64 – ถอนรากถอนโคนให้สิ้น!!
“แก!! แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!!กล้าดียังไงถึงจับท่านหญิงมาเป็นตัวประกัน!!!”
“อ้าว พึ่งรู้เหรอว่าข้าไม่ใช่ลูกผู้ชายข้าออกจะเป็นหนุ่มรูปงามซะขนาดนี้ ต่างจาก...”ไลรอนเหลือบมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “หึ ไม่แปลกที่มาริอาจะไม่ชอบเจ้าล่ะนะ”
“แก!!!” ข้าเองก็หน้าตาดีนะโว้ย!!!
ก่อนหน้าที่ไลรอนจะกลับมาแอตแลนติสเขาถือว่าเป็นหนึ่งในห้าชายหนุ่มที่ผู้หญิงทั้งเมืองปรารถนาจะแต่งงานด้วยเขาดำรงตำแหน่งอันดับสี่ ส่วนอัลก้าอันดับหนึ่งแต่พอเจ้าไลรอนมา...มันกลับได้รับอันดับสอง!! บัดซบ!!!
“โอ้ โทษทีๆไม่อยากสะกิดแผลใจเจ้าหรอกนะอันดับสี่พอดีว่าอันดับสองค่อนข้างมั่นใจในหนังหน้าตัวเองมากกว่าถึงกล้าจะไม่ใหญ่แต่อย่างน้อยสาวก็หลงกว่าเจ้าล่ะนะ~”
“แก!!! ไ-อเด็กเมื่อวานซืน!!! กรอดดด!!!!” ไนท์ขบฟันแน่น
นึกอยากปลุกสายเลือดฉลามในตัวออกมานักจะได้กินเจ้าเงือกตรงหน้าให้ตายไปซะถ้าไม่ติดว่าท่านหญิงโดนมันล็อกตัวอยู่!!
ฮ่าๆๆๆ สนุกจัง(โว้ย)!!! ใช้แกล้งแทนฟีเรได้เลยนะเนี่ย!!
ในขณที่สองหนุ่มเถียงกัน ท่านหญิงแห่งศาลเจ้ายืนนิ่งเฉยนายท่านของนางเหมือนจะทอดทิ้งไปเสียแล้ว ดูท่าจะไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระพรรค์นี้กระมังแม้กระทั่งนางเองก็ไม่อยากฟัง แต่ทำอย่างไรได้ นางโดนล็อกตัวอยู่...
ไลรอนเหลือบมองหญิงสาวที่ตนใช้มีดจ่อคออยู่ก่อนยกยิ้ม
ดูเหมือนจะได้เวลาแล้ว...
“โอ้ ใช่ๆๆ ข้าลืมไปอีกเรื่องหนึ่ง”มือข้างที่ว่างหยิบเม็ดยาสีแดงคล้ำมีลวดลายสีดำเคลื่อนไหวอยู่ชวนให้ขนลุกนัก“รู้ไหมว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร~ จะบอกให้เอาบุญนะมันคือพิษที่ปรุงมาด้วยฝีมือของภูติผู้เชียวชาญเรื่องนี้เป็นพิเศษ หากใครกินเข้าไปไม่ตาย...ก็เลี้ยงไม่โตล่ะนะ~”
“แก...คิดจะทำอะไร!! หากท่านหญิงเป็นอะไรแกได้หัวหลุดออกจากบ่าแน่!!!”เขาสัญญากับองค์หญิงไว้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องท่านหญิงผู้นี้อีกทั้งนางยังเป็นผู้เดียวที่จะสามารถช่วยเหลือราชาไทรทันกับราชันย์มังกรได้!
ไลรอนไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มทว่ามือของเขาที่ใช้เวทเสริมความเร็วซึ่งร่ำเรียนมาจากพริสทีน สเตลล่าและฟีเรชั่วขณะที่อีกฝ่ายกล่าวคำว่า ‘แน่’ ออกมาเขาลดมีดลงเลื่อนไปจับกรามของนางและใช้มือข้างทืถือยาเม็ดนั้นยัดใส่ปากของนางคราวนี้ใช้มือข้างที่จ่อมีดเมื่อครู่ปิดปากของนางและใช้มือข้างที่ป้อนสร้างมีดจ่อคอนางแทน
ทั้งหมดเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น!
อึก...หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกได้ว่ากลืนอะไรบางอย่างลงไปจนส่งเสียงอู้อี้ออกมายิ่งทำให้ไลรอนยิ้มกว้าง
“ก็ทำแบบนี้ไงล่ะ~”
“ไล-รอน!!!!”
คราวนี้เงือกหนุ่มผลักหญิงสาวให้หลบไปอีกทางชักดาบคัตลาสประจำกายขึ้นมารับดาบอีกฝ่ายด้วยทวงท่าสง่างามต่างกับไนท์ที่ดุดันเต็มไปด้วยโทสะระหว่างการต่อสู้ของทั้งสอง พวกทหารรีบเข้ามาพยุงพาท่านหญิงออกจากบริเวณนั้น นางเริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทรมานไปหมดไปทั่วลำคอและภายในร่างนางกรีดร้องดิ้นพล่านด้วยความทรมานยิ่งทำให้แม่ทัพเผ่าฉลามยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม แต่ไลรอนก็ยังคงแย้มยิ้มชวนให้หงุดหงิดได้ตลอด
ดูเหมือนว่ายาพิษจะได้ผลดีจริงที่ออกฤทธิ์แบบนี้พริสทีนคงรู้แล้วล่ะนะ!
ยาที่เขายัดใส่ปากท่านหญิงน่ะเป็นยาพิษจริง...
แต่เป็นยาพิษที่ถูกปรุงด้วยฝีมือชิอินะกับพริสทีนและยังร่ายเวท [ลบล้างค่าสถานะผิดปกติ]ให้ด้วย!!!
ที่เหลือก็รอให้ยาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
และก็ได้แต่ภาวนาให้มาริอาปลอดภัยเพราะนางเลือกที่จะจัดการคนทรยศนั่นด้วยตนเอง
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
ในห้องบรรทมของราชาไทรทันมาริอาหลังโดนเหล่าเมดชาววารีและชาวเงือกพาไปอาบน้ำแต่งกายให้สมฐานะแล้ว นางตอนนี้มานั่งกุมมือบิดาของตนพลางให้กำลังใจหวังไว้ว่าบิดาของนางจะรับรู้ว่าสิ่งที่นางคิดอยู่ นางจะไม่ยอมเป็นองค์หญิงหัวอ่อนอ่อนแอ ไม่สามารถจัดการอะไรได้เลยหากไม่มีไลรอนและเสด็จพ่ออยู่ข้างกาย นายผละออกมาและหันไปมองอัลก้ากับเหล่าข้าราชบริพารเผ่าวารีทุกตนในห้องพลางส่งยิ้มให้
“ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องเป็นห่วงเมื่อครู่”
“มิได้ๆๆ”
“พวกเราต่างล้วนทำเพื่อองค์หญิงอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ใช่ไหมท่านอัลก้า?”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” อัลก้ายิ้มบางให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ...” นิ่งไปสักพัก “ถ้าเช่นนั้นข้าจะขอทำการสอบถามอะไรสักหน่อยได้หรือไม่คะ”
“หืม?” อัลก้านึกสงสัย นางจะมาไม้ไหนอีก...
