"นี่ค่ะ จำนวนเงินทั้งหมด"
ฉันเดินตามคุณเทร่าเข้าไปยังห้องๆนึงที่มีถุงเงินมากมายกองอยู่ เธอบอกว่าที่ต้องพามาที่นี่เพราะไม่อยากให้คนข้างนอกเเตกตื่นกัน ก็นะจู่ๆก็ถูกมอบจำนวนเงินขนาดนี้ให้เป็ใครก็ต้องสงสัยกันนั่นเเหละ
"ทั้งหมดในถุงล้วนเเล้วเเต่เป็เหรียญใหญ่...ถ้าเกิดทำหายทางเราจะไม่รับผิดชอบใดๆนะคะ เพราะงั้นก็ระวัง-"
ในระหว่างที่ฉันฟังเธอธิบายอยู่ฉันก็เก็บถุงเงินขนาดใหญ่ทั้งหมดที่เธอบอกว่าเป็ของฉันเข้าไปในหูเเมวเรียบร้อยหมดเเล้ว
"ถ-ถุงเงินเข้าไปในหู-"
"ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ มันก็เเค่เวทย์เก็บของทั่วไป"
ต่างกันก็เเค่เวลาดูดของใหญ่ๆเข้าไปมันจะเข้าไปทางหูเเมวเท่านั้นเอง
"-นั่นสินะคะ ก็เป็คุณฟรานนี่เนอะ"
เดี๋ยวๆ ไม่ใช่เพราะว่าเป็ฉันเธอถึงได้ยอมรับได้หรอกนะ
"...ถ้ายังไงเื่บัตรกิลด์เดี๋ยวฉันจะขอเวลาสักหน่อยคุณฟรานจะไปรอข้างนอกก็ได้นะคะ"
"อืม..."
ว่าเเล้วฉันก็ออกไปจากห้องพิเศษนี้ เเล้วไปนั่งรอที่โต๊ะซึ่งเป็ที่ๆนักผจญภัยทั่วไปเขาใช้กันเพื่อหารือเื่งาน นอกจากฉันเเล้วก็ยังมีนักผจญภัยอีกกลุ่มนึงที่นั่งไกลออกไปหน่อยดูเหมือนจะคุยกันเื่ภารกิจล่าก็อปลินล่ะ เขาบอกว่าวันนี้จะไปล่าสักสิบสองตัวดู ไอ้ฉันก็ไม่ได้ชอบฟังเื่คนอื่นคุยกันหรอกเเต่หูฉันในตอนนี้มันดีเกินไปจนเผลอไปได้ยินเข้าเนี้ยสิ
นอกจากกลุ่มนักผจญภัยห้าคนตรงนั้นเเล้ว ก็ไม่มีคนอื่นอยู่ เรียกว่าเป็ความสงบอย่างนึงเลยก็ได้
เเล้วก็จะว่าไป พอมาสังเกตดีๆเเล้วรู้สึกว่ากลิ่นเหล้าที่นักผจญภัยกลุ่มนึงเคยฉลองกันจนเหม็นกลิ่นอบอวล-ตอนนี้ก็ไม่เหลือร่องรอยใดๆเอาไว้เลย ถ้าเป็การทำความสะอาดทั่วไปก็นับว่ามีทักษะสูง เเต่ถ้าเป็การใช้เวทยมนตร์ฉันเองก็อยากจะรู้เวทย์ประเภทนั้นติดตัวไว้บ้าง
ขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆไปอยู่นั้นก็มีนักผจญภัยกลุ่มใหม่เดินเข้ามาในกิลด์ ฉันเหลือบไปมองดูพวกคนที่เข้ามาเเล้วก็บังเอิญว่านักผจญภัยกลุ่มนั้นเป็คนที่ฉันรู้จักอยู่เเล้วด้วย
"คุณฟรานคะะะะะ!"
บันนี่ที่สังเกตเห็นฉัน รีบเดินตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลังเล
"ทำไมเมื่อเช้าถึงไปโดยไม่บอกก่อนล่ะคะะะ!!"
"ก็ไม่อยากจะปลุกนี่"
เเล้วอีกอย่างก็คืออยากจะทดสอบเวทย์ของตัวเองคนเดียวด้วย ดังนั้นถ้าจู่ๆเธอจะขอไปด้วยกันมันก็จะกลายเป็ความลําบากใจให้กับฉัน
เเล้วก็นอกจากบันนี่เเล้วที่มาด้วยกันก็ยังมีทั้งคุณดัส เกรนเเล้วก็เเม็คตามด้วย
"ว่าเเต่มาเวลานี้กันทำไมหรอ?"
ฉันหันไปถามคุณดัส
"ไม่เห็นจะต้องถามเลย ก็มาพบคุณหนูอีกไงล่ะ"
"พบฉัน?"
"พอดีว่าเมื่อวานคุณหนูรีบออกไปซะก่อน ก็เลยยังไม่ได้พูดเื่นี้ วันนี้ก็เลยคิดว่าจะมาบอกกับคุณหนูให้ได้น่ะ"
"...เเล้วมันคือ?"
"ก็นี่ไง ไหนๆคุณหนูก็เป็นักผจญภัยเเล้ว เลยว่าจะชวนคุณหนูให้มาเข้าปาร์ตี้กับพวกเราน่ะ-ว่าไง?...สนใจหรือเปล่าล่ะ?"
"......."
ฉันกอดอกครุ่งคิดเล็กน้อย โดยมีสายตาของทั้งสี่คนจับจ้องมาเเล้วรอคำตอบกันอยู่
เอาจริงๆฉันว่าฉันพอจะเข้าใจเื่นี้อยู่นะ เหตุผลที่คุณดัสชวนฉันเป็เพราะรู้อยู่เเล้วว่าฉันไม่มีใครที่จะไปพึ่งได้ ฉันในตอนนี้อยู่ในฐานะของมนุษย์เเมวไปเเล้วหากเื่อะไรขึ้นก็จะไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ เพราะอย่างงั้นเขาก็เลยชวนฉัน ไม่ใช่เพราะรู้ว่าฉันมีฝีมือ เเต่เพราะว่าเป็ห่วง ถ้าหากเขา้าจะใช้ฉันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองจริงๆล่ะก็เขาก็สามารถทำมันได้ตั้งเเต่เมื่อวานเเล้ว
เเต่ถึงเเบบนั้น ถึงมันจะเป็การชวนที่มีเเต่ความหวังดีเเต่ฉันก็ไม่อาจจะตอบตกลงได้...
อาจจะเพราะยังเชื่อใจพวกเขาได้ไม่สุด อาจจะเพราะยังกังวลเเละหวาดระเเวงคนของโลกนี้อยู่ฉันถึงยังทำใจเชื่อพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้...ดังนั้นถ้าจะถามว่าฉันจะตอบไปเเบบไหน เเน่นอนอยู่เเล้วว่าต้องปฏิเสธ หากเป็ฉันเมื่อก่อนที่จะมาที่นี่ ตัวฉันที่ปฏิเสธความหวังดีจากคนรอบข้างมามากมายเเล้วล่ะก็จะต้องตอบปฏิเสธคำชวนนี้ได้ทันที
เเต่เเล้วทำไมกันนะ ทำไมจู่ๆถึงต้องมานั่งครุ่นคิดก่อนตอบเเบบนี้ด้วยล่ะ...นี่มันไม่สมกับเป็ฉันเลยสักนิด
ฉันรู้ว่าบางอย่างในใจฉัน-ลึกๆเเล้วก็อยากจะปลี่ยนเเปลงตัวเอง เเต่มันเปลี่ยนกันได้ไวเเบบนั้นเลยงั้นหรอ
ในระหว่างที่ฉันกำลังครุ่นคิดเื่ที่ว่าจะตอบอะไรไปนั้นคุณดัสที่เห็นท่าทางของฉันก็ถอนหายใจออกมา
"ถ้ายังตอบตอนนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกนะ..."
"......."
จริงๆมันก็ควรจะตอบได้นั่นเเหละ ส่วนคำตอบนั้นก็ต้องเป็ปฏิเสธเเน่นอนอยู่เเล้ว เเต่มันดันพูดออกไปไม่ได้เนี้ยสิ
เเต่จะว่าไปเเล้ว...
"ปาร์ตี้เนี้ยจำเป็ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดงั้นหรอ?" ฉันเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย
"ก็ไม่เสมอไปหรอก การเป็ปาร์ตี้กันบางทีก็มีเื่ที่ต้องไปทำภารกิจด้วยกันบ้างอะไรบ้างเท่านั้นเอง ไม่จำเป็ต้องไปด้วยกันทุกครั้งหรอก ว่าเเต่เธอถามเเบบนี้เเสดงว่าตอนสมัครไม่ได้อ่านตรงคำอธิบายเื่ตั้งปาร์ตี้สินะ" เกรนเป็คนอธิบายเเละถามฉันกลับมา เอาจริงๆเเค่เห็นคำว่าปาร์ตี้ฉันก็มองข้ามไปอัตโนมัติเเล้วล่ะ
"ถ้างั้นฉันจะเข้าออกการเป็ปาร์ตี้ได้ตามอิสระหรือเปล่า?" เหมือนกับในเกมอะไรเเบบนี้
"ตามหลักก็ทำได้นั่นเเหละ"
"งั้นฉันเอาด้วยก็ได้" พอฉันพูดเเบบนั้นไปบันนี่ก็ยิ้มดีใจออกมา
"จริงหรอคะคุณฟราน!"
"เเต่ยังไม่เข้าตอนนี้นะ"
"อ้าว ทำไมล่ะคะ!?"
"ก็ง่ายๆฉันอยากจะอยู่คนเดียวสักระยะ"
"อย่างงั้นหรอคะ..."
บันนี่ทำสีหน้าเสียดายนิดหน่อยออกมา เเต่ทำไงได้ล่ะฉันเองก็้าความเป็ส่วนตัวในการตรวจสอบหลายๆเื่อยู่นะ
"คุณฟรานคะ บัตรกิลด์ได้เเล้วนะคะ" คุณเทร่าเดินออกมาจากห้องข้างหลังเเล้ว...เธอเดินตรงมาที่ฉันพร้อมกับบัตรในมือของเธอ นั่นคงจะเป็บัตรของฉันล่ะสินะ
"นี่ค่ะ เเล้วก็ขอเเสดงความยินดีอีกครั้งที่ได้เลื่อนเเรงค์นะคะ"
" " " "เลื่อนเเรงค์!!?" " " "
คุณเทร่ายื่นบัตรกิลด์คืนให้กับฉันพร้อมกับเเสดงความยินดีให้ ฉันคิดว่ามันเป็มารยาทที่พนักงานต้องทำอยู่เเล้วจึงไม่รู้สึกอะไร เเต่ทว่าทั้งสี่คนที่อยู่ใกล้ๆกับฉันนั้นกลับใกับคำพูดของคุณเทร่า
"พ-พึ่งสมัครเมื่อวานเเท้ๆเเต่ไหงเลื่อนเเรงค์ไวจังคะ!"
"...ก็ไปจัดการกับมอนเตอร์มานิดหน่อย-" ในขณะที่ฉันจะอธิบายคุณเทร่าก็จ้องฉัน
"คุณฟรานคะ..."
"-อ่ะ...ก็ค่อนข้างเยอะอยู่นะประมาณ73ตัวได้"
"!!!" "!!!?" "!!!!" "!!!!"
พวกเขาทั้งสี่คนช็อคกันไปเลยพอฉันบอกจำนวน
"...เเล้วเเต่ล่ะตัวที่คุณฟรานจัดการไปประมาณยี่สิบตัวก็มีระดับความอันตรายไม่น้อยกว่าDทั้งนั้นเลยค่ะ"
คุณเทร่าอธิบายเพิ่ม ว่าเเต่จำเป็ต้องบอกกันขนาดนั้นด้วยงั้นหรอ
"ระดับความอันตรายไม่ต่ำกว่าD...อย่าบอกนะคะว่าทั้งหมดนั่นคุณฟรานจัดการคนเดียว?"
"ก็อปลินกับหมาป่าบางตัวฉันไปเจอตอนที่มันตายกันเเล้วบ้างน่ะ เเต่หลักๆเเล้วก็....ใช่ ฉันจัดการคนเดียว"
"ขอโทษที่ต้องถามนะคุณหนู เเต่ตอนนี้เธอเเรงค์อะไรเเล้วล่ะ..."
