ผิดคำสัญญา
“ป๋าจะถามความเห็นผมทำไม ในเมื่อผมก็ขัดใจป๋าไม่ได้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มกล่าวอย่างขัดใจ
“ เมื่อไรแกจะลืมเื่เก่าๆ เสียที จนป่านนี้แล้ว แกก็ยังไม่เข้าใจป๋าเสียที่” ชายผู้สูงวัยกว่าพูดอย่างอ่อนใจ
“ ผมเข้าใจป๋าเสมอ ว่าป๋าเป็คนฆ่าแม่ทางอ้อม ป๋าทำร้ายจิตใจแม่ จนแม่ต้องยิงตัวตาย ” ประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มกล่าวด้วยความขมขื่นและความเสียใจ เขาคิดว่าบิดาของตนเป็คนทำให้มารดาของเขาตาย
“ เื่นั้นป๋ายอมรับผิดว่า ป๋าเป็คนทำให้เป็เช่นนี้ แต่ป๋าไม่ได้ตั้งใจ ป๋าก็ยอมทำตามข้อเสนอของแม่แกทุกอย่าง ”
“ แต่ป๋าก็ยังแอบไปพบแม่นั้นอยู่บ่อยๆ ป๋าไม่ซื่อสัตย์ต่อคำพูดที่ป๋าให้ไว้กับแม่ ป๋าทำผิดสัญญากับแม่ ” ชายหนุ่มจ้องหน้าบิดา ด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่า
“ ตาใหญ่ ป๋าไม่รู้จะอธิบายให้แกเข้าใจอย่างไร ป๋าทำเขาท้อง ป๋าก็ต้องรับผิดชอบ ป๋าจะบอกอะไรสักอย่างว่า การเป็ลูกผู้ชายนั้น เมื่อทำผิดพลาดไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวเองทำไป สักวันหนึ่งแกคงเข้าใจว่า ทำไมป๋าต้องยอมเสียสัจจะกับแม่แก ทั้งๆ ที่ป๋าก็ไม่อยากจะผิดสัญญากับแม่ของแก ขอให้แกจงรับรู้ไว้เลยว่า ป๋าก็เสียใจกับเื่นี้ไม่น้อยเหมือนกัน ” ทนงเกียรติกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย และสำนึกผิดในการกระทำที่ผ่านมา
“ เราเลิกพูดเื่นี้กันดีกว่า ไหน ๆ มันก็ผ่านมาจนป่านนี้แล้ว ” ทนงเกียรติพูดตัดบทเสีย
“ ถึงจะผ่านมาจนป่านนี้ ผมก็ไม่มีวันลืมหรอกครับ ”
ศิลาจดจำวันนั้นได้ดี วันที่บิดาและมารดา ของเขามีปากเสียงกัน
“ คุณผิดสัญญากับฉัน คุณรับปากกับฉัน ว่าจะไม่ไปพบกับมันอีก แต่คุณก็ยังแอบไปพบกับมัน คุณทำอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไร ” อรุณจิตกล่าวด้วยความโกรธและเสียใจ
“ มันจำเป็จริงๆ ที่ผมต้องไปดูแลเขาบ้าง เพราะเขากำลังมีลูกกับผม คุณจะให้ผมทิ้งขว้างลูกของผมได้อย่างไร ผมใจดำไม่พอหรอก ” ทนงเกียรติพยายามอธิบายเหตุผลให้ภรรยาเข้าใจ
“ อ๋อ! งั้นฉันก็เป็คนใจดำนะซิ ที่พรากลูกพรากพ่อออกจากกัน ” อรุณจิตพูดสวนไปอย่างเดือดดาล
“ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น คุณพยายามเข้าใจผมบ้างซิ ผมรักคุณนะ ผมขอโทษที่ผมทำให้คุณเสียใจ แต่เมื่อผมทำพลาดไปแล้ว ผมก็ต้องรับผิดชอบ คุณควรเข้าใจผมบ้างน่ะ” ทนงเกียรติพยายามอธิบายให้ภรรยาเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง
“ คุณไม่ต้องมาอ้าง ก่อนทำคุณทำไมไม่คิดเสียก่อน ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ถ้าคุณไม่ร่วมมือด้วย มันก็คงไม่ท้องป่อง แล้วให้คุณมารับผิดชอบเช่นนี้หรอก ” อรุณจิตตวาดเสียงแหลม ด้วยความโกรธสุดขีดน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ
ทนงเกียรติเห็นภรรยาสะอื้นตัวโยน เขาจึงเดินเข้าไปโอบไหล่ภรรยา แต่อรุณจิตเบี่ยงตัวถอยห่างจากการโอบไหล่ของสามี
“ คุณหมดรักฉันแล้ว ก็น่าจะบอกกันตรง ๆ ไม่น่ามาหยามฉันด้วยวิธีนี้เลย คุณรู้ไหมว่าฉันเ็ปขนาดไหน ฉันรักและซื่อสัตย์กับคุณมาโดยตลอด แต่คุณกลับไม่เห็นค่าความรักของฉันเลย ทำไม ทำไมคุณจะต้องฆ่าฉันด้วยวิธีนี้ เอาละเมื่อคุณจำเป็จะต้องรับผิดชอบนังนั่น ก็แล้วแต่ใจคุณ ฉันจะเป็คนหลีกทางให้คุณเอง คุณจะได้มีความสุขกับแม่นั้นอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องมีฉัน คอยเป็ตัวถ่วงความสุขความเจริญของคุณ ต่อแต่นี้ไปฉันจะไม่อยู่เป็มารความสุขของคุณอีกแล้ว เชิญคุณตามสบาย "
อรุณจิตพูดจบลุกพรวดขึ้นยืน แล้ววิ่งขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอน เสียงปิดประตูดังโครม เพียงครู้เดียวสิ่งที่ทนงเกียรติไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“ เปรี้ยง ”
“ คุณจิต” ทนงเกียรติะโเสียงลั่น แล้ววิ่งตรงไปยังห้องนอนทันที โดยมีบุตรชายวัย12 ปี ที่แอบฟังบิดามารดาโต้เถียงกันอยู่ วิ่งตามไปติด ๆ เช่นกัน
ทนงเกียรติเปิดประตูห้องนอน วิ่งเข้าไปในห้อง เห็นสภาพภรรยาของตัวเองนอนหงาย จมกองเือยู่บนพื้นห้อง เขาเองแทบช็อคหมดสติ เขาโผเข้าไปประคองร่างภรรยา กอดเธอไว้ด้วยความเสียใจ และอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง
“ ทำไม ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงทำแบบนี้”
ทนงเกียรติกอดภรรยาไว้ ปากก็พร่ำพูดเหมือนคนเสียสติ
“ คุณแม่ ทำไมคุณแม่ถึงทำอย่างนี้ คุณแม่อย่าทิ้งใหญ่ไปน่ะครับ คุณแม่ครับตื่นซิครับ คุณแม่ ”
ด.ช. ศิลา วาทิตปกรณ์ พร่ำเพรียกเรียกมารดาไม่ขาดปาก แต่มารดายังคงนอนนิ่งเงียบ และไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว
“ ป๋า เพราะป๋าคนเดียว ที่ทำให้คุณแม่ต้องฆ่าตาย ใหญ่เกลียดป๋า ใหญ่เกลียดป๋า ”
ถึงแม้นว่าเหตุการณ์เ่าั้ จะผ่านพ้นมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีวันลืม เหตุการณ์ในวันนั้นเลย
“ ตามใจป๋าเถอะ เื่นี้ผมก็ขอป๋าไว้แล้ว แต่ป๋าก็พยายามจะเอาเขาเข้ามาอยู่ในบ้านให้ได้ ถึงผมจะขอป๋าอีกก็คงไม่มีประโยชน์อะไร แม้นแต่ผู้หญิงที่ป๋าบอกว่ารักมากที่สุด ป๋าก็ยังทำให้เขาเสียใจจนต้องยิงตัวตาย เพราะการไม่รักษาคำพูดของป๋า ผมขอตัวก่อนน่ะครับ”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวสีน้ำผึ้ง กระดกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แล้วเดินจากไปด้วยดวงใจที่ปวดร้าว ในความรู้สึกมีแต่ความน้อยใจบิดาของตัวเอง
ศิลาล้มตัวนอนบนเตียง อย่างคนหมดอาลัยตายอยากทำไมป๋า จะต้องทำร้ายจิตใจเขาแบบนี้ด้วย
“ ทำไมป๋าจะต้องเอาผู้หญิง ที่มีส่วนในการทำให้แม่ตาย เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แล้วยังจะให้นายเล็กเข้าไปทำงานในบริษัทอีก หรือป๋า้าให้เราฆ่าตัวตาย เหมือนกับที่แม่ทำ ผมไม่มีวันทำอย่างแม่หรอก ” ชายหนุ่มพึมพร่ำกับตัวเอง
