ราชันพิษล้างสวรรค์

    บทที่ 29 เคล็ดวิชากระบี่เมฆาฟ้า ปะทะ เคล็ดวิชาเงามืดสังหาร

    หยางเค่อตั้งใจโจมตีเอาคืนเฉิงคุนให้แทนจางหยวน..ย่อมเห็นได้ชัดว่ามันเป็นคนดีพอควร..ผิดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ค่อนข้างน่ากลัวลิบลับ


    ชิ้ง! “ศิษย์น้องเฉิงคุน!ถอยไปก่อน!” หย่งเฉิงชักกระบี่ด้วยมือซ้ายออกมาจากปลอกด้านหลังสะพายพรึ่บ! ก่อนกระโดด.. “ฮ๊า!..คลื่นกระบี่มายาร่ายรำต่อเนื่อง!” กล่าวกระบวนท่าขณะที่มือขวามันกำลังถือผ้าห่อใส่กระบี่อีกเล่มของอาวุโสเจิ้งหู่อยู่...แขนซ้ายเคลื่อนที่ว่องไวพลิกข้อมือแยกคมกระบี่เสมือนจริงออกเป็นหลายเล่มเข้าปะทะปัดป้องกระบวนท่ามีดเงาเพชฌฆาตสังหารของหยางเค่อที่เคลื่อนไหวไปมารวดเร็วจนแทบมองไม่เห็นจากทุกทิศทางในเวลาเดียวกัน!


    เก้ง! เพล้ง! เก้ง! เก๊ง! เสียงกระบี่กระทบกับใบมีดสั้น 4 เล่มฟันพวกมันกระเด็นออกไป...แต่ยังเหลืออีกหนึ่ง!


    ฉั่ว! “ อ๊ากกก!..โอ๊ย!..” เฉิงคุนถูกมีดสั้นที่รอดพ้นจากการป้องกันของหย่งเฉิงมาหนึ่งเล่มทะลุผ่านเหนือเอวไป..มันก้มมองดูรีบเอามือปิดบาดแผลห้ามเลือดที่กำลังไหลไว้


    ตึก! “ศิษย์น้อง!เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่!” หย่งเฉิงหลังจากเท้าเหยียบลงพื้นรีบกล่าวถามอาการ..ตัวมันไม่สามารถป้องกันได้หมดจึงค่อนข้างรู้สึกแย่ต่อเฉิงคุนในฐานะที่ตนนั้นเป็นศิษย์พี่ระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่4 เช่นเดียวกับหยางเค่อแท้ๆแต่กลับมีฝีมือด้อยกว่า..


    “อั่ก!..ข้า..ไม่เป็นไร...ขอบคุณศิษย์พี่หย่งมากที่ช่วยเหลือ..ไม่งั้นข้าคงต้องตายแน่แล้ว!..” เฉิงคุนพยายามฝืนสีหน้าอดทนยิ้มกล่าวขอบคุณหย่งเฉิง..ริมฝีปากมันมีรอยกระอักเลือดออกมานิดหน่อย..อวัยวะภายในได้รับความเสียหายบางส่วน


    “พวกเจ้าสองคนรีบตั้งท่าระวังตัวเร็วเข้า!...การโจมตีของมันยังไม่จบ!..” อาวุโสเจิ้งหู่กล่าวเตือนร้อนรนหน้าคิ้วขมวดตึงเครียดขึ้น...มันเคยประมือกับศิษย์สำนักสุสานทมิฬมาก่อนย่อมรู้ถึงความร้ายกาจของเคล็ดวิชาเงามืดสังหารค่อนข้างดี!...


    ตอนนี้ผู้อาวุโสทั้งสองตัดสินใจยังไม่คิดเข้าร่วมต่อสู้..เพราะเกรงว่าจะทำให้พื้นที่แถบนี้ได้รับความเสียหายมากขึ้น..เพียงแค่ยืนมองดูลูกศิษย์สำนักของตัวเองสับประยุทธ์กันจนกว่าจะคราววิกฤตจริงๆ..แต่ถึงแบบนั้น...