"...เเรงค์Cค่ะ"
ฉันตอบคำถามของคุณดัสทันใดนั้นหน้าตาของเหล่านักผจญภัยทั้งสี่คนก็เเปรเปลี่ยนเป็ความสิ้นหวัง ถ้าให้เดาพวกเขาก็คงจะช็อคที่ถูกฉันนักผจญภัยหน้าใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไปเมื่อวานมีเเรงค์เยอะกว่าตัวเองในวันเดียวล่ะมั้ง
*
ถึงจะมารู้สึกเอาตอนนี้ก็เถอะ เเต่เเค่จัดการมอนเตอร์ที่ระดับอันตรายD-Cได้ยี่สิบกว่าตัวเนี้ยมีผลทำให้ฉันเลื่อนเเรงค์เเบบข้ามขั้นไปได้เลยงั้นหรอ ที่จริงฉันควรจะจัดการกับมอนเตอร์เเรงค์AหรือBให้ได้ก่อนด้วยซ้ำถึงจะเเรงค์อัพไปได้ขนาดนี้ ถึงหัวหน้าซิลจะบอกว่ามีเหตุผลก็เถอะ เเต่ฉันก็ยังทำความเข้าใจกับมันไม่ได้อยู่ดี
เอาเถอะยังไงก็เลื่อนเเรงค์มาเเล้วด้วย
ตอนนี้ฉันเเยกตัวออกมาจากพวกบันนี่โดยบอกว่าจะมาทำธุระ พวกเขายังคงใกับการเลื่อนเเรงค์ของฉัน เเต่มันก็เเค่ตอนเเรกๆเท่านั้นหลังจากนั้นพอพวกเขาได้รู้ว่าฉันจัดการกับอะไรไปบ้างพวกเขาก็พยัคหน้าอย่างยอมรับ...เอาจริงๆนะ เ้าพวกที่ฉันใช้เป็หนูทดลองให้เวทยมนตร์มันเก่งขนาดนั้นเลยงั้นหรอ? เพราะฉันจัดการเล็งที่หัวเเละจบชีวิตมันได้ในทันทีเลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
ฉันเดินไปยังที่ประตูทางเข้าออกของเมืองที่ซึ่งเคยใช้มันเข้าออกมาก่อนหน้านี้ พอดีฉันมีเื่ที่ต้องทดสอบสกิลที่ได้มาใหม่นี้นิดหน่อย เเต่ทว่าเเทนที่จะเจอกับคนเฝ้าประตูที่สุภาพอ่อนน้อมคนเดิม...คราวนี้กลับเป็ผู้ชายที่หน้าไม่รับบุญมาเฝ้าประตูเเทนซะอย่างงั้น
"...มีธุระอะไร?" เขาที่จ้องฉันมาตั้งเเต่ไกลๆ ถามฉันที่กำลังจะขอยื่นเื่ออกไปนอกเมือง
"จะขอไปนอกเมืองสักพักค่ะ"
"ไปคนเดียว?"
ฉันพยัคหน้าตอบ
"ขอดูบัตรเเสดงตัวหน่อย"
ฉันยื่นบัตรไปให้นายทหารคนนั้นตรวจสอบ พริบตาที่เขาเห็นข้อมูลในบัตรนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกตากว้าง เขามองที่ฉันอีกทีเเละสลับกับบัตรไปมา เป็เเบบนั้นไปสักพักนึง จากนั้นเขาก็ยกหอกที่ข้างเอวของตัวเองขึ้นมาชี้หน้าฉัน...อ้าว เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี้ย
"เห้ย หล่อนเป็พวกลักลอบเข้าเมืองเเบบผิดกฏหมายมาสินะ!"
เขาจ้องฉันเขม็งเเละเอ่ยถามอย่างก้าวร้าว
"เปล่านิ ฉันก็เข้าออกมาตามปกติ"
"อย่ามาโกหก บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าหล่อนทำบัตรปลอมนี้ขึ้นมาได้ไง!!" เขาะโขึ้นเสียงเเละชูบัตรของฉันขึ้นมา
"บัตรปลอม?"
"ก็เออสิ...มนุษย์เเมวที่ไหนมันจะมากลายเป็นักผจญภัยเเรงค์C ได้วะ! ข้าไม่ได้โง่นะเว้ย!!"
ก็ฉันนี่ไงเป็ได้
ก็อยากจะบอกไปเเบบนั้นอยู่หรอก เเต่ถ้าพูดออกไปมันจะกลายเป็ว่าฉันยอมรับอย่างจริงจังไปเเล้วว่าตัวเองนั้นคืุ์เเมว ดังนั้นฉันควรจะใจเย็นๆเเละเเก้ปัญหาตรงนี้ไปให้ได้อย่างสงบ
"อาจจะไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ เเต่บัตรนั้นฉันทำมาจากที่กิลด์อย่างถูกต้องนะ"
"โกหก! เเกคิดหรอว่าฉันจะเชื่อเื่เหลวไหลพรรค์นั้นน่ะ!!"
"เเต่มันเป็ความจริงนะ-"
"ไม่เชื่อโว้ย มนุษย์เเมวอย่างพวกเเกมันก็มีเเต่พวกอ่อนเเอทั้งนั้น เป็ได้เเค่ทาสที่ต้องคอยรับใช้มนุษย์เท่านั้น!ได้ยินหรือเปล่า!? พวกเเกทั้งหมดมันก็เป็ได้เเค่นั้-
"...[บุบผาน้ำเเข็ง]"
-วร๊ากกกกกกกกกกกกก!!!"
ทหารคนนั้นร้องะโลั่นเมื่อร่างของตัวเขานั้นถูกน้ำเเข็งที่ผุดขึ้นมาจากพื้นมากมายพุ่งชนร่างกายของชายคนนั้นให้กระเด็นลอยสูงขึ้นฟ้าไปเกือบยี่สิบเมตร จากนั้นในก่อนที่เขาจะล่วงตกลงมาถึงพื้น ก็มีน้ำเเข็งเเท่งใหญ่ผุดขึ้นมาจากที่พื้นอีก มันเข้าไปกลืนร่างกายตั้งเเต่ส่วนเท้าจนถึงเอวของนายทหารคนนั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาตกลงมา
ถึงจะรับเอาไว้ได้สวยงามก็เถอะ เเต่ฉันก็ดันลงมือไปซะเเล้วเเหะ
"นี่มันอะไรวะเนี้ย-!!!"
ทหารที่ถูกน้ำเเข็งตึงเอาไว้ร้องะโ เเละมองดูร่างของตัวเองจมลงไปในน้ำเเข็งครึ่งตัว
"เวทยมนตร์ไงคะ"
"หา!?"
เขายังคงทำหน้าเเปลกใจอย่างไม่เชื่อคำพูดของฉัน
"นี่เเกรู้ไหม ว่าทำเเบบนี้มันคือการก่ออาชญากรรมน่ะ! กล้ามากนะที่มา-
"[บุบผาน้ำเเข็ง]"
-วร๊ากกกกกกกกกกก
เเล้วร่างของเขาที่ถูกน้ำเเข็งกลืนไปอยู่ก็ลอยสูงตามการยืดของเสาน้ำเเข็งเเท่งนั้น ลอยสูงขึ้น ลอยสูงขึ้น เเละลอยสูงขึ้น
"ไม่ๆๆๆๆ ปล่อยนะ ปล่อยเถอะ ขอร้องล่าาาาาาาาาา!!"
เขาร้องะโอ้อนวอนฉัน จริงๆความสูงที่เขาอยู่ตอนนี้มันทำให้เสียงะโของเขาเเทบจะบางเบาจนคนข้างล่างไม่ได้ยิน เเต่เนื่องจากฉันมีสุดยอดการได้ยินของเฮดโฟนหูเเมวฉันจึงได้ยินมันอย่างชัดเจน
ฉันเลยตอบรับคำขอร้องของเขาโดยการหดเสาน้ำเเข็งให้ต่ำลงมาเรื่อยๆเเละคลายเขาออกมาจากน้ำเเข็งเเท่งนั้น ตอนนี้เขาได้ลงมาหอบหายใจอย่างกระอักกระอ่วงนะพื้นดินเเล้ว
"เเฮ่กๆ~"
"...เเค่นี้พอจะทำให้เชื่อว่าฉันเป็นักผจญภัยเเรงค์C ได้หรือยังคะ?"
