
ตอนที่159 แข่งขันปรุงยา
"พี่ใหญ่.."
เสียงของแม่นางสือหงษ์กล่าวขึ้นเบาๆ ขณะที่นางหันหน้ามองตามสายตาของกริชเพชร
เสียงของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ ที่คนในกลุ่มพี่ชายของนางทำไม จึงส่งพลังคุกคามเขาขนาดนี้
กริชเพชรเพิ่มพลังจิตขึ้นป้องกันตัวเอง อีกเป็นเท่าตัว ชายหนุ่มรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ในบรรยากาศเช่นนี้เลย
กริชเพชรเร้าพลังอสูรของเขาออกควบคุมในบริเวณรัศมียี่สิบวารอบตัว และเพิ่มเกราะความเข้มข้นขึ้นสูงสุด
วาบๆ ๆ!!
หมับ! วูบบบ!
ฉับพลันกริชเพชรต้องขมวดคิ้วส่งพลังจิตอสูรเป็นมือออกไป เงามือที่ไร้สภาพไร้ตัวตนออกไปจับวัตถุแปลกปลอม ที่ส่งเข้ามาประทะอัด ม่านพลังจิตของเขา มันเป็นเม็ดกลมโปร่งใสดุจลูกแก้วเม็ดนึงใหญ่ขนาดหัวแม่มือ
ฉับพลันเมื่อมือของกริชเพชรสัมผัสถูกมันก็แตกกระจายออก ส่งไอที่ไร้สภาพไร้กลิ่นไร้สีแต่มันมีพลังทำลาย คล้ายหมอกพิษชนิดหนึ่ง
กริชเพชรบังคับพลังจิตของเขาเป็นอุ้มมือที่ใหญ่เหมือนถุง ห่อหุ้มหมอกพิษไร้สภาพนั้นไว้เก็บมันเข้ากล่องเทพขนาดเล็ก ที่เหลือใช้ของชายหนุ่ม มันมีประสิทธิภาพจัดเก็บแม้แต่หมอกควันพิษ
กริชเพชรต้องยืดตัวตรงหันหน้ามองชายสามคนที่เดินเข้ามาคนสูงใหญ่ตรงกลาง เดินนำหน้า หน้าตาหล่อเหลาดังสตรี จะเรียกว่าออกไปทางสวยซะมากกว่า เสื้อผ้าชุดขาวของเขาปักด้วยมังกรขาวตัวหนึ่งพาดตั้งแต่หน้าอกไปจนถึงหัวไหล่ สูงโปร่งความหล่อของคนผู้นี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากริชเพชรในร่างอสูรวารีน้ำจืดเลย
คนด้านซ้ายใส่ชุดสีเขียวไว้หนวดยาวหน้าตาเหมือนหนูซิงแหลมเล็ก บอกได้ทันทีเลยว่าคนผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายสุดๆ
คนขวามือใส่ชุดดำสวมหมวกใบใหญ่คลุมหน้า แขนเสื้อยาวสีดำของมันปกมือไว้มิด กริชเพชรสัมผัสได้ทันทีว่า คนผู้นี้เป็นอสูรพลังจิตขั้นทองตอนปลายเลยทีเดียว ไม่น่าจะต่ำกว่าระดับเก้า
ส่วนคนชุดเขียวกริชเพชรกลับไม่ค่อยแน่ใจว่ากายอสูรมันระดับใด ดูเหมือนมันจะปิดงำซ่อนเร้นประกายไว้จนมิดชิด ขณะที่ชายหนุ่มกำลังสำรวจชายทั้งสามคนอย่างละเอียด เขาทั้งหมดก็เดินมาถึงบันได ข้างล่างตรงหน้าสื่อหงษ์
"พี่ใหญ่ท่านเดินทางมาถึงแล้วหรือเชิญไปร่วมโต๊ะกับแขกของข้าเถอะ.."
สื่อหงษ์กล่าวขึ้นขณะผายมือแนะนำกริชเพชร
"ท่านผู้นี้คือคุณชายโจวก๋วยเป็นแขกของข้าเขานำของล้ำค่ามาประมูลในวันพรุ่งนี้..."
นางกล่าวขณะหันมาทางชายหนุ่มที่นางเข้าใจว่าเป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถ
"นี่พี่ชายของข้าเองพี่ใหญ่สือเล้ง..มังกรขาวแห่งตระกูลสือ เป็นผู้มีกำลังเด่นล้ำเหนือเยาวชนคนรุ่นใหม่ของตระกูล..."
นางกล่าวแนะนำพี่ชายและยกย่องอย่างให้เกียรติ
"น้องเล็กเจ้าคบหายอดฝีมือตั้งแต่เมื่อใดไม่เห็นส่งข่าวให้พี่รู้เลย รู้สึกว่าเขาจะไม่ธรรมดานะ..."
