาไม่ขาดสาย ยามนั้นทั่วทั้ง์ยังะเื จอมอสูรที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บริเวณแม่น้ำอิรวดียังต้องพักรบชั่วคราว จอมอสูรเหาะไปยังประตูสู่เมืองบาดาล ประจันหน้ากับเทพา ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“น้ำอมฤตต้องเป็ของเผ่าอสูรครึ่งหนึ่งตามข้อตกลงที่จอมเทพแจ้งไว้ ข้ามาเพื่อร่วมกวนน้ำอมฤตอีกแรง” จอมอสูรกล่าวเสียงก้องกังวานราวอสุนีบาต
“ได้” ศาสวัตตอบรับ ทั้งสองถ่ายทอดพลังเวทย์ส่งไปยังกลางสะดือมหาสมุทรที่บัดนี้หมุนวนเป็เกลียวคลื่นมหึมา กลายเป็หลุมลึกถาโถมกลางมหาสมุทร ทั้งเหล่าเทพเทวาและอสูรต่างมารวมตัวกันถ่ายทอดพลังเวทย์ ทั้งหมดลงสู่ห้วงบาดาล สายพลังสองสาย จากเผ่า์และเผ่าอสูรพุงทะยานไปสู่กึ่งกลางลำตัวของพญานาคาาที่บัดนี้แปลงร่างกลายเป็พญานาคตัวใหญ่ลอยเลี้อยพุ่งปราดอยู่ใจกลางสะดือมหาสมุทร เสียงคำรามน่าหวั่นเกรงสะดุ้งะเืไปทั่วมหาสมุทรและะเืถึง์ชั้นฟ้า กลิ่นไอที่ไม่อาจระบุได้แผ่ซ่านจนขนลุก
“เยี่ยม เยี่ยมมากนึกไม่ถึงว่าพลังตบะของพญานาคาาจะยิ่งใหญ่เพียงนี้” จอมเทพที่ยืนชมผ่านกระจกวิเศษกล่าวขึ้นอย่างปลื้มปริ่ม ด้วยอานุภาพที่รุนแรงเช่นนี้จะต้องได้น้ำอมฤตที่แสนวิเศษแน่แท้
เหล่าทวยเทพ เหล่าอสูร เหล่าปีศาจเผ่าพันธุ์น้ำต่างออกมาชมปรากฏการณ์ ท่ามกลางดวงจันทร์ขนาดใหญ่สองดวงทาบทับจนสว่างเจิดจ้า ห้วงมหาสมุทรได้ก่อเกิดห้วงสรรพชีวิตใหม่มากมายลอยขึ้น แสงส่องประกายรัศมีวิบวับ คลื่นมหาสมุทรหมุนวนเป็เกลียวมิหยุดหย่อน กอรปกับเสียงกึกก้องกัปนาทของอสุนีบาตที่ฟาดลงมาไม่ขาด ยามนั้นเกิดละอองชุ่มฉ่ำโปรยปรายไม่ขาดสาย
บังเกิดโถบรรจุน้ำอมฤตขึ้น พลันจอมอสูร และเทพาจึงเหาะทะยานไปต่างหวังที่จะคว้ามันไว้ ทว่าโถน้ำอมฤตกลับหาวับไป มันลอยลงก้นบึ้งบาดาล
ร่างจริงขององค์พญานาคาาเริ่มอ่อนแรงลงจนกลายเป็มนุษย์ ค่อยลอยตกลงสู่ก้นบาดาล
“เสด็จพ่อ” วรกานต์พุ่งทะยานมาถึงร่างที่ลอยตกลงมา นางกอดร่างที่หมดสตินั้นไว้ในอ้อมแขนนิ่ง ขณะเดียวกันโถน้ำอมฤต ก็ลอยมาอยู่ตรงหน้านาง นางแบมือทั้งสองรองรับไว้
หากว่าพญานาคาาต้องใช้พลังตบะจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งจอมอสูร และเทพาก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก แต่ไม่ย่ำแย่ถึงแก่น ต่างคนยังคงรักษาตบะไว้ได้ ทั้งคู่ปรากฏขึ้นตรงหน้าวรกานต์
“ส่งน้ำอมฤตมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” จอมอสูรตวาดภายใต้หน้ากากดำเมื่อมมองเห็นเพียงดวงตาแดงฉานลุกโชนปานเปลวเพลิง
ไม่ทันที่นางจะกล่าวตอบโถน้ำอมฤตได้พุ่งเข้าสู่กลางใจของนางก่อประกายรัศมีสีฟ้ากระจ่างวูบหนึ่งก่อนจะสลายสงบนิ่งภายในร่างกายของนาง
นั่นเป็พลังตบะสุดท้ายของพญานาคาาที่ประสงค์จะเก็บน้ำอมฤตไว้ในกายพระธิดา เพื่อให้แน่ชัดว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของชาว์อย่างที่ตั้งใจ
จอมอสูรปล่อยพลังเวทจากฝ่ามือหวัง่ชิงน้ำอมฤต ศาสวัตเคลื่อนร่างสูงโปร่งไปบังหน้าหญิงสาวไว้พร้อมตวัดดาบร่ายเวทกางเขตป้องกันตัวเขา ทั้งนางและบิดาไว้
“เปรี้ยง!”