"ยะ อย่ามาล้อเล่นนะ ที่ทำไปเมื่อกี้เพราะเื่เเค่นั้นเนี้ยนะ"
"ก็คุณพูดจาเเบบนั้นก่อนนี่คะ เเล้วสรุปมันพอเเล้วหรือยังคะ หรือจะต้องให้ทำมากกว่านี้?"
"...."
เขาไม่ตอบอะไรฉัน นี่มันยอมรับยากขนาดนั้นเชียว ไอ้คนเเบบนี้ใครเขารับเอามาเป็ทหารล่ะเนี้ย
ในขณะที่ฉันคิดว่าจะทำยังไงต่อ ระหว่างยอมรับโทษกับหนีไป ก็มีผู้คนเเห่กันมาดูพวกเราสองคน พวกเขาคงได้ยินเสียงะโหรือว่าสังเกตเห็นเสาน้ำเเข็งที่ยืดยาวไปหลายเมตรก็เลยมาดู ณ จุดเกิดเหตุสินะ
เเละหนึ่งในคนที่เข้ามาดูก็มีทหารจำนวนสามถึงสี่คนโผล่มาด้วย
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น เเล้วไอ้เสาน้ำเเข็งเมื่อกี้มันอะไร!?"
คนที่เหมือนกับหัวหน้าเข้ามาถามเราทั้งสองคน ตอนเเรกฉันคิดว่านายทหารคนนั้นจะบอกเื่ที่เขาถูกจับไปดิ่งเล่นบนฟ้าทันทีซะอีก ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ชีพจรเต้นสูงเเละคุกเข่าอยู่เงียบๆเเบบนั้น
ช่วยไม่ได้นะ
"ฉันพึ่งทำร้ายเขาไปเมื่อกี้น่ะค่ะ ส่วนนั่นก็เป็เวทยมนตร์ของฉันเอง"
"ใช้เวทยมนตร์ในเมืองเนี้ยนะ รู้ใช่ไหมว่ามันผิดกฏ!"
"รู้ค่ะ" เเต่ก็ยังเผลอปล่อยใจให้ใช้ไปเเล้วล่ะนะ
เอาเถอะ ทำผิดก็ต้องรับโทษ มันเป็กฏที่ไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหนๆก็ควรจะมีอยู่เเล้ว ดังนั้นฉันจะไม่ต่อต้านหรอก
"เเล้ว...ไอ้สาเหตุที่ทำให้เกิดการใช้เวทย์มันคืออะไรกันล่ะ?"
"เื่นั้นตอนที่ทหารคนนี้เขาตรวจสอบบัตรเเสดงตัวของฉัน เขากล่าวหาว่าฉันปลอมมันขึ้นมาน่ะค่ะ"
"เื่จริงงั้นหรอ?" เขาหันไปถามทหารคนที่มีเื่กับ ทหารคนนั้นไม่พูดอะไรเเต่พยัคหน้าตอบ
"ถ้าอย่างงั้น การกระทำของเธอก็คือความผิด ต้องขอให้ไปรับโทษตามความสมควรล่ะน่ะ"
เขาหันมาพูดกับฉัน ฉันเลยพยัคหน้าอย่างเข้าใจ
เเต่ก่อนที่ฉันจะถูกพวกเขาพาตัวไปรับโทษ ก็มีชายเเก่คนหนึ่งเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาเเล้วพูดหยุดพวกทหารไว้ก่อน
"รอก่อนสิ เหล่าทหารวัยเยาว์ทั้งหลาย"
"ก-กิลด์มาสเตอร์!?"
ทันทีที่ชายเเก่คนนั้น หรือก็คือคุณซิลปรากฏตัวขึ้นมารอบข้างนั้นก็มีเสียงเอะอะดังมากขึ้น อีกทั้งปฏิกิริยาของพวกทหารนั้นก็ดูสั่นๆอย่างประหม่า
"เกี่ยวกับเื่ในครั้งนี้ ฉันจะขอรับโทษเเทนคุณหนูตรงนั้นได้หรือเปล่า?"
"อะไรนะ!!?"
นายทหารคนนั้นใ พวกคนรอบข้างเองก็ใ ขนาดฉันเองก็ยังใกับคำพูดนั้น
"จู่ๆก็มาบอกว่าจะรับโทษเเทนเเบบนี้มันยังไงๆอยู่นะคะ?"
"ก็ที่มันเกิดเื่เเบบนี้ขึ้น ต้นเหตุมันก็เป็เพราะว่าข้าด้วยล่ะนะ"
"ห-หมายความว่าไงกันครับ!?"
คุณหัวหน้าซิลหลับตาลง เเละลืมตาขึ้นอีกครั้งโดยจ้องไปยังนายทหารที่มีเื่กับฉัน
"นี่...พ่อหนุ่มตรงนั้นน่ะ เหตุที่เ้าถูกคุณหนูคนนี้ทำร้ายเป็เพราะคิดว่าคุณหนูเขาปลอมเเปลงบัตรเเสดงตัวมาใช่หรือเปล่า?"
"...ช ใช่ครับ"
"บัตรนั่นน่ะ ทางเราเป็คนออกให้เธออย่างถูกต้อง เเล้วที่เธอมีเเรงค์เเบบนั้นเองก็เป็ผลงานที่คุณหนูคนนี้ทำเอาไว้ ดังนั้นเ้าจะไม่เอาความเื่นี้ได้หรือเปล่า เพราะยังไงซะ ตัวเ้าที่กล้าเห็นบัตรที่ทางกิลด์ออกเป็ของปลอมเองก็มีความผิดเช่นกัน ถ้าเ้าเอาความก็จะถือว่าเ้าเองก็ต้องโดนลงโทษ เเต่ในขณะเดียวกันความผิดของคุณหนูท่านนี้ข้าจะเป็คนรับเเทน..."
"ป เป็ไปไม่ได้! หากเป็เช่นนั้นท่านเ้าเมืองจะต้องไม่มีทางยอมเเน่!"
"โฮ่ว ถ้างั้นเเล้วคำตอบล่ะ?"
"....ข ข้าจะไม่เอาความเื่นี้..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคุณซิลก็ยิ้มอย่างพอใจเเละหันไปพูดกับทหารอีกคน
"ได้ยินเเล้วนะ เพราะงั้นเื่นี้จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นไปล่ะกัน"
"ค-ครับ...เพียงเเต่ เื่มันยังไงกันเเน่ครับ"
เมื่อได้ยินคำถามนั้น คุณซิลก็อธิบายเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังราวกับได้มาอยู่ตรงนี้ในตอนที่เื่เกิด
"มนุษย์เเมวที่เป็นักผจญภัยเเรงค์C!!!!"