เสียงคนชุดเขียวกล่าวขึ้นหน้าแหลมเล็กของมันดูขัดเคืองไม่พอใจ
"ท่านพี่มินจูท่านก็มาด้วยกระนั้นหรือ..."
หญิงสาวปรายตามองคนที่พูดมันขยายจมูกขึ้นอย่างไม่พอใจ แสยะยิ้มให้กับกริชเพชร
"เจ้ามีคุณค่าคู่ควรเป็นสหายกับน้องสือหงษ์กระนั้นหรือ ดูเจ้ากายอสูรก็ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ขึ้นถึงจอมราชันย์เลย เจ้าคงจะมีดีอย่างอื่นกระมั้ง จึงได้รับการยกย่องจากสือหงษ์ขนาดนี้..."
หญิงสาวขมวดคิ้วหน้าที่ยิ้มแย้มอ่อนหวานเซ็กซี่ ของนางหุบลงทันที
"ท่านพี่มินจูท่านออกจะไม่ให้เกียรติแขกของข้าเกินไปแล้ว แม้ว่าท่านจะมาจากตระกูลมินที่ยิ่งใหญ่ของเขตใต้ แต่ที่นี่เป็นเขตนครหลวงยังไง ท่านก็ต้องให้เกียรติข้าบ้าง..."
หญิงสาวแค่นเสียงกระด้างขึ้นอย่างขัดเคืองใจ
"ฮ่าๆ ..น้องเล็กไยเจ้าต้องโมโหโทโสด้วยเล่า ข้าแค่เย้าแหย่สหายเจ้าเล่นเท่านั้น ดูเจ้าจะให้ความสำคัญกับคนผู้นี้มากเกินไป ข้าเป็นสหายของพี่เจ้ามาตั้งแต่เด็ก พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันเย้าแหย่แค่นี้ไม่ได้เชียวหรือ..."
ชายหน้าแหลมชุดเขียวกล่าวขึ้นกลบเกลื่อนท่าทีกวนๆ ของเขา ต่อหน้าสือหงษ์น้องสาวสหายที่เขาหลงใหลอยากได้นางเป็นคู่ชีวิต
"พวกเราขึ้นไปด้านบนกันเถอะอย่ามายืนคุยอยู่กางบันไดแบบนี้เลยคนอื่นเห็นเข้าจะอายเขาเปล่าๆ"
สือหงษ์พูดตัดบท ยังไงนางก็เป็นผู้บริหารโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ดังนั้นจึงตัดไฟก่อนต้นลมกลัวเหตุบานปลาย เพราะนางรู้จักนิสัยสหายของพี่ชายนางดี
มินจูมีพลังรบที่สุดหยั่ง ศัตรูของเขาถูกเข่นฆ่าตายโดยไร้สาเหตุ ดังนั้นจึงไม่มีใครรอดมาบอกได้เลยว่าคนผู้นี้พลังรบของเขาระดับใด เป็นอสูรสายไหนไม่มีใครรู้ได้ ถือว่าเป็นผู้โหดอำมหิตคนหนึ่ง
"ได้ๆ เพื่อเห็นแก่น้องเล็ก พวกเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ.."
สือเล้งชายชุดขาวพยักหน้า ชายตามองกริชเพชรแวบหนึ่ง รู้สึกว่าเขาจะไม่ถูกชะตากับชายหนุ่มสักเท่าไหร่ ทั้งหมดพากันขึ้นไปนั่งบนชั้นลอยดูการแสดงบนเวทีด้านล่าง
พวกเขาเป็นแขก VIP ของคนตระกูลสือน้อยครั้งที่ลูกชายคนโตของตระกูลจะเหยียบเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เขาไม่ชอบบริหารธุรกิจของครอบครัว
ดังนั้นเขาใช้เวลาส่วนมากในการศึกษาวิชายุทธ์และพัฒนาพลังการรบ รับส่วนแบ่งของตระกูลไปใช้จ่ายมากกว่า ที่จะทำให้มันงอกเงยขึ้นเพราะความหวังยิ่งใหญ่ของคนตระกูลสือคือให้บุตรชายคนโตเข้าชิงองค์รัชทายาทสายตรงของจักรพรรดิอสูรพฤกษาที่จะเกิดขึ้นในหนึ่ง เดือนข้างหน้า
"น้องเล็กข้ามีคนแนะนำให้เจ้ารู้จัก เขาเป็นมือปรุงโอสถระดับเทพ ที่ข้าเชิญมาจากนครทางใต้ในเขตตระกูลมิน ท่านมีความสามารถเด่นล้ำยิ่งนัก เนื้อหงส์ไฟของพี่ ท่านก็ปรุงเป็นโอสถชั้นเยี่ยมแล้ว พี่จึงนำท่านเสี้ยวหู๋จ๋านมาแนะนำกับเจ้า ค่าบริการก็ไม่แพงจนเกินไปพอรับได้..."