“พอแค่นี้เถิดจอมอสูร เาาว์รับปากแบ่งน้ำอมฤตแก่ท่านครึ่งหนึ่งย่อมต้องทำตามนั้น” เสียงตวาดของศาสวัตกังวานก้องเป็ครั้งแรก
“เหอะ ! ได้ ข้าจะรอเ้าที่ปากแม่น้ำอิรวดี หากจอมเทพตระบัดสัตย์ ข้ารับรองจะเผาวิมานพวกเ้าให้วอดวายทีเดียว” จอมอสูรสะบัดร่างลอยจากไปทันทีเมื่อกล่าวจบ
“หน่อยแน่เ้าจอมอสูร ปากดีนัก มาว่าเราได้” จอมเทพสบถผ่านกระจกวิเศษ “พญานาคาารอบครอบเกินไปแล้ว” ทรงส่ายพระพักตร์ที่เห็นว่าน้ำอมฤตถูกเก็บไว้กับผู้ใด
“ไปเถอะ พวกเ้าไปเตรียมตัว พรุ่งนี้เช้าเตรียมราชรถจาก์ไปรับเ้าสาวและน้ำอมฤตกัน พิธีวิวาห์สยุมพรของลูกข้าจะต้องถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติข้า ฮ่า ฮ่า” ทรงกล่าวด้วยสุรเสียงเบิกบานพระราชหฤทัยยิ่งนัก ได้ทั้งน้ำอมฤตได้ทั้งลูกสะใภ้ อิอิ
*******************************************
“เสด็จพ่อ” วรกานต์ร้องเรียกบิดาที่ค่อยๆลืมตาขึ้น
“อึก!” พญานาคาากระอักเืออกมา
“เสด็จพ่อ ท่าน” นาคน้อยใ
“ข้าไม่เป็ไร” พญานาคาาค่อยพยุงกายลุกขึ้นจากแท่นบรรทม ณ ที่นั้น มิใช่มีแค่บุตรสาวอันเป็ที่รัก ยังมีร่างสูงโปร่งสง่างามของเทพาอยู่ด้วย
“ท่านก็พักซะที่นี่เถอะ” พญานาคาากล่าวแก่เขา ศาสวัตพยักหน้ารับ เขาไม่วางใจที่จะจากเมืองบาดาลไป เพราะไม่รู้ว่าจอมอสูรจะหวนมาชิงน้ำอมฤตหรือไม่ ยามนี้วังบาดาลเต็มไปด้วยคนอ่อนแอ
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้แท่นบรรทม ก้มลงบอก “ข้าจะถ่ายพลังตบะให้แก่ท่าน จะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น” เขาว่า มองร่างบอบบางของวรกานต์ที่นั่งขวางทางเขาอยู่
“เอ่อ อืม เชิญท่านเทพา” นางว่าขยับลุกถอยออกมา
“ลูกข้า เ้าไปพักผ่อนเถอะ พ่อไม่เป็อะไรแล้ว” พญานาคาาบอกแก่บุตรสาว ที่ทำท่าลังเล ห่วงใยเขาอย่างแท้จริง แต่ไหนแต่ไรมา นางไม่ได้ติดเขาแจปานนี้ นางถูกเลี้ยงดูและอยู่โรงเรียนประจำ ไหนเลยจะมีเวลาได้ออดอ้อนคนเป็บิดา กว่าจะได้เจอกัน เขาก็เกิดต้องมาเผชิญด่านเคราะห์ นางจึงได้แสดงความรักความห่วงใยเขาขึ้นมาเกรงว่าเขาจะตายหนีจากนางไปกระมัง หึ หึ เ้าเด็กดื้อเอ๋ย ข้ายังต้องดูเ้าได้แต่งงานเสียก่อนจึงนอนตายตาหลับ
“เ้าไปเถอะ” เขาโบกมือไล่นาง เมื่อเทพานั่งขัดสมาธิใช้พลังเวทถ่ายเทตบะแก่เขา
แสงรัศมีสีขาวกระจ่างไหลเข้าสู่ร่างกายพญานาคาา เย็นชื่นราวน้ำอมฤต ตบะของเทพ์เป็เช่นนี้เอง ราวกระแสน้ำชุ่มฉ่ำ ทำให้ร่างกายที่แทบแตกสลายเพราะใช้พลังไปจนหมดสิ้นฟื้นคืนมาในชั่วพริบตา
“ข้าคงช่วยท่านได้เพียงเท่านี้” ศาสวัตลืมตาขึ้น วางมือลง และลุกลงจากแท่นบรรทมของเ้าผู้ปกครองเมืองมหาสมุทร
“โอ้ เท่านี้ กำลังวังชาของข้าก็แทบจะกลับมาเป็ปกติแล้ว ท่านลูกเขย… ขอบพระทัยท่านมาก ฮ่า ฮ่า”
“…..” ว่าที่ลูกเขยได้แต่มองว่าที่ท่านพ่อตาลูบเคราสีขาว หัวเราะจนหนวดเครากระเพื่อม