ทุกคนที่รู้เื่นั้นต่างพากันใกันอย่างมาก เขาหันมามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
"นี่เป็เื่จริงที่เกิดขึ้น ดังนั้นถ้าเ้าจะยอมรับเเละช่วยเก็บมันไว้เงียบๆให้หน่อยจะถือเป็เื่ที่ข้าขอบใจอย่างมาก"
"ถ ถ้าท่านกิลด์มาสเตอร์ว่าเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาครับ!!"
จากนั้นเื่ทั้งหมดก็จบลง ตั้งเเต่เหตุการณ์นั้นฉันก็ถูกมองว่าเป็หญิงสาวเส้นใหญ่ที่มีกิลด์มาสเตอร์มาช่วยหนุนหลัง เนื่องจากว่ากิลด์มาสเตอร์นั้นเรียกได้ว่าเป็คนใหญ่คนโตตัวจริง ชนิดที่มีผลงานมามากมายจนได้รับความน่าเชื่อถือจากหลายๆที่เเละรู้จักกันในเชื่อของซิลผู้ฆ่าล้างปีศาจ ถือเป็คนโด่งดังอย่างมากทั้งในเมืองนี้เเละเมืองหลวง ดังนั้นถ้าคนดังที่ว่านี้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อทำบางอย่างมันจะต้องไม่ใช่เื่ที่เปล่าประโยชน์อย่างเเน่นอน
ซึ่งตรงจุดนั้นพวกทหารที่นั่นรู้ดี คนรอบๆที่พากันตัดสินใจเงียบเื่นี้ก็รู้ มีเพียงฉันเท่านั้นที่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่ามันเป็เื่ใหญ่ขนาดไหน กว่าฉันจะรู้สึกตัวเกี่ยวกับเื่ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนั่นมันก็ผ่านไปหลังจากนี้ค่อนข้างนานเเล้ว
*
"ขอบคุณนะคะที่ช่วย"
"โฮ่วๆ ไม่เป็ไรๆ คุณหนูเองก็มีอารมณ์เดือดอยู่บ้างสินะ"
เขาหัวเราะไปลูบเคราตัวเองไป เอาจริงๆฉันก็ยังเเปลกใจตัวเองที่ทำเเบบนั้นอยู่นะ ปกติจะเป็คนที่ใจเย็นกว่านี้เเท้ๆ
"ว่าเเต่ จะไม่เป็ไรจริงๆงั้นหรอคะ เื่ในครั้งนี้น่ะ"
ฉันถามเพื่อความเเน่ใจเเล้วมองไปกลุ่มคนที่เริ่มเเยกย้ายกันไป พวกเขาดูจะจากไปอย่างเงียบๆเเต่ก็มีเเสดงอาการอย่างหวั่นๆให้เห็นขึ้นมา เป็เเบบนี้ตั้งเเต่คุณซิลโผล่มาเเล้ว มันเื่อะไรกันหว่า?
ถ้ามีใครในนั้นพูดอะไรบ้างก็ฉันก็จะยังพอรู้เื่อยู่หรอก เเต่นี่เงียบสนิทเลยเเหะ
พอฉันรู้สึกว่าเื่มันจบค่อนข้างเเปลกก็เลยถามคุณซิลดู
"ไม่เป็ไรๆ ยังไงพวกทหารเ่าั้ก็เข้าใจเเล้วนั่นเเหละ..."
"เเล้วทำไมคนรอบๆถึงมีปฏิกิริยาเเบบนั้นล่ะคะ?"
ฉันชี้ไปยังคนที่พึ่งเดินเเยกย้ายไปเเล้วถาม
"คงจะเเค่ใที่นานๆทีจะได้เห็นกิลด์มาสเตอร์อย่างข้าออกมานั่นเเหละ ว่าเเต่เ้าเถอะ...จะออกไปป่าทางตะวันออกอีกเเล้วงั้นหรอ?"
"มีเื่ที่ต้องไปทำนิดหน่อยน่ะค่ะ"
"ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ ถึงจะรู้ว่าคุณหนูเก่งอยู่เเล้วก็เถอะ เเต่คิดว่ายังไงๆก็ยังเป็มือใหม่อยู่ คุณหนูควรระมัดระวังไว้หน่อยจะดีกว่านะ"
นั่นก็จริง ถึงฉันจะเหมือนคนที่มีฝีมือยังไง เเต่สุดท้ายฉันก็ยังเป็ผู้ด้อยประสบการณ์ในฐานะนักผจญภัยอยู่ ดังนั้นควรจะระวังอันตรายที่อยู่รอบตัวให้มากกว่านี้
"จะระวังค่ะ...เเล้วก็ ขอบคุณสำหรับคำเเนะนำ"
ฉันโค้งขอบคุณเขาเล็กน้อยเเละออกจากเมืองไป
*
ตั้งเเต่ฉันออกมา ฉันก็วิ่งเข้าไปในป่าลึกทางตะวันออกของเมือง ไปยังที่ๆฉันใช้ทดสอบอะไรหลายๆอย่างที่นั่น เเม้มันจะมอนเตอร์เยอะไปหน่อย เเต่เพราะไม่มีคนเข้าไปเเถวนั้นมันเลยเหมาะสำหรับฉันอย่างมาก ระห่างทางก็เจอมอนเตอร์บ้างเเต่ก็หันไปจัดการด้วยศรน้ำเเข็งได้อย่างไม่มีปัญหา
ไอ้จัดการน่ะไม่ยากหรอก มันน่ารำคาญตรงที่ฉันต้องมาตามเก็บร่างที่ตายเเล้วของมันเข้ามาในไอเท็มบ๊อกซ์ทุกครั้งที่จัดไปนี่เเหละ...จะปล่อยให้มันเน่าไว้ก็ไม่ดีใช่ไหมล่ะ เเล้วจะให้รอพวกมอนเตอร์อื่นมากินก็ยังไงๆอยู่ เพราะพวกตัวที่ทำเเบบนั้นฉันก็จัดการมันทิ้งไปหมดตั้งเเต่มันโผล่เข้ามาอยู่ในรัศมีการได้ยินของฉันเเล้ว
เอาเถอะ จะเรียกว่าเป็ประสบการณ์อย่างนึงก็ได้ ยังไงจัดการมันไปฉันก็ได้ทั้งเงินเเละเลเวลให้เฮดโฟนอยู่เเล้วดังนั้นจึงไม่ใช่เื่ที่น่าบ่นซะทีเดียว
ณ ตอนนี้เฮดโฟนหูเเมวของฉันก็เลเวล48เเล้ว เเม้่หลังจะขึ้นยากหน่อยเเต่คิดว่าไม่จำเป็ต้องสนใจนักเพราะยังไงของที่ฉัน้าก็มีครบอยู่เเล้ว ถึงเลเวลอัพเเล้วได้อะไรมาเพิ่มอีกก็คงไม่จำเป็เท่าชุดนักปราชญ์ที่ฉันสวมอยู่ตอนนี้หรอก
......