สือเล้งคุณชายใหญ่แห่งตระกูลสือกล่าว กับน้องสาวขณะนั่งลงตรงหน้า เขาชำเลืองมองกริชเพชรอีกครั้ง รู้สึกไม่ค่อยพอใจที่น้องสาวนำเขามาร่วมโต๊ะ VIP กับตนและสหาย
"น้องเล็กเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องสำคัญของตระกูลเรา ข้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว โต๊ะ VIP มีเยอะแยะ ให้สหายของเจ้าไปนั่งที่อื่นก่อน.."
คุณชายสือเล้งกล่าวขึ้นกับน้องสาวแบบไม่เกรงใจอีกต่อไป เพราะเรื่องเนื้อหงส์ไฟมีความสำคัญต่อเขาอย่างยิ่ง สือหงษ์หุบยิ้มลงอีกครั้ง เมื่อได้ยินพี่ชายกล่าวกับตนแบบไม่ไว้หน้า
นางก็เป็นคนหนึ่งที่บริหารธุรกิจสร้างคุณความดีให้กับครอบครัว แม้ว่าจะเป็นน้องเล็กแต่คนในตระกูลต่างให้ความเกรงใจถึงเจ็ด ส่วนเพราะนางเป็นผู้สร้างรายได้ให้กับตระกูล ถ้าจะเปรียบสถานะความนับถือนางก็ยังเหนือชั้นกว่าพี่ชายใหญ่ผู้นี้ถึงหนึ่งส่วน ทำให้หญิงสาวเริ่มหงุดหงิด เมื่อพี่ชายของนางกล่าวเช่นนั้น
"แขกของข้ามีเกียรติ ถ้าพี่ใหญ่ไม่พอใจนั่งร่วมโต๊ะกับสหายของข้า พี่ใหญ่ก็ขึ้นไปพักที่ชั้นรับรองแขกของตระกูลด้านบนดีกว่า เรื่องเนื้อหงส์ไฟ ข้าไม่มีอะไรจะปรึกษากับพี่ใหญ่ ข้าได้อาจารย์ปรุงโอสถแล้ว และดำเนินการไปเสร็จสิ้น ข้าได้โอสถที่ดีมาชุดหนึ่ง..."
หญิงสาวกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกันนางรู้สึกเสียเกียรติ ที่คนในตระกูลดูหมิ่นสหายของนางต่อหน้า
"อะไรนะ..เจ้าให้คนปรุงยาปรุงโอสถด้วยเนื้อหงส์ไฟไปแล้วหรือ ทำไม? ไม่ปรึกษาพี่หรือท่านพ่อ เจ้าจะรู้อะไรเจ้าถูกคนปรุงยาผู้นั้นหลอกแล้วล่ะ เจ้ารู้หรือไม่ถ้าไม่ใช่นักปรุงยาระดับขั้นทองแล้ว ไม่สามารถปรุงเนื้อหงส์ไฟให้เป็นโอสถที่มีคุณภาพถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ได้ เจ้าช่างไร้สาระจริงๆ พี่อุตส่าห์ดั้นด้นมาเพื่อปรึกษาเรื่องนี้กับเจ้า ยังสายเกินไปเสียอีก..เฮ่อ."
สือเล้งกล่าวอย่างหัวเสียหน้าตาบูดบึ้ง เขาตั้งใจนำคนชุดดำมาปรุงเนื้ออสูรหงส์ไฟ ให้เป็นโอสถ ชายหนุ่มได้ดั้นด้นไปไหว้วานเสี้ยวหู๋จ๋านปรุงยา ด้วยเนื้อหงส์ไฟและผลพันดาวจนสำเร็จมีคุณภาพเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
ด้วยว่าใจร้อนต้องการใช้ยาเหล่านี้ชำระไขกระดูก เส้นเอ็นของตัวเองให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะทะลุคอขวด ขึ้นสู่ระดับราชันย์ขั้นที่ห้าให้ทันเวลาการประลองที่จะมาถึง
จึงวางแผนเดินทางมาหาน้องสาว คิดค่าปรุงโอสถกับคนปรุงยาของตน และจะขอส่วนแบ่งอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการปรุงยาครั้งนี้ สือเล้งมีแผนการณ์แบ่งครึ่งกับน้องสาว เพื่อจะนำส่วนหนึ่งมาเพิ่มกายอสูรส่วนที่ขาดหายไป แต่แผนการณ์กับล่มสลายเมื่อสือหงษ์กลับหาคนปรุงยาได้และทำไปแล้ว
"มันเป็นใคร เจ้าช่างไร้สาระสิ้นดีโอสถที่มันปรุงออกมามีคุณค่าถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ถ้าไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็นับว่าเสียคุณค่าวัตถุดิบที่เลอค่า อย่างเนื้อหงไฟและผลพันดาว..ไม่น่าทำเยี่ยงนี้เลย..น้องเล็ก."