“ข้าแค่อยากรู้น่ะค่ะ....”นางก้มหน้าลงสักพักก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนตรงหน้าอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“ว่าท่านหญิงยังปลอดภัยดีหรือไม่”
“.....นางต้องปลอดภัยแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เขาตอบ
“ค่อยยังชั่ว” มาริอายิ้มกว้าง “แล้วท่านมาเอลล่ะคะ”
“ไม่ต่างกับฝ่าบาททว่าท่านหญิงนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะสวดภาวนาให้ทั้งสองปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”
เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนหันไปกุมมือบิดาอีกครั้ง“ท่านว่าเสด็จพ่อจะหายหรือไม่”
“ฝ่าบาทนั้นแข็งแรงยิ่งกว่าผู้ใด แม้ยามนี้จะอ่อนแอทว่าอีกไม่นานคงหายดีกลับมาโวยวายเสียงดังลั่นพระราชวังได้เช่นเดิมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“คิก นั่นสินะคะเมื่อถึงตอนนั้นคงรบกวนท่านอัลก้าในการห้ามเสด็จพ่อเหมือนเคยแล้ว”มือเรียวเล็กยังคงลูบมือของบิดาตนอย่างแผ่วเบา “แล้วท่านว่า...ข้าควรทำอย่างไรดีกับสาหร่ายน่ารำคาญพวกนั้นเวลาข้าออกไปเดินดูที่สวนของตนชอบเจอสาหร่ายน่ารำคาญตลอดท่านพ่อเองก็พยายามหาทางกำจัดให้ข้าอยู่”
“สาหร่ายพวกนั้นย่อมต้องหาต้นตอของมันให้พ้นก่อนพ่ะย่ะค่ะไม่เช่นนั้นฝ่าบาทกับองค์หญิงกำจัดไปมันก็ยังคงขึ้นมาให้รกหูรกตา”
บทสนทนาปกติทั่วไปไม่เป็นที่น่าสนใจเพราะมาริอานั้นชอบมาปรึกษาราชาไทรทันเรื่องสาหร่ายสายพันธุ์หนึ่งที่ชอบเติบโตขึ้นในสวนกำจัดไปแค่ไหนมันก็ยังเติบโตให้เธอรำคาญใจเหล่าข้าราชบริพารรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจทว่าโล่งใจในเมื่อมันทำให้องค์หญิงของพวกเขาโล่งใจขึ้น
แต่ในหมู่คนพวกนั้นมีอยู่หนึ่งที่เบื่อหน่ายยิ่ง
“งั้นข้าควรกำจัดก่อนเสด็จพ่อตื่นดีหรือไม่?”
“ย่อมดีพ่ะย่ะค่ะ”
“อื้ม! งั้นข้าต้องรีบจัดการแล้วล่ะแล้วตอนนี้มีที่ต้องจัดการกี่อย่างล่ะ?”
“สามพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอัลก้า แค่สองต้นเองท่านจัดการให้องค์หญิงหน่อยคงได้กระมัง”ขุนนางคนหนึ่งกล่าว ทว่าชายหนุ่มเผ่าวาฬกลับส่ายหัว
“ไม่ใช่สองหรือ?” ขุนนางคนหนึ่งกล่าว
อัลก้าถอนหายใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “สองพัน...”
เป็นอันจบบทสนทนา...
ไม่ใช่สอง แต่เป็นสองพัน
เล่นทำเอาเหล่าข้าราชบริพารชาววารีและคนใช้ทั้งหมดทำหน้าเอือมระอากับปัญหาสาหร่ายขึ้นในสวนขององค์หญิง
“อืม.... งั้นเรารีบไปจัดการกันเถอะ อ๊ะใช่ อัลก้ายื่นมือออกมาหน่อย”
ชายหนุ่มยื่นมือออกมา มาริอาวางห่อลูกกวาดเม็ดหนึ่งลงบนมือ “นี่คือ?”