    “เจ้าศิษย์สัตว์ประหลาดสำนักสุสานทมิฬนั่นเป็นใครกัน!?...ทำไมมันถึงแข็งแกร่งเช่นนี้!” อาวุโสเจิ้งหู่จ้องหยางเค่อตาเขม็งเป็นกังวลว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ของตนจะต้องพ่ายแพ้หมดรูป


    “หึ!..สายไปแล้วล่ะ!..”  อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวสะเหยะยิ้มมองดูสถานการณ์อย่างสบายใจ


    แกร๊ก! “มีดเงาเพชฌฆาตหวนคืน!” หยางเค่อแววตาสีแดงทอแสงวาบขึ้นกล่าวกระบวนท่าสังหารจู่โจมต่อเนื่องพร้อมกับกำนิ้วมือดึงแขนซ้ายเข้าหาตัว...ใบมีดที่ถูกซัดปลิวกระเด็นกระจัดกระจายเริ่มบินย้อนกลับมาพุ่งเป้าไปที่หย่งเฉิงและเฉิงคุนแบบไม่ให้พัก!..


    ฟื้ดๆ! วื๊ดดด! มีเสียงลวดแข็งตึงดังขึ้น!ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่ใบมีดสั้นอันแหลมคมนั้นมีเงาสะท้อนจากเส้นลวดสีดำขนาดเล็กผูกร้อยอยู่ตรงรูท้ายด้ามจับช่วยให้หยางเค่อควบคุมทิศทางของมัน..


    “ นี่มันวิชาบ้าอะไรว่ะเนี่ย!...จะไม่ให้พวกเราหยุดพักหายใจกันเลยรึไง!?..” เฉิงคุนกล่าวสบถบ่นด่าอย่างเหนื่อยอ่อนท้อแท้...มันกำลังอดทนความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ได้รับเมื่อสักครู่...ไม่มีแรงเหลือเหวี่ยงกระบี่ด้วยซ้ำ!


    “หึ่ม!..ท่านอาจารย์ข้าขอยืม...กระบี่พยัคฆ์เมฆา...ของท่านสักเดี๋ยวได้รึไม่!?..” หย่งเฉิงเห็นท่าไม่ดีแล้วจึงรีบกล่าวขอคำอนุญาตยืมใช้กระบี่ที่เจิ้งหู่ฝากไว้กับตนกระทำบางอย่าง..


    “ได้!..เจ้าจงใช้มันแสดงพลังเคล็ดวิชากระบี่เมฆาฟ้าที่แท้จริงให้ศิษย์สำนักสุสานทมิฬผู้นั้นรู้ซึ้งซะ!..”


    อาวุโสเจิ้งหู่กล่าวอนุญาตทันทีไม่หวง..เพราะแต่เดิมตนตั้งใจจะให้กระบี่พยัคฆ์เมฆา..ศัสตราวุธระดับจิตขั้นสูงที่ตีขึ้นโดยนักหลอมของสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์แก่หย่งเฉิงอยู่แล้วจึงได้ใช้มันถือกระบี่นี้อยู่ตลอดเวลาเพื่อความคุ้นชิน..


    “ ศิษย์ทราบแล้ว!” ฟึ่บ! หย่งเฉิงใช้ปากกัดดึงสายมัดโยนเอากระบี่ออกจากห่อผ้ากลางอากาศ


    แคร๊ก! ชิ้ง! กระบี่พยัคฆ์เมฆาลอยออกมาเผยให้เห็นรูปหัวพยัคฆ์แยกเขี้ยวดุร้ายที่ด้ามจับ..


    “โห่!..ไม่อยากเชื่อว่าศิษย์บุรุษแห่งสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ผู้นั้นจะใช้เพลงกระบี่คู่!..ช่างน่าประทับใจจริงๆ!” เฉินตงหมิงมองดูการต่อสู้ของสองสำนักใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตอย่างตื่นตาตื่นใจไม่ห่วงว่าร้านโอสถตระกูลเฉินของตนจะต้องพังพินาศสักนิด


    “หว่า!!...ร้านข้าใกล้จะพังเละเทะหมดแล้ว!..” 


    ผิดกับเฉินหรุ่ยที่เป็นคนคอยดูแลกิจการร้านของตระกูลถึงกับต้องกุมขมับปวดหัวไม่รู้ว่าจะรับมือสถานการณ์ยังไง...


    “กระบี่คู่รึ?...” หยางเค่อมองดูหย่งเฉิงรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยแต่ไม่ได้แตกตื่นตกใจ...มือขวามันที่ว่างอยู่เริ่มเคลื่อนไหวเตรียมการรับมือ..


