ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 139 ห้องสมุดลับ

    Chapter 139 ห้องสมุดลับ


       “ฉันพูดความจริง!” สายฝนยังคงยืนยันคำเดิม เวลานี้ตัวเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ยกเว้นศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราพลังที่เหลือของเขาไม่สามารถใช้มันได้ในตอนนี้ ศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราหากสายฝนไม่ใช้มันให้ใครเห็นหรือไม่ถูกดูความทรงจำก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเขามีมัน เพราะงั้นโอกาสที่ครีเทลจะรู้มันเกือบเป็นศูนย์


       อย่าบอกนะว่าฝ่ายตรงข้ามดูความทรงจำเขา? สายฝนส่ายหัวภายในใจทันที การที่อีกฝ่ายดูความทรงจำเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากอีกฝ่ายดูความทรงจำเขาไปแล้วจะมาถามคำถามไร้สาระแบบนี้ทำไม? ทั้งหมดซึ่งกล่าวไปเป็นผลให้สายฝนตัดสินใจไม่เปลี่ยนคำตนเอง เขามั่นใจมาก! 


       “แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์ธรรมดา” ชายชราครีเทลมองสายฝนและเอ่ยขึ้น ความคิดมันยังคงไม่แปรเปลี่ยน ครีเทลมั่นใจในความคิดตนเองไม่ต่างจากสายฝน พลังอันแข็งแกร่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างมัน ทันใดนั้นสายฝนพลันไม่สามารถขยับร่างกายตนเองได้แม้แต่น้อย ถึงความแข็งแกร่งครีเทลจะไม่ถึงระดับชนชั้นสูงทว่ามันก็มากเพียงพอจะบดขยี้ร่างสายฝนได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คิด 


       นี่ยังไม่แข็งแกร่งเท่าชนชั้นสูงหรือ? ชนชั้นสูงแข็งแกร่งขนาดไหนกัน? สายฝนสงสัย แม้จะได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของชนชั้นสูงมาแล้วแต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจ ความแข็งแกร่งที่มากเกินไปคำพูดอาจไม่สามารถอธิบายหมด จำเป็นต้องได้เห็นได้เจอกับตา 


       “ถ้าคุณไม่เชื่อก็แค่ตรวจสอบฉัน ด้วยความแข็งแกร่งของฉันมันไม่มีทางต่อต้านการตรวจสอบจากคุณได้อยู่แล้ว” สายฝนแน่ใจมากว่าฝ่ายตรงข้ามไม่อาจดูความทรงจำตนได้ และต่อให้จะดูได้อีกฝ่ายก็ต้องสูญเสียจำนวนมาก เขาคิดว่าความทรงจำคนอื่นไม่ได้ดูง่ายขนาดนั้น ดังนั้นสายฝนจึงกล้าท้าทายผู้ซึ่งมีความแข็งแกร่งเกือบเท่าชนชั้นสูง 


       “ไม่จำเป็นที่ข้าต้องทำเช่นนั้น แค่เจ้าสามารถยืนทนพลังของข้าได้นั่นก็บ่งบอกชัดเจนแล้วว่าเจ้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา คนธรรมดาน่ะไม่อาจสงบแบบเจ้าได้เมื่อเผชิญกับความแข็งแกร่งระดับครึ่งก้าวชนชั้นสูงหรอกนะ” ชายชราครีเทลกล่าว คำพูดมันทำให้สายฝนชะงักกะทันหัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาลืมไปสนิทเลย ไม่คาดคิดว่าชายแก่ผู้นี้จะใช้เรื่องนี้ในการหาคำตอบ บ้าจริง! 


