หวนคืนสู่ห้วงฝัน

    เมืองเหิง

            จางซวนเห็นพวกทหารยกอาวุธขึ้นชี้มาที่ตนก็งุนงงแต่ก็ไม่ได้ลงมืออะไรแค่ยืนมองอยู่เฉยๆเท่านั้น

            “ตู้เม่าเจ้ายังกล้าปรากฏตัวที่เมืองเหิงอีกงั้นเหรอไม่เกรงกลัวความตายเลยสินะ” เสียงคำรามดังขึ้น

            ร่างหนึ่งทะยานลงมาจากกำแพงเมืองมองไปยังตู้เม่าด้วยความโกรธแค้นเขาคือหนึ่งในแม่ทัพของเมืองแห่งและเคยเป็นคนที่นำคนไปต่อสู้กับตู้เม่าแต่กลับแพ้ทำให้ชื่อเสียงของเขาตกต่ำลงอย่างรวดเร็วในช่วงนี้

            “อย่างเจ้าไม่มีปัญญาทำอะไรข้าได้หรอกอีกอย่างข้าในตอนนี้ไม่ได้เป็นคนของกลุ่มหมาป่าขนแดงแล้ว” ตู้เม่ากล่าว

            “ไร้สาระทหารลงมือสังหารพวกมันซะ” แม่ทัพคนนั้นกล่าวทันที

            “ทุกท่านโปรดหยุดมือก่อน ข้าคิดว่ามีเรื่องเข้าใจผิดบางอย่าง” จางซวนก้าวออกไปขวางทั้งสองฝ่ายก่อนจะมองไปยังแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

            “เจ้าเป็นใครหรือเจ้าเป็นพวกเดียวกับพวกมันเช่นนั้นเจ้าก็ต้องตาย” แม่ทัพหนุ่มกล่าว

            “สหายข้าคิดว่าเจ้าควรจะสงบใจก่อนนะตอนนี้เจ้ากำลังถูกอารมณ์ของตนเองควบคุมอยู่”จางซวนกล่าว

            “ดูเหมือนเจ้าเองก็เป็นพวกเดียวกับตู้เม่าลงมือ” แม่ทัพหนุ่มทะยานเข้าหาจางซวนทันที

            “พวกโง่”ตู้เม่าเค้นเสียงและไม่ได้เข้าไปช่วยจางซวนเพราะด้วยฝีมือของจางซวนมีหรือแม่ทัพหนุ่มจะทำอะไรจางซวนได้

            “หยุดมือซะ”เสียงคำรามดังขึ้นก่อนร่างหนึ่งจะพุ่งออกมาจากประตูเมืองและตบฝ่ามือไปที่หน้าของแม่ทัพหนุ่มจนร่างของอีกฝ่ายกระเด็นออกไป

            “ท่านเจ้าเมือง”พวกทหารพากันเผยสีหน้าตกใจ

            “พวกเจ้าไม่มีตากันหรือไงไม่เห็นป้ายที่ห้อยอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มคนนี้งั้นหรือ”เจ้าเมืองคำรามใส่หน้าแม่ทัพหนุ่มจนอีกฝ่ายหน้าซีด

            “ป้ายงั้นเหรอ”แม่ทัพหนุ่มมองไปที่เอวของจางซวนที่มีป้ายหยกชิ้นหนึ่งห้อยอยู่ ป้ายหยกนี้ถูกทำมาแบบพิเศษและหลิงจวินจะมอบให้ศิษย์ของตนยอมลงไปหาประสบการณ์

            “นี่”แม่ทัพหนุ่มตกใจทันที

            “ข้าเป็นเจ้าเมืองเหิงมีนามว่าเสินจีขอถามนามของท่านได้หรือไม่” เจ้าเมืองกล่าว

            “ข้ามีนามว่าจางซวนจากที่ดูแล้วท่านน่าจะรู้ว่าข้ามาจากที่ใดและมาทำอะไรที่นี่ ดังนั้นข้าจะไม่พูดมาส่วนคนพวกนี้ ตอนที่ข้าเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ก็ถูกพวกเขาขวางเอาไว้และคิดจะปล้นข้าข้าเลยสั่งสอนพวกเขาและพอดีว่าข้ากำลังขาดคนข้าเลยให้พวกเขาอยู่ช่วยงานข้าและถือเป็นการดัดนิสัยให้พวกเขากลายเป็นคนดีด้วย”จางซวนกล่าว