    ฟิ๊วววว!ใบมีดทั้งห้าย้อนกลับมาล้อมวงโจมตีเข้าใส่เฉิงคุนและหย่งเฉิงตรงกลางจากด้านบนอีกครั้ง!


    พรึ่บ! ควับ!หย่งเฉิงกระโดดคว้าจับด้ามกระบี่พยัคฆ์เมฆาแล้วยกชี้มันไปด้านหน้า...ส่วนกระบี่อีกเล่มชี้ไปทางด้านหลัง..มันคือกระบี่ปักษาเมฆาศัสตราวุธระดับจิตขั้นกลางที่มันได้มาตอนเข้าเป็นศิษย์สายใน..เป็นแบบเดียวกับที่เฉิงคุนกำลังถือครองอยู่ตอนนี้


    หย่งเฉิงตั้งท่ายืดแขนขนานชี้ปลายกระบี่ทั้งสองตรงกันข้าม...แววตาจริงจังมองไปข้างหน้าก่อนกล่าว“คลื่นกระบี่คู่วายุสลาตันคลั่ง!...ย๊า! ”  มันหมุนตัวรวดเร็วควงฟาดฟันปราณกระบี่กลางอากาศเป็นพายุกวาดมีดสั้นทั้งห้าของหยางเค่อไปคนละทิศคนละทาง


    เก๊ง! เพล้ง! ฉับ! “แย่ล่ะ!..” หยางเค่อพลันรู้สึกว่าหนึ่งในมีดสั้นทั้งห้าเล่มถูกตัดขาดการควบคุมไปทันที!


    “ฮ่าๆ..เป็นไง...อ่ะ!...เวรล่ะ!” หย่งเฉิงที่กำลังหัวเราะภาคภูมิใจในฝีมือกระบี่กลับต้องพลันตื่นตระหนกเพราะพบเห็นความผิดพลาดของตน!

    ฟิ้วววววว! ฟับๆๆ!ใบมีดสั้นหนึ่งเล่มถูกตัดขาดจากเส้นลวดด้วยอนุภาพของกระบี่พยัคฆ์เมฆา...ปลิวลอยหมุนติ้วหลุดออกมาตรงไปยังพวกเฉินอี้...


    “สหายเฉินอี้ระวัง!..” หย่งเฉิงกล่าวเตือนร้อนรน..ที่มันตั้งใจจะฟันไม่ใช่แค่มีดสั้นแต่เป็นสายลวดที่ผูกศัตราวุธระดับจิตขั้นกลางให้ขาดการควบคุมออกจากกันจึงก่ะแรงพลาดไปหน่อย..เพราะยังไม่ชินกับน้ำหนักกระบี่..


    เกือบทุกคนที่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆต่างพลันตื่นตกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้!


    ฟิ้ววว!...ตอนนี้เฉินอี้กำลังคุยกับจางหยวนเรื่องอื่นอยู่ได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกจึงหันตามามองรับรู้สถานการณ์โดยสัญชาตญาณ...มันแบ่งใจหนึ่งเป็นสองคอยระมัดระวังตัวเอาไว้แต่ต้นแล้ว...ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นช้าๆ!


    “ ข้าเอง!...เอ๊ะ!” อาวุโสจิ๋นอิ่งอยู่ใกล้ตัวเฉินอี้กำลังจะรีบดักหน้าช่วยกลับต้องหยุดชะงักก่อนกล่าววาจาตกตะลึงปนประหลาดใจ“ห่ะ!...เจ้าหนูคิดจะทำอะไรน่ะ!?...” มันเบิกโตกล่าวคำถามมองการกระทำของเฉินอี้ที่ทำท่ายกแขนเหมือนกำลังจะรับมีดสั้นนั้นด้วยมือเปล่า!...


    “เจ้าหนูนี่!อยากตายรึไง!?...รีบหลบไปซะ!...” ขณะเดียวกันอาวุโสเจิ้งหู่เห็นท่าทางที่บ้าบิ่นของเฉินอี้จึงกล่าวเตือนขึ้น...เท่าที่ดูถึงแม้พลังปราณของมีดสั้นจะสลายไปกว่าเจ็ดส่วนแล้ว..แต่พลังเพียงสามส่วนของระดับแก่นแท้สวรรค์ลมปราณขั้นที่4 ก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 8 ได้ง่ายนิดเดียว..ไม่มีทางที่มันจะรับมือได้แน่!


