หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 38 จิตวิญญาณอาวุธ

            กำหนดการของเย็นวันนี้คือการเปิดจุดชีพจรให้กับพวกอาเฮยหยางเถาอวี้นัดหมายให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานบ้านก่อนจะอธิบายขั้นตอนต่างๆให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด จางเหยาก็มาร่วมฟังด้วยความสนใจ

            “พวกท่านบางคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับจุดลมปราณในร่างกายของคนเรามาบ้างแล้วเดิมทีคนทั่วไปหากไม่สามารถเปิดจุดลมปราณได้ก็จะไม่สามารถฝึกพลังปราณมีความเข้าใจกันว่าคนเหล่านี้ไร้พรสวรรค์ ข้อนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าถูกต้องทั้งหมดเพราะความจริงแล้วมันอาจจะเกิดจากเหตุปัจจัยหลายอย่าง หากมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับสรีระร่างกายของมนุษย์และจุดลมปราณย่อมสามารถทำเรื่องท้าทายสวรรค์เช่นการทะลวงจุดลมปราณแม้กับร่างกายผู้ใหญ่ได้ยกเว้นคนที่จุดลมปราณพิการจริงๆ”

            คัมภีร์ที่ซ่านเสินอู่ตี้ทิ้งไว้ให้มีเคล็ดวิชาเปิดจุดลมปราณหยางเถาอวี้ประมวลความรู้เข้ากับตำราแพทย์ที่พบในเรือนไผ่เขียว ผนวกกับสรีระศาสตร์จากดาวทวิภาคทำให้นางสรุปความเป็นไปได้ออกมา

            “ขอให้ทุกท่านวางใจข้ารับรองว่ามันไม่อันตราย เพียงแต่อาจมีข้อจำกัดบ้างตามร่างกายของแต่ละคนว่าจะสามารถรองรับต่อการเปิดจุดชีพจรได้มากน้อยเท่าไหร่เพื่อความปลอดภัย คืนแรกนี้ข้าจะเปิดจุดตันเถียนล่างซึ่งเป็นจุดปฐมพลังให้พวกท่านเพียงแค่จุดเดียวก่อน

            หลังจากเปิดจุดลมปราณได้แล้วพวกท่านต้องฝึกเดินลมปราณเพื่อปรับร่างกายกล้ามเนื้อ เอ็น กระดูกให้แข็งแรงจนเพียงพอที่จะรองรับการเปิดจุดลมปราณต่อๆ ไปจนครบ11 จุดหลัก วิธีนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการฝึกปราณเพื่อทะลวงจุดลมปราณตามธรรมชาติหลังจากครบ 11จุดแล้วพวกท่านจะสามารถเข้าสู่การสั่งสมลมปราณด้วยตัวเองได้อย่างมั่นคง”

            “เอาล่ะ อธิบายมากไปก็จะน่าเบื่อ เรามาเริ่มจากพี่อาเฮยเลยละกันอธิบายไปด้วยทำให้ดูไปด้วย จะได้สนุกและเข้าใจกระจ่าง” หยางเถาอวี้เรียกอาเฮยออกมาหน้าแถว

            “ขอให้ท่านทำตัวตามสบายสังเกตุรับรู้ร่างกายของตน”กล่าวจบหยางเถาอวี้เริ่มโคจรพลังปราณและพลังแสงมาสั่งสมที่ปลายนิ้วชี้นางเริ่มวาดมือไปตามจุดต่างๆ บนร่างของอาเฮยเพื่อเหนี่ยวนำลมปราณลงไปยังจุดตันเถียนล่างที่บริเวณท้องน้อยของอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบสนองอย่างผิดปกติจึงเริ่มส่งพลังแสงเข้าไปกระตุ้นจุดตันเถียนล่างอย่างช้าๆและนิ่มนวล ผ่านไปราวสิบลมหายใจ จุดตันเถียนของอาเฮยก็ค่อยๆ ขยายตัวออกเป็นสัญญาณว่าการทะลวงจุดแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เห็นเช่นนี้หยางเถาอวี้จึงถ่ายทอดเคล็ดวิชาเดินลมปราณทะลวงจุดชีพจรขั้นพื้นฐานที่มีสะสมไว้ในเรือนไผ่เขียวให้อาเฮยทันที

            “เสร็จแล้ว ง่ายใช่หรือไม่ ท่านไปนั่งโคจรและดูดซับพลังปราณตามที่ข้าถ่ายทอดให้ตรงบริเวณต้นกำเนิดปราณพิภพได้เลยและนี่ผลึกหยกส้ม 10 ก้อน” ในมือที่ยื่นส่งให้ของหยางเถาอวี้มีผลึกหยกสีส้มสวยงามจำนวน10 ก้อน นี่เล่นเอาพวกคนงานพากันตาโตจนแทบถลนออกมานอกเบ้าต้องรู้ว่าผลึกหยกส้มก้อนหนึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100 ตำลึงทองทีเดียวสิ่งที่อยู่ในมืออาเฮยจึงมีมูลค่านับพันตำลึงทอง เกรงว่าทรัพย์สินที่พวกตนหามาได้ทั้งชีวิตคงยังมีไม่ถึงหนึ่งในสิบของเจ้าสิ่งที่อยู่ในมืออาเฮยเลยกระมังนายหญิงร่ำรวยถึงเพียงนี้เชียวหรือ ยิ่งมาก็ยิ่งตกใจ

            “คนต่อไปเข้ามาได้เลย”หยางเถาอวี้ไล่ตรวจร่างกายและเปิดจุดตันเถียนให้กับคนงานไปจนครบทุกคนโชคดีที่คนของนางไม่มีใครมีปัญหาจุดลมปราณพิการ ราวสองชั่วยามต่อมาทุกอย่างจึงเสร็จสิ้นลง

            “อีกสามวันค่อยมาเปิดจุดลมปราณที่สองนะเจ้าคะรอให้ร่างกายของพวกท่านปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ให้ดีก่อน เราจะทำเช่นนี้ไปจนครบ 11จุดเจ้าค่ะขอให้พวกท่านฝึกเดินลมปราณให้คล่องจนร่างกายจดจำและโคจรลมปราณได้ด้วยตัวของมันเองตลอดเวลาทำเช่นนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อพวกท่าน”

            “เข้าใจแล้วขอรับนายหญิงพวกข้าจะพยายามสุดชีวิต มิให้ความเมตตาของท่านสูญเปล่าแน่นอน”อาเฮยและทุกคนต่างน้อมรับคำแนะนำและซาบซึ้งในสิ่งที่หยางเถาอวี้มอบให้ ‘คิดถูกแล้วที่ตัดสินใจเลือกติดตามนายหญิง’

            ราวสองเดือนต่อมาทุกคนก็ได้รับการเปิดจุดลมปราณหลักจนครบ11 จุดการฝึกยุทธ์มีความก้าวหน้าด้วยทรัพยากรที่หยางเถาอวี้มอบให้ไม่ขาดไม่ว่าจะเป็นน้ำทิพย์หรือผลึกหยก ทำให้เวลานี้ต่างสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นปฐมพลังได้สำเร็จทุกคนขยันขันแข็ง ตื่นแต่เช้าตรู่มาบ่มเพาะพลัง ฝึกยุทธ์เสร็จแล้วจึงเริ่มทำงานในสวนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องต่อหน้าที่ สมุนไพรที่ปลูกในสวนเจริญเติบโตเร็วกว่าการปลูกพืชทั่วไปหลายเท่าอีกทั้งยังไม่มีปัญหาโรคพืช เวลานี้สามารถเก็บเกี่ยวไปขายให้ร้านสมุนไพรเถ้าแก่เมิ่งได้หลายอย่างแล้วส่วนพวกผักป่า มะม่วง กล้วยและผลไม้อีกหลายชนิดที่เก็บสะสมไว้ในมิติและถูกนำออกมาเพาะปลูกก็ได้นำไปเสนอส่งขายให้เหลาเมฆาล่องและได้รับความนิยมสูงตามคาด

