บทที่ 42
“ข้าจัดการพวกสัตว์ประหลาดเรียบร้อยแล้ว”
“งั้นเหรอ…เจ้าช่วยไว้อีกแล้ว…”
เรี่ยวแรงในร่างกายของเมฟทรุดลง อีอันประคองร่างของเธอที่เอนตัวลงมาและหันไปหาฟิลลิป
“ถอดเกราะแขนซ้ายของลอร์ดออก”
“ขอรับ…? เอ่อ ขอรับ!”
ฟิลลิปเคลื่อนไหวอย่างลุกลี้ลุกลน มือขยับอย่างฉับไวแม้ว่าจะสติหลุดก็ตาม ไม่นานแขนซ้ายของเมฟก็ถูกเปิดเผย
“ลูโซลาร์…ช่วย”
“ว่าแล้ว แผลเป็นในตอนนั้นนั่นเอง”
ร่องรอยเหมือนงูรัดแน่น บวมและเต็มไปด้วยหนอง รอบ ๆ มีสีดำ เส้นเลือดที่ปูดออกมาดูเป็นลางไม่ดี
“นายท่านเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…รู้ไหมขอรับ?”
“แผลที่ได้มาจากดูลลาฮัน” อีอันพูดออกมาด้วยความโมโห “คิดว่าชุดเกราะและพลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันไว้ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่”
อันที่จริง มันเป็นเรื่องแปลกพอ ๆ กับป่าแห่งนี้ที่ถูกปนเปื้อนด้วยความบ้าคลั่งของกำแพงดำ ไม่ว่าความแค้นมีพลังมากเพียงใดก็ไม่มีทางแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะพลังศักดิ์สิทธิ์ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือพลังศักดิ์สิทธิ์ของเมฟไม่อาจชำระล้างคำสาปได้
ทันใดนั้น คำตอบง่าย ๆ ก็แวบผ่านเข้ามาในหัวของอีอัน
‘เรื่องนี้…ถ้าข้าภาวนาแด่ลูโซลาร์ก็น่าจะแก้ปัญหาได้ใช่ไหม?’
เพราะถ้าเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งแสง ก็คงจะสามารถชำระล้างคำสาปได้
แน่นอนว่าทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่เขาไม่เต็มใจ
ถึงแม้จะช่วยให้มีพละกำลังมากเท่ากับตอนที่เขาเคยเชื่อในพระเจ้า แต่ถ้าพระเจ้ายังปฏิเสธเสียงเรียก ครั้งนี้ก็จะถือว่าโดนลงทัณฑ์ของจริง
“จิ๊…”
อีอันอารมณ์เสีย แต่ในที่สุดก็ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันไว้กลางหน้าอก
ยุกยิก…
มีบางอย่างเคลื่อนไหวในมือขวา อีอันหยุดชะงัก มีเสียงกระซิบดังก้องในหัว
แหวนที่ไม่เหมือนใคร ความอาฆาตแค้นแห่งหนองน้ำ
วิญญาณรับใช้ของอีอันส่งกระแสจิตมาให้กะทันหัน
หว่างคิ้วของอีอันแคบลง
‘เจ้ากลืนกินคำสาปได้เหรอ?’
ในหน้าต่างข้อมูลไม่มีเนื้อหาแบบนั้นเลยนี่
…จะว่าไป มันก็ไม่ได้บอกทุกอย่าง
อีอันยักไหล่ เขารู้อยู่แล้วว่าหน้าต่างข้อมูลไม่สามารถรู้ทุกอย่างได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ความอาฆาตแค้นแห่งหนองน้ำเหมือนกับตัวดูลลาฮันตั้งแต่แรก ไม่แปลกอะไรหากมันจะเก็บคำสาปเอาไว้
‘ทำได้สิ แล้วทำไมยังไม่ลงมืออีก?’
ตอบกลับด้วยประโยคง่าย ๆ เพราะไม่มีคำสั่งให้ทำจากอีอัน และก็ไม่ได้ยินดีกับการที่ร่างกายของอีอันมีความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านั้นจึงเป็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
ไม่ใช่แค่ข้าที่ไม่ชอบพระเจ้าสินะ
อีอันอดหัวเราะไม่ได้ให้กับสิ่งที่เหมือนกันอย่างคาดไม่ถึง พลางถอดถุงมือออก
“จับแขนท่านลอร์ดไว้ให้แน่น ฟิลลิป”
“ขอรับ...แต่ ท่านกำลังจะทำอะไร?”
“รักษา”
“ยังไงหรือขอรับ?”
อีอันยื่นมือขวาขึ้นไปไว้เหนือแขนของเมฟแทนคำตอบ
แหวนตรงนิ้วกลางเคลื่อนไหว ดวงตาของฟิลลิปเบิกกว้างขึ้น
“นั่น…นั่นมันอะไรน่ะขอรับ? ไม่ใช่แค่แหวนธรรมดาเหรอ?”
“ความแค้นที่ดูลลาฮันทิ้งเอาไว้น่ะ ตอนนี้มันกลายเป็นของข้าแล้ว”
หว่างคิ้วของฟิลลิปค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
“ท่านหมายถึง…สัตว์ประหลาดงั้นหรือขอรับ?”
“ทำไม มีปัญหาอะไร?”
“ทำไมจะไม่มีล่ะขอรับ! มันเป็นวิธีที่จะเข้าใกล้ผู้เสื่อมถอยและสัตว์ประหลาด! มันจะบังคับให้กลายเป็นทาสของมัน!”
พูดอะไรไปเรื่อย ไม่ว่าจะเป็นแมวดำหรือขาว แค่จับหนูได้ก็พอแล้ว
แม้ว่าจะหัวเราะเยาะออกมา แต่ความคิดที่มีอคตินั้นเป็นแนวคิดทั่วไปในโลกนี้ ในมาตรฐานของมนุษย์ยุคมืดนี้ กลายเป็นว่าวิธีคิดของอีอันค่อนข้างถูกดูหมิ่น
“ถ้าใช้มันกับนายท่าน เทพธิดาจะต้องโกรธเป็นแน่”
อีอันที่กำลังฟังอยู่พูดออกมา “มากกว่าที่จะปล่อยให้สาวกตายงั้นเหรอ?”
“หา…? เอ่อ คือว่า ไม่รู้สิขอรับ…” ฟิลลิปพูดตะกุกตะกักเหมือนจะพูดไม่ออก
อีอันพูดต่อ
“ในสายตาของเจ้า ข้าดูเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นขอรับ…แต่”
“งั้นหุบปากแล้วจับแขนไว้ ขืนพูดอีกคำเดียว จะแสดงให้เห็นว่าความโกรธของข้าเป็นยังไง"
“…”
ฟิลลิปจับแขนเมฟด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจขณะที่ริมฝีปากสั่น
งูสีดำตัวบางขนาดเท่าเส้นด้ายตกลงบนแขนของเมฟราวกับกำลังรอจังหวะอยู่แล้ว มันเลื้อยไปตรงหนองและกัดเข้ากลางแผล เลือดสีดำค่อย ๆ ไหลออกมา ตอนที่เลือดไหลออกมาเป็นสาย ดวงตาของฟิลลิปก็ขยายใหญ่ขึ้น
“มะ…มีบางอย่างเปลี่ยนไปขอรับ นายท่าน!”
รอยดำตรงขอบแผลเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ความอาฆาตแค้นแห่งหนองน้ำก็ผละปากออกพร้อมกับเสียงหายใจที่น่ายินดี เกล็ดมันวาวมากขึ้น แต่ลักษณะภายนอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รอยดำที่ปกคลุมแขนของเมฟหายไปแล้ว แต่ร่องรอยงูเลื้อยและบริเวณที่มีหนองยังคงเหมือนเดิม
‘เหมือนว่าจะผ่านวิกฤตไปได้แล้วนะ’
อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งชั่วร้ายที่กระตุ้นประสาทสัมผัสที่หก
“…สัตว์ประหลาดตัวนี้รักษานายท่านได้จริง ๆ”
ก็ใช่น่ะสิ ไอ้นี่
อีอันถอนหายใจออกมาอีกครั้งและยื่นมือออกไป
ฟ่อ!