"ไม่มีวันเสียหละ ที่ผมจะเป็เหมือนคุณแม่ ป๋าคอยดูนะผมจะทำให้ สองแม่ลูกคู่นี้รู้จักคำว่า‘ สูญเสีย ’ ว่ามันมีรสชาดอย่างไร "
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบรูปมารดา ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงนอนขึ้นมามอง ด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง แม่คงจะเ็ปใจมาก ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดี แม่คงจะเสียใจมากกับการกระทำของป๋า แม่ถึงตัดสินใจฆ่าตัวเองแบบนี้
“ แม่ครับ ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน ผมรักแม่น่ะครับ ”
ในเวลานี้ศิลามีความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว เขาว้าเหว่และเศร้าหมอง น้อยใจในบิดา เขาคิดว่าทนงเกียรติ หาทางที่จะกำจัดตัวเองให้ออกจากบ้านหลังนี้ เพื่อจะได้มีความสุขกับภรรยาและลูกใหม่ของเขา โดยที่ไม่มีเขาเข้าไปเป็มารแทรก อยู่ในครอบครัวใหม่ของทนงเกียรติ ต่อแต่นี้ไปเขาคงจะหมดความหมาย เพราะอีกไม่ช้าบ้านนี้ก็จะมีสมาชิกใหม่ ที่เป็สาเหตุให้แม่ต้องฆ่าตัวตาย และนายภูผาน้องชายต่างมารดาของเขาเอง กำลังจะย้ายเข้ามาแทนที่เขา แล้วก็จะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาโดยเฉพาะความรักจากทนงเกียรติ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ คุณใหญ่ค่ะ คุณใหญ่ คุณผู้ชายเรียกให้ไปพบค่ะ” เสียงสาวใช้ประจำบ้านเรียกอยู่หน้าห้อง
ความคิดและความรู้สึกต่าง ๆ ของเขาก็ยุติลง
“ เดี๋ยวฉันลงไป” ศิลาะโตอบกลับ
" ผู้หญิงของพ่อและนายเล็ก จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ฉันจะเป็คนทำให้แก่ทั้งสอง ได้ลิ้มรสของความสูญเสียบ้าง แม่ครับผมสัญญา ผมจะแก้แค้นแทนแม่ ผมจะทำให้มันทั้งคู่ ไม่มีความสุขตลอดไป ศิลาสัญญาต่อหน้ารูปมารดาของตัวเอง
“ นั่งซิตาใหญ่” ทนงเกียรติบอกศิลา
ศิลานั่งลงตามที่บิดาบอก ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ นี่คุณดวงมณีกับตาเล็กน้องชายของแก” ทนงเกียรติแนะนำให้ศิลารู้จักทั้งสองอย่างเป็ทางการ
นี่เป็ครั้งแรก ที่ศิลาได้เห็นหน้ามารดาเลี้ยงของเขา หล่อนจัดได้ว่าเป็ผู้หญิงที่มีรูปร่าง หน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ถึงแม้นว่าอายุจะ 40 กว่าแล้ว แต่ก็ยังดูสวยสง่า มีน่าละป๋าจึงไม่คิดจะเลิกรากับหล่อนอย่างเด็ดขาดเสียทีแล้วเอาเหตุผลว่า มีลูกกับหล่อนมาเป็ข้ออ้าง
“ ตาเล็กไหว้พี่เขาซิลูก ” ดวงมณีสั่งบุตรชาย
ศิลาปลายหางตามองน้องชายต่างมารดาแวบหนึ่ง รำพึงในใจตัวเอง ชายหนุ่มช่างมีรูปร่างหน้าตาอย่างกับถอดพิมพ์มาจากมารดาอย่างไม่ผิดเพี้ยนเลย
เด็กหนุ่มกระพุ่มมือไหว้าศิลาอย่างนอบน้อม แต่ศิลาเบือนหน้าไปเสียทางอื่น อันที่จริงแล้วเข้าเห็นภูผาอยู่บ่อยๆ เพราะภูผามักจะมาที่นี่เสมอ แต่เขาพยายามไม่พบกับภูผา นี้ก็เป็แรกอีกเหมือนกัน ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับภูผาตรง ๆ ภูผาเป็ผู้ชายที่มีใบคมสัน เครื่องเคราบนใบหน้าถูกจัดมาอย่างเหมาะสมและลงตัว นับได้ว่าเป็คนที่หล่อเหลาคนหนึ่ง