            จางเหยาก็ไม่น้อยหน้า ทุกคืนหยางเถาอวี้จะพาเขาเข้าไปบ่มเพาะพลังในมิติของรุ่ยเอ๋อดังนั้นเวลานี้เขาจึงเลื่อนขึ้นสู่ขั้นปฐมตอนปลายแล้ว

            ส่วนหยางเถาอวี้น่ะหรือตั้งแต่ได้ผลึกหยกครามกับผลึกหยกน้ำเงินมาปลูกเวลานี้ผลึกของพวกมันเริ่มงอกขยายออกมาเป็นจำนวนไม่น้อยแล้วเพียงพอที่จะให้นางเก็บเกี่ยวมาบ่มเพาะพลัง นางจึงสามารถสั่งสมพลังปราณจนเพียงพอให้บีบอัดทะเลหยดน้ำลมปราณให้กลายเป็นผลึกแข็งได้สำเร็จทะลวงด่านเลื่อนขึ้นสู่ขั้นปัจฉิมตอนต้นได้เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เอง

            เช้านี้นางคิดถึงเรื่องทรัพยากรผลึกลมปราณของทุกคนหากนางจากไป

            “พี่เหยาเจ้าคะข้าคิดว่าเราควรทำทางลับใต้ดินเอาไว้ปลูกผลึกหยกกับหินแปรปรวนท่านว่าเราควรจะทำทางลับนี้ไว้ที่บริเวณไหนดีเจ้าคะ”

            “ข้าว่า..ทำทางลงไว้ในตัวบ้านนี้ดีหรือไม่ แล้วไหนๆ ก็จะขุดทางลับใต้ดินแล้วทำเป็นช่องทางหนีภัยไปด้วยในตัวเลยดีหรือไม่”

            “โอ้ว เข้าท่านะเจ้าคะเหมือนในหนังเลย โอะโฮะๆๆ”ได้ยินข้อเสนอของจางเหยาแล้วชวนให้เลือดในกายเดือดพล่านดีแท้ไม่มีเรื่องตื่นเต้นมาให้ทำนานมากแล้วเพราะช่วงที่ผ่านมาชีวิตช่างสุขสงบเหลือเกิน

            นางปรึกษากับจางเหยาและวาดแผนการคร่าวๆออกมา เลือกทางลงห้องใต้ดินลับที่ห้องหนังสือ จากนั้นขุดเป็นอุโมงค์ส่วนหนึ่งทำห้องปลูกผลึกหยกระดับต่างๆ กับหินแปรปรวนส่วนหนึ่งทำห้องหลบภัยชั่วคราว และก็มีทางเดินทะลุลอดออกไปยังชายป่าหมื่นอสูรแน่นอนว่าต้องวางค่ายกลพลางตา ค่ายกลป้องกันค่ายกลป้องกันคลื่นพลังแปรปรวนจากหินแปรปรวน ค่ายกลกักพลังปราณจากผลึกหยกต่างๆมิให้เล็ดรอดออกไปให้ผู้ฝึกปราณตรวจจับได้และค่ายกลจำกัดอาณาเขตของแก่นหินกำเนิดพิภพมิให้ผลึกหยกกับหินแปรปรวนที่ปลูกขยายตัวออกไปนอกอาณาเขตเอาไว้ด้วย