ตอนนั้นเอง ความอาฆาตแค้นแห่งหนองน้ำได้เผยเขี้ยวของมัน
ฟิลลิปเอนตัวไปข้างหลังด้วยความตกใจ
“ทะ…ทำไมถึงเป็นแบบนี้ขอรับ”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
อีอันยื่นมือไปด้านหน้าของมันอย่างนิ่งเฉย สายตาของมันและอีอันจ้องสลับกัน อีอันแอบยกมุมปากขึ้น
‘ทำอีกสิ ไหนดูซิ’
ทั้งสองเผชิญหน้ากันเพียงช่วงสั้น ๆ
ทันทีที่ปลายนิ้วของอีอันสัมผัส ปากของมันค่อย ๆ หุบลง มันเลื้อยขึ้นไปบนนิ้วมือแล้วกลับคืนสู่รูปร่างของแหวน
ฟิลลิปพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหมขอรับ...?”
“ถึงจะเชื่องแต่สัญชาตญาณของมันไม่หายไปหรอก”
เหมือนเจ้าที่พูดพล่ามไปเรื่อย แม้ว่าจะบอกให้หุบปากก็เถอะ
“เอากริชมาให้ข้า แล้วก็เอาผ้าพันแผลกับเหล้าออกมาจากกระเป๋า”
“จะเอาเหล้ามาทำ… ขอรับ นายท่าน”
ฟิลลิปเจอสายตาของอีอันที่สื่อให้หุบปาก ยื่นกริชให้ และยืนขึ้น
อีอันลับคมมีดของกริชด้วยคบเพลิง
ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปคือของจริงแล้ว
“เอามาแล้วขอรับ นายท่าน!”
ฟิลลิปกลับมาพร้อมกับผ้าพันแผลและขวดเหล้า อีอันเปิดจุกขวดเหล้า กลิ่นฉุนพุ่งขึ้นแตะปลายจมูก
โชคดีที่ใกล้เคียงกับเหล้ารัมมากกว่าเบียร์
อีอันล้างมือด้วยเหล้า
‘ไม่รู้ว่าจะได้ผลเหมือนในหนังไหม…’
คงจะดีกว่าการที่ไม่ทำอะไรเลย
“จับแขนท่านลอร์ดไว้ให้แน่น ฟิลลิป” อีอันกระซิบพูดขณะนำกริชไปใกล้แผล
“เจ็บนิดหน่อยนะ” ทันทีที่พูดจบก็กรีดลงไปทีแผล เลือดและหนองเหนียวเยิ้มไหลออกมา จากนั้นวางกริชลงและบีบบริเวณแผลด้วยมือทั้งสองข้างทันที
“…!”
ร่างกายของเมฟดิ้นพล่าน แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากการจับของอีอันและฟิลิปที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับว่าตัวเองเป็นคนเจ็บเอง
อีอันหยิบขวดเหล้าแล้วเทใส่แขนที่เต็มไปด้วยเลือดและหนอง ตัวของเมฟเกร็งและงอเหมือนคันธนู
“เฮือก…!”
มือของเธอกางออกพลางสั่นสะท้าน
อีอันค่อย ๆ เช็ดเลือดและหนองทั้งหมดและพันแผลด้วยผ้า
เป็นเพราะทักษะการปฐมพยาบาล ทุกขั้นตอนจึงผ่านไปได้ด้วยดี
ทันทีที่อีอันปล่อยมือ ร่างกายของเมฟก็อ่อนเปลี้ยลง
“นั่นคือการรักษาจริง ๆ ใช่ไหมขอรับ? ในสายตาข้า ดูเหมือนว่ากำลังจะทำร้ายนายท่านมากกว่า…!”
คนที่พยายามจะฆ่าไม่ใช่ข้า แต่เป็นเจ้าต่างหาก
อีอันถอนหายใจพลางมองไปที่เมฟ
“ฟื้นแล้วหรือขอรับ?”
เสียงที่ไม่มีแรงดังออกมาจากเกราะบังหน้า
“...เจ้าช่วยข้าไว้”