คาโด้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงก็เขาประมูลอาวุธปืนใหญ่ลำแสงมาได้ ในฐานะที่เป็นผู้มีอิทธิพลบนดาวดวงหนึ่ง แน่นอนว่าเขาจะต้องมีศัตรูมากมายเช่นกัน คราวนี้จะมีใครกล้ามาแหยมเขาอีก? หากยังมีคนไม่รู้จักคำว่าตายเขาจะใช้ปืนใหญ่ลำแสงเป่ามันให้กระจุย!!
“เบาๆหน่อยโว้ย ถ้าเป็นรอยแม้แต่นิดเดียวฉันจะหักเงินให้หมด!!” คาโด้ตะโกนเตือนลูกน้องที่กำลังเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ลำแสงเข้าไปในยานขนส่ง
ลูกน้องได้ยินก็พากันผวา ใช้แรงงานขนย้ายของจะได้เงินสักเท่าไรกันเชียวหากโดนหักเงินจริงๆสงสัยแม้แต่เครดิตเดียวก็ไม่เหลือเผลอๆอาจจะติดลบก็ได้
ทำงานให้เจ้านายจอมเขี้ยวก็ได้แต่ต้องอดทนอยู่ร่ำไป
ไม่นานปืนใหญ่ลำแสงก็เข้าไปอยู่ในยานขนส่งสำเร็จ คาโด้เอามือสัมผัสมันราวกับสัมผัสคนรัก
“เข้น้อย ดูเหมือนนายจะชอบมันจริงๆเลยนะ ทำไมไม่แต่งงานและมีลูกกับมันล่ะ?”
เสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของคาโด้ การที่ถูกเรียกว่าเข้น้อยเป็นการหยามเกียรติของเผ่าพันธุ์ทำให้มันหัวร้อนขึ้นมาทันใด แล้วอีกอย่างใครมันจะไปแต่งงานกับอาวุธและมีลูกกัน นี่มันเป็นเรื่องตลกชัดๆ
“แกเป็นใคร?” พอหันหน้ามาเห็นคนที่ไม่รู้จัก เขามั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ลูกน้องของมันแน่ๆ
ไม่รอให้โจตอบคำถาม คาโด้ก็ตะโกนอีกครั้ง “เฮ้ย!! พวแกที่อยู่ข้างนอกน่ะปล่อยให้คนอื่นเข้ามาได้ยังไงกันวะ”
แต่แล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกน้องกว่าสิบคนจะไม่มีใครได้ยินเสียงตะโกนของมันเลยหรือยังไง? เป็นไปไม่ได้แน่นอนดังนั้นมันต้องมีบางสิ่งผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้น!!” คาโด้เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อมองใบหน้ายิ้มแย้มของคนที่อยู่ตรงหน้า
“หมายถึงพวกที่นอนอยู่ข้างนอกน่ะเหรอ? พวกมันคงจะดื่มหนักไปหน่อยน่ะ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่รู้หรอกนะว่าใครจ้างแกมา แต่อย่าคิดว่าจะรังแกฉันคนนี้ได้ง่ายๆ” พูดจบคาโด้ก็วิ่งใส่โจด้วยความเร็วสูง รูปร่างเหมือนดั่งจระเข้และยืนสองขาไม่ได้ทำให้มันเคลื่อนไหวช้าเลยแม้แต่น้อย เพียงพริบตามันก็มาถึงด้านหน้าของโจและพุ่งปลายนิ้วที่มีเล็บแหลมใส่หน้าอกโจ แม้จะมองไม่เห็นถึงสายตาโหดเหี้ยมในดวงตาของมันเพราะแว่นดำบังอยู่ก็ตาม แต่บรรยากาศฆ่าฟันรุนแรงมากพอที่จะให้คนธรรมดารู้สึกถึง
แต่ก่อนที่มันจะยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นมือของมันกำลังจะพุ่งทะลวงอกของโจมันก็ต้องชะงักเพราะหมัดที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนพุ่งเข้าใส่ใบหน้าแหลมๆของมัน
ผั่วะ!!
