Thunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า

    ภาคที่1 ตอนที่32 ผู้มาเยือนใหม่

    ตอนที่32 ผู้มาเยือนใหม่

     

    ขณะเดียวกันหลังจากที่เฟิงอี้ออกมาจากตำหนักใหญ่ร่างคนหลายคนก็พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วมุ่งมายังตำหนักใหญ่เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงดังโครมครามลอยตามลมมาไกล

    สวบ! สวบ!

    เมื่อเฟิงอี้ออกมาจากตำหนักใหญ่ทันใดนั้นตำหนักทั้งตำหนักก็พลันถล่มลงมาพังทลายมิมีชิ้นดี

    บึ้ม!

    “มีมดปลวกตัวยุ่งยากเข้ามาอีกแล้วหรือ?"ด้วยสัมผัสที่เฉียบคมเฟิงอี้ก็สัมผัสได้ทันทีว่ามีกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

    “ข้ามิมีการใดสำคัญจักต้องอยู่ที่นี่แล้วถ้างั้นไปตามหาเสี่ยวฉุนดีกว่า”เฟิงอี้พลันนึกถึงเสี่ยวฉุนที่แยกทางกับตนก็พลันแผ่สัมผัสออกไปไกลมินานก็พบ

    “อยู่ทางนั้นหรือ”

    สวบ! สวบ!

    ว่าแล้วเฟิงอี้ก็ราวกับพุ่งทะยานวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็วที่เหนือธรรมดามากนักทิ้งไว้เพียงเงาเส้นสายอัสนีสีทองเมื่อเคลื่อนผ่านพื้นที่ต่างๆ

    เฟิงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่หิมะอันเหน็บหนาวอย่างมิลังเลเพราะว่าอสรพิษเนตรมายานั้นอยู่ทางป่าพฤกษานาๆพันธุ์หากกลับไปคงอาจจักเจอกับมันอีกก็ได้และอีกอย่างสัมผัสของเสี่ยวฉุนก็อยู่ทางด้านดินแดนหิมะอันหนาวเหน็บ

    เฟิงอี้ต้องไปพาเสี่ยวฉุนมาเสียก่อนถึงจักย้อนกลับไปได้เพราะถึงอย่างไรมันก็เหมือนกับสหายของเขาคนหนึ่งแม้มันจักเป็นสัตว์อสูรก็ตาม

    เฟิงอี้แม้จักเคยถูกทรยศในตอนที่เป็นจักรพรรดิสวรรค์แต่เขาก็มิได้กลายเป็นคนเกลียดการมีสหายเพราะว่าสหายหาได้ทรยศเขาทุกคนไม่?

    สหายที่จริงใจกับเขาก็มีอยู่พวกเขาเหล่านั้นก็ดับสลายไปเสียแล้ว…

    และนี่เป็นสิ่งที่เฟิงอี้ต้องนำมาเป็นเป้าหมายมันคือการแก้แค้นให้ตนเองและสหายผู้ที่จริงใจกับเขาจนยอมตกตายไปด้วยกัน!

    “รอข้าก่อนเถิดตัวบัดซบด๋างชิง! โลหิตของเจ้าจักต้องนำมาเส้นไหว้สหายของข้า!”เฟิงอี้เอ่ยอย่างเย็นชาและเหี้ยมเกรียมด๋างชิงเฟิงอี้พอจักคาดเดาได้ว่ามันยังมิตายเป็นแน่เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทพขั้นที่8!

    เช่นนั้นแล้วมิมีทางดับสลายไปแล้วอย่างแน่นอน

    สวบ! สวบ!

    …

    “ข้าสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่างมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่ออกไปด้วยความรวดเร็วมิน้อย”สตรีที่งามหยาดเยิ้มเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงรื่นหูนางคือกู่ตงนั่นเอง

    “ตามไปเร็ว”บุรุษอีกสองคนพยักหน้านี่แสดงให้เห็นว่าสัมผัสของพวกเขาเฉียบคมอยู่มิน้อยเลยมิเสียทีที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่4

    ความเร็วของพวกเขาก็มิธรรมดาและดูเหมือนว่าบุรุษอาภรณ์สีดำทมิฬสามคนก็มิได้ด้อยไปกว่ากันพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเฟิงอี้เช่นกัน

    ร่างคนทั้งหกเร่งติดตามเฟิงอี้ในทันทีด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์มันรวดเร็วเป็นอย่างมากมองเห็นเพียงเงาเลือนรางเมื่อพวกเขาเคลื่อนกาย

    …

    “หืม? ตามข้ามาเช่นนั้นหรือ? ความเร็วมิเลวเลย”เฟิงอี้เพิ่มความเร็วขึ้นอีกทันใดนั้นก็กลายเป็นเงาเลือนรางหายไปพร้อมทิ้งร่องรอยอัสนีสีทองเอาไว้

    สวบ! สวบ!

