บทที่ 162 บททดสอบปีศาจ
หลังจากฟังคำอธิบายของเชียนสวิน ฉินชูคิดว่าตนเองเลือกได้ทั้งสมาคมอาจารย์หลอมโอสถและป้อมปีศาจ แต่ตัวเขาค่อนข้างเอนเอียงไปทางการเป็นนักล่าปีศาจ แม้ว่าการเป็นนักล่าปีศาจมีข้อจำกัดที่ห้ามทรยศและทำให้ป้อมปีศาจเสียผลประโยชน์ แต่อยู่ดีๆ เขาจะทำให้อีกฝ่ายเสียผลประโยชน์ไปทำไม แบบนั้นไม่เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?
นักล่าปีศาจที่เดินไปท่ามกลางความมืด คอยบั่นศีรษะของคนที่กระทำความชั่ว แค่คิดฉินชูก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
"เช่นนั้นสายหน่อย ข้าจะลองไปดู" ฉินชูกล่าว
"รอให้ข้าฝึกฝนจนถึงขั้นสี่ ก็จะไปลองดูเช่นกัน" เชียนสวินกล่าว
ช่วงพลบค่ำ ฉินชูออกจากโรงเตี๊ยม มายังป้อมปีศาจ ภายใต้เงาราตรี ป้อมปีศาจดูเหมือนปีศาจที่น่าสะพรึงขวัญตัวหนึ่ง
หลังจากลังเลครู่หนึ่ง ฉินชูจึงเข้าไปข้างใน
หลังเข้าไปในป้อมปีศาจไม่นาน ด้านหลังก็มีเสียงแกรกๆ ดังขึ้น ประตูใหญ่ค่อยๆ ปิดตัวลง
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ฉินชูจึงระแวดระวังตัว เขายื่นมือขวาออกไปกุมด้ามกระบี่เทพบูรพาเอาไว้ ต่อให้เป็นบ่อมังกรถ้ำพยัคฆ์ ต่อให้พลังความสามารถของศัตรูจะล้ำลึกยากจะอย่างถึง เขาก็ไม่คิดจะนั่งรอความตาย
"อย่าพึ่งวิตกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องราวของคนที่เข้ามาที่นี่ถูกผู้อื่นล่วงรู้ และก่อนที่จะจัดการเรื่องของเจ้าเสร็จ เส้นทางนี้จะไม่เปิด นี่เป็นหนึ่งในกฎระเบียบของป้อมปีศาจเช่นกัน" หลังจากเสียงหนึ่งที่ค่อนข้างทุ้มต่ำดังขึ้น ร่างเงาของคนผู้หนึ่งที่ใส่ชุดเสื้อคลุมสีดำพลันปรากฏ จากนั้นตะเกียงไฟจำนวนมากถึงสว่างขึ้น
ยามนี้ฉินชูเห็นร่างของคนที่ใส่ชุดเสื้อคลุมสีดำอย่างชัดเจน เสื้อคลุมปกปิดร่างกายของคนผู้นี้ ใบหน้าก็ถูกบดบังเอาไว้
"เจ้าจะมาตั้งภารกิจหรือ? หากเป็นภารกิจหาวัตถุดิบ ข้าให้คำตอบเจ้าได้ทันที หากเป็นภารกิจลอบสังหาร ป้อมปีศาจของเราจะตั้งราคาตามตบะและตำแหน่งฐานะในยุทธภพของเป้าหมาย แต่ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าต้องเป็นคนออก" ร่างเงาที่สวมชุดเสื้อคลุมกล่าว
"ข้ามายื่นเรื่องขอเป็นนักล่าปีศาจ" ฉินชูบอกจุดประสงค์ในการมาของตน
"ยื่นเรื่องขอเป็นนักล่าปีศาจ… ขั้นแรกต้องผ่านบททดสอบ เมื่อมีคุณสมบัติพอจะเข้าร่วมได้ค่อยคุยเงื่อนไขข้ออื่น" ร่างเงาที่สวมชุดเสื้อคลุมกล่าว
ฉินชูพยักหน้า เขารู้ว่าเงื่อนไขของป้อมปีศาจค่อนข้างสูง ไม่รับคนที่มีฝีมืออ่อนหัด
ภายใต้การนำทางของคนในชุดเสื้อคลุม ฉินชูเดินเข้าไปยังใต้ดินเส้นหนึ่ง ภายในเส้นทางใต้ดินมีคนยืนอยู่จำนวนมาก ทุกคนล้วนแต่สวมใส่ชุดเสื้อคลุม ข้อแตกต่างคือคนในเสื้อคลุมที่ปรากฏตัวในตอนแรก บนชุดเสื้อคลุมมีขอบสีเงิน
สุดทางของเส้นทางใต้ดิน เป็นตำหนักใต้ดินแห่งหนึ่ง ทางซ้ายของตำหนักใต้ดินมีเวทีประลองยุทธ์
หลังจากคนในเสื้อคลุมพาฉินชูมาถึงหน้าเวทีประลอง เขาก็กวักมือเรียกคนในเสื้อคลุมอีกสองคนที่อยู่ด้านข้างเวทีประลอง "นี่คือผู้ที่มารับบททดสอบ"
"ผู้เข้ารับบททดสอบ เจ้าต้องเอาชนะพวกเขาสองคนนั้นให้ได้ ถึงจะมีคุณสมบัติยื่นเรื่องในขั้นตอนต่อไป ขอให้เจ้าโชคดี" คนในชุดเสื้อคลุมขอบเงินกล่าว