            “นี่ท่านเอาชนะตู้เม่าได้งั้นเหรอ” เสินจีกล่าวด้วยสีหน้าตกใจ

            พวกตู้เม่ามีสีหน้าอับอายทันทีก้มหน้าลงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาเพราะพวกเขาแพ้อย่างอนาถจริงๆแม่ทัพหนุ่มยิ่งสั่นสะท้านด้วยความกลัวเมื่อครู่เขาพึ่งจะโจมตีคนที่สามารถเอาชนะพวกตู้เม่าด้วยตัวคนเดียวได้หากอีกฝ่ายโกรธขึ้นมาลงมือกับเขาเกรงว่าคงไม่ได้ยินอยู่ตรงนี้คงได้นอนลงกับพื้นไปแล้ว

            “เป็นเช่นนี้นี่เองจากที่ดู ท่านคงจะกำหลาบตู้เม่าจนอยู่หมดเลยสินะ” เสินจีมองไปยังพวกตู้เม่าที่ไม่มีจิตต่อสู้หลงเหลืออยู่เลยเป็นสภาพจิตใจที่ยอมแพ้อย่างแท้จริง

            “ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องกังวลหากพวกเขากล้าก่อเรื่อง เหอ เหอ” จางซวนหันไปทางพวกตู้เม่าและหัวเราะออกมาทำให้ร่างของพวกตู้เม่าสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

            “เช่นนั้นก็ดีแล้วเส้นทางถูกเปิดการค้าขายก็ถูกแก้ปัญหาแล้วข้าในฐานะเจ้าเมืองต้องขอขอบคุณท่านเซียนด้วย อีกอย่าง ข้ารู้ดีว่าท่านเซียนมาทำอะไรดังนั้นข้าจะไม่เปิดเผยสถานะของท่านและไม่เข้าไปยุ่งกับการหาประสบการณ์ของท่านแต่ในฐานะเจ้าเมืองท่านที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเส้นทางค้าขายข้าก็จำเป็นต้องมีรางวัลพอดีมีเรือนแห่งหนึ่งว่างอยู่และไม่มีคนอาศัย ท่านเซียนสามารถไปอาศัยอยู่ที่นั่นได้เลย”เสินจีนำกุญแจมอบให้จางซวนและสั่งให้ทหารนำทางจางซวนไป

            จางซวนกุมมือขอบคุณและเดินตามทหารไปอย่างสงบส่วนพวกตู้เม่าก็ได้แต่เดินตามไปด้วยแววตาเศร้าใจจากผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถกดหัวแม่ทัพหนุ่มได้ต้องกลายมาเป็นคนใช้ของชายหนุ่มขอบเขตสร้างรากฐานคนหนึ่งเสียได้

            “ออกมาข้างนอกนี่ดีจริงๆไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเรียกท่านเซียน” จางซวนกล่าว

            “เซียนบ้าบออะไรกันขอบเขตสร้างรากฐานอย่างเจ้ายังห่างจากคำว่าเซียนอีกไกล” อี้กล่าว

            “ข้ารู้แล้วน่าก็แค่รู้สึกดีเท่านั้น”จางซวนกล่าว

            ไม่นานจางซวนก็ถูกพามายังเรือนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้สูญกลางของเมืองในเรือนมีขนาดกว้างไม่น้อยด้านหลังก็มีพื้นที่โล่งและบ่อน้ำอยู่

            “เชิญท่านเซียนสามารถพักอาศัยตามสบาย”ทหารที่มาส่งก็จากไป

            จางซวนเดินไปรอบๆเรือนแห่งนี้ด้วยสีหน้าพึงพอใจในตัวเรือนมีห้องเกือบสิบห้อง จางซวนได้แบ่งที่พักให้พวกตู้เม่า 3ห้องถึงอย่างไรก็มีคนแค่ 9 คนเท่านั้น ให้พวกตู้เม่าพักห้องละสามคนส่วนห้องที่เหลือจางซวนแบ่งเป็นห้องหลอมยา ห้องฝึกฝนห้องสำหรับเสี่ยวหลี่ผึ้งวิญญาณ

