ว่าแล้วอัคพลก็ลุกเดินออกไป ทิ้งให้ปวรินทร์นั่งอยู่ตามลำพังเพื่อได้รวบรวมความเข้มแข็งให้กับตัวเอง นี่เธอต้องยอมเสียตัวให้กับผู้ชายที่แก่คราวพ่อและไม่เคยรู้จักนี่เพื่อเงินจริงๆเหรอ อดที่จะรู้สึกสมเพชเวทนาตัวเองไม่ได้เลยจริงๆแต่จะทำไงได้ล่ะ เธอถูกบีบให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอกแล้ว
ครู่ต่อมาอัคพลก็เข้ามาพาปวรินทร์ออกจากห้องรับแขกขึ้นไปที่ชั้นสอง แล้วไปหยุดลงที่หน้าประตูของห้องหนึ่งก่อนจะเคาะเบาๆจนได้ยินเสียงตอบจากคนข้างในออกมาว่า
“เข้ามา”
อัคพลจึงหันมาบอกกับปวรินทร์
“แกเข้าไปนะ ลุงใหญ่อยู่ข้างใน”
“แล้วแกจะไปไหน”
“ไปนอนสิว่ะ ง่วงจะแย่แล้ว”
“เฮ้ย ได้ไง อยู่เป็เพื่อนกันก่อนสิว่ะ”
“ไอ้บ้า เื่แบบนี้อยู่เป็เพื่อนกันได้ด้วยเหรอ ไปๆ เข้าไป”
ว่าแล้วอัคพลก็เปิดประตูออกแล้วก็ดันหลังเพื่อนให้เข้าไป ก่อนที่จะปิดประตูให้
“เฮ้ย ไอ้อัค อยู่เป็เพื่อนก่อนดิ”
ปวรินทร์ผวาตามพร้อมกับเรียกเพื่อนเอาไว้ด้วยความตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่กำลังเจออยู่นี้
“อะแฮ้ม”
เสียงกระแอมห้าวๆดังขึ้น ทำเอาเด็กสาวต้องหยุดชะงัก พอหันกลับไปในห้อง ก็เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่ตรงริมหน้าต่างซึ่งเปิดอยู่และหันมองมาที่เธอ
แววตาของเขาทำให้เด็กสาวตัวแข็ง รูปร่างหน้าตาและบุคลิกของเขาทำให้เธอใจเต้นระทึก อัคพลบอกว่าผู้ชายคนนี้อายุสี่สิบสี่ปี ซึ่งระยะเวลาขนาดนี้มันควรจะทำให้เขาดูเป็ชายวัยกลางคนใช่ไหม แต่กลับไม่ใช่กับเขาคนนี้ เพราะเขายังดูสุขภาพดี รูปร่างดี หล่อเหลาคมเข้มมีเสน่ห์ชนิดที่ว่าละลายใจผู้หญิงได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร
แม้แต่ตัวของปวรินทร์เองที่ไม่เคยตื่นเต้นกับผู้ชายหล่อคนไหนมาก่อน ก็ยังไม่วายต้องหวั่นไหว ยิ่งรู้ว่าตัวเองมาพบเขาด้วยเื่อะไรและหากตกลงเงื่อนไขกันได้ อะไรจะเกิดขึ้นกับต่อไป เด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกวูบวาบไปทั่วช่องท้อง
“นายอัคบอกว่าเธอ้ารับงาน เธอเรียกค่าเปิดซิงหนึ่งล้านบาท แล้วหลังจากนั้นเรียกเดือนละหนึ่งแสนใช่ไหม”
เขาพูดตรงจนเด็กสาวหน้าชาดิก รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คน แต่เป็แค่สินค้าชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะเธอเลือกที่จะเดินเข้ามายังจุดนี้เอง
“ค่ะ”
“แล้วฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเธอซิงหรือไม่ซิง”
“ถ้าไม่ซิง หนูจะไม่รับเงินหนึ่งล้านค่ะ จะรับแค่เดือนละแสน”
“อืม ก็เข้าท่าดี”
“คุณตกลงตามนี้ใช่ไหมคะ หนูจะได้ให้เลขบัญชีกับคุณ”
ประโยคนี้ของเด็กสาว ทำเอาริมฝีปากของหนุ่มใหญ่ปรากฏรอยยิ้มหยัน คิดว่าจะมาเหนือฉันได้หรือแม่สมั่นน้อย
“ฉันต้องพิสูจน์ก่อน”
“ยังไงคะ”
เด็กสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบอะไร เขาก็เข้ามาถึงตัว แล้วร่างอรชรก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว เขารัดร่างของเธอไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว แต่มันก็แข็งแรงจนเธอแทบกระดิกไม่ได้
“นี่คุณจะทำอะไรคะ”
เด็กสาวใ ใช้ข้อศอกทั้งสองข้างค้ำยันอกเขาไว้ไม่ให้แนบชิดเข้ามาได้
“พิสูจน์ไง”
พร้อมกับคำพูดนั้น มือใหญ่แต่เรียวยาวและแข็งแรงอีกข้างหนึ่งก็สอดเข้าไปใต้ชายกระโปรงของเธอแล้วล้วงลึกขึ้นมาดึงกางเกงในตัวจิ๋วของเธอออกไป
“นี่คุณ...”
เด็กสาวกระทืบเท้าดิ้นเร่าๆ ประท้วงการกระทำของเขา และเมื่อเธอทำท่าว่าจะกรีดร้องออกมา เขาก็รีบสำทับเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเข้มห้วน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
เด็กสาวหยุดชะงักอ้าปากค้าง คำนี้เธอต้องเป็ฝ่ายพูดไม่ใช่เหรอ เขาเป็ฝ่ายล่วงเกินเธอ เขาต้องเป็ฝ่ายหยุดสิ แต่ก็เหมือนเขามีพลังอำนาจเหนือกว่า ทำให้เธอไม่กล้าส่งเสียงออกมาจริงๆ
เขาดึงกางเกงในเธอให้หลุดออกไปจนได้
“ถ่างขาออกกว้างๆ”
คำสั่งของเขาทำให้ปวรินทร์อยากจะกรี๊ดดังให้โลกแตกเลยจริงๆแต่ที่เป็คือเธอนิ่งอึ้งตัวแข็งตาค้างเหมือนคนกำลังช๊อค ทำให้อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างไม่พอใจก่อนจับขาข้างหนึ่งของเธอยกขึ้นมาพาดเอวของตนไว้ คราวนี้ทำเอาเด็กสาวถึงกับจะช๊อคไปจริงๆ
“คุณจะทำอะไร”
ละล่ำละลักถาม แต่หนุ่มใหญ่ไม่ตอบ มือใหญ่ขยำขยุ้มอยู่บนเนินเนื้อนุ่มที่ปกลุมอยู่ด้วยปอยไหมสีน้ำตาล ก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในซอกหลืบลึก ก่อนจะพบกับการบีบรัดแน่นจนนิ้วของเขาไม่อาจล่วงล่ำเข้าไปได้
แต่ด้วยประสบการณ์ที่เหนือกว่า นิ้วร้ายก็กรีดกรายอยู่ในบริเวณนั้นด้วยความเชี่ยวชาญช่ำชองปลุกเร้าและเรียกร้องให้อีกฝ่ายเกิดความผ่อนคลายจนเขาสามารถสอดนิ้วแข็งๆเข้าไปจนได้
“อุ้ย”