เมื่อฉันต้องรับบทนางร้าย

    องค์ชายเลือกคู่

    ฤดูใบไม้ผลิเริ่มมาเยือนพร้อมกับความครื้นเครงของเมืองหลวงที่กลับมาครึกครื้นอีกครั้งชาวบ้านและผู้คนในเมืองต่างตื่นเต้นที่จะรอชมสตรีในพิธีเลือกคู่ขององค์รัชทายาทมิใช่เพียงชาวบ้านเท่านั้นที่ตื่นเต้นกับข่าวนี้ แม้แต่ผู้คนในวังก็ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ไม่ต่างกัน

    “อีกไม่กี่วันเสด็จพี่องค์รัชทายาทจะเลือกคู่ครองดูเหมือนทุกคนต่างยินดีและอยากรู้ว่าสตรีบ้านใดจะได้เป็นพระชายาของเสด็จพี่องค์รัชทายาท”

    “แน่นอนเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ก็ว่าได้ เพราะหากได้สตรีที่มีครอบครัวแข็งแกร่งก็จะช่วยให้ทางเดินขององค์รัชทายาทราบรื่น”

    หลันหลันหันมองหน้าองค์ชายแปดหยางจี้หรือจี้เหยาเด็กชายมองหลันหลันด้วยสายตาแห่งความสงสัยว่าเด็กหญิงตรงหน้าตนกำลังคิดสิ่งใด

    “มีอะไรหรือหลันหลันเหตุใดเจ้าถึงมองหน้าข้าเช่นนี้”

    “แล้วเจ้าล่ะอนาคตเบื้องหน้าคิดสิ่งใดหรือวางแผนอะไรไว้”

    เด็กชายเมื่อได้ยินสิ่งที่คู่หมั้นตนถามก็ถึงกับอมยิ้มและตอบอย่างฉะฉานในทันที

    “แน่นอนว่าข้าย่อมจะเป็นสามีที่ดีของเจ้า”

    “มิใช่เช่นนั้นสิข้าหมายถึงว่าเจ้าอยากมีตำแหน่งใดในราชสำนัก”

    เด็กชายครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย

    “ข้าอยากแข็งแกร่งข้าอยากเป็นคนที่มิมีผู้ใดกล้าต่อกรแต่มิใช่เพื่อตำแหน่งในราชสำนักหรือบัลลังค์ทอง แต่เพื่อปกป้องเจ้า”

    สายตาอันหวานหยดย้อยส่งมาทางหลันหลันจนหญิงสาวถึงกับรีบหลบสายตานั้นในทันที‘ให้ตายเถอะทำไมจี้เหยาถึงได้แก่แดดไวถึงเพียงนี้’

    “ข้ามิอยากเป็นเหมือนเสด็จพ่อที่มีสนมมากมายหากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็จะจากข้าไปข้ามิอยากเป็นเช่นตอนนี้เพราะข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ ข้าสัญญานะหลันหลัน”

    เด็กชายเอื้อมมือน้อยๆ ของตนเข้าไปจับมือหลันหลันที่ตอนนี้สูงกว่าเขาอย่างทะนุถนอม

    “ข้าจะเก่งขึ้นข้าจะแกร่งขึ้น ข้าจะเป็นคนที่ทุกคนไม่กล้าต่อกรเพื่อปกป้องเจ้าและข้าจะมีเพียงเจ้าเท่านั้น”

    หลันหลันที่พยายามดึงมือของตนออกกลับถูกมือน้อยนั้นจับแน่นขึ้นกว่าเดิมจนหญิงสาวถึงกับถอนหายใจแล้วปล่อยเลยตามเลย‘เด็กคนนี้มีแรงถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันนะละดูท่าทาง ไปจำมาจากไหนก่อน’ หญิงสาวที่กำลังคิดถึงเรื่องตรงหน้าพลันเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้‘ตัวร้ายของเรื่องเก่งกาจและมิมีใครสามารถต่อกรได้แต่ท้ายสุดกลับถูกพระเอกซึ่งเป็นพี่ชายคิดฆ่าและถูกนางเอกของเรื่องซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของถิงหลันฆ่าตายในที่สุด....ช่างน่าสงสารเช่นนั้นฉันจะช่วยให้ตัวร้ายของเรื่องรอดพ้นจากตอนจบที่เลวร้ายนี้เองก็แล้วกันไม่ใช่เพราะข้าชอบเด็กคนนี้หรอกนะแต่เพราะไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้ฉันกลับไปสู่โลกแห่งความจริงได้ก็เป็นได้’หลันหลันหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเมื่อสรุปความคิดของตนเองได้

    “เป็นเช่นนั้นก็ดีข้าเองก็มิอยากสู้รบตบมือกับสตรีนางอื่นในเรือนหากมีข้าคนเดียวไม่ได้ก็สู้อย่ามีเสียดีกว่า”

    เมื่อได้ยินหลันหลันตอบตนเช่นนั้นเด็กชายยิ้มจนตาหยี

    “แน่นอนว่าเรื่องนี้ข้าย่อมทำให้หลันหลันได้อย่างแน่นอนเสด็จพ่อมีราชโอรสมากมายอีกทั้งยังมีองค์หญิงอีกหลายพระองค์หากไม่มีข้าเพียงสักคนก็คงจะไม่เป็นไรที่สำคัญในงานฉลองพระราชสมภพของเสด็จพ่อก็ได้รับปากเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคนแล้วเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”