    เฉินอี้ยังคงทำเหมือนเดิมไม่สนใจคำเตือนใดๆของพวกมัน

    “ฮืออองึกๆ”....เพราะข้างหลังตนมีเฉินเหม่ยเย่ที่ยืนอย่างหวาดกลัวตัวสั่นเทาก้าวขาไปออกอยู่...


    “ ลูกอี้!!.. ห่ะ!ท่านทำอะไร!?...” ส่วนเฉินเหว่ยหงที่กำลังจะก้าวเท้าวิ่งขึ้นมาด้านหน้ากลับถูกเซี่ยซูเหยากางแขนหยุดห้ามมันเอาไว้...ตนได้แต่ทำสีหน้างุนงงมึนตึบ


    เฉินอี้เริ่มโคจรเคล็ดวิชาพิษนิรันดร์กลืน...ยกแบฝ่ามือตั้งขึ้นรอรับใบมีดที่กำลังหมุนวนกลับหัวพุ่งมาหาด้วยความเร็ว...ด้านในฝ่ามือเริ่มเป็นเกราะพิษสีดำขึ้น!


    ฟิ้ววว! “ น้องเฉินอี้อย่า!!...” จางหยวนตะโกนกล่าวห้ามตื่นตระหนกไม่คิดว่ามันจะบ้าทำอะไรแบบนี้จริงๆ!


    “ฮ๊า!...” เฉินอี้กู่ร้องหน้าตาดุดันยื่นมือไปข้างหน้าคว้ามีดสั้นระดับอก...กรึกกกก!ฝืด!...เสียงแรงเสียดทานในมือกับมีดหมุนดังขึ้นแล้วค่อยหยุดช้าๆสงบเบาลง...มันไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวเพียงโดนแรงผลักเท้าลากพื้นไปด้านหลังนิดหน่อย...


    ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้เหนือความคาดหมายของทุกคนไปมาก!


    แคร๊ก! “นี่ๆ..มันเป็นไปได้ยังไงกัน!?..” อาวุโสเจิ้งหู่เองก็ได้เอากระบี่ของตนอีกเล่มออกมาจากแหวนมิติ..กำลังจะใช้ปราณกระบี่เข้าช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย..เห็นเฉินอี้รับมีดสั้นนั้นด้วยมือเปล่าข้างเดียวได้แบบสบายๆต้องถึงกับอึ้งกิมกี่กล่าววาจาติดขัด


    เหงอออ...รวมถึงคนตระกูลเฉินที่กำลังอ้าปากค้างและอีกสามตระกูลใหญ่ในเมืองเซียงหนานที่มีท่าทางเช่นเดียวกัน..


    “สหายเฉินอี้เจ้าทำได้ยังไงกัน!?..” อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวถามสีหน้าจริงจังเหมือนไม่ค่อยตกใจเท่าไร...เพราะมันเคยประเมินคาดเดาความสามารถของเฉินอี้ในระดับสูง..แต่อย่างงั้นก็ยังต้องตื่นตะลึงสั่นสะท้านในใจมากอยู่ดี!


    เฉินอี้สลายพลังพิษภายในฝ่ามือเอามีดลงก่อนกล่าวด้วยสีหน้าโล่งอก“ฮู้ว!...อันตรายๆ..ฮ่าๆ...ผู้อาวุโสจิ๋นข้าก็แค่โชคดีเท่านั้นเองที่พลังปราณมีดนี้เหลือน้อยกว่าหนึ่งส่วน...ไม่งั้นข้าคงต้องตัวขาดเละเป็นชิ้นๆแน่แล้ว...ฮ่าๆๆ”


    เฉินอี้อธิบายพูดเท็จยิ้มหัวเราะกลบเกลื่อนพลางคิดในใจ“แท้จริงแล้วพลังปราณในมีดมันยังเหลือสามส่วน...อาวุโสผู้นี้ตั้งใจไม่ช่วยเพราะจะดูความสามารถระดับพลังบ่มเพาะที่แท้จริงของข้าสินะ!”ตนรู้เจตนาของจิ๋นอิ่งว่าต้องการอะไรจึงแอบใช้พลังคลุมมือบางส่วนและกล่าวโกหกปิดบังความจริง..