       สาเหตุว่าทำไมสายฝนสามารถสงบได้แม้จะเผชิญความแข็งแกร่งชายชราครีเทลมีอยู่หลายเหตุผล เหตุผลหลักๆมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกเป็นเพราะสัญชาตญาณ อย่างที่สองคือเขาเคยเจอความแข็งแกร่งของเทพเจ้ามาก่อนแล้ว 


       ชายแก่ศัตรูเทพวายุมีความแข็งแกร่งมากกว่าครีเทลหลายเท่า สายฝนได้รับประสบการณ์การต่อสู่ครั้งนั้น มันคล้ายกับไม่มีประโยชน์ทว่าแท้จริงกลับมีประโยชน์ กล่าวตามตรงหากเขาไม่ได้รับประสบการณ์ครั้งนั้นมาคงยากที่เขาจะสงบนิ่งขณะเจอความแข็งแกร่งครีเทล 


       หลังจากได้ยินคำกล่าวฝ่ายตรงข้ามสายฝนก็ตัดสินใจยอมแพ้ทันที แถต่อไปก็ไม่ชนะ ในเมื่ออีกฝ่ายรู้แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องปกปิด วินาทีถัดมาสายฝนพลันเอ่ยพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้น “ฉันยอมแพ้ ไม่สามารถสู้คุณได้จริงๆ สมแล้วที่เป็นครึ่งก้าวชนชั้นสูง หวังว่าคุณจะไม่สังหารฉันเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้” 


       เมื่อฟังสิ่งที่สายฝนพูดชายชราครีเทลก็จ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด อะไรคือเรื่องเล็กน้อยแบบนี้? การโกหกครึ่งก้าวชนชั้นสูงถือเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ? ชายหนุ่มมนุษย์ผู้นี้ไม่มีความรู้สึกอายขณะกล่าวเช่นนั้นเลย? เป็นชายหนุ่มที่หน้าด้านจริงๆ ไม่มีระดับศูนย์ที่ไหนกล้าบอกว่าการโกหกครึ่งก้าวชนชั้นสูงเป็นเรื่องธรรมดาหรอก 


       ชายชราครีเทลส่ายหัวให้กับความไร้ยางอายของสายฝนและกล่าวว่า “ข้าจะไม่สังหารเจ้าแม้ว่าเจ้าจะโกหกข้าก็ตาม เจ้าเป็นคนช่วยชีวิตฟีซิเลีย เพราะงั้นข้าจึงไม่ลงมือสังหารเจ้าเวลานี้ แน่นอน หากเจ้ากล้าทำร้ายฟีซิเลียข้าจะฆ่าเจ้าทันที” ฟังคำกล่าวชายแก่จบสายฝนพลันลอบถอนหายใจ ปลอดภัยแล้ว 


       เขารู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เป็นคนเช่นเดียวกับเขา อีกฝ่ายเป็นคนที่น่าจะรักษาสัญญาซึ่งแตกต่างจากสายฝนที่ไม่ค่อยรักษาสัญญาเท่าไหร่ ดูได้จากการสังหารศัตรูของเขาในอดีต สายฝนบอกจะปล่อยศัตรูแต่สุดท้ายเขากลับไม่ทำตามที่กล่าว เขาลงมือฆ่าศัตรูอย่างโหดเหี้ยมไร้ปราณี 


       “คุณคงไม่ได้มีเรื่องคุยกับฉันแค่นี้?” สายฝนถามเปลี่ยนเรื่อง ชายชราสามารถคาดเดาความคิดเขาได้ทว่ามันก็ไม่ได้ขัดขวาง เป็นจริงดั่งที่สายฝนคิด ครีเทลไม่ได้พาสายฝนมาคุยเป็นการส่วนตัวเพราะเรื่องแค่นี้ คุยเรื่องอะไรนั้นมันยังไม่คิดจะบอกเขา 


       “เจ้าต้องการข้อมูลจำนวนมากใช่หรือไม่?” ชายชราถาม สายฝนพยักหน้าทันที เขาต้องการข้อมูลจำนวนมาก ณ ตอนนี้เขาไร้พลังแถมยังอยู่ในโลกซึ่งเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งที่สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย อยู่ในโลกเช่นนี้สายฝนจำเป็นต้องหาอะไรติดตัวเพื่อเอาชีวิตรอดใว้บ้าง 