หลังจากประสานหมัดคำนับคนในชุดเสื้อคลุมขอบเงิน ฉินชูก็ขึ้นเวทีประลอง ยามนี้คนในชุดเสื้อคลุมทั้งสองคนที่รับผิดชอบการทดสอบเริ่มลงมือ หนึ่งในสองคนใช้กระบี่ต่อสู้ อีกคนหนึ่งใช้ทวนยาว ทั้งสองคนไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย พุ่งเข้าโจมตีฉินชูทันที หนึ่งในนั้นมีเจตจำนงกระบี่ระดับสอง อีกคนหนึ่งที่ใช้ทวน ก็มีเจตจำนงทวนสนับสนุนทวนยาวด้วย
เขาปล่อยเจตจำนงกระบี่ระดับสาม สะกดคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้กระบี่ต่อสู้เอาไว้ ฉินชูใช้กระบวนท่าฟันแนวทแยงจากเพลงกระบี่พื้นฐาน ปัดกระบี่ยาวของอีกฝ่ายออก ก่อนแทงออกไป เป้าหมายการแทงคือลำคอของอีกฝ่าย เพราะถูกเจตจำนงกระบี่ของฉินชูสะกดเอาไว้ คนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้กระบี่ต่อสู้จึงสูญเสียพลังต่อสู้ส่วนใหญ่ไปแล้ว
จังหวะนี้เอง คนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้ทวนยาวพลันสะบัดทวนยาว เข้าขวางตรงหน้าลำคอของคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้กระบี่ต่อสู้
ฉินชูเอี้ยวตัวหลบทีหนึ่ง ก่อนจะกระโดดและใช้หลังเท้าเตะเข้าใส่ศีรษะของคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้กระบี่ต่อสู้ จนอีกฝ่ายหงายหลังล้มลง
หลังเตะคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้กระบี่ล้มลง ฉินชูก็ทุ่มสุดกำลังเพื่อสกัดการพุ่งโจมตีจากคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้ทวนยาว
หลังสู้ไประยะหนึ่ง ฉินชูสะบัดทวนยาวของคนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้ทวนออก ก่อนแทงกระบี่เทพบูรพาไปทางข้อมือของอีกฝ่าย ในยามนี้คนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้ทวนต้องเลือกว่า จะทิ้งทวนยาว หรือปล่อยให้ข้อมือโดนแทง
ในจังหวะคับขัน คนในชุดเสื้อคลุมที่ใช้ทวนลังเลไปชั่วขณะ เขาไม่อยากปล่อยมือจากทวนยาวของตน ในขณะที่เขากำลังชั่งใจ คิดจะทิ้งทวนก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
ฉินชูย่อมไม่แทงใส่แขนของอีกฝ่าย พอได้จังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ เขาก็เหวี่ยงเท้าเตะอีกฝ่ายจนตกเวทีประลอง
"เจ้าผ่านด่านบททดสอบพลังความสามารถแล้ว ตามข้ามา" คนในชุดเสื้อคลุมขอบเงินมองฉินชูแวบหนึ่ง แล้วออกจากพื้นที่ใต้ดิน ฉินชูตามเขาเข้ามาภายในห้องแห่งหนึ่ง
คนในชุดเสื้อคลุมขอบเงินนำพู่กันและน้ำหมึกออกมา "บอกชื่อของเจ้า กลุ่มอิทธิพล อายุ พลังตบะ และชื่อบิดามารดา"
"ฉินชู จากสำนักชิงหยุนแห่งแคว้นหนานเหยียน อายุสิบเจ็ดย่างสิบแปด พลังตบะขั้นสี่หลิงหยวน ถูกคนเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ชื่อบิดามารดา" ฉินชูกล่าว เขาออกมาจากหุบเขาที่ตัวเองอยู่อาศัยมาเกือบสามปีแล้ว ตอนเขาออกมาอายุสิบห้าปี ตอนนี้อายุใกล้สิบแปดปี
"เจ้ากลับไปรอฟังข่าวคราว อีกครึ่งเดือนค่อยมาอีกครั้ง ถึงเวลาการยื่นเรื่องของเจ้าจะผ่านหรือไม่ ย่อมรู้ผล" ภายหลังคนในชุดคลุมขอบเงินจดบันทึกเสร็จจึงกล่าว