“ ตาใหญ่” ทนงเกียรติเรียกบุตรชายเบา ๆ เพื่อบอกให้ศิลารักษามารยาทกับคนของเขาหน่อย
ศิลาจึงหันหน้ามาแล้วชายตามองคนทั้งคู่ พร้อมกับพยักหน้ารับรู้เล็กน้อย แล้วหันหน้ากลับนั่งเฉยเหมือนเดิม โดยไม่ได้แสดงความเคารพต่อมารดาเลี้ยงของตนเอง
สองแม่ลูกทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีของศิลา
“ คุณดวงกับตาเล็ก จะมาอยู่กับเราที่นี่ บ้านเราจะได้เป็ครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที” ทนงเกียรติพูดขึ้น เพื่อแก้สถานการณ์ เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างอึดอันใจ
“ ผมรู้ทราบแล้วครับป๋า ป๋าไม่ต้องพูดย้ำหรอก ผมยินดีด้วยครับ ที่ป๋าจะได้มีครอบครัวครบสมบูรณ์เสียที หมดธุระแล้วใช่ไหมครับ ผมจะได้ออกไป ป๋าจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวของป๋า คนนอกอย่างผมไม่อยากอยู่เป็ก้างขวางคอ คนในครอบครัวของป๋าหรอกครับ ผมขอตัวก่อนน่ะครับ ” ศิลาพูดเสียดสีบิดาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ ตาใหญ่ ทำไมถึงพูดแบบนั้น ” ทนงเกียรติถามเสียงเข้มเล็กน้อย
เมื่อเขาเห็นสีหน้าของดวงมณีเจื่อนไป ศิลาไม่สนใจคำถามของบิดา แต่เขากลับระบายความในใจ ให้บิดาได้รับรู้
“ ใช่ซิป๋า ตอนนี้ผมมันตัวคนเดียว แม่ก็ไม่มีแล้ว ป๋าก็มีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก แล้วนิ แล้วผมล่ะ ป๋าเคยคิดถึงจิตใจผมบ้างหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่ป๋า ก็เคยสัญญากับผมแล้ว ว่าจะไม่เอา ………. มาอยู่ในบ้าน แต่ป๋าก็ผิดสัญญา เหมือนที่ป๋าผิดสัญญากับแม่” ศิลาคิดถึงสัญญาของทนงเกียรติ ยิ่งทำให้ความโกรธแค้นทวีคูณยิ่งขึ้น เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ด้วยดวงใจแตกสลาย
“ คุณค่ะ คุณไม่น่าให้ดิฉันเข้ามาอยู่บ้านนี้เลยค่ะ ดูซิคุณใหญ่แกไม่พอใจดิฉันกับลูก ดิฉันเข้าใจแกค่ะ ดิฉันคิดว่าดิฉันกับลูกไม่ควรอยู่ที่นี่ ดิฉันเองก็สงสารคุณใหญ่เหมือนกัน เพราะอย่างน้อยดิฉันก็เป็ต้นเหตุ ที่ทำให้คุณอรุณจิตัดสินใจเช่นนั้น ” ดวงมณีพูดจากความรู้สึก ที่เกิดจากใจจริงของเธอ
“ ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก อีกไม่ช้าตาใหญ่ก็จะเข้าใจเอง ว่าอะไรเป็อะไร เขายังเด็กเกินไป แต่ผมก็หวังว่า เวลาและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา จะเป็ตัวสอนให้เขาเข้าใจชีวิตมากขึ้น ” ทนงเกียรติพูดเพื่อปลอบใจดวงมณีให้หายกังวล เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ส่วนลึกในใจแล้วเขาอยากให้เป็อย่างที่เขาพูดจริงๆ
“ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน คุณใหญ่ถึงจะเข้าใจคุณกับดิฉันน่ะค่ะ” ดวงมณีถอนหายใจ ด้วยความกังวลลึกๆ ใจหนึ่งก็อดห่วงศิลาไม่ได้