เมื่อเห็นว่าใช้เวลานั่งอาบแสงแดดได้พอสมควรแล้วอู๋เสี่ยวหรันจำต้องย้ายเข้าไปอยู่ในห้องอุ่นอีกครั้ง
“เหลียนฮวาเล่าเื่ให้ข้าฟังได้หรือไม่”
“พระชายาอยากฟังเื่ใดหรือเ้าคะ”
“เื่อะไรก็ได้ทั้งนั้นข่าวของแคว้นเราข่าวของแคว้นเพื่อนบ้าน หรือเื่ซุบซิบนินทาในเมืองหลวง่ระหว่างที่ข้านอนไม่ได้สติอยู่ก็ได้”
“อืม...ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะเล่าเื่เมืองหลวงให้ฟังก่อนก็แล้วกันเ้าค่ะส่วนเื่นอกเมืองหลวงคงต้องให้เหลียนฮวาเป็ผู้เล่าเห็นนางเป็เช่นนี้แต่เหลียนฮวาชอบออกไปท่องเที่ยวเพื่อหาสมุนไพรมาปรุงยาพิษอยู่บ่อยๆ เ้าค่ะ”
เหมยฮวาพูดไปก็อมยิ้มไปด้วย
“ได้เลยเ้าค่ะระหว่างที่บ่าวออกไปสืบเสาะหาพวกสมุนไพรอยู่ด้านนอกมีข่าวลือจากพวกพ่อค้าสมุนไพรและพวกชาวยุทธ์มากมาย”
เหลียนฮวายืดอกพูดอย่างภูมิใจ
หลังจากนั้นก็เป็เสียงการเล่าเื่ต่างๆ ของสาวใช้ทั้งสองให้กับอู๋เสี่ยวหรันพี่กำลังนอนฟังอย่างสงบ
วันเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งเดือนเต็มๆ หลังจากที่อู๋เสี่ยวหรันฟื้นขึ้นมา ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานางใช้เวลานี้กับการกินและนอนและกินวนเวียนอยู่เช่นนี้
และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นางตกตะกอนความคิดได้นั่นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างนางและเฉิงอ๋องนางเลือกที่จะนำความสัมพันธ์เฉกเช่นเดียวกันกับอู๋เสี่ยวหรันในฐานะพี่ชายและน้องสาวมาใช้เพื่อให้ชีวิตความเป็อยู่ของนางนับจากนี้ไปง่ายดายยิ่งขึ้น
ใน่ระยะเวลาที่ผ่านมาเื่กินกลายเป็เื่ใหญ่สำหรับนางไปแล้วทำให้วันนี้เมื่อนางตื่นขึ้นมาตอนเช้านั่งมองตนเองผ่านกระจกทองแดงทำให้เห็นว่าิัที่เคยหุ้มกระดูกนั้นเริ่มกลับมามีน้ำมีนวลมากขึ้น กระดูกที่เคยปูดโปนตามข้อมือข้อเท้าและใบหน้าตอนนี้พวกมันเริ่มที่จะหายไป ถูกแทนที่ด้วยเนื้อหนังมังสาอย่างที่ควรจะเป็
เมื่อพินิจพิจารณาใบหน้านี้ให้ถ้วนถี่นางเป็ผู้หญิงเหมือนกันยังรู้สึกว่าใบหน้านี้งดงามเป็อย่างมากเหตุใดชื่อเสียงในความงดงามของนางมิได้โด่งดังเป็ที่รู้จักกันนะอาจจะเป็เพราะว่านางเอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือนเช่นนี้ก็เป็ได้
หลังจากที่ได้รับยาสมุนไพรบำรุงกระเพาะและลำไส้ให้กลับมาแข็งแรงนางก็กินแต่อาหารขึ้นชื่อและอาหารรสเลิศอาหารชนิดใดที่เป็ที่นิยมในเมืองหลวงเหล่าสาวใช้ก็จะสรรหามาเพื่อให้เ้านายได้ลิ้มชิมรสอย่างเช่นวันนี้ไป๋หลานได้ออกไปต่อแถวแต่เช้าเพื่อซื้อเป็ดย่างชั้นดีจากภัตตาคารหม่านเยว่มาให้นางได้ลิ้มลอง