ปากแหลมๆถึงกับบิดงอแว่นตาดำหายไปแถบหนึ่ง คาโด้ล้มลงบนพื้นใช้สองมือกุมหน้าตัวเองและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“อั่ก! แกกล้าเป็นศัตรูกับฉันคนนี้? รู้ไหมว่าฉันเป็นใครหากแกกล้าแตะต้องฉันอีกครั้ง รับรองได้เลยว่าดาวของแกจะต้องเต็มไปด้วยเลือด!!” แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ความหยิ่งผยองของมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยแถมยังข่มขู่อีกต่างหาก
“อ้อเหรอ” สีหน้าโจเรียบเฉย เขาก้าวเท้าไปข้างๆและยิ้มเหี้ยม
“กะ…แกจะทำอะไร!?” คาโด้เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำอะไร? ก็ทำแบบนี้ไง” พูดจบโจก็ประเคนเท้าให้คาโด้อย่างเมามันส์
“อ๊ากกก ปล่อยฉันไปเถอะนะ ขอร้อง อ๊ากกกกก” คาโด้นอนตัวงอเป็นกุ้งพยายามใช้สองแขนปิดหัวตัวเองไว้ขณะที่เท้าของโจพุ่งใส่ลำตัวของมันไม่หยุด
“หนังของแกมันหนาดีจริงๆ ช่วยอดทนอีกหน่อยนะ” โจกล่าวชมและให้กำลังใจคาโด้
คาโด้แทบกระอักเลือดหลังได้ยินคำพูดของโจ แต่มันจะทำอะไรได้มันไม่สามารถสู้แรงโจได้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่มันทำได้คืออดทน
“ฮือๆ ถ้าอยากได้ปืนใหญ่ลำแสงก็เอาไปเถอะ แต่ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย” คาโด้เริ่มทนรับเท้าของโจไม่ไหว มันเจ็บจนอยากจะขาดใจตาย แม้จะเสียใจที่ต้องเสียปืนใหญ่ลำแสงไปแต่มันก็ไม่ได้มีค่าเท่าชีวิตของตัวมันเอง มันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าโจมีเป้าหมายมาที่ปืนใหญ่ลำแสง
โจเตะคาโด้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วพูดด้วยความยินดี “ได้ยินสิ่งที่ต้องการสักที ฉันไม่ได้เป็นคนปล้นแกนะ แกเป็นคนบอกให้เอาไปเองหากไม่รับไว้ก็จะเสียน้ำใจเอาได้ ยังไงก็ขอบคุณมากนะ”
ได้ฟังคำขอบคุณของโจมันก็ตาเหลือกและหมดสติไปด้วยความโกรธ
หลังจากนั้นโจก็ขับยานขนส่งของคาโด้ที่บรรทุกปืนใหญ่ลำแสงกลับขึ้นไปบนผิวดาวโดยให้ยานอวกาศของตัวเองตามเขามา
โจเอายานขนส่งไปแอบในที่ลับสักที่บนดาวเคราะห์แล้วขับยานอวกาศของตัวเองกลับเข้าไปชั้นใต้ดินที่เดิม
……
……
ทาซีกำลังนั่งจิ้มแท็ปเล็ตไปมาด้วยใบหน้ายิ้มอย่างพึงพอใจ ในฐานะเจ้าของโรงประมูลจะมีอะไรดึงดูดใจเขาได้นอกจากเงิน
เขาเพิ่งทำกำไรก้อนโตจากการขายปืนใหญ่ลำแสง แม้จะเป็นเพียง 10% ของราคาประมูลแต่มันก็ทำเงินได้มากถึงร้อยล้านเครดิต!!
ก๊อกๆๆ!!
“มีอะไร!!” ทาซีหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะดูตัวเลขของเขา
ก๊อกๆๆ!!
ไร้เสียงตอบรับแต่ยังคงมีใครบางคนเคาะประตู
“ฉันถามว่ามีอะไร!!” ทาซีตะโกนด้วยความโมโห ทำไมพวกลูกน้องงี่เง่าถึงไม่ยอมพูด พวกมันเป็นใบ้กันรึไงเอาแต่เคาะประตูอยู่ได้
ก๊อกๆๆ!!
“เวรเอ้ย” ทาซีลุกจากเก้าอี้และเดินไปเพื่อจะเปิดประตู ตอนนี้เขาอยากเห็นหน้าคนเล่นพิเรนและสั่งสอนมันซะ
เมื่อเปิดประตูออกก่อนที่มันจะได้พูดอะไร ก็มีกำปั้นพุ่งเข้าใส่ใบหน้าสีคล้ำของมัน
ผั่วะ!!
ทาซีล้มก้นจ้ำเบ้าด้วยความงุนงง เขาส่ายหัวไล่ความมึนและมองคนที่ก้าวเท้าเข้ามา
“แกเป็นใคร!!” ทาซีตกใจจนหวาดกลัว ต้องรู้ไว้ว่าห้องส่วนตัวของมันอยู่ด้านในสุดของอาคาร จำเป็นต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยและยามอีกไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ทว่าจนถึงตอนนี้มันก็นึกไม่ออกว่าทำไมคนๆนี้ถึงเข้ามาในห้องส่วนตัวของมันโดยที่ไม่มีเสียงอะไรสักแอะ
โจยิ้มอย่างอบอุ่นเขาปิดประตูและล็อคประตู
ทาซีเห็นท่าไม่ดีจึงอาศัยจังหวะที่โจหันหลังไปล็อคประตูรีบลุกขึ้นวิ่งไปที่โต๊ะของตัวเอง ในลิ้นชักมีปืนของมันอยู่
โจรู้การกระทำทั้งหมดของทาซีแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและปล่อยให้ทาซีวิ่งเต้น
“คุกเข่าลงและบอกฉันมาว่าแกเป็นใคร” ทาซียิ้มเหี้ยมและเอาปืนชี้หน้าโจ เมื่อมีอาวุธอยู่ในมือมันก็รู้สึกเหมือนมีอำนาจอยู่ในกำมือ
โจมองทาซีเหมือนมองคนโง่และไม่เคลื่อนไหวใดๆ
“ฉันถามว่าแกเป็นใคร!!” ทาซีเริ่มโกรธขึ้นมาเมื่อเห็นว่าโจไม่ยอมทำตามที่มันพูดและยังไม่ยอมปริปากสักคำ