เเละเเล้วในที่สุดฉันก็วิ่งมาถึงลำธารศักดิ์ศิทธ์เเห่งเดิมจนได้ อ่ะ เเต่ถึงจะเรียกว่าวิ่งก็เถอะเเต่มันไม่ใช่อะไรอย่างวิ่งซอยเท้าหรอก ฉันเเค่กระโจนเเบบก้าวยาวๆไปเรื่อยๆโดยไม่ได้ออกเเรงมากนักจนมาถึงนี่ได้ก็เท่านั้น
"....."
ฉันหันซ้ายหันขวาตรวจสอบพื้นที่รอบๆให้เเน่ใจ ครั้งก่อนฉันจับััถึงสิ่งมีชีวิตบางอย่างได้ มันพยายามจะซ่อนตัวเเละคอยสังเกตฉัน เเต่ทว่าไม่รู้สึกถึงความมุ่งร้ายฉันเลยไม่ได้ทำอะไรกับมัน เเต่ถึงเเบบนั้นการมาโดนเเอบมองก็ไม่ใช่เื่ที่น่าพอใจเท่าไหร่
"....ดูท่าว่าจะไม่อยู่เเหะ"
มันอาจจะอยู่อีกฝั่งของลำธารซึ่งฉันยังไม่เคยไปก็ได้ เเต่ไม่ว่าจะลองเพิ่มระดับเสียงให้สุดเเค่ไหนก็ไม่มีเสียงมอนเตอร์อยู่เลย ก็คิดว่าจะลองไปตรวจสอบดูสักครั้งอยู่หรอก เเต่คิดว่าถ้าทดสอบเื่ตรงนี้เสร็จเเล้วก็คงจะถึงเวลาต้องกลับไปเมืองเเล้วล่ะ ถ้าจะไปตรวจสอบที่อีกฝั่งนั่นจริงๆล่ะก็คิดว่าคงไม่ใช่วันนี้
"เฮเลน...ตรงนี้ได้หรือเปล่า?"
ฉันเอ่ยถามAIที่อยู่ในเฮดโฟนเเล้วมายืนหยุดอยู่ตรงพื้นที่โล่งซึ่งอยู่ใกล้กับลำธารนิดหน่อย
/...จากการตรวจสอบพบว่าความกว้างยาวของพื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือค่ะ/
"สรุปก็คือใช้ได้งั้นสินะ งั้นก็..."
ฉันกางเเขนทั้งสองออกไปด้านหน้าเเละปล่อยพลังเวทย์ออกมา
"...อัญเชิญ [ร้าน(เเมว)ค้าทั่วไป] "
พรึ้ม~!
เมื่อฉันเอ่ยร่ายมันออกไป ที่พื้นตรงหน้าฉันก็ปรากฏวงเวทย์ที่มีอักษรเเปลกประหลาดมากมายสลักเอาไว้ออกมา วงเวทย์นั้นฉายเเสงจ้าเเละค่อยๆนำสิ่งก่อสร้างขนาดเท่าบ้านพักเล็กออกมา มองจากภายนอกเเล้วมันดูเล็กกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไปอย่างมาก เเต่ที่ทำให้ฉันเเปลกใจก็คือลวดลายของร้านภายนอกที่ถูกทาสีเป็สีชมพูเเละสีครีม เป็การลงสีที่เน้นความสดใสมุ้งมิ้งชนิดที่ว่าน่าจะเกิดมาเพื่อคนสดใสโลกสวยอย่างไงอย่างงั้น
อีกทั้งยังมีเเมวสีขาวตัวใหญ่ถูกตั้งประดับไว้เเทนหลังคาอีก ฉันว่าจะเมินกำเเพงที่มีลอยเท้าเเมวประดับไว้ด้วย เเต่ไม่รู้ทำไมมันถึงได้มาติดอยู่ในมุมมองของฉันตลอดเเบบนี้...จากภายนอกดูรวมๆเเล้ว พวกทาสเเมวอาจจะชอบมันนะ เเต่กลับฉันนี่ให้พูดออกไปว่าชอบจากใจคงไม่ไหวจริงๆเเหะ
"......"
ฉันยืนมองอยู่ข้างนอกร้านอยู่สักพัก โดยคิดว่าจะเข้าไปข้างในดีหรือไม่
[ร้าน(เเมว)ค้าทั่วไป] เป็สกิลที่ฉันได้มาเมื่อเฮดโฟนหูเเมวเลเวลถึง30
ฉันสงสัยอย่างมากกว่ามันเป็สกิลเเบบไหนเลยลองถามเฮเลนดู เเต่ที่ฉันได้มาเป็เพียงคำเกริ่นนำคร่าวๆเกี่ยวกับสกิลนี้ เธอบอกว่ามันเป็สกิลที่จะเรียกร้านค้าขนาดเล็กออกมา ข้างในนั้นจะมีเพียงฉันเเละคนที่ลงทะเบียนกับร้านไว้เท่านั้นถึงจะเข้าได้ ฉันสามารถเเลกเปลี่ยนบางอย่างกับร้านเพื่อให้ได้ของในนั้นมาได้ นั่นเเหละคือทั้งหมดที่เธอบอก
ที่ว่าเเลกเปลี่ยนเนี้ยไม่จำเป็ต้องใช้เป็เงินเสมอไป เธอบอกกับฉันเช่นนั้น
เเม้มันจะไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เเต่คิดว่าไหนๆก็ได้มาเเล้วจะลองใช้ดูก็ไม่เสียหาย เผลอๆอาจจะมีของที่มีประโยชน์ต่อฉันวางขายอยู่ในร้านก็ได้
"...."
ฉันยืนทำใจอยู่ข้างนอกสักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูของร้านเข้าไป
เหมี๊ยววว~
"...!!"
เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปฉันก็ได้ยินเสียงร้องของเเมว คือฉันก็เดาเอาไว้เเล้วล่ะนะว่ามันต้องเป็ร้านที่เกี่ยวกับเเมวเเน่ๆ เเต่นี่เล่นใส่เสียงตอนเปิดประตูเป็เสียงเเมวเลยเนี้ยนะ!
ไอ้เื่เสียงเปิดประตูเป็เเมวก็ทำเอาใอยู่ เเต่ที่ทำให้ใจริงๆคือพอเข้ามาในร้านเเล้วนั้นรอบข้างก็กว้างขึ้นผิดขนาดที่เห็นภายนอกอย่างลิบลับ...มีกระทั่งชั้นสอง สาม สี่ ห้า หก เดี๋ยวๆ จะมีชั้นเยอะไปเเล้วมั้ง ที่เห็นจากข้างนอกดูยังไงก็เป็เเค่ร้านเล็กๆชั้นเดียวชัดๆ
นี่มัน...การบิดเบือนมิติงั้นหรอ ไม่รู้สึกถึงเวทยมนตร์เลยเเสดงว่าเป็พลังที่อาจจะเหนือกว่าสามัญสำนึกของมนุษย์ไปเเล้วเเน่เลย...มันจะไม่เป็ไรจริงๆหรอที่เอาพลังสุดยอดขนาดนั้นมาใช้กับร้านมุ้งมิ้งเเบบนี้เนี้ย!
"ข้างนอกก็ว่าเเปลกเเล้ว ข้างในทำฉันเเปลกใจมากกว่าอีกเเหะ..."
ฉันหันไปมองรอบๆเพื่อตรวจสอบ ข้างนี้นั้นกว้างกว่าห้องโกดังของที่กิลด์นักผจญภัยเสียอีก ของที่กำลังตั้งวางขายอยู่หลักๆเเล้วก็เป็ของเเปลกๆ มีสิ่งที่คล้ายกับใบคัมภีร์ถูกตั้งให้ลอยอยู่ในเเท่งเเก้วด้วย มีพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มีตั้งเเต่ของทั่วไปยันของเเปลกที่ไม่ควรจะมาอยู่ในโลกใบนี้ เเต่ทว่าของในชั้นนี้ทั้งหมดไม่มีอะไรเกี่ยวกับเเมว-
"ยิน-ดี-ต้อน-รับ-ค้-าาา-า-...."
เมื่อฉันเดินเข้าไปสำรวจข้างใน ก็มีเสียงที่เหมือนกับพนักงานต้อนรับดังขึ้น ข้างในซึ่งมีจุดที่น่าจะเป็โต๊ะเคาเตอร์ของร้านมีเด็กผู้หญิงผมสีม่วงอ่อนในตาสีทับทิมกำลังนอนเเบบเอาเเก้มไปเเนบที่โต๊ะเคาเตอร์อยู่ น้ำเสียงเองก็ยืดยาวราวกับการหาวของคนพึ่งตื่น ตอนเเรกฉันนึกว่าเธออาจจะเเค่พึ่งตื่นเลยมีน้ำเสียงเเบบนั้น เเต่พอได้ยินคำพูดถัดมาของเธอก็ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่
"คุณ-ฟราน-สิ-นะ-ค้-าา ที่-นี่-คือ-ร้าน-เเมว-ค้า-ทั่ว-ไป เชิญ-เลือก-ดู-ของ-ใน-นี้-ได้-ตาม-ส-บาย-เลย-ค้-า"
"..."
มันไม่ใช่ล่ะ นี่มันจงใจลากเสียงที่ล่ะคำชัดๆ! กว่าจะฟังจบประโยคก็เกือบทำฉันง่วงเเล้วนะ นี่มันเพราะเธอคนนี้ง่วงจริงๆหรือเพราะเธอเป็เเบบนี้อยู่เเล้วล่ะเนี้ย!
"รำ-คาญ-ช่า-ย-มั้-ย-ล้-า เค้า-จ-ะ-พย-าย-าม-ล-ดนิ-สัย-เเย่-ๆ-นี่-ให้-น้-า-"
เธอรู้ตัวด้วยล่ะ ว่าเเต่นั่นเป็นิสัยของเธอเลยงั้นหรอ ฟังดูเป็คนี้เีจังเเหะ
เเละถึงจะไม่อยากก็เถอะ เเต่ถ้ามีเื่สงสัยก็คิดว่าคงต้องถามอีกฝ่ายไว้ล่ะนะ
"ฉันเื่จะถามหน่อยน่ะ..."
"เกี่ยว-กับ-ตัว-เค้า หรือ-ว่า-ร้าน-นี้-ล่-ะ"
"ทั้งสองอย่างนั่นเเหละ เธอคือใครเเล้วที่นี่คืออะไร เเล้วมีอะไรอยู่ในนี้บ้างนั่นเเหละที่ฉันอยากรู้"
เด็กสาวยิ้มเเละมองฉันพลางเอาเเขนขึ้นมาลองเป็หมอนให้ตัวเอง
"สมกับเป็ชุดนักปราชญ์ที่มีสกิลต้านทานผลผิดปกติทุกอย่าง~ ขนาดอยู่ในระยะของสกิลเค้าเเล้วก็ยังไม่หลับไปอีกน้~า"
"เดี๋ยวนะ ก็พูดปกติได้นี่!"
ว่าเเต่ไอ้การพูดยืดยาวชวนให้ง่วงนั่นมันเป็นับเป็เวทย์ด้วยงั้นหรอ ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ
"ไม่ต้องสนใจหรอกน้~า ยังไงฟรานก็ไม่ได้โผล่มานี่บ่อยๆอยู่เเล้~ว ที่มาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาสำรวจใช่มั้ยล้~า"
"ก็จริง..."
เธอมองออก ถ้าเธอไม่ได้มีพลังการอ่านใจ งั้นเธอก็คงเป็คนที่มีความฉลาดอย่างมาก
"เเต่ว่าน้~า ถ้าเธอได้มาลองสำรวจที่นี่เเล้~ว บางทีเธออาจจะมาบ่อยกว่าที่คิดก็ด้~าย"
"...หมายความว่าไง?"
"ฮุ~ๆ เดี๋ยวฟรานก็รู้เองนั่นเเหล~ะ เเต่ก่อนหน้านั้~น เค้าคงต้องเเนะนำตัวเองเเละที่นี่ก่อนล่ะน้~า"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วยันตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะ จากนั้นก็เคลื่อนที่ในพริบตามาอยู่ตรงหน้าฉัน
ร...เร็วมาก! เมื่อกี้อะไรน่ะ วาร์ปงั้นหรอ เมื่อกี้เห็นเเสงเอ็ฟเฟ็คสีฟ้าอยู่เเว๊ปนึงด้วย ไม่มีล่องลอยการใช้เวทยมนตร์เเสดงว่าเธอใช้พลังวาร์ปได้งั้นหรอ
เด็กสาวที่มายืนอยู่ตรงหน้าฉันยิ้มอย่างสดใส เธออยู่ในชุดที่คล้ายกับชุดเมดซึ่งใช้สีม่วงอ่อนเหมือนกับสีผมของเธอ พอฉันเห็นเธอใกล้ๆก็เห็นจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง อย่างเเรกเธอดูเหมือนเป็เด็กผู้หญิงที่สูงน้อยกว่าฉัน อย่างที่สองบนหัวของเธอมีสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้อยู่เเล้วว่าเธอต้องมีมันอยู่เเน่ๆ
หูเเมวล่ะ...เป็หูเเมวของจริงเลยล่ะ...
"ขอเเนะนำตัวน้~า เค้ามีชื่อว่าอีฟ~ เป็เ้าของร้านเเมวค้าทั่วไปเเห่งนี้ล่~า"
"ฉันฟราน เเต่เธอคงจะรู้อยู่เเล้วสินะ" ก็เห็นเรียกชื่อฉันไปก่อนหน้านี้เเล้วนี่
"ช่ายเเล้วล่~า เค้าเก่งช่ายม้ายล่~า"
เธอเอ่ยถามฉันเเล้วชูสองนิ้วมาด้านหน้า ไอ้ท่าทางเเบบนั้นมันเป็ท่าทางของพวกสดใสไม่ผิดเเน่ เธอคือตัวละครที่หลุดออกมาจากโลกเเห่งความจริงโดยเเท้เลย
"...เธอไม่ใช่มนุษย์สินะ เป็มนุษย์เเมวงั้นหรอ?"
"อ๊~า สังเกตจากนี่อ่ะหรอ~" เธอยกสองมือขึ้นมาจับหูทั้งสองที่อยู่บนหัวของตัวเอง หูบนนั้นขยับขึ้นลงอย่างเป็ธรรมชาติอีกทั้งเเค่เห็นก็ยังดูน่ารักเเละเข้ากันดีกับเด็กผู้หญิงที่มีนิสัยสดใสเช่นเธอด้วย
"ถ้ามองจากภายนอกเค้าก็เหมือนเป็มนุษย์เเมวของโลกนี้นี่ล่~า เเต่ว่าน้าที่จริงเเล้วเค้าเหนือกว่านั้นเยอะเลย~"
"...เหนือกว่าที่ว่าเนี้ยคือเก่งกว่าหรอ?"
"ช้ายเเล้~ว เหนือกว่าทุกด้านมากเลยล่~า"
เธอยิ้มเเป้นเเล้วเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจ ก็นะถ้าให้ฉันเดาเธอคนนี้ก็คงจะเป็ตัวตนที่พระเ้าสร้างขึ้นมาเพื่อให้เหนือกว่ามนุษย์เเมวทั่วไปนั่นเเหละ เเต่ทำไมถึงสร้างคนเเบบนี้ให้มาดูเเลร้านที่เป็สกิลของฉันกันนะ ถ้าสร้างคนเเบบนี้ไปกอบกู้เผ่าพันธุ์มนุษย์ซะก็ดูจะง่ายกว่าเเท้ๆ
"เดี๋ยวเค้าจะเป็ไกด์พาชมที่นี่ให้ทั่วๆเองน๊~า"
"...อ่ะ เอ่อ คิดว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหนงั้นหรอถึงจะชมของพวกนี้จนหมดน่ะ?"
"อ๊~า ถ้าจะกลับไปเมืองก่อนมืดล่าก็~ คิดว่าวันนี้คงได้เเค่ชั้นเเรกเท่านั้นล่~า"
"...เธอนี่รอบรู้จังเเหะ"
"ก็เค้าเเชร์ความทรงจำกับคุณAIที่อยู่ในเฮดโฟนนั่นนี่น~า...อ่ะ-ตอนนี้คงต้องเรียกเธอว่าเฮเลนสิน้~า"
"...เเชร์กันเนี้ยนะ เธอเองก็เป็AIงั้นหรอ?"
"ม่ายรู้เหมือนกัน~ พอตื่นขึ้นมาก็ได้รับทั้งความทรงจำเเละการเข้าใจเื่ราวทั้งหมดขึ้นมาเเล้วน่ะ~"
"ไม่มีความทรงจำก่อนหน้านั้นบ้างเลยหรอ?"
เธอเอียงหัวนิดๆให้กับคำถามฉันเเล้วเริ่มคิด
"คิดว่าม่ายมีน้~า ก็เค้าถูกพระเ้าสร้างขึ้นมาเพื่อมาเป็เ้าของร้านที่นี่เท่านั้นอ่า~"
"......."
ฉันเงียบไปสักพักเเละคิดว่าเเบบนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรหรือเปล่า คือถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่เดียวเเบบเ้าส่ายหรือเฮเลน ที่ต้องขาดอิสระเพราะถูกตั้งให้ทำหน้าที่เดียวเเบบนี้ ถึงจะไม่ใช่เื่ที่ต้องคิดมาก เเต่พอคิดว่าทั้งหมดถูกสร้างมาเพื่อช่วยฉันอย่างเดียวมันก็เริ่มทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเหมือนกับว่าตัวเองเป็คนเเย่งอิสระของพวกนั้นมายังไงอย่างงั้น
เเต่เด็กสาวตรงหน้าที่สังเกตเห็นท่าทางของฉันก็ส่งยิ้มให้
"เงียบเเบบนี้คือคิดว่าเค้าถูกสร้างมาให้ไร้อิสระล่ะสิน้~า เเต่ไม่เป็ไรหรอกถึงเค้าจะถูกสร้างมาให้เป็เ้าของร้านเเต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอย่างอื่นไม่ด้ายน้~า เค้าสามารถออกไปเล่นข้างนอกตอนไหนก็ด้ายถ้าเค้าอยากนั่นเเหละ~"
"...อย่างงั้นหรอ" ฉันตอบกลับไปเชิงยอมรับครึ่งเดียว
"ฟรานนี่ก็เป็คนที่เเอบเห็นอกเห็นใจคนอื่นจริงๆเลยน้~า เเต่ไม่เป็ไรหรอก~ เื่เเบบนี้มันขึ้นอยู่กับเเนวคิด~ ถ้าฟรานคิดว่าเราเป็เครื่องมือเราก็จะเป็เครื่องมือ~ เเต่ถ้าฟรานคิดว่าพวกเราเป็พวกพ้องเราก็จะเป็พวกพ้อง ดังนั้นไม่ใช่ว่าพวกเราจะไร้อิสระอย่างที่ฟรานคิดหรอก~"
อีฟเดินเข้ามาจับมือฉันไว้เเละยิ้มให้ ฉันััได้ถึงความอบอุ่นจากทั้งสายตาเเละน้ำเสียงของเธอ เหมือนกับว่าเธอกำลังปลอบใจฉันอยู่
"...อาจจะเสียมารยาทสักหน่อยเเต่เธออายุเท่าไหร่งั้นหรอ?"
"น่าจะสี่ถึงห้าชั่วโมงนะ~ ก็พึ่งมารู้สึกว่าตัวเองนั้นมีชีวิตก็ตอนที่ฟรานปลดล็อคสกิลมานี่เเหละ~"
"พึ่งเกิดเเท้ๆ เเต่ดูเป็ผู้ใหญ่จังนะ"
"ฮุๆ~ จะถือว่าเป็คำชมนะ~ ถ้างั้นฉันจะพาไปดูของในชั้นนี้ให้นะ~"
เธอบอกเช่นนั้นเเล้วเดินนำฉันไปยังประตูที่อยู่ข้างเคาเตอร์ของร้าน
"...เดี๋ยวนะ มีข้างในอีกงั้นหรอ?"
"ก็ค่อนข้างกว้างล่ะน้~า"
ไอ้ความไร้เหตุผลของที่นี่มันคืออะไรกันเเน่นะ
***