หลังจากการหยอกล้อช่วงเช้า ซินหยางยังไม่ยอมเลิกแกล้งง่าย ๆ เขาเดินตามเสี่ยวหลานไปถึงโรงตากชา พร้อมถือกล่องชาให้แบบเต็มใจสุด ๆ
“เจ้าเดินเร็วแบบนี้เพราะเขินหรือเพราะหนี?” เขาถาม
“ข้ารีบไปทำงาน” เธอตอบสั้น ๆ ไม่มองหน้า
“แล้วถ้าข้าไม่ไปทำงาน แต่ไปตามเจ้าทุกวัน เจ้าจะว่าอะไรไหม?”
เสี่ยวหลานชะงักนิด ๆ ก่อนจะเดินต่อแบบไม่ตอบ แต่หูแดงไปแล้วเรียบร้อย
ในโรงตากชา ขณะช่วยกันเรียงใบชา เขาแกล้งยื่นมือไปแตะหลังมือเธอเหมือนบังเอิญ
“มือเย็นจัง เจ้าไม่ได้ใส่ใจตัวเองเลยนะ”
“ก็ข้ามัวแต่คัดคนออกจากหัว” เธอพูดเบา ๆ
“งั้นถ้าข้าขออยู่ในหัวเจ้า เจ้าจะไม่คัดข้าออกใช่ไหม?”
เธอไม่ตอบทันที แค่ก้มหน้างุด แต่มือที่วางใบชาเบาอย่างผิดปกติ
ขณะลมพัดเบา ๆ ผ่านโรงชา เสียงหัวใจก็เหมือนดังขึ้นจาง ๆ กลบกลิ่นชาทั้งหมดไปชั่วคราว
ช่วงบ่ายวันนั้น อากาศร้อนอบอ้าว ซินหยางเสนอไอเดียพาเสี่ยวหลานไปทำชาเย็นสูตรใหม่หลังบ้าน
“เจ้ารู้ไหม เวลาร้อน คนเราจะพูดตรงกว่าปกติ เพราะไม่มีแรงโกหก” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นเจ้าน่าจะพูดความจริงมานานแล้ว...เพราะเจ้าแรงหมดตั้งแต่เช้า” เสี่ยวหลานสวนทันที
ทั้งคู่ช่วยกันบดใบชา ผสมมะนาว และน้ำตาลในเหยือกดินเผา ขณะคนชาอยู่ เขาทำหกใส่มือเธอ
“ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ...” เขากระซิบ
“อย่าให้รู้ว่าเจ้าตั้งใจ...ไม่งั้นข้าจะเอามะนาวยัดปากเจ้า”
“ถ้าเป็นเจ้าป้อน ข้ายอมเคี้ยวเปลือกทั้งลูก”
เสี่ยวหลานเงยหน้ามองเขาแบบกลั้นขำ ก่อนจะพูดนิ่ง ๆ “เจ้ามัน…ไม่สิ ต้องเรียกว่า ‘ชาจีบ’”
“แล้วเจ้าล่ะ?” เขาถามกลับ
“ข้าอาจจะ ‘น้ำแข็ง’ …แต่พอละลาย ก็กลืนง่ายนะ”
เสียงหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกับแก้วชาเย็นรสเข้ม ที่กลมกล่อมขึ้นเพราะมีคำพูดบางคำผสมอยู่