“ลูกกวาดจากข้างบนที่ข้าเคยบอกไว้ว่าจะนำมาฝากท่าน อร่อยมากจนข้าทานเพลินไปหน่อย”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เขาคลี่กระดาษแล้วทานเข้าไปทันที
ลูกอม...สีแดงคล้ำนั่น
“มาสิ ทุกคนด้วยนะ” เธอให้เมดสาวชาววารีขนขวดโหลนั่นมาเธอถือแล้วยื่นให้เหล่าข้าราชบริพารทุกคนในห้องได้ทาน จนกระทั่งถึงมือคนหนึ่ง“ตายจริง... ขออภัยด้วยค่ะดยุคแฟตอาร์ล ดันหมดเสียแล้ว”
“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะแค่องค์หญิงมีน้ำใจต่อข้าก็ถือว่าเป็นบุญของข้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ดยุคแฟตอาร์ลหนึ่งในขุนนางคนสนิทของราชาไทรทัน ชาววารีสายพันธุ์โบราณ เผ่าโมซาซอร์
มาริอายิ้มหวานให้ก่อนยื่นขวดโหลให้เมดสาวนำไปเก็บ ทุกคนทานแล้วไม่มีแสดงอาการผิดปกติอันใดยกเว้น...อัลก้า ขุนนางหนุ่มเผ่าวาฬยืนนิ่งใบหน้าแย้มยิ้มเหมือนปกติทว่ากลับมีเหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า เมื่อสังเกตดีๆ สีหน้าเขาเริ่มขาวซีดมือเขากำแน่นจนแทบจิกเนื้อหากไม่ใช่เพราะใช้แขนเสื้อยาวๆนั่นช่วยพันไม่ให้เลือดไหลคงเป็นที่น่าสงสัยไปมากกว่านี้
“เอาล่ะ มาจัดการเจ้าสาหร่ายตัวปัญหาเจ้าวัชพืชน่ารำคาญตัวใหญ่กันเลยเถอะ... ท่านรองแม่ทัพ”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง” เขาก้าวออกมาคุกเข่าพร้อมรับคำสั่ง
ในขณะที่แม่ทัพได้ออกไปจัดการกบฏเขากลับต้องไปทำหน้าที่กวาดล้างสาหร่ายหรือนี่ไม่คุ้มเอาเสียเล—
“จับกุมท่านดยุกแฟตอาร์ลซะ!!!”
“!!!!” เจ้าของชื่อรีบถอยหนีโดยไวแต่ไม่ทันที่จะหนีออกจากห้องก็ถูกท่านรองแม่ทัพจับกุมและล็อกตัวติดกับพื้นสีหน้าซีดเผือ “อ องค์หญิงคิดจะทำอะไรกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!!?”
“ก็อย่างที่ข้าบอกไงคะว่ากำจัดสาหร่ายน่ะ?” เธอก้าวมายืนตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าราบเรียบไร้รอยยิ้มเหมือนเมื่อครู่
“อ องค์หญิงหมายความว่าอย่างไรกัน กระหม่อมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นสาหร่ายที่ว่านั่นเกี่ยวข้องอะไรกับกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ!”
“ร เรื่องนี้กระหม่อมก็เห็นด้วยกับท่านดยุคแฟตอาร์ลพ่ะย่ะค่ะ! องค์หญิงโปรดระงับโทสะลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
“ระงับ?จะให้ข้าระงับตัวการที่บังอาจทำให้เสด็จพ่อกับท่านมาเอลประชวรจนเกือบสิ้นชีวิตและยังหลอกลวงควบคุมอัลก้ากับท่านหญิงงั้นเหรอ!!!!”
เดิมทีนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครกันคือคนที่อยู่เบื้องหลังนี้ถ้าไม่ได้คำพูดของอัลก้าช่วยบอกเมื่อครู่นางรู้ว่าอัลก้าโดนควบคุมก็เพราะคำพูดและการกระทำก่อนหน้าที่เขาเสนอให้เธออยู่ข้างบนบกมากกว่ากลับมาแอตแลนติสในช่วงนี้แม้ตอนแรกจะสงสัยเขา แต่เมื่อคิดไปคิดมา....มันไม่ใช่เขาเป็นห่วงไม่อยากให้กลับมารับรู้ว่าเกิดอะไรเลวร้ายขึ้นเท่านั้น อีกทั้งตอนเธอยังเป็นเด็กน้อยเขาชอบพูดจากลับกลอกกลับคำไปเรื่อยวิธีจับผิดคือจ้องตาของเขาให้ดี
ไม่คิดว่าวิธีที่เธอโดนเขาแกล้งกลายเป็นสิ่งที่กำลังจะช่วยชีวิตคนอื่น
“องค์หญิงหมายความว่าท่านดยุคแฟตอาร์ลเป็นคนวางยาทำร้ายฝ่าบาทกับท่านมาเอลหรือพ่ะย่ะค่ะ!!?”
“ใช่ อัลก้าเป็นคนช่วยยืนยันได้อย่างดี”
ทุกสายตาหันไปมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งและยามนี้เขากำลังหลับตาอยู่ดยุคแฟตอาร์ลเห็นเช่นนั้นจึงรีบตะโกนร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเองเมื่อรู้ว่าผู้ที่สามารถช่วยเหลือตนได้ในยามนี้คืออัลก้า
“ท่านอัลก้าข้าไม่ได้ทำ!!! ข้าถูกใส่ร้าย!!! ท่านรู้ดีท่านรู้ว่าข้าไม่ได้ทำใช่หรือไม่!!!”
......
ทั่วทั้งห้องนิ่งเงียบไป ทุกคนต่างก็ยังคงจับจ้องที่อัลก้าไม่วางตาเหมือนรอคอยคำตอบชายหนุ่มนิ่งเงียบก่อนลืมตามองกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่... เขานั่นแหล่ะที่เป็นคนทำ...”
“!!!!!! แก—!!!!”
“อย่าทำหน้าเช่นนั้น อย่าโวยวาย เดี๋ยวฝ่าบาททรงตื่นจากการบรรทมพอดีอ๊ะ ไม่สิ ฝ่าบาทน่าจะตื่นยากสักหน่อย ก็เจ้าเล่นควบคุมและใช้งานท่านหญิงขนาดนั้นโชคดีจริงที่ข้าได้มีพรคุ้มกายเลยไม่โดนหนักเท่าไหร่ ควบคุมสติได้ไม่ยากเลยจริงๆ”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้า ข้างงไปหมดแล้ว”
“ทุกท่านจำโศกนาฏกรรมเมื่อหลายปีก่อนของครอบครัวไลรอนได้หรือไม่คะ?”เหล่าข้าราชบริพารในห้องต่างขานรับ ไม่มีผู้ใดลืมได้ลงกับการก่อกบฏในครั้งก่อน“ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะว่า [ผู้ได้รับคำอวยพรของเทพ] ค่ะหากพูดง่ายๆคือผู้ได้รับคำอวยพรนี้จะมีพลังในการสะกดจิตไม่ว่าใครต่างก็จะตกอยู่ใต้อานัติของเขาหากไม่ใช้เวทฟื้นฟูชั้นสูงล่ะก็จะไม่มีทางรักษาได้แน่นอนท่านหญิงกับอัลก้าโดนเขาควบคุมค่ะ”
“ล แล้วองค์หญิงมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านดยุค...เป็นผู้ได้รับคำอวยพรล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าบอกเอง...” อัลก้าตอบแทน แต่สีหน้ากลับย่ำแย่ขึ้นเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่จนต้องเดินไปพิงกับกำแพง “ราวหกปีก่อนช่วงที่ข้าจัดการกับข้อมูลเอกสารทั่วไปอยู่นั้นจู่ๆข้าก็ไปเจอเอกสารเก่าเข้าเกี่ยวกับตระกูลแฟตอาร์ลที่สนิทสนมกับตระกูลอควอเฟลียร์ของไลรอนเพื่อความมั่นใจว่าเกี่ยวข้องกันแล้วภายภาคหน้าจะไม่ก่อปัญหาเหมือนตระกูลอควอเฟลียร์เลยเริ่มสืบถึงเบื้องลึกดูปรากฏว่าหนึ่งในกลุ่มกบฏพวกนั้น...ตระกูลแฟตอาร์ลเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอึก...”