            ทำไปทำมาโครงการนี้กลับมิใช่งานเล็กๆอย่างที่ต้องการในตอนแรกเสียแล้ว

            เมื่อสรุปแผนงานได้หยางเถาอวี้จึงเรียกระดมเหล่าคนใต้อาณัติให้เริ่มดำเนินการทันที

            พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกปราณขั้นปฐมกันแล้วแรงกายเหลือเฟือนักใช้เวลาเพียงเดือนเดียวห้องใต้ดินบวกอุโมงค์หลบภัยก็เสร็จสมบูรณ์ โชคดีที่คนของนางเป็นนายช่างมาก่อนจึงไม่ต้องปวดหัวหาคนนอกมาทำงาน

            งานทำทางลับใต้ดินเสร็จสิ้นต่อไปย่อมเป็นหน้าที่ของหยางเถาอวี้ในการวางค่ายกลนางถือโอกาสนี้ถ่ายทอดการสร้างค่ายกลที่จำเป็นต้องใช้ในอาณาเขตบ้านให้จางเหยาไว้ด้วยเผื่อมีปัญหาในอนาคตเขาจะได้แก้ไขด้วยตนเองได้ จางเหยานับว่ามีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเรียนรู้อักขระและการวางค่ายกลได้ค่อนข้างรวดเร็ว แม้ยังไม่ชำนาญ แต่ก็เข้าใจพื้นฐานและขั้นตอนความเป็นไป

            “นี่คืออักขระกุญแจสร้างป้ายผ่านทางและหยกผ่านทางนะเจ้าคะพี่เหยาท่านลองทำดู เผื่ออีกหน่อยมีคนงานมาเพิ่ม”

            “เจ้าพูดเหมือนจะจากไปแล้วอย่างงั้น”จางเหยาฟังแล้วรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย แม้รู้ว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นเพราะนางต้องหาหนทางกลับดาวเกิด

            “สักวันหนึ่งก็ต้องไปเจ้าค่ะ แต่ข้าตั้งใจว่าจะอยู่จนกว่าพวกท่านจะเลื่อนขึ้นสู่ระดับมัชฌิมตอนกลางกันเสียก่อนเช่นนั้นจึงจะพอปลอดภัยหายห่วงข้าได้ยินมาว่าผู้ฝึกปราณระดับมัชฌิมถือเป็นยอดฝีมือสำหรับโลกบำเพ็ญเซียนแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            “ข้าก็ได้ยินมาอย่างนั้นนะ ว่ากันว่าขั้นปฐมเป็นจุดเริ่มต้น ขั้นมัชฌิมออกท่องยุทธภพขั้นปัจฉิมนั่งอยู่เหนือผู้คน”

            “อืม น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถสร้างบ่อน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ให้พวกท่านได้เพราะสิ่งที่ให้กำเนิดน้ำทิพย์คือหยกวารีข้าแกะมันออกมาจากตัวไม่ได้ แต่จะทิ้งไว้ให้พวกท่านมากที่สุด และอาจจะฝากมาทางร้านวั่นไฉเป็นระยะๆด้วยนะเจ้าค่ะ”

            “หากมีคนรู้เข้าจะไม่เป็นอันตรายแย่หรืออวี้เอ๋อ”จางเหยาขมวดคิ้วถาม

            “ข้าจะลงอักขระไว้หลายๆ ชั้นนะเจ้าคะรับรองว่าไม่มีใครรู้แน่ แต่เอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็ได้เจ้าค่ะ”

            “อืม ให้เป็นเช่นนั้นเถอะ”

            “แต่ถ้าไม่มีน้ำทิพย์เมื่อไหร่สมุนไพรต่างๆ อาจได้รับผลกระทบ ถึงเวลานั้นเราอาจสูญเสียรายได้หรือเปล่าเจ้าคะ”คิดไปคิดมานางก็เริ่มเป็นห่วงปากท้องของคนข้างหลัง

            “เจ้าว่าถึงเวลานั้นเราขายผลึกหยกแทนดีหรือไม่”