    “อืม...งั้นเหรอ..ข้าคงจะดูผิดไปเองสินะ..”  อาวุโสเจื้งหู่กล่าวขณะหลับตาพยายามคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ว่ามันอาจเป็นไปได้ที่ตนจะคาดเดาเศษพลังปราณผิด..


    ส่วนอาวุโสจิ๋นอิ่งนั้นไม่มีทางเชื่อคำโกหกมดเท็จของเฉินอี้สักนิดเพราะตนรู้จักพลังปราณเคล็ดวิชาเงามืดสังหารในมีดของลูกศิษย์สำนักสุสานทมิฬตัวเองดีกว่าใครมันเชิดมุมปากยิ้มกล่าวในใจ “เจ้าหนูนี่ชักจะน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว!..ข้าจะต้องชวนมันเข้าสำนักให้ได้!”

    อาวุโสจิ๋นอิ่งค่อนข้างมีความแม่นยำในลางสังหรณ์ของตัวเองมั่นใจในอัจฉริยภาพของเฉินอี้เช่นเดียวกับหยางเค่อลูกศิษย์ของตน


    “นายน้อย..เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?...ข้าต้องขอโทษเจ้าจริงๆเพราะขาข้ามันไม่ยอมขยับตามคำสั่งแท้ๆ...”เฉินเหม่ยเย่ดึงชายเสื้อหลบอยู่ด้านหลังกล่าวถามเฉินอี้สีด้วยหน้าเป็นห่วงปนรู้สึกผิดสมเพชตัวเองที่เกือบทำให้เฉินอี้ต้องตายเพราะความอ่อนแอขี้ขลาดของตน


    “ข้าไม่เป็นไรหรอก...พี่สาวเหม่ยเย่ไม่ต้องคิดมาก..อีกอย่างท่านเรียกข้าแค่ชื่อก็พอ..เราเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน..ในฐานะลูกผู้ชายข้าก็ต้องปกป้องท่านอยู่แล้ว..ฮิๆ”เฉินอี้ยิ้มกล่าวสนิทสนมยืดตัวทำสีหน้าท่าทางภาคภูมิใจในตัวเอง


    “จ๊ะ!..ข้าขอขอบใจเจ้ามากเลยนะ..น้องอี้..คิๆ”เฉินเหม่ยเย่เอามือปิดปากยิ้มกล่าวอย่างมีเสน่ห์..นางหัวเราะตลกท่าทางที่ขี้อวดดีของเฉินอี้


    เฉินซูย่วนยืนกอดอกยิ้มหวานดูสองพี่น้องคู่นี้คุยกันสนิทสนมขึ้นพลางคิดเรื่องบางอย่างในใจ“เหม่ยเย่เอ๋ย...ถ้าพวกเจ้าไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกันล่ะก็..ข้าจะยกเจ้าให้กับมันไปแล้ว!..” ตอนนี้นางกำลังคิดเรื่องที่ผิดศีลธรรมอยู่...


    “เฮ้อ...โล่งอกไปที...” เฉินเหว่ยหงรู้สึกหายใจทั่วท้องแล้วที่เห็นเฉินอี้บุตรของตนปลอดภัย..พลางหันไปทางเซี่ยซูเหยากล่าวสงสัยในใจ“หรือว่า...นางรู้อยู่แล้วงั้นเหรอ?..”


    เซี่ยซูเหยายืนมือไขว้หลังท่าทีสง่างามมองเฉินอี้กระซิบกล่าวพึมพำอยู่คนเดียวด้วยรอยยิ้มบาง“เจ้าปีศาจเอ๊ย..”



    “ปล่อยข้านะ...เจ้าสารเลว..อั๊ก!!...” มีเสียงที่เจ็บปวดทรมานดังออกมาจากใครบางคน...



    เฉินอี้หันไปมองดูตามเสียงการต่อสู้ที่ยังไม่จบระหว่างหยางเค่อและหย่งเฉิงกับเฉิงคุนยิ้มกล่าวในใจ“สายเลือดปีศาจรัตติกาลนี่ร้ายกาจจริงๆ!...”


    แกร๊