            “เอาละหน้าที่แรกของพวกเจ้าคือทำความสะอาด รีบทำให้เสร็จ ส่วนเจ้าคอยดูแลเสี่ยวหลี่ให้ดีและเจ้าตามข้าไปซื้อของที่ตลาด” จางซวนเริ่มชี้นิ้วออกคำสั่งทันที

            พวกตู้เม่าได้แต่ทำตามไม่กล้าขัดคำสั่งถึงอย่างไรในร่างก็มีพิษบวกกับนิสัยที่แปลกประหลาดของจางซวนทำให้พวกเขาหวาดกลัวพวกเขาจึงยอมทำตามแต่โดยดี

            จางซวนเดินออกไปที่ตลาดก็เห็นการค้าขายคึกคักเมืองเหิงใหญ่กว่าเมืองที่บ้านเกิดของจางซวนเล็กน้อยเจ้าเมืองที่เป็นผู้แข็งแกร่งมีขอบเขตโอสถทองขั้นต้น ส่วนทหารคนอื่นๆก็ขอบเขตไม่สูงนักอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานมีแค่แม่ทัพที่อยู่ขอบเขตปราณแท้

            จางซวนสำรวจราคาของสมุนไพรและตรวจสอบความต้องการของผู้คนในเมืองว่าต้องการเม็ดยาชนิดใดมากที่สุดใช้เวลาอยู่หลายวันจางซวนถึงพอจะได้แนวทาง

            “ดูเหมือนนอกจากเม็ดยาสำหรับรักษาโรคและอาการป่วยแล้วความต้องการของพวกหญิงสาวในตระกูลขุนนางก็สูงเพียงแต่นักปรุงยาส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องเม็ดยาพวกนี้พอดีเลยในตำหรับยาที่อี้คัดลอกมาจากห้องตำราในฝ่ายปรุงยามีเม็ดยาชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างตรงกับความต้องการพอดี”จางซวนยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มวางแผนปรุงยา

            จางซวนเปิดร้านสำหรับขายเม็ดยาในเรือนของตนจางซวนใช้ห้องด้านหน้าสุดในการขายเม็ดยา พวกตู้เม่าทำงานอย่างหนักในหลายวันมานี้นอกจากช่วยจางซวนจัดเตรียมร้านแล้วยังต้องเตรียมดินเพื่อปลูกสมุนไพรอีก

            คนของเจ้าเมืองที่แวะมาดูเป็นบางครั้งก็ยังต้องอึ้งเมื่อเห็นพวกตู้เม่าพรวนดินและปลูกสมุนไพรแม้แต่ปัดกวาดเช็ดถูพวกเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของตู้เม่ามาบ้างแต่ไม่คิดเลยว่าตู้เม่าผู้โหดเหี้ยมจะกลายมาเป็นคนรับใช้ของชายหนุ่มที่ดูใสซื่อคนนี้จริงๆ

            “ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องกังวลแล้วจริงๆแต่การที่ตู้เม่าหายตัวไปทางกลุ่มหมาป่าขนแดงจะต้องสงสัยแน่พวกเจ้าคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกมันอีกครั้งไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจส่งตัวคนผู้นั้นให้กับพวกมันอย่างเด็ดขาด” เสินจีกล่าว

            “เรียนท่านเจ้าเมืองท่านเซียนมีเรื่องส่งมาถึงท่านท่านเซียนบอกว่าต้องการจะไปพบกับชายที่มีนามว่าตงหัวดูเหมือนจะเป็นเจ้าบ่าวของหญิงสาวที่ตกตายในขณะที่เดินทางมายังเมืองเหิงเมื่อหลายเดือนก่อน”ทหารกล่าว

            “หรือว่าเขาจะได้เจอกับเรื่องนั้นแสดงว่าข่าวลือเป็นความจริงสินะเจ้าไปแจ้งตระกูลตงบอกให้ตงหัวมาพบข้า ข้าจะพาเขาไปพบกับท่านเซียนด้วยตัวเอง”เสินจีกล่าว

            “ขอรับ”

            ในช่วงแรกจางซวนที่เปิดร้านขายโอสถผู้คนแทบไม่เข้ามาทำให้จางซวนเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง

            “อาซวนได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว”อี้กล่าว

            “เฮ้ออี้ ช่วงนี้เจ้าอ้วนขึ้นหรือไม่ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้ากินมากกว่าทุกทีละ” จางซวนกล่าว

            “ไร้สาระไก่มังกรหากไม่อ้วนบ้างมันจะไม่สง่างามรู้ไหม” อี้กล่าว

            “เหตุผลอะไรของเจ้าแต่ก็เอาเถอะข้าก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี”จางซวนที่นั่งอยู่บนโต๊ะคิดเงินก็เดินเข้าห้องครัว

            พวกตู้เม่าที่ได้ยินก็หูตั้งทันทีแต่ละคนมานั่งรอประจำตำแหน่งพร้อมกับจัดโต๊ะให้เรียบร้อยในมือมีจานชามพร้อมหลายวันมานี้พวกตู้เม่าได้ทานอาหารฝีมือของจางซวนแล้วติดใจจนทุกครั้งที่จางซวนเข้าครัวพวกเขาก็จะทำหน้าหนามานั่งรออาหาร

            “เจ้าพวกไม่ได้เรื่องวันๆเอาแต่คิดถึงแต่อาหาร” อี้มองไปยังพวกตู้เม่าแล้วคำรามด่าออกไป

            “ท่านปู่อี้ท่านจะพูดแบบนี้ไม่ได้พวกเราทำงานใช้แรงตลอดทั้งวันย่อมต้องท้องหิวเป็นธรรมดา”ตู้เม่ากล่าว

            “ฝึกฝนจนถึงขอบเขตหลอมรวมแล้วยังจำเป็นต้องกินอาหารด้วยหรือไง”อี้กล่าว

            “ข้ายังอยู่ขั้นสร้างรากฐานเพราะงั้นยังต้องการกินอาหาร”

            “ใช่แล้วลูกพี่ท่านหนะอยู่ขอบเขตหลอมรวมแล้วเพราะงั้นท่านไม่ต้องกิน”

            “บัดซบเจ้าพวกทรยศไม่มีทางไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องได้กิน” ตู้เม่าคำราม

            ขณะที่พวกตู้เม่าส่งเสียงเอะอะโวยวายกลิ่นหอมก็ลอยไปยังเรือนข้างเรือนของจางซวนนั้นอยู่ติดกับเรือนขนาดใหญ่อีกแห่งที่มีบุคคลไม่ธรรมดาพักอยู่จากข้อมูลที่เจ้าเมืองมอบให้เห็นว่าเป็นผู้ฝึกตนที่เดินทางออกมาหาประสบการณ์เหมือนกับจางซวนเพียงแต่อีกฝ่ายนั้นมีแนวทางแตกต่างกันไม่เหมือนกับจางซวนที่ฝึกฝนในวิถีของนักปรุงยาแต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่ง

            “คนพวกนั้นเอาอีกแล้ว”หญิงสาวในชุดสีดำคนหนึ่งนั่งหลับตามีกระบี่วางอยู่ที่เข่าขมวดคิ้วแน่นขณะที่นางกำลังทำสมาธิฝึกฝนวิชาอยู่กลิ่นหอมของอาหารก็มักจะทำลายสมาธิของนางทุกครั้ง

            “อาซวนเร็วๆหน่อย”เสียงของอี้ดังขึ้น

            “เร็วบ้านเจ้าสิพวกเจ้าสิรีบๆใสหัวไปเร็วๆซะ” หญิงสาวกัดฟัน

            “ได้แล้วๆพวกเจ้านี่ใจร้อนกันจริงๆ” จางซวนกล่าว

            “ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็มาถึง”พวกตู้เม่าโห่ร้องออกมา

            “ข้าไม่ทนมันแล้ว”หญิงสาวกัดฟันอย่างรุนแรงก่อนจะเบิกตากว้างกระบี่ในมือปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าก่อนจะฟันลงไปที่กำแพงกั้นระหว่างสองเรือน

            “ตูม!!!!!!!!!!!”ปราณกระบี่ที่ทรงพลังทำลายกำแพงจนเป็นรูพวกจางซวนที่กำลังนั่งทานอาหารอึ้งไปทันทีมองไปยังหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามสวมชุดสีดำถือกระบี่เดินเข้ามาด้วยแววตาโหดเหี้ยม

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนสู่ห้วงฝัน ที่คุณอ่าน