    หลันหลันถอนหายใจเบาๆ ‘คงเป็นเช่นที่เด็กคนนี้พูดมิเช่นนั้นคงไม่ถูกนางเอกของเรื่องหลอกใช้ อีกทั้งยังถูกฆ่าตายอีกด้วย’

    ข่าวเรื่องการหมั้นหมายและกำหนดการอภิเษกขององค์ราชทายาทรวมถึงองค์ชายรองได้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วผู้คนต่างชื่นชมในตัวว่าที่พระชายาของทั้งสองพระองค์แต่ทั้งสองพระองค์กลับมิได้ยินดีอย่างที่ควรจะเป็น

    “องค์รัชทายาทองค์ชายรอง ข่าวน่ายินดีของพวกท่านทำให้ประชาชนต่างชื่นชมและมีความสุขเหตุใดทั้งสองพระองค์ถึงได้ทำหน้าเช่นนั้นเล่า”

    ถิงโม่หานเอ่ยหยอกล้อองค์รัชทายาทและองค์ชายรองทั้งสองพระองค์หันมามองถิงโม่หานที่เป็นทั้งเพื่อนเรียนเพื่อนเล่นของตนอีกทั้งตอนนี้ยังเป็นนายทหารคู่ใจของตนก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งจนทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้

    “พี่ใหญ่”

    ถิงอู่สะกิดถิงโม่หานเบาๆ ชายหนุ่มหันไปมองน้องชายของตนด้วยความสงสัย

    “มีอะไรหรือ”

    “พี่ใหญ่มิเคยสังเกตหรือว่าทั้งสองพระองค์จะยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมิเคยเห็นเมื่อใดบ้าง”

    ถิงโม่หานนิ่งคิดไปสักครู่ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่ทั้งสองพระองค์จะหัวเราะได้นั้นก็ต่อเมื่อมีหลันหลันมาคอยแกล้งพวกเขาตั้งแต่ที่มิได้พบหน้านางดูเหมือนองค์รัชทายาทและองค์ชายรองจะยิ้มน้อยลงจนตัวเขาเองเผลอคิดไปว่าอาจเป็นเพราะทั้งสองพระองค์เติบโตขึ้นราชกิจมากขึ้นจึงทำให้ทรงเคร่งขรึมมากขึ้น ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ

    “หลันหลันมิเหมือนสตรีใดในเมืองหรือจะว่าไปมิมีสตรีนางใดเหมือนนางมาก่อนจึงทำให้นางแอบเข้าไปประทับในใจของทั้งสองพระองค์อย่างไม่รู้ตัว”

    ถิงอู่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะมองบุรุษผู้เป็นทั้งเจ้านายและเป็นทั้งเพื่อนที่กำลังเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายอย่างมิสามารถช่วยอันใดได้

    จวนตระกูลซูและจวนตระกูลซื่อครึกครื้นไปด้วยผู้คนที่เข้ามาแสดงความยินดีรวมถึงการจัดเตรียมสินเดิมเลือกชุดและผ้าสำหรับทำชุดแต่งงานและอื่นๆ อีกมากมายไป๋จื่อที่มักจะอยู่บ้านเสมอยังต้องออกจากจวนเพื่อไปช่วยไป๋ซื่อจัดเตรียมของให้แก่ซื่อเหยา

    “บุตรสาวของพี่หญิงงดงามถอดแบบจากมารดาเสียจริงนะเจ้าคะ”

    “เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้วหลันหลันเองก็งดงามมิแพ้บุตรสาวของข้าเช่นกัน”

    “มัวแต่ชมกันไปมานั่นแหละเจ้ารีบมาช่วยข้าดูของหน่อยเถิด มิรู้ว่าขาดสิ่งใด”

    “เจ้าค่ะพี่หญิง”

    ไป๋จื่อช่วยไป๋ซื่อผู้เป็นฮูหยินเสนาบดีซื่อจัดเตรียมข้าวของก่อนจะนึกขึ้นได้

    “แล้วหลันหลันไปที่ใดกันเห็นบอกจะอยากมาเยี่ยมพี่หญิงของนาง”

    “เรียนฮูหยินถิงคุณหนูถิงได้เข้าไปทักทายคุณหนูใหญ่แล้วเจ้าค่ะ แต่ดูเหมือนตอนนี้คุณหนูถิงจะชวนคุณหนูใหญ่ออกไปซื้อของเจ้าค่ะ”

    “แล้วคุณหนูรองล่ะ”

    ไป๋ซื่อถามขึ้นมาทันทีแม้ระยะหลังซื่อหยางจะสงบเสงี่ยมมากขึ้นแต่เรื่องนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้อย่างแน่นอน

    “คุณหนูรองดูเหมือนจะตามคุณหนูถิงและคุณหนูใหญ่ไปด้วยนะเจ้าคะ”

    “มีหลันหลันอยู่พี่หญิงอย่าได้เป็นห่วงเลยเจ้าค่ะ”

    “ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

    ไป๋ซื่อแม้จะถูกไป๋จื่อปลอบใจแต่ก็มิวายแอบกังวลอยู่ลึกๆ ‘สตรีเช่นซื่อหยางนั้นไว้ใจไม่ได้’

    “พวกเจ้าส่งคนไปคุ้มกันคุณหนูใหญ่และคุณหนูถิงด้วย”

    “เจ้าค่ะ”

    หญิงรับใช้คนสนิทของไป๋ซื่อรับคำก่อนจะออกไปจัดการเรื่องนี้อย่างเงียบๆ แล้วกลับมานั่งอยู่ข้างกายนายของตนอย่างเป็นปกติ