โชคครั้งใหญ่
สองสีทองส่องสว่างออกมาจากโลหิตสีทับทิม เมื่อสมุนไพรถูกแสงเหล่านั้นก็ราวกับพวกมันกำลังมีความสุขใบของสมุนไพรส่ายไปมาและลำต้นก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นราวกับว่าด้วยแสงสีทองนี้จะช่วยให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตขึ้นด้วยความรวดเร็ว"แย่แล้ว" อู่หมิงตื่นตระหนกพร้อมกับรีบใช้มือคว้าโลหิต 1 หยดไว้อย่างรวดเร็วแต่ในตอนนั้นเองที่โลหิตหยดนั้นปะทุความร้อนขึ้นพร้อมกับเริ่มจมลงไปในมือของอู่หมิงอู่หมิงรู้สึกแสบร้อนอย่างมากที่มือของตนแต่ในขณะที่โลหิตหยดนั้นกำลังหลอมรวมกับร่างกายของอู่หมิงอู่หมิงก็รู้สึกว่าตนกำลังเข้าใจพลังปฐพียิ่งขึ้นพร้อมกับเข้าใจกฎเกณฑ์ที่ยิ่งใหญ่บางอย่างเพียงแต่ว่าเพราะอู่หมิงตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไปจึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรและในตอนนั้นเองที่อู่หมิงก็เห็นภาพแปลกประหลาดภายในภาพมีชายชรากำลังต่อสู้กับสายฟ้าสวรรค์ที่ฝ่าลงมาอย่างต่อเนื่องการฝ่าแต่ละครั้งนั้นน่าหวาดกลัวอย่างมากจนสติของอู่หมิงแทบจะไม่สามารถทนใหว แต่หลังจากนั้นไม่นานชายชราก็ไม่สามารถทนต่อสายฟ้าที่ผ่าลงมาได้และพ่ายแพ้ให้ต่อสายฟ้าเหล่านั้นวิญญาณของชายชราได้แตกสลายไปแต่ก่อนหน้านั้นชายชราได้กลั่นโลหิตของตนและประทับภาพความทรงจำที่อู่หมิงเห็นไว้ในโลหิตหยดที่อู่หมิงดูดซับไป"เซียน!!!! นั่นคือทัณฑ์เซียนงั้นเหรอนี่มันน่าหวาดกลัวไปแล้ว งั้นโลหิตที่ข้าดูดซับก็เป็นของครึ่งเซียนสินะ"อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดเพราะจากมุมมองของอู่หมิงสายฟ้าสวรรค์ไม่มีความปราณีต่อคนที่ต้องการจะเป็นเซียนเลย"เมื่อในอนาคตเมื่อข้าต้องการกลายเป็นเซียนข้าก็ต้องผ่านทัณฑ์สายฟ้าเหล่านั้นสินะ"อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักอึ้งอู่หมิงสงบสติอารมณ์และเริ่มสำรวจร่างกายของตนเองก็ต้องตกตะลึงเพราะอู่หมิงในตอนนี้อยู่จุดสูงสุดของปราณปฐพีแล้วซึ่งในตอนนี้ต่อให้อู่หมิงเจอกับพวกองค์ชายใหญ่อู่หมิงก็มีความมั่นใจที่จะเอาชนะได้อู่หมิงได้เก็บสมุนไพรล้ำค่าอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มหาทางออกแต่อู่หมิงก็ต้องผิดหวังเพราะที่นี่มีทางออกเพียงเส้นเดียวก็คือช่องหินแคบๆที่อู่หมิงผ่านมาอู่หมิงไม่มีทางเลือกจึงต้องใช้เส้นทางเดิมออกไปแต่อีกใจหนึ่งอู่หมิงก็หวาดกลัวที่จะพบเข้ากับมนุษย์มารปราณราชันตนนั้นเช่นกัน"ขอให้ไปแล้วทีเถอะ" อู่หมิงภาวนาในใจหลังจากนนั้นสองชั่วโมงอู่หมิงก็ออกมาได้และไม่พบกับมนุษย์มารอู่หมิงเริงร่าก่อนจะรีบเคลื่อนใหวไปยังตำแหน่งที่เสี่ยวฮุ่ยอยู่ด้วยทั้งสองมีพันธสัญญาสัตว์อสูรและเจ้านายทำให้อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยรู้ถึงตำแหน่งของกันและกัน1วันหลังจากนั้นอู่หมิงก็ไปถึงตำแหน่งของเสี่ยวฮุ่ยที่ซ่อนอยู่ในค่ายกลสังหารที่อันตราย"อู่หมิงเจ้ามาช้านะข้าราชันไม่สามารถรอเจ้าใหวเลยพาเจ้าพวกนี้ไปหาสมบัติก่อนแล้ว"เสี่ยวฮุ่ยบ่นออกมาด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง"หืมพวกเจ้าเก็บเกี่ยวอะไรกันได้บ้าง" อู่หมิงกล่าวถาม"ก็ได้พวกกระบี่ ชุดเกาะ ระดับราชันที่เสียหายแต่มันสามารถเอาไปแลกกับแต้มภารกิจได้" องค์ชายเก้ากล่าว"ไม่ใช่แค่นั้นพวกเรายังพบกับสมุนไพรล้ำค่าบางชนิดอีกด้วย"สุ่ยหยินกล่าวอู่หมิงแสดงสีหน้าแปลกใจไม่คิดวาเสี่ยวฮุ่ยจะพาพวกองค์ชายเก้าไปหาสมบัติมาได้มากมายขนาดนี้แต่ที่พวกองค์ชายเก้าได้เป็นสิ่งที่เสี่ยวฮุ่ยไม่ต้องการและสิ่งที่ล้ำค่าจริงๆคงอยู่ในสร้อยคอมิติของเสี่ยวฮุ่ยเป็นแน่อู่หมิงคิดในใจ"อู่หมิงเจ้าไม่บาดเจ็บอะไรนะ"จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย"ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าพวกนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก"อู่หมิงกล่าวพร้อมกับนำแหวนมิติของพวกชายร่างผอมและเถี่ยหลี่ออกมาให้พวกจิงเสวี่ยนดู"นี่เจ้าสามารถเอาชนะพวกมันได้จริงๆงั้นเหรอเนี่ย"องค์หญิงห้ากล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ"หืม!!!พลังบ่มเพาะของเจ้าก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วนี่การบ่มเพาะของเจ้าไม่รวดเร็วไปหน่อยเหรอเพียงไม่ถึงปีเจ้าก็ตามพวกเราทันแล้ว"องค์ชายเก้ากล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง"ข้าได้พบโชคโดยบังเอิญหนะ"อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเล่าถึงโลหิตของครึ่งเซียนให้พวกองค์ชายเก้าฟังเสี่ยวฮุ่ยตอนแรกไม่ได้สนใจใยดีอะไรแต่เมื่ออู่หมิงเอ่ยถึงโลหิตหนึ่งหยดของครึ่งเซียนเสี่ยวฮุ่ยก็กลายเป็นบ้าคลั่งพร้อมกับใช้เล็บข่วนผนังหินอย่างบ้าคลั่ง"บัดซบรู้งี้ข้าน่าจะไปกับเจ้าก็ดี โลหิตครึ่งเซียนของข้าบัดซบเอ้ย" เสี่ยวฮุ่ยบ่นออกมาอย่างต่อเนื่องเหมือนกับคนบ้า"ข้ายังได้รับสมุนไพรมาอีก "อู่หมิงกล่าวพร้อมกับนำหญ้าสามแฉกออกมาเมื่อหญ้าสามแฉกปรากฎต่อหน้าทุกคนเสี่ยวฮุ่ยก็กลายเป็นตกตะลึงพร้อมกับวิ่งเข้ามาคว้าหญ้าสามแฉกไปจากมือของอู่หมิงและเริ่มตรวจสอบทันที"นี่มันหญ้าสามแฉกอายุ 500 ปี โอ้สวรรค์โชคของเจ้าชั่งทำให้ราชันเช่นข้าอิจฉาจริงๆ"เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับยัดหญ้าสามแฉกเข้าไปในสร้อยมิติของตนซึ่งการกระทำของเสี่ยวฮุ่ยทำให้อู่หมิงรู้สึกอยากจะเข้าไปถีบแต่อู่หมิงก็ทำใจให้เย็นลงเพราะในแหวนมิติของอู่หมิงยังมีหญ้าสามแฉกอีกเป็นจำนวนมาก พวกจิงเสวี่ยนก็คุ้นชินกับความหน้าหนาของเสี่ยวฮุ่ยแล้วเพราะตลอดการค้นหาสมบัติเสี่ยวฮุ่ยมักจะเอาสิ่งที่มีค่าที่สุดไปและมักจะเหลือขยะอย่างอาวุธที่ไม่สมบูรณ์หรือพังให้พวกตน"พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปข้ายังเหลือหญ้าสามแฉกอยู่ข้าจะให้พวกเจ้าคนละ1ต้น"อู่หมิงกล่าวกับจิงเสวี่ยนและองค์ชายเก้าเพราะทั้งสองคือคนในกลุ่มนภาทมิฬและยังเป็นสหายที่อู่หมิงสนิทอีกด้วย หลังจากรวมตัวกันแล้วพวกอู่หมิงก็ออกตามหาสมบัติกันอีกครั้งด้วยการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเสี่ยวฮุ่ยที่เป็นนักล่าสมบัติมืออาชีพพวกอู่หมิงก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เจอสมบัติเสี่ยวฮุ่ยได้พาอู่หมิงลงลึกเข้าข้างในเลื่อยๆซึ่งยิ่งเข้ามาลึกไอมารที่เย็นเยือก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นจนทำให้พวกอู่หมิงหายใจลำบาก----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------