“อัลก้า!” มาริอารีบพุ่งเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายก่อนจะล้มลงไป
“และเพราะสืบมากเกินไป ข้าเลยโดนควบคุม แต่โชคดีที่ข้าได้รับพรคุ้มครองจากราชาไทรทันและพรของเทพีฮาเมลคุ้มครองหากไม่ใช่ตัวการหลักควบคุม ข้าก็จะ...ไม่โดนควบคุม”
“บัดซบเอ๊ย!! เพราะงี้แกเลยขัดคำสั่งข้าสินะ!!!ไอ้ตุ๊กตาไร้ประโยชน์!!!”
“ข้าจะถือว่าที่เจ้าพูดเมื่อครู่คือสารภาพผิดออกมา”
“!!! พวกแกทุกคนฆ่าตัวตายซะ!!! ฆ่าตัวตายกันให้หมด!!!”
เขาพยายามใช้ [มนตราลุ่มหลง] เหมือนเมื่อครู่แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนคือสายตาของพวกเขาที่แสดงท่าทีรังเกียจเดียจฉันจ์มาริอาจึงคลี่ยิ้มหวานช่วยอธิบายให้
“ลูกกวาดเมื่อครู่เป็นสิ่งที่พริสทีน เทพธิดาสีเงินผู้ถูกคุมขังสร้างขึ้นมาจากเลือดของเธอเองแถมยังร่ายเวทช่วยลบล้างปกป้องเรา ดังนั้นเจ้าออกคำสั่งแค่ไหนพวกเราก็ไม่มีวันทำตามคำสั่งนั้นหรอก”
“กรอดดด!!!!!!!! ....เหอะ!! แล้วอย่างไรเล่า!!ในเมื่อสุดท้ายแล้วผู้ที่จะชนะคือพวกเรา!! ข้าจะทำให้แอตแลนติสกลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตอีกครั้งหนึ่ง!!เพื่อเทพของผองเรา เพื่อเทพโพไซดอนของพวกเรา!!! เพื่อเทพผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเราจะหวนกลับมาสู่ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง!!!คราเคนผู้เป็นบุตรของเทพผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเราจะเป็นผู้ลบล้างและนำทุกอย่างกลับคืนมาเอง!!!ไทรทันต้องตาย!! ท่านโพไซดอนจึงจะหวนคืน!! มันต้องตาย!!!! ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!”
ดยุคแฟตอาร์ลหัวเราะเสียงดังชวนขนหัวลุกเทิดทูนบูชาเทพที่พวกตนไม่รู้จักมาก่อนมาริอาหน้านิ่วคิ้วขมวดเดินตรงไปหาเจ้าตัวการ
“ฮ่—!!!”
ผัวะ!!!! ผลั่ก!!!! มือยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย สองเท้าน้อยๆทั้งเตะเข้าที่หน้าเข้าที่ลำตัว ย้ำๆๆๆเข้าที่หน้าอีกฝ่ายระบายความโกรธทั้งหมดที่ทำกับพ่อตัวเองใจจริงอยากฆ่าทิ้งแต่ต้องปล่อยไว้ยังไงบิดามักบอกเสมอว่าไม่ต้องการให้มือเธอเปื้อนเลือด....
มือไม่เปื้อน ให้เท้าเปื้อนแทนก็ได้!!!
ลูกสาวคนนี้ขออภัยเสด็จพ่อด้วย ลูกทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!!!!
พริสทีนคะช่วยจัดการคราเคนแล้วลงมาชำระแค้นจัดการตัวการใหญ่ของเรื่องด้วยเถอะค่ะ!!!