“เหตุใดไป๋หลานไม่ส่งคนไปแจ้งเถ้าแก่หรือผู้จัดการของภัตตาคารแห่งนั้นว่าเป็ของตำหนักเฉิงอ๋องเล่ามันมิง่ายกว่าหรือเหตุใดต้องเสียเวลาไปยืนเข้าแถวนานขนาดนั้น”
อู๋เสี่ยวหรันคีบเป็ดชิ้นพอดีคำเข้าปากและลิ้มชิมรสเรียบร้อยแล้วนางก็ถามขึ้น
“ปกติตำหนักอ๋องจะมีพ่อครัวแม่ครัวที่คอยทำอาหารประเภทนี้อยู่แล้วเ้าค่ะหากบอกใครต่อใครว่ามาจากตำหนักเฉิงอ๋องมีหวังจะต้องโดนซุบซิบนินทาว่าพ่อครัวของเรานั้นฝีมืออ่อนด้อยเป็แน่”
“เป็เช่นนี้นี่เองเช่นนั้นแบ่งอีกครึ่งตัวแล้วก็นำไปส่งให้ท่านอ๋องด้วย”
อู๋เสี่ยวหรันใช้ตะเกียบเคาะไปยังขอบจานของเป็ดย่างซึ่งนี่เป็ท่าทางที่ดูไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เป็ถึงเฉิงอ๋องเฟยแต่บรรดาสาวใช้ก็เพียงมองหน้ากันเท่านั้นไม่ได้พูดอะไร
เพราะระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาลักษณะนิสัยของพระชายานั้นก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน ไม่เพียงแค่บุคลิกภาพที่ดูอกผายไหล่ผึ่งมากขึ้นนิสัยใจคอยังเด็ดขาดมากขึ้นอีกด้วย พูดจาฉะฉานเสียงดัง
แต่ที่ต่างออกไปมากที่สุดคงจะเป็เื่ของกิริยามารยาทตามขนบธรรมเนียมของหญิงชาววัง คล้ายกับว่าพระชายาเอกอู๋ตอนนี้ ได้ทิ้งมันไปทั้งหมดเสียแล้วยิ่งนานวันนิสัยของพระชายาก็ดูเหมือนกับทหารมากกว่า
วันนี้อู๋เสี่ยวหรันให้เหมยฮวาตามช่างตัดเย็บที่ดีที่สุดในเมืองหลวงสองสามร้านมาพบ นาง้าเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งหมด และยัง้าร้านขายเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงให้พวกเขาขนของมาให้นางเลือกที่จวนอ๋อง
ด้วยชื่อเสียงของเฉิงอ๋องความจริงก็เพียงพอให้พวกเขายกทั้งร้านเข้ามาในจวนอ๋องก็ยังได้ แต่ครั้งนี้พวกเขาต้องใเพราะคนที่้าให้เข้าพบนั้น เป็ถึงพระชายาเอกที่เก็บเนื้อเก็บตัวมาตลอดน้อยคนนักในเมืองหลวงที่จะเคยได้ยลโฉมพวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะสานสัมพันธ์ในครั้งนี้หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากสาวใช้ประจำตัวในตอนเช้า หลังเที่ยงพวกเขาก็มารอเพื่อเข้าพบเฉิงอ๋องเฟยกันหมดแล้ว
อู๋เสี่ยวหรันเริ่มจากเลือกเครื่องประดับก่อน นางเลือกชุดที่มีสีสันสดใสทั้งชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก และที่นางโปรดปรานมากที่สุดก็คือลวดลายดอกเหมยกุ้ยฮวาและผีเสื้อนางเลือกที่จะรับเครื่องประดับจากทั้งสามร้านที่มาวันนี้โดยเลือกชิ้นที่โดดเด่นและมีมูลค่ามากที่สุด เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงส่งพวกเขาให้กับพ่อบ้านเพื่อรับเงิน