            “ก็เข้าท่านะเจ้าคะอาจจะหาวิธีปกปิดที่มา เช่นการนำออกประมูล ผลึกหยกน้ำเงินไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆถ้านำไปประมูลน่าจะเป็นที่สนใจและได้ราคามากกว่าการแลกเปลี่ยนที่ร้าน”

            “เรื่องยังอีกยาวไกลอย่าเพิ่งคิดมากเลย เงินที่มีอยู่ตอนนี้ก็ใช้ไปได้ทั้งชีวิตแล้วหละอวี้เอ๋อถึงไม่มีสมุนไพรพลังปราณ แต่พืชผลไม้ของเราล้วนแปลกและรสชาติดีเป็นที่นิยมสำหรับวงการอาหาร ส่วนการฝึกพลังยุทธ์ย่อมสามารถใช้ผลึกหยกอย่างเดียวได้”

            “ข้านึกออกแล้ว พี่เหยาตัวท่านมีธาตุไฟ ท่านสามารถฝึกปรุงยาวิเศษได้นะเจ้าคะ ถึงไม่มีสมุนไพรพลังปราณแต่ถ้าเราปรุงยาวิเศษจากสมุนไพรระดับสูงทั่วไปได้ ท่านก็จะกลายเป็นบ่อเงินบ่อทองเคลื่อนที่ได้เช่นกันอิอิ ไม่ทราบว่าท่านสนใจหรือไม่”

            “สนใจแน่นอน โปรดชี้แนะด้วย ท่านอาจารย์”จางเหยาค้อมกายลงเป็นเชิงหยอกล้อ

            ดังนั้นหยางเถาอวี้จึงแบ่งเวลาอีกส่วนหนึ่งมาถ่ายทอดเคล็ดวิชาปรุงยาให้แก่จางเหยาและร่วมกันฝึกปรุงยานางยังทิ้งตำราสมุนไพรและตำราการปรุงยาไว้ให้เขาค่อยๆ ศึกษาอีกด้วย จะอย่างไรทีเจวันก็สแกนเก็บไว้อยู่และนางก็จำได้ทั้งหมดแล้ว

            “เรื่องสุดท้ายที่นึกออกตอนนี้คือข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิธีการทำพันธะสัญญาแบบต่างๆให้ท่านด้วย เผื่ออนาคตต้องรับคนมาอยู่ในเขตบ้านเราเพิ่มเติมท่านหลับตาลงเถอะเจ้าค่ะ” นางพยายามเคี่ยวกรำจางเหยาให้เป็นเสาหลักของครอบครัวได้ทุกด้านโชคดีที่จางเหยานับเป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศคนหนึ่ง ถึงต้องใช้เวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆมากกว่านางสักหน่อย แต่ราวห้าเดือนถัดมาเขาก็เริ่มปรุงยาวิเศษระดับต่ำออกมาได้บ้างแล้วแม้จะยังไม่มีคุณภาพเต็มสิบส่วนก็ตาม ของแบบนี้ใจร้อนไม่ได้ ต้องค่อยๆ ฝึกไป

            ผ่านไปเกือบปีนับตั้งแต่ที่หยางเถาอวี้หลุดเข้ามาสู่โลกบำเพ็ญเซียนเวลานี้พวกอาเฮยขยับขึ้นสู่ระดับพลังขั้นมัชฌิมตอนต้นได้สำเร็จ จางเหยาเข้าสู่ขั้นมัชฌิมตอนปลายส่วนตัวนางเลื่อนขึ้นสู่ขั้นปัจฉิมตอนปลายนับว่าเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จถึงฝั่งฝัน อีกทั้งขั้นปัจฉินตอนปลายนี้เป็นขั้นสุดท้ายของคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นทุกอย่างประจวบเหมาะและตอกย้ำให้นางต้องก้าวสู่การผจญภัยครั้งใหม่