“เอาตัวดยุคแฟตอาร์ลไปขังและออกคำสั่งไปให้ไนท์ปิดล้อมทางออกทุกทางของอาณาจักรอย่าให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้จนกว่าเราจะเจอตัวการใหญ่ของการก่อกบฏนี้!!”
“น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ!!!”
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!! คราเคนกรีดร้องเสียงดังกรงเล็บง้างขึ้นปัดร่างของราชันย์มังกรทั้งสามกับเดฟไกส์ในร่างไลแคนสีคราม ตูม!!!!ร่างของราชันย์มังกรแห่งแสงตกลงในทะเล โครม!!! ร่างของราชันย์มังกรเพลิงตกลงมาท่าเรือเพล้ง!!!!! ส่วนร่างของราชันย์มังกรแห่งความมืดกับไลแคนสีครามพุ่งเข้ากระแทกเข้ากับบาเรียจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!!
“Wind•Nets [ตาข่ายลม]!!!”
พริสทีนรีบร่ายเวทรองรับร่างของทั้งคู่ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับบ้านเรือนจนมากองอยู่บนพื้นและรีบร่ายเวทรักษาให้ต่อเธอใช้เวทย์กินพลังงานไปเยอะพอสมควรจนเริ่มเหนื่อย ถึงค่าพลังเวทย์จะถึงระดับ MAX แล้วก็ตามแต่ถึงขั้นเหนื่อยนี่แสดงว่าไม่ใช่น้อยๆแล้ว!!
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ค่า MP ตอนนี้เหลือเพียงครึ่งเดียวยังพอจะสามารถต่อกรได้อีกสามชั่วโมงค่ะ
แต่ดูจากท่าทางของเจ้าคราเคนที่พยายามกลับลงทะเลไปนั่นแสดงว่าที่แอตแลนติสเกิดปัญหา!
และนั่น คือสัญญาว่าควรจัดการเจ้าสิ่งนี้เสีย!
“ทุกคนที่อยู่บนทะเลรีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!!!!!!”
เธอตะโกนเสียงดังพลางสร้างพื้นน้ำแข็งและโซ่ตรวนน้ำแข็งตรึงร่างมันเอาไว้คราวนี้มันเริ่มอาละวาดอย่างหนักหน่วงพวกนักผจญภัยเมื่อได้ยินคำสั่งนั้นก็รีบหนีตายกลับขึ้นมายังท่าเรือใครที่บาดเจ็บพวกที่ยังมีน้ำใจก็ช่วยพยุงอิรินาเองก็ออกคำสั่งให้แฟรงเกนสไตน์ช่วยอีกแรงหนึ่งอายาโกะก็ควบคุมให้หางตนเองช่วยพาขึ้นฝั่งเช่นกัน
ระหว่างขนย้ายผู้คนขึ้นฝั่งสาวผมเงินได้ยินเสียงไนกีเตือนว่ามีบางสิ่งโผล่มาอยู่ในกระเป๋าของเธอซึ่งของสิ่งนั่นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับกำหราบมัน มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบสิ่งนั้นออกมามันคือก้อนหิน...ที่ดูคล้ายตรีศูล
“นี่คือ...”
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ตรีศูลของเทพโพไซดอนพระเจ้าท่านบอกมาว่าเมื่อครั้งอดีตเทพโพไซดอนส่งมอบให้แก่ราชาไทรทันผู้เป็นบุตรชายก่อนถูกส่งมอบต่อให้เทพีฮาเมลใช้ในการรบกับคราเคนทว่าหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมาไม่เคยถูกใช้นอกจากประดับในห้องสมบัติทำให้มันกลายเป็นหิน พระเจ้าจึงส่งมาให้ท่านใช้เป็นอาวุธค่ะ
มันช่างเป็นอาวุธที่เหมาะจะกำราบมันจริงๆนั่นแหล่ะ...!!
‘พริสทีน ขึ้นหลังข้ามา!!!’
“รับทราบ!!!”