“พระชายาช่างตาถึงยิ่งนักเพคะ แต่ละชิ้นที่ทรงเลือกนั้นล้วนแล้วแต่เป็เพชรน้ำหนึ่งในร้านของพวกเราทั้งสิ้นตัวหม่อมฉันเองได้รับมอบหมายจากเถ้าแก่มาว่าหากพระชายาชื่นชอบชิ้นไหนก็จะขอมอบแด่พระองค์เลยเพคะ ไม่ขอรับเงินแม้แต่ตำลึงเดียว”
หญิงสาววัยกลางคนแต่งกายดูสุภาพเรียบร้อยยิ้มเล็กน้อยบุคลิกดูเป็ผู้ที่มีวุฒิภาวะ นางช่างเจรจาอย่างยิ่งนางเป็ตัวแทนจากหอยู่เยว่ที่แปลว่าหยกแห่งดวงจันทร์กล่าวขึ้นพร้อมกับส่งหีบเครื่องประดับที่อู๋เสี่ยวหรันได้เลือกไว้ให้กับสาวใช้
หลังจากที่หญิงคนนี้กล่าวจบอีกสองคน ยืนกรานว่าได้รับมอบหมายจากเถ้าแก่และเ้าของร้านว่าหากพระชายาเอกแห่งเฉิงอ๋องชื่นชอบผลงานชิ้นใดก็จะขอมอบให้โดยไม่คิดเงินแม้แต่ตำลึงเดียว
อู๋เสี่ยวหรันได้ฟังดังนั้นก็ไม่ได้ผิดจากที่นางคาดไว้สักเท่าไรนักเพราะเมื่อชีวิตก่อนนางเป็แม่ทัพหญิงเพียงคนเดียวและยังเป็ว่าที่ฮองเฮาแต่ละร้านค้าก็เพียรพยายามจะมอบของเหล่านี้ให้กับนางอยู่แล้วพวกเขาจะได้นำไปอวดอ้างและโพนทะนาได้ว่าร้านของตนมีชื่อเสียงและเป็ที่ชื่นชอบของชนชั้นสูงถึงแม้ว่ามูลค่าของสิ่งของเ่าั้จะสูงมากแต่เมื่อเทียบกับชื่อเสียงและลูกค้าที่จะเข้ามาใหม่นั้นยังคงทำให้ร้านค้าพวกนี้มีกำไรมากโขอยู่ดี
“เอาล่ะข้าเข้าใจในความปรารถนาดีของทุกท่านแล้วฝากคำขอบคุณสำหรับน้ำใจอันงดงามไปยังเ้าของและเถ้าแก่ของทุก ๆ ท่านด้วยครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ข้านั้นได้เรียกใช้บริการจากพวกท่านดังนั้นหากพวกท่านไม่รับเงินจากตำหนักเฉิงอ๋องต่อไปข้าคงมิเรียกใช้งานพวกท่านอีกแล้ว”
“มิกล้า ๆ เพคะ”
ในที่สุดตัวแทนจัดการเครื่องประดับทั้งสามก็ยอมแพ้และติดตามบ่าวไพร่ไปเพื่อพบกับพ่อบ้านแต่โดยดี
แม้พ่อบ้านจะไม่เต็มใจจ่ายเงินส่วนนี้แต่เพื่อไม่ให้จวนอ๋องเสียหน้าจึงได้ยอมจ่ายออกไปและเก็บเื่นี้ไปรายงานพระชายารองโจวเพ่ยเพ่ยทันที
อู๋เสี่ยวหรันไม่ได้ใส่ใจเื่นี้หากไม่ยอมจ่ายนางก็มีวิธีให้ต้องจ่ายส่วนพระชายารองนั้นนางก็อยากจะพบหน้าสักครั้งเช่นกัน
เมื่อตัวแทนจากร้านเครื่องประดับออกไปหมดแล้วอู๋เสี่ยวหรันจึงให้ร้านผ้าเข้ามาพบนางพร้อม ๆ กันหลังจากเลือกพับผ้าจากทุกร้านแล้ว นางให้โจทย์กับทุกร้านว่าขอแบบที่เป็ที่นิยมแต่ไม่เอาแบบเทอะทะ น้ำหนักเบา เดินเหินต้องคล่องตัว สิ่งที่จะปักลงบนผ้าของให้ปักแต่พอดีส่วนที่เหลือทางร้านออกแบบมาได้เลยทั้งหมด
“ขอบคุณทุกท่านมากที่วันนี้สละเวลามาพบเปิ่นหวางเฟยผู้นี้”
อู๋เสี่ยวหรันกล่าวกับช่างตัดเย็บที่แต่ละร้านส่งตัวแทนมา
“พระชายาอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเพคะเป็เกียรติของพวกเรามากกว่าที่ได้รับใช้” หญิงสูงวัยจากร้านผ้าเล่อหร่งกล่าวขึ้น คนอื่น ๆ ก็พยักหน้ารับเช่นกัน