ฉินชูพยักหน้า "ใต้เท้าท่านนี้ ไหนว่าฐานะนักล่าปีศาจล้วนเป็นความลับ แต่เมื่อครู่นี้ตอนพวกเราอยู่ในตำหนักใต้ดิน คนเหล่านั้นล้วนเห็นใบหน้าของข้า แต่ข้ากลับไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร"
"ฐานะของเจ้าจะไม่ถูกแพร่งพรายออกไปแน่นอน เพราะคนเหล่านั้นล้วนเป็นนักรบเดนตายที่ป้อมปีศาจบ่มเพาะเอง ไม่มีทางแพร่งพรายความลับใดๆ ของป้อมปีศาจ" คนในชุดคลุมขอบเงินกล่าว
จากนั้นคนในชุดคลุมขอบเงินโบกมือ แล้วมีคนในชุดคลุมสองคนปรากฏตัว "ส่งเขาออกไป"
ฉินชูรู้แล้วว่าเหตุใดความลับของป้อมปีศาจจึงไม่เล็ดลอดออกไป เพราะทางเข้ากับทางออกไม่ใช่ทางเดียวกัน ยามเขาปรากฏตัวอีกครั้ง ก็อยู่ภายในตรอกแห่งหนึ่งเสียแล้ว เมื่อหันกลับไปมอง ก็ไม่รู้ว่าตัวเองปรากฏตัวจากที่ใด
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉินชูจึงกลับไปยังโรงเตี๊ยม เขาคิดว่าระบบของป้อมปีศาจเข้มงวดอย่างแท้จริง แต่คิดจะตรวจสอบพื้นเพของเขา เหมือนว่าจะไม่ง่ายถึงเพียงนั้น ถึงอย่างไรสำนักชิงหยุนก็อยู่ที่แคว้นหนานเหยียน ไม่ได้ตรวจสอบง่ายนัก
หลังนั่งสมาธิฝึกฝนหนึ่งคืน อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉินชูและเชียนสวินก็พบกันในลานเล็กของโรงเตี๊ยม
เชียนสวินรู้ว่าฉินชูไปที่ป้อมปีศาจ แต่เขามีไหวพริบพอที่จะไม่ไต่ถาม นี่เป็นความลับของฉินชู ต่อให้รู้อยู่แก่ใจ ก็กล่าวออกมาไม่ได้
"ไปกัน พวกเราไปที่สมาคมอาจารย์หลอมโอสถ ดูว่ามีภารกิจเล็กๆ อะไรบ้างหรือไม่ ข้าไม่คาดหวังว่าจะได้วัตถุดิบมากนัก ได้เปิดหูเปิดตาก็ถือเป็นเรื่องดีแล้ว" ฉินชูกล่าว
"ลูกพี่ใหญ่ต่างหากที่ต้องเปิดหูเปิดตา ข้าไม่จำเป็นเลย แต่ข้าจะไปเป็นเพื่อนลูกพี่ใหญ่แล้วกัน" เชียนสวินกล่าว
ฉินชูเหลือบมองเชียนสวินแวบหนึ่ง แล้วออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าไปยังสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ
หลังจากเข้าสู่สมาคมอาจารย์หลอมโอสถ ฉินชูก็เดินตรงไปทางพื้นที่ประกาศภารกิจ
พอมาถึงพื้นที่ประกาศภารกิจ ฉินชูเห็นว่าภารกิจมีการแบ่งประเภท ด้านหนึ่งเป็นเขตสำหรับอาจารย์หลอมโอสถ อีกด้านหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ใช่อาจารย์หลอมโอสถ
ภารกิจของผู้ที่ไม่ใช่อาจารย์หลอมโอสถจะเป็นการค้นหาสมุนไพร และหาวัตถุดิบจากสัตว์อสูร ส่วนทางภารกิจสำหรับอาจารย์หลอมโอสถ มีทั้งภารกิจแยกวัตถุดิบ ภารกิจคัดแยกกากโอสถ ทั้งยังมีภารกิจเป็นผู้ช่วยหลอมโอสถ ที่น่ากลัวที่สุดคือมีภารกิจทดลองโอสถด้วย ต้องบอกสรรพคุณของโอสถตัวใหม่ออกมาได้อย่างแม่นยำ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินชูคิดว่าภารกิจคัดแยกวัตถุดิบน่าจะพอไหว สามารถเพิ่มพูนความรู้ได้
ในจังหวะที่ฉินชูกำลังจะรับภารกิจ ผู้สูงวัยคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านในสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ หลังจากมองดูคนทำภารกิจ จึงชี้มาทางฉินชู "เจ้าเป็นอาจารย์หลอมโอสถที่มารับภารกิจหรือ?"
"ใช่แล้ว" ฉินชูพยักหน้า
"มากับข้า!" ผู้สูงวัยกล่าว
นี่มันเรื่องอะไรกัน... ให้เขาตามไปโดยไม่บอกอะไรเลยหรือ?
"จะทำงานหรือไม่ ช่วยข้าคุมไฟหลอมโอสถได้หรือไม่?" ผู้สูงวัยขมวดคิ้วเล็กน้อย