นางตะโกนตอบรับพลางกระโดดขึ้นหลังไลแคนสีครามร่างของไลแคนสีครามเร่งฝีเท้ากระโดดหลบหลีกหนวดของมันที่ยังคงปัดป้องทำลายโซ่ตรวนพันธะนาการน้ำแข็งนั่นขณะปีนขึ้นร่างเธอก็ร่ายเวทเสริมให้ตรีศูลด้ามนี้
“ [เสริมความแข็งแรง] [เสริมความคงทน] ”
เธอร่ายเวทใส่ตรีศูลที่ร้างราผ่านศึกสงครามมาอย่างยาวนาน เปลือกนอกที่จับตัวแข็งราวกับก้อนเริ่มถูกกระเทาะออกทีละนิดเผยให้เห็นด้ามจับสีทองมีผ้าสีฟ้าพันเอาไว้ที่ด้ามจับใต้สามง่ามสีเงินนั่นสัมผัสรอบตรีศูลนั่นทำให้พริสทีนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย... มันหนัก...ไม่ใช่น้ำหนักของตรีศูลแต่เป็นสิ่งที่เจ้าตรีศูลนี่เจอมาตลอดในอดีต...ความรู้สึกนี่ต่างหากที่ทำให้เธอเริ่มสั่นกลัว
ตรีศูลของเทพโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทรในตำนานของชาวกรีก...
มือเรียวกำด้ามตรีศูลแน่น เธอกลัว... แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้!!
ร่างของไลแคนสีครามกระโจนขึ้นเหนือหัวคราเคนยักษ์ดีดตัวห่างออกมา ดวงตาสีแดงสดวาวโรจน์กำด้ามตรีศูลในมือของตนแน่นขึ้นรวบรวมพลังเวทของตนที่เหลือเกือบทั้งหมดอาบตรีศูลเล่มนั้น ง้างแขนออกเต็มกำลัง
ชั่วขณะที่เจ้าคราเคนพุ่งเข้าใส่หมายจะกินทั้งสอง
พริบตาที่มันอ้าปาก...
ยามนี้มันกลับมากำราบอสูรร้ายแห่งมหาสมุทรอีกครั้งหนึ่ง!!!
เธอก็เขวี้ยงมันออกไปสุดแรง!!!
ตูม!!!!!!!!!! กร๊าซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!! จุดที่ตรีศูลทิ่มแทงบนร่างของมันคือบริเวณหัวใจเกิดการะเบิดจนกลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ไร้หัวใจของมันจนคราเคนกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานอีกทั้งมันเริ่มดิ้นพล่านร่างกายเริ่มถูกน้ำแข็งที่พริสทีนร่ายอาบตรีศูลไว้ค่อยๆเล่นออกจากรูโหว่นั่นไปตามร่างพื้นผิวหนังของมันกลายเป็นสีขาวตั้งแต่หัวจรดหาง...
ไม่นานมันก็ยืนนิ่งไม่ไหวติง
เดฟไกส์จึงคำรามเสียงดัง คลื่นเสียงนั่นส่งผลให้ทั่วทั้งร่างของคราเคนซึ่งถูกแช่แข็งแตกร้าวจนในที่สุดมันก็เริ่มแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตกลงสู่ท้องทะเลท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี
“เดฟ...” พริสทีนเอ่ยเสียงเบาด้วยความเหนื่อยอ่อนพลังเวทย์ในร่างเหลือแค่หนึ่งในสิบ เธอเอนตัวนอนซบอยู่บนหลังอีกฝ่ายที่วิ่งกลับไปยังท่าเรือ
‘มีอะไร?’
“ภารกิจเสร็จสิ้นแล้วเนอะ...”
ราชันย์ไลแคนสีครามยกยิ้ม ‘อืม... เสร็จสิ้นแล้ว’
ที่เหลือก็แค่...เจ้าตัวการของเรื่องสินะ....