            ‘ข้าใกล้จะต้องออกเดินทางแล้วเสียดายว่าในอำเภอตงอวิ๋นไม่มีหินสื่อสารขายทางร้านวั่นไฉแจ้งว่าหินสื่อสารกำลังขาดตลาดอีกอย่างถึงมีก็มีแต่หินสื่อสารระดับต่ำที่ใช้สื่อสารระดับเมืองต่อเมืองได้เท่านั้นเพราะที่นี่อยู่เขตชายขอบทวีปซึ่งห่างไกลความเจริญ รุ่ยเอ๋อ ข้าอ่านพบในคัมภีร์เฉียนคุนหมวดอักขระในนั้นบันทึกวิธีลงอักขระบนหินเหนี่ยวนำเสียง ในมิติของเรามีหินเหนี่ยวนำเสียงหรือไม่’หยางเถาอวี้เอ่ยถามรุ่ยเอ๋อเมื่อนึกถึงโทรศัพท์ในโลกมนุษย์ที่ดาวทวิภาคก็มีอุปกรณ์สื่อสารเหมือนกัน แต่มักใช้ในเด็กเล็กหรือการสื่อสารข้ามดวงดาวเพราะเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จิตวิญญาณพัฒนาคนบนดาวทวิภาคสามารถสื่อสารกันทางโทรจิตได้

            ‘ไม่มีเจ้าค่ะ’

            ‘ว๊า งั้นก็ช่วยไม่ได้หละนะ... เดี๋ยวก่อนทีเจวัน นายมีแบบแปลนของวงจรอุปกรณ์สื่อสารหรือเปล่า’

            ‘มีอยู่ครับ’

            ‘เริ่ดไปเลย ชั้นคิดอะไรดีๆ ออกแล้วเรามาทดลองอะไรกันเถอะ แต่ก่อนอื่น นายไปฝังตัวในถ้ำหินกำเนิดพิภพบัดเดี๋ยวนี้เลยนะหึหึหึ ข้านี่อัจฉริยะจริงๆๆๆ’

            ‘หรือว่า... เข้าใจแล้วครับ’ทีเจวันหายวับไปจากข้อมือของหยางเถาอวี้อย่างไม่รอช้า เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เอ๊ะ เป็นเครื่องกลตื่นเต้นได้ด้วยเหรอ ช่างแปลกอะไรเช่นนี้ เขาอดที่จะโผล่กลับมาบอกหยางเถาอวี้ไม่ได้

            ‘เจ้านายครับ ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆคล้ายเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ขึ้นมา คล้ายเกิดความตื่นเต้นด้วยครับ’

            ‘หืม เฮ้ย ...อย่าบอกนะว่า...นายเริ่มมีจิตวิญญาณ ????’

            ‘จะเป็นไปได้หรือครับ แต่หลังๆ ผมรู้สึก จริงๆ ครับ เพียงแต่ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ศัพท์แสงในไวยากรณ์ภาษาแต่เมื่อครู่ที่เข้าใจความคิดเจ้านาย ผม... รู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ครับ’

            ‘ยอดเยี่ยมที่สุดเลยทีเจวัน แต่คิดแล้วก็ไม่น่าแปลกใจนะที่โลกบำเพ็ญเซียนมีพลังปราณ พลังกำเนิดวิญญาณเข้มข้นเหมือนอย่างที่พวกอาวุธเซียนอาวุธเทพสามารถถือกำเนิดวิญญาณอาวุธได้นายคงเป็นแบบนั้นแหละ เริ่มกำเนิดจิตวิญญาณในตัว ชั้นดีใจด้วยนะ’

            ‘เช่นนี้นี่เอง ผมดีใจมากครับ’

            ‘งั้นต่อไปนายอาจจะสร้างรูปลักษณ์วิญญาณขึ้นมาได้ด้วยนะ ชั้นจะรอวันนั้น พยายามเข้าล่ะ’

            ‘ขอบคุณครับ งั้นผมไปละ’

     

    คล้ายกับเรื่องหยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก ที่คุณอ่าน