    วิ่งออกมาราวๆสิบนาทีเฟิงอี้ก็พบเสี่ยวฉุนมันกำลังนอนพักอยู่ด้วยความสบายใจเป็นอย่างมากราวกับว่ามิมีสิ่งใดสามารถทำร้ายมันได้ก็มิปาน

    “เหตุใดเจ้าถึงได้เกียจคร้านถึงเพียงนี้”เฟิงอี้เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จักใช้มือสัมผัสศีรษะของมัน

    อ๊าว!

    เสี่ยวฉุนลุกขึ้นในทันทีมันนอนอยู่ที่นี่มานานแล้วเพราะมันช่างเย็นสบายเหลือเกินสัตว์อสูรตัวอื่นก็มิได้เข้ามาจู่โจมมันอีกด้วยนี่จึงทำให้มันนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

    “ไปกันได้แล้ว"เฟิงอี้กระโดดขึ้นไปขี่หลังของเสี่ยวฉุนอย่างง่ายดายทันใดนั้นเสี่ยวฉุนก็วิ่งพุ่งทะยานออกไปในทันทีเพราะว่ามันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่พุ่งเข้ามา

    ตูม!

    หิมะพุ่งกระจายออกไปทั่วทิศทางเพียงเสี่ยวฉุนเคลื่อนกายออกจากบริเวณที่ยืนอยู่เมื่อครู่

    มันคือการโจมตีจากแรงอัดกระแทกที่หนักแน่นสายหนึ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการหวดค้อนครั้งหนึ่งของบุรุษร่างบึกบึน

    “จักหนีไปที่ใดรึ?!”ที่แท้แล้วนี่ก็คือหม่าตุงที่เอ่ยคำรามออกมา

    เขาปรากฏตัวอยู่ห่างจากเฟิงอี้และเสี่ยวฉุนหลายสิบเมตร

    “ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่สี่เช่นนั้นรึ?”เฟิงอี้หรี่ตามองพลังของเฟิงอี้ในตอนนี้แน่นอนว่ามิอาจสังหารอีกฝ่ายได้เป็นแน่เกรงว่าคงจักทำได้เพียงหลบหนีเท่านั้น

    ฟิ้ว! ฟิ้ว!

    “เหอะ!”

    แซด! แซด!

    ตูม!

    เฟิงอี้เค้นเสียงเย็นก่อนที่จักวาดฝ่ามือออกไปคราหนึ่งสกัดกั้นพลังงานรัดกุมที่ถูกส่งออกมาด้วยความเร็วดุจสายลมทำให้พลังรุดกุมนั้นถูกทำลายลงในทันที

    “หุหุ ทำลายพันธนาการของข้าได้เชียวหรือ”สตรีงามหยาดเยิ้มปรากฏกายขึ้นมานางแผ่กลิ่นอายหอมหวนและดูอ่อนโยนออกมาตลอดเวลามันช่างดึงดูดใจมิน้อยแต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไร้ผลกับเฟิงอี้เขาหรี่ตามองด้วยความเย็นชาและไร้อารมณ์ความรู้สึกล่มหลง

    นางผู้นี้จักเป็นผู้ใดไปมิได้นอกจากกู่ตงแห่งสำนักปื๋อฉาง

    "ก็แค่ของเด็กเล่นมิใช่หรือ?"เฟิงอี้เอ่ยอย่างเรียบเฉยมันคือของเด็กเล่นจริงๆดั่งที่กล่าวหากว่าเฟิงอี้มีระดับพลังฝึกตนสูงกว่านี้อีกหน่อยเฟิงอี้มั่นใจว่าสามารถรับมือกับผู้ฝึกตนเหล่านี้ได้หรือถึงขั้นสังหารได้สักคนสองคนแล้วจึงหลบหนีไปก็มิยาก

    ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!

    ปรากฏร่างคนอีกสี่คนคือหลางกูเหมิน เป่าฉูหลง หางหยู่ เฉาหลาง ตามลำดับ

    ผู้มาเยือนใหม่นี้เป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่4ทั้งหมด

    "เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่เป็นตัวต้นเหตุทำให้ศิษย์สำนักของพวกข้าตกตายหมด"หม่าตุงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันพร้อมจ้องมองเฟิงอี้ด้วยสายตาพร้อมเข่นฆ่า!

     

    จบ...โปรดติดตามตอนต่อไป...