ชายหนุ่มกล่าวเสียงสูงเขาไม่พอใจน้องสาวสุดๆ เพราะเสียดายเนื้อหงไฟและผลไม้วิเศษนั้น
"พี่ใหญ่อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยข้าไม่อยากทะเลาะกับท่าน ข้าบอกได้คำเดียวว่าโอสถของข้าที่ปรุงออกมามีคุณค่าร้อยเปอร์เซ็นต์ท่านเชื่อหรือไม่.."
หญิงสาวกล่าวเสียงแข็งขึ้นแบบไม่ไว้หน้าพี่ชายอีกต่อไป เพราะนางถูกตำหนิอย่างรุนแรงแบบไร้มารยาท
"ฮะ...อะไรนะ? ..ร้อยเปอร์เซ็นต์เจ้าโม้เกินไปแล้วคนที่สามารถปรุงโอสถจากเนื้อหงส์ไฟได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์จะต้องเป็นระดับปรมาจารย์ปรุงยาซึ่งบิดาของเราหามาเป็นร้อยปียังไม่พบท่านเลยเจ้ากล่าวเช่นนี้เป็นการหักหน้าข้า จะเอาชนะข้าด้วยเรื่องหาคนปรุงยาที่ดีกว่าอย่างนั้นรึ.."
เสียงชายหนุ่มร้องดังขึ้นกว่าเก่าอย่างอารมณ์เสียสุดๆ น้องสาวตัวดีไม่ยอมหลงกลยังพูดข่มเขาอีก
"ข้าอยากรู้นักว่าใครจะปรุงโอสถจากเนื้อหงส์ไฟและผลพันดาวให้ขึ้นสู่ระดับ ร้อยเปอร์เซ็นต์ของคุณภาพเนื้อนั้นได้ มันผู้นั้นจะต้องเป็นระดับปรมาจารย์ปรุงโอสถ หรือศิษย์สายตรงซึ่งข้านี่แหละเป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ปรุงโอสถ การปรุงยาของข้าอยู่ในระดับขั้นทองในเผ่าปรุงยาไม่มีใครเก่งเกินข้าแล้ว.."
เสียงเสี้ยวหู๋จ๋านกล่าวขึ้นหนักๆ แผดเสียงเข้าไปในจมูก มือปรุงโอสถรู้สึกว่าน้องสาวของสือเล้งจะคุยโม้มากเกินไป เพราะชายชุดดำคิดว่าไม่มีใครสามารถปรุงโอสถได้เก่งเท่าเขาในเขตแดนอสูรพฤกษา
"แต่ข้ายังมีวิธีแก้ไขนะท่านสือเล้ง ถ้าเอายาพวกนั้นให้ข้าปรับปรุงใหม่เพิ่มคุณค่ามันขึ้น แม้ปริมาณจะลดน้อยลงครึ่งนึงก็ยังดีกว่า ให้พวกปรุงยาระดับสวะมาทำให้วัตถุดิบอันทรงค่าเสียไปโดยใช่เหตุ..."
หู่จ๋านเสนอแนะพวกเขาอย่างไม่ลดละ อยากได้วัตถุดิบเนื้อหงส์ไฟของสือหงษ์
"ท่านเสี้ยวหู๋จ๋านพูดอย่างนี้ดูถูกสายตาและความสามารถของข้าเกินไปแล้ว ท่านคิดว่าฝีมือการปรุงโอสถของท่านเลิศเลอกว่าผู้อื่นกระนั้นหรือ เรามาแข่งขันปรุงยากันดีหรือไม่ ถ้าท่านสามารถปรุงยาเก่งกว่าคนปรุงโอสถของข้าแล้วล่ะก็ ข้าจะมอบโอสถที่ข้ามีให้พี่ใหญ่ทั้งหมดแต่ถ้าพวกท่านแพ้ ข้าจะยึดยาที่พวกท่านปรุงขึ้นมาเป็นของข้าให้หมด ข้าจะให้คนปรุงโอสถของข้าปรุงมันใหม่ แม้ว่าปริมาณจะน้อยลงกว่าเก่า แต่มันจะต้องมีคุณภาพดีขึ้นเป็นร้อยเท่า..."
หญิงสาวกล่าวประชดเอาหนามยอกสวนกลับชายชุดดำและพี่ชายทันที
.............................................................................................................................................................................................