“วางอาวุธลงให้หมดแล้วคุกเข่าลงชูมือขึ้นเหนือหัวซะ! ยังไม่ได้ยินอีกเรอะไง?ฉันบอกให้คุกเข่า! คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!’’ ถึงจะตกใจกับจํานวนคนบาดเจ็บที่เห็น หลันเอ๋อร์ก็ยังคงเล็งปืนสั้นในมือเตรียมยิงพลางตะโกนสั่งการด้วยนํ้าเสียงดุดัน
เห็นกองกําลังรบพิเศษสามสิบคนที่มาพร้อมอาวุธทันสมัยครบมือหูเฟิงรวมไปถึงเทาก้านและพวกซุยหมิงต่างแทบลมจับพวกเขาในตอนนี้ต่างไม่รอช้าที่จะทรุดตัวคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าทุกคนคุกเข่าลงแล้วแต่ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยังยืนอยู่โดยไม่คุกเข่าและยังเป็นคนที่คุ้นเคยหลันเอ๋อร์ก็โกรธเป็นอย่างมาก “นายคนนั้นน่ะ! ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งรึไง?คุกเข่าลงซะ! และถ้ายังกล้าเคลื่อนไหวอีกฉันจะสั่งยิงโดยไม่สนว่าจะเป็นกรณีใดๆทิ้งสิ้น!’’
กองกําลังรบพิเศษก็จัดขบวนป้องกันหนาแน่นจากจํานวนผู้บาดเจ็บที่พวกเขาเห็นในห้องพวกเขาสามารถฟันธงได้ทันทีเลยว่าคนจํากลุ่มนี้ถ้ายังยืนอยู่เป็นผู้ก่อการร้ายซํ้ายังอันตรายมากอีกด้วย!
ดังนั้นถ้าพวกเขาเคลื่อนไหวแม้แต่นิดเดียวโดยไม่ต้องรอให้หญิงสาวสั่ง พวกเขาก็พร้อมใจที่จะยิงได้ทุกเมื่อ!
“มู่หลิน…’’ซุยหมิงและพวกเจียงหยางแทบหัวใจวายถึงพวกเขาจะได้ยินมาว่าอีกฝ่ายสามารถหลบกระสุนได้ แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีอีกอย่างคนพวกนี้ก็เป็นกองกําลังพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างดีการจะหลุดไปได้มันย่อมเป็นอะไรที่ไม่สามารถเป็นไปได้
แล้วแบบนี้มู่หลินจะไปขัดขืนได้อย่างไร?
ส่วนเทาก้านและหูเฟิงแม้ทั้งสองจะรู้สึกเป็นกังวลกับสถานการณ์ตรงหน้าแต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นกังวลเรื่องของมู่หลินเลย
ทําไมน่ะเหรอ?
ก็สิ่งที่มู่หลินแสดงให้เห็นไปน่ะหากเขายังจะฝ่าออกไป มันย่อมง่ายดายเหมือนปลอกกล้วย!
แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพราะการทําร้ายกองกําลังรบพิเศษและเจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นอะไรที่ร้ายแรงมากดังนั้นถ้ามู่หลินฉลาดเขาคงไม่สร้างปัญหาและเป็นศัตรูกับตํารวจทั้งประเทศหรอก…
“คุกเข่า?เธอกล้ามากนะที่กล้าสั่งฉันคุกเข่า...อย่าได้หวัง!’’ การคุกเข่าเป็นอะไรที่มู่หลินเกลียดมากที่สุดดังนั้นเขาจึงรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
เพราะต่อให้เป็นใครหรือจะสวยแค่ไหน...คนๆนั้นล้วนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทํา!
ไม่ว่าจะในกรณีใดๆก็ตาม!
สิ้นเสียงของชายหนุ่มหลันเอ๋อร์และกองกําลังรบพิเศษที่เห็นอีกฝ่ายขยับตัว พวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที
“ยิง!’’หลันเอ๋อร์สั่งการด้วยความเด็ดเดี่ยว อีกฝ่ายเป็นถึงหนึ่งในผู้ที่ทําให้คนพวกนี้บาดเจ็บดังนั้นเขาย่อมต้องเป็นคนอันตราย และเธอก็ไม่สามารถปล่อยคนอันตรายเช่นนี้ออกไปได้
พอได้ยินคําสั่งกองกําลังพิเศษทั้งสามสิบคนก็ระดมยิมปืนกลในมือสาดกระสุนเข้าใส่ชายหนุ่มไม่ยั้ง
เห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายลงพวกซุยหมิงก็อยากจะบ้า พวกเขาในตอนนี้ต่างหน้าซีดเผือด
แต่แล้วสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
วินาทีนั้นยามที่กระสุนจํานวนมากถูดสาดตรงไปบนร่างของชายหนุ่มร่างกายของเขาก็ขยับไปมาเล็กน้อยมันราวกับว่าเขาเป็นต้นหลิวที่โอนเอียนไปมาตามสายลมอย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งเวลาผ่านไปร่างกายของชายหนุ่มก็ยิ่งเดินเข้าไปถึงเบื้องหน้าหญิงสาวเรื่อยๆ ทุกฝีเท้าของเขาต่างเต็มไปด้วยความเงียบงันและนิ่งสงบ
ปราศจากความกลัวใดๆอย่างสิ้นเชิง!
ใบหน้าของชายหนุ่มในเวลานี้เต็มไปด้วยความเยือกเย็นประกายตาแห่งความโกรธเฉิดฉายให้เห็น
ปัง!
เมื่อกระสุนนัดสุดท้ายของปืนกลทุกกระบอกดังขึ้นพลันปรากฏภาพที่ทําให้หลายคนไม่อยากเชื่อ
บัดนี้ชายหนุ่มได้มายืนอยู่ที่เบื้องหน้าของหญิงสาวแล้ว ซํ้ายังไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย!
“อะไรกัน!’’กองกําลังรบพิเศษต่างอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อมันเป็นไปได้อย่างไรกันที่ชายคนนี้สามารถเดินฝ่าดงกระสุนมาได้โดยไม่เป็นอะไร?
ต้องรู้ก่อนกองกําลังรบพิเศษเป็นหน่วยรบที่ถูกฝึกมาอย่างดีการยิงปืนหรือการต่อสู้ในรูปแบบอื่นๆของพวกเขาจึงแม่นยํามากทั้งยังเต็มไปด้วยประสบการณ์ แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มันรื่นไหลจนพวกเขาไม่อยากเชื่อและนึกว่ามันเป็นความฝัน
แท้จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า?
เห็นว่าชายหนุ่มเข้ามาประชิดถึงตัวเธอได้แล้วนัยน์ตาของหลันเอ๋อร์ก็หดวูบลง พลันขยับนิ้วมือเหนี่ยวไกยิงออกไปอย่างไม่ลังเล
“คิดว่าของเด็กเล่นพรรค์นี้จะทําอะไรฉันได้อย่างนั้นเหรอ?ไร้สาระ!’’ เสี้ยววินาทีนั้นเสียงแห่งความเย้ยหยันของชายหนุ่มดังขึ้น
ปัง!
เวลาเดียวกันกระสุนที่ยิงก็พุ่งตรงไปโดยมีเส้นทางเป็นใบหน้าของชายหนุ่ม
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับไม่ได้หลบทว่าเขายกแขนขวาขึ้นมาแทน พลางขยับมือขวาเล็กน้อยแล้วคว้ามันเอาไว้
ควับ!
พริบตาต่อมาเขาก็ปล่อยมันให้ร่วงหล่นสู่พื้นเหมือนเหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่ง
เคร้ง!
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากหลันเอ๋อร์แทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเธอเลยสักนิดเดียว
นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?
แท้จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?!
แต่แล้วในวินาทีต่อมาสิ่งที่ใครหลายคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
ชายหนุ่มได้ขยับแขนขวาของเขาอีกครั้งมือขวาพลันกลางออกและหวดลงบนใบหน้าอันขาวผ่องของหญิงสาว
ผวัะ!
เสียงดังฉาดกระจายไปทั่วทั้งชั้นที่40 ทันที
ด้วยแรงตบมหาศาลอย่างไม่ปรานีหญิงสาวพลันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดแสบร้อนบนใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจนแม้จะเป็นอย่างนั้นด้วยแรงกระแทกอันมากมายนี้มันก็ได้ทําให้สมองของเธอได้รับการกระทบกระเทือนจนต้องสูญเสียการทรงตัวและล้มลงก่อนกระแทกเข้ากับพื้น และก้นจํ้าเบ้าในที่สุด!
โอ๊ยยยย!
หลันเอ๋อร์รู้สึกเจ็บก้นเป็นอย่างมากจนต้องกัดฟันร้องในใจ เธอในตอนนี้ทั้งปวดหน้าและโกรธเป็นอย่างมากจึงแหงนหน้ามองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาแห่งความแค้นอย่างชัดเจน “แก...สารเลว!’’
“แกมันสารเลว!’’หลันเอ๋อร์พยายามลุกขึ้นแล้วสั่งการอีกครั้ง “ไม่ต้องสนใจฉัน! ยิง! ยิงไอ้สารเลวนี่ซะ!’’
เธอนั้นรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่ถูกชายหนุ่มตบหน้าเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยได้รับการกระทําที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อนเลยซํ้ายังมาจากผู้ก่อการร้าย!
ช่างบัดซบอะไรอย่างนี้!
ได้ยินคําสั่งกองกําลังรบพิเศษที่เติมกระสุนเสร็จแล้วก็เตรียมที่จะยิงทว่าวินาทีนั้นเองเสียงพึมพําของชายหนุ่มก็หลุดออกมาจากปากอย่างเชื่องช้า“จง...หลับ!’’
ฉับพลันร่างกายของพวกเขาทั้งสามสิบคนก็สั่นสะท้านก่อนที่จะล้มลงและหมดสติไปในที่สุด
ตุบ!
เสียงร่างกายกระแทกพื้นของกองกําลังพิเศษทั้งหมดดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกันหลันเอ๋อร์ที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองอย่างตกใจ
เกิดบ้าอะไรขึ้น?
ท่ามกลางความตกใจและตื่นตะลึงชายหนุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งเขายื่นมือไปหยิบกุญแจมือที่อยู่ตรงเอวของหญิงสาวและปลดล็อคมัน
แกร๊ก!
เมื่อกุญแจมือถูกปลดล็อคชายหนุ่มก็หยิบขึ้นมาแล้วสวมไปที่แขนทั้งสองข้าง ก่อนที่จะทําการล็อคอีกครั้ง
แกร๊ก!
สิ้นเสียงชายหนุ่มก็เอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เร็วสิ! มัวนั่งบื้ออยู่ทําไม?รีบทําให้เรื่องมันจบๆได้แล้ว...ฉันจะได้กลับไปนอน!’’
เขาทําผิดก็ยอบรับผิดละนี่ไงจะมัวนั่งบื้ออยู่ทําไม?
เพราะงั้นรีบๆพาเขาไปดําเนินคดีให้เรื่องมันจบๆได้แล้ว!