“ขอบใจเจากูเหนียงมาก”
อู๋เสี่ยวหรันยิ้มอย่างอ่อนหวานแก่นางทำเอาหญิงแซ่เจาและคนอื่น ๆ เหม่อลอยไปทันที
พวกเขาเคยได้ยินชื่อเสียงความงดงามของพระชายาอ๋องผู้นี้มาบ้างแต่ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงวันนี้พวกนางน่าจะเป็คนกลุ่มแรกที่ได้เข้ามาพบแบบใกล้ชิดเช่นนี้
หญิงงามคนใดที่มีชื่อเสียงโด่งดังคุณหนูในห้องหับที่ว่ากันว่างามนักงามหนา หากมานั่งเคียงข้างพระชายาเฉิงอ๋องล้วนแต่กลายเป็ดอกไม้ประดับแจกัน
“พวกเราจะทำสุดฝีมือเพคะขอพระชายาโปรดวางใจ” เป็หญิงแซ่เจาคนเดิมที่กล่าว
อู๋เสี่ยวหรันยังคงส่งยิ้มงดงามให้แก่พวกเขาและส่งทุกคนออกไปไม่นานหลังจากนี้เื่ของความงดงามล่มเมืองของพระชายาเฉิงอ๋องร่ำลือไปเป็วงกว้าง
เย็นวันเดียวกันอู๋เสี่ยวหรันก็ได้ต้อนรับแขกอีกครั้ง
“พระชายารองโจวมาขอพบเ้าค่ะ” เหมยฮวาเข้ามารายงาน
อู๋เสี่ยวหรันที่กำลังวาดภาพบางอย่างอยู่ที่ศาลาท้ายตำหนักเงยหน้าขึ้นจากกระดานวาดภาพตรงหน้าและบอก
“ได้สิให้นางมาที่นี่ก็แล้วกัน”
รอไม่นานนักหญิงสาวใส่ชุดสีฟ้าอ่อนเดินกรุยกรายมองแต่ไกลก็เห็นว่าน่าจะเป็สาวงามคนหนึ่งท่าทางในการเดินถูกต้องตามระเบียบทุกประการ มีสาวใช้เดินตามอีกโขยงดูยิ่งใหญ่กว่านางที่เป็พระชายาเอกเสียอีก อู๋เสี่ยวหรันมองเพียงหางตาจากนั้นก็ก้มลงวาดภาพนั้นต่อไป
“พระชายาพระชายารองมาถึงแล้วเพคะ”
ยังไม่ทันได้เห็นตัวคนเสียงที่ถูกบีบจนแหลมเล็กส่งมาก่อนตัวแล้ว
“โอ้พระชายาช่างอารมณ์ดียิ่งนักเพคะ วันนี้ออกมาวาดภาพหาความสำราญได้”
พระชายารองโจวนางมีชื่อเต็มว่าโจวเพ่ยเพ่ยเป็บุตรีสายตรงของจวนโจวกั๋วกง ทำให้นางมีความเหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งพระชายารองตามจริงแล้วนางสามารถขึ้นเป็อ๋องเฟยได้เลยหากเทียบเื่ฐานะกับอู๋เสี่ยวหรันที่เป็เด็กกำพร้าไม่มีครอบครัวคอยหนุนหลังในขณะที่อนุคนอื่น ๆ มีเพียงตำแหน่งอนุต่ำต้อยเท่านั้น
“ขอบใจพระชายารองมากที่เป็ห่วงเปิ่นหวางเฟย”
อู๋เสี่ยวหรันเงยหน้าขึ้นมองโจวเพ่ยเพ่ยที่ไม่แม้แต่จะทำความเคารพนาง นางยื่นมือให้เหลียนฮวาเช็ดคราบสีออกให้อย่างอ่อนโยนมือของอู๋เสี่ยวหรันขาวมากและยังเรียวยาวเหมือนคำกล่าวว่าผู้มีนิ้วมือสวยงามดั่งลำเทียนนับเป็ผู้มีบุญวาสนาได้อยู่อย่างสุขสบาย ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหลเพียงเห็นแค่มือนี้ก็แทบทำคนใจละลายได้เลย
อู๋เสี่ยวหรันคลี่ยิ้มเฉิดฉายออกมาวันนี้นางแต่งหน้าด้วยตัวเองเพราะเป็คนงามอยู่แล้วยิ่งนางเพิ่มชาดสีแดงกรีดหางตาให้ยกขึ้น ยิ่งทำให้นางงดงามขึ้นอีกหลายเท่า