       หากไม่มีพลัง ก็ต้องพึ่งข้อมูลจำนวนมาก การมีข้อมูลจำนวนมากติดตัวใว้เป็นเรื่องดี พวกมันสามารถช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้เล็กน้อย แต่ถึงจะเล็กน้อยก็ถือว่ามีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าเดิมอยู่ดี สาเหตุที่กล่าวว่าเล็กน้อยเป็นเพราะต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริงสายฝนย่อมไม่สามารถปกป้องชีวิตตนได้ด้วยข้อมูลพวกนี้ 


       “ต่อจากนี้ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง” ชายแก่ครีเทลกล่าวกับสายฝนหนึ่งประโยคและก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย สายฝนเงียบ รอว่าชายชราเบื้องหน้าจะพาเขาไปยังที่ใด ในขณะที่สายฝนกำลังคาดเดาภายในใจ เวลานั้นชายชราพลันเขียนอะไรบางอย่างกลางอากาศด้วยนิ้วตัวเอง 


       ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีชายแก่ก็เขียนเสร็จ ฉับพลันเกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น บนพื้นห้องปรากฏวงแหวนฟ้าครามดั่งนํ้าทะเล สายฝนยังไม่ทันคิดอะไรเขาก็รู้สึกมึนหัว การมองเห็นของเขาหายไปชั่วครู่ก่อนกลับมาอีกครั้ง


    ///


       ‘นี่มัน!’ เมื่อการมองเห็นกลับมาอีกครั้งสายฝนพลันตกตะลึง เวลานี้เขาไม่ได้อยู่ห้องเดิมอีกต่อไปแล้ว ขณะนี้เขากำลังอยู่ในห้องสมุดที่โคตรใหญ่โต ห้องสมุดในเมืองไม่สามารถเทียบกับที่นี่ได้แม้แต่น้อย นอกจากห้องสมุดที่นี่จะใหญ่มากแล้วมันยังมีหนังสือจำนวนมหาศาลอีกด้วย มหาศาลขนาดที่ว่าสายฝนใช้เวลาหนึ่งปีก็ไม่อาจอ่านหนังสือที่ห้องสมุดนี้ได้หมด ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยเจอห้องสมุดใหญ่เท่านี้มาก่อน นี่คือห้องสมุดของชายแก่ครีเทล? มันใหญ่กว่าที่สายฝนคิดมาก!


       “เจ้ากำลังอยู่ในห้องสมุดลับของข้า” เห็นสายฝนตกตะลึงชายชราพลันกล่าวขึ้นก่อนพูดต่อ “ข้าได้รวบรวมหนังสือทั้งหมดที่ข้ามีมาใว้ที่นี่ หนังสือแต่ละเล่มล้วนไม่ธรรมดา เป็นหนังสือที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มีวันได้พบเจอ ข้าใช้เวลามากกว่าห้าร้อยปีในการสร้างที่แห่งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าไม่เคยพาใครเข้ามาที่นี่มาก่อน เจ้าเป็นคนแรก!”


       “แล้วฟีซิเลียล่ะ?” สายฝนถามอย่างสงสัยใคร่รู้ ฟีซิเรียสมควรมาที่ห้องสมุดแห่งนี้เป็นคนแรกไม่ใช่หรือ?


       ชายชราครีเทลถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง มันเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์บางอย่าง “ฟีซิเลียไม่ชอบการอ่านหนังสือ เธอบอกว่ามันน่าเบื่อและไม่สนุก ดังนั้นข้าจึงไม่ได้พาเธอมาที่นี่ การพาเธอมาที่นี่มันไร้ประโยชน์ สุดท้ายแล้วฟีซิเลียก็แค่ตกตะลึงกับขนาดใหญ่โตของห้องสมุด เธอจะไม่อ่านหนังสือ”




    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน