จักรพรรดิ์จำเป็น

    ตอนที่ 37 อาหารของเฟยเฟยและเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง 2

    ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะดำเนินไปได้ด้วยดีก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เกิดระเบิดดังสนั่นบริเวณหน้าประตูเมือง

     

    ตู้มมมม!!!

     

    เสียงที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนในบริเวณนี้รู้สึกสงสัยที่มาของเสียงนี้ ขณะนั้นเองหย่งผู่ก็รีบวิ่งมารายงานบางอย่างกับเฟยหง

     

    “ ทูลองค์จักรพรรดิ์ บัดนี้มีสัตว์อสูรระดับสีม่วงขั้นสูงกำลังอาละวาดอยู่หน้าประตูเมือง ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ของมันทำให้หน้าประตูเมืองตอนนี้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก ทหารที่กำลังรับมืออยู่ในขณะนี้มีจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ”

     

    “ ข้าเข้าใจแล้ว จงเรียกรวมกองกำลังหลิ่งอี้ให้ตามข้าออกไปที่หน้าประตูเมืองเดี๋ยวนี้ ”

     

    “ กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ ”

     

    เมื่อได้รับคำสั่งจากเฟยหง หย่งผู่จึงรีบไปเตรียมกองกำลังทั้งหมดให้พร้อมออกติดตามนายเหนือหัวของตน ส่วนเฟยหงนั้นลุกขึ้นจากบัลลังก์ก่อนจะทำการประกาศเพื่อให้ผู้คนและผู้เข้าแข่งขันอยู่ในความสงบ

     

    “ พวกเจ้าที่เหลือทำการสอบต่อไปให้เรียบร้อย ข้ามอบอำนาจให้แม่ทัพเฉินเป็นผู้ควบแทนข้า ส่วนข้าจะออกไปจัดการสัตว์ตัวจ้อยที่บังอาจมาสร้างความวุ่นวายหน้าเมืองเสียหน่อย ”

     

    แม้ทุกคนรวมทั้งแม่ทัพเฉินล้วนได้ยินสิ่งที่หย่งผู่รายงานต่อเฟยหง ในตอนแรกทุกคนต่างตื่นตระหนก ตัวแม่ทัพเฉินเองก็ตัดสินใจจะอาสาไปจัดการอสูรตนนั้นพร้อมทั้งเตรียมจัดกองกำลังส่วนหนึ่งคุ้มครองเฟยหงและบุตรสาวออกจากงาน แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่องค์จักรพรรดิ์ตรัส ทั้งหมดต่างอยู่ในอาการทึ่มทื่อ

     

    “ องค์จักรพรรดิ์ ให้กระหม่อมตามเสด็จด้วยเถอะพะย่ะค่ะ ”

     

    “ แค่สัตว์อสูรตัวน้อยใยต้องขนกันไปให้มากความ ท่านทำตามที่ข้าสั่งเถอะ ”

     

    เฟยเฟยเองแม้นางจะเป็นห่วงผู้เป็นพ่อ แต่จากสายตาที่เฟยหงส่งมานั้นทำให้นางทราบได้ว่าบิดาไม่ต้องการให้นางเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ จึงทำได้เพียงเชื่อมั่นในตัวของเขา

     

    “ มารดามันเถิด! องค์จักพรรดิ์เรียกสัตว์อสูรว่าสัตว์ตัวจ้อย!!! ”

     

    “ เมื่อไม่นานมานี้พึ่งมีข่าวใหญ่ว่าองค์จักรพรรดิ์แท้จริงแล้วทรงมีพลังลมปราณ มิหนำซ้ำยังอยู่ถึงระดับสีส้มขั้นกลาง!!! ”

     

     

    …………………………………................................

    ประตูเมือง

     

    ภายใต้คำสั่งของเฟยหง ประตูทั้งสี่ทิศของเมืองหลวงล้วนถูกปิดตาย โดยมีทหารที่ได้รับคำสั่งอพยพประชาชนนอกเมืองเข้ามาอยู่ในประตูเรียบร้อย

     

    เฟยหงที่ตอนนี้สวมใส่เพียงชุดสีดำปักลวดลายมังกรทอง มิได้สวมเกาะป้องกันแต่อย่างใดพร้อมกับทหารกองกำลังหลิ่งอี้จำนวนหนึ่งร้อยนาย

     

    กองกำลังหลิ่งอี้นี้ คือสิ่งที่ภายหลังจากการกำจัดขุนนางทรยศพวกนั้นเสร็จสิ้น เฟยหงก็ตัดสินใจที่จะสร้างทหารที่ขึ้นตรงต่อตน โดยมอบให้หย่งผู่เป็นหัวหน้าหน่วยนี้และให้คัดคนเข้ามาฝึกซ้อม ซึ่งทุกคนล้วนถูกซีโร่ตรวจสอบประวัติแล้ว เพื่อมิให้มีคนของผู้อื่นแอบแฝงตัวเข้ามา

    หน่วยนี้ถูกฝึกอย่างหนักภายใต้การชี้นำขององค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน แรกเริ่มทุกคนล้วนประหม่าไม่กล้าต่อสู้กับนายเหนือหัว แต่หลังจากถูกเฟยหงจับทุ่มไปสามรอบก็มีทหารนายหนึ่งที่เลือดขึ้นหน้า จึงต่อสู้อย่างสุดฝีมือ แม้จะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ก็ทำให้เพื่อนๆของเขาเริ่มคลายความประหม่าแล้วเริ่มแสดงฝีมืออกมาในที่สุด

    ทหารหน่วยนี้มีจำนวนหนึ่งที่เป็นมือสังหารที่เฟยหงช่วยแก้แค้นให้บุตรสาว เมื่อครั้งที่ถูกเป่าจือจับตัวไป แต่หลังจากพบว่าบุตรของตนไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว จึงตัดสินใจเข้าหน่วยนี้เพื่อติดตามรับใช้เฟยหง

    ภายหลังจากที่เข้ารับการฝึกฝน พวกเขาต่างได้รับการสนับสนุนทั้งเคล็ดวิชาและการชี้แนะที่มีประโยชน์ แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเลื่อนระดับได้ แต่ทุกคนล้วนมีฝีมือที่สูงขึ้น พลังกำลังที่มากเทียบเท่าทหารระดับสูงกว่าตนบางคนเสียอีก!

     

    ทหารรักษาเมืองและประชาชนต่างคาดไม่ถึงที่ผู้นำทหารครั้งนี้เป็นถึงองค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน สถานการณ์เบื้องหน้าประตูเมืองถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้ประตูเมืองจะยังไม่ถูกทำลาย แต่ถ้าถูกโจมตีต่อไปก็ไม่แน่ว่าจะพังทลาายลง

     

    “ องค์จักรพรรดิ์เสด็จแล้ว!!! ”

     

    ในขณะที่หลายคนต่างเตรียมแสดงความเคารพ ก็มีทหารหลายนายลอยข้ามคำแพงเข้ามาล่วงลงสู่พื้นดินเบื้องหน้า บ้างก็ถูกโยนไปตกที่หลังคาเรือนของชาวบ้านอาการบาดเจ็บสาหัส

     

    “ ตอนนี้ไม่ต้องมีพิธีรีตอง รีบพาผู้ที่บาดเจ็บไปรักษาตัวเดี๋ยวนี้ ส่วนทหารที่เหลือขึ้นไปประจำการบนกำแพง ”

     

    “ องค์จักรพรรดิ์ พระองค์คิดจะทำอะไรพะย่ะค่ะ ”

     

    หนึ่งในนายทหารที่รอรับคำสั่งจากเฟยหงกล่าวถามขึ้นด้วยกล้าๆกลัวๆ เขาเองก็เป็นทหารที่ได้มาประจำการที่กำแพงเมืองแห่งนี้ได้ไม่นาน แม้จะได้ยินข่าวลือเรื่องที่องค์จักรพรรดิ์ไม่ได้เป็นเสษสวะอ่อนแอดังเดิม แต่จู่ๆจะให้ขึ้นไปต่อกรกับอสูรที่น่ากลัวปานนั้น ผู้ใดบ้างจะไม่หวาดกลัวจนขนหัวลุกเช่นเขา

     

    “ ทำตามที่ข้าสั่ง เดี๋ยวพวกเจ้าจะเข้าใจเอง แยกย้ายกันไปประจำการบนกำแพงซะ!! ”

     

    “ รับบัญชาพะย่ะค่ะ!! ”

     

    เหล่าทหารต่างแยกย้ายกันไปประจำบนกำแพงพร้อมกับมีระเบิดดังขึ้นหน้าประตูเมืองอย่างต่อเนื่อง คนในหน่วยหลิ่งอี้เองก็จัดเตรียมค่ายกลตั้งรับตามที่ได้ฝึกฝนมา บางส่วนก็กระจายตัวขึ้นไปประจำการบนกำแพงเมือง ส่วนหย่งผู่นั้นได้รับคำสั่งให้ไปจัดการคุ้มครองประชาชนที่ตกอยู่ในอาการหวาดกลัว

     

    ตู้มมมมม!!!

     

    ตึงงงงง!!!

     

    ประตูเมืองคล้ายกับถูกอะไรบางอย่างฟาดเข้าอย่างรุนแรง เบื้องล่างปรากฏร่างของสัตว์อสูรที่มีร่างกายใหญ่โตข่มขวัญทหารบนกำแพงไม่น้อย รูปลักษณ์ของมันตอนนี้เมื่อสังเกตดูดีๆคล้ายกับอสูรที่ตามล่าคนของพรรคโอสถสวรรค์ไม่น้อย ด้วยร่างกายที่คล้ายกับงูยักษ์ แต่มีเท้ายื่นออกมาจากลำตัวสี่ข้าง ใบหน้าราวกับจิ้งจอกแดง เกล็ดบนลำตัวที่ตอนนี้ตั้งชันกำลังสะบัดออกไปทุกทิศทาง ส่งผลให้สะพานหน้าเมืองพังเสียหาย มันส่งเสียงคำรามคุ้มคลั่ง ทุกพื้นที่ที่มันย่างเท้าผ่านล้วนสร้างถูกทำลายจนหมดสิ้น

    หลังจากที่มันสัมผัสได้ถึงพลังของมนุษย์ที่แตกต่างจากผู้อื่น มันจึงตวัดสายตาตรงมาที่เฟยหง ก่อนจะแลบลิ้นยาวออกมาเลียลอบริมฝีปาก น้ำลายที่เหนียวยืดส่งผลให้ภาพลักษณ์ของมันช่างทำให้รู้สึกสยดสยองไม่น้อย บางคนที่พึ่งได้เป็นทหารไม่นาน เมื่อเจอกับที่แววตาที่ดุร้ายของมันร่างกายพลันสั่นระริก ทว่าในขณะที่เกิดอารมณ์ที่หลากหลายนั้น องค์จักพรรดิ์ซูเฟยเหยียนของพวกเขานั้นกลับมีรับสั่งที่น่าเหลือเชื่อ

     

    “ เปิดประตูเมือง!!! ”

     

    “ !!!!!! ”

     

    “ องค์จักรพรรดิ์เเบบนั้นมันอันตรายเกินไปนะพะย่ะค่ะ ”

     

    “ แม้กระหม่อมจะเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อย แต่ขอบังอาจทูลเตือนพระองค์ว่าหากท่านกระทำการหุนหันพลันแล่นแล้วทรงเป็นอะไรขึ้นมา แคว้นของเราและประชาชนที่หวังพึ่งพระองค์จะต้องเผชิญกับหายนะเป็นแน่ ”

     

    “ ใช่แล้วพะย่ะค่ะ โปรดไตร่ตรองด้วย!!! ”

     

    ทหารโดยรอบต่างคุกเข่าเพื่อเรียกร้องให้เฟยหงทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ซึ่งตัวเขานั้นเข้าใจถึงสิ่งที่ทุกคนกำลังเป็นกังวลดี แต่จากการวิเคราะห์แล้วเหตุการณ์ครั้งนี้แน่นอนว่าเฟยหงย่อมรับมือได้แน่นอน

     

    “ องค์จักรพรรดิ์ทรงปรีชาสามารถ พวกเจ้าทำเช่นนี้จะให้ถือว่าอย่างไร ”

     

    หนึ่งในทหารหน่วยหลิ่งอี้กล่าวขึ้น คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้โง่เชลา องค์จักรพรรดิ์ทรงแข็งแกร่งเพียงใด พวกเจ้ากลับเอ่ยถ้อยคำสิ้นคิดออกมา ยังดีที่พวกพี่น้องหลิ่งอี้ล้วนไม่โง่เขลาทำการเช่นพวกมัน

     

    ทหารผู้คุมประตูแสดงสีหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูเมืองคำสั่งของเฟยหง

     

    ดังนั้นประตูเมืองจึงค่อยๆขยับ เผยให้เห็นภายในเมืองทีละน้อย อสูรตนนั้นเมื่อเห็นประตูเมืองเปิดออก ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วอย่างไม่คิดชีวิต มีทหารบางนายที่หลับตาไม่กล้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น มีเพียงหน่วยหลิ่งอี้ที่เตรียมพร้อมในตำแหน่งของตน

     

    ตึงงงงงงง!!!

     

    ทันใดก็มีถูกพลังมหาศาลอัดเข้าไปที่กลางลำตัวของมัน ท่าทางที่กำลังวิ่งมาด้วยความรวดเร็วถูกเปลี่ยนให้ร่างของมันลอยกระเด็นไปไกลถึงซากสะพานที่พังเสียหายในครั้งแรก ประชาชนแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น นี่หรือจักรพรรดิ์ที่ถูกป่าวประกาศว่าไร้ซึ่งพลังลมปราณ เจ้าบัดซบคนใดกล้าสร้างหลอกหลวงขนาดนี้!!

     

    เแรงกระแทกมหาศาลนี้ ทำให้เกิดร่องลึกจากร่างที่ปลิวไปไกล เฟยหงก้าวเท้าออกไปหน้าประตูเมือง เบื้องหลังมีหย่งผู่ที่กลับมา ยืนรอรับคำสั่ง

     

    อสูรตนนั้นใช้เท้าทั้งสี่ข้างพยุงตัวเองขึ้นก่อนจะส่ายหัวไปมา ขณะที่เฟยหงกำลังทะยานตัวเข้าไปหาสัตว์อสูรตนนั้นก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นภายในจิต

     

    “ ทำไม ทำไม!!! ข้าไปทำอะไรให้พวกเจ้ากัน พวกเจ้าบุกมาขโมยลูกที่พวกข้ารอคอยมาแสนนานไม่พอ ซ้ำยังสังหารภรรยา วันนี้ไม่หากไม่ตาย ข้าไม่ขอเลิกลา!!! ”

     

    “ นี่มัน... ”

     

     

     

     

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิ์จำเป็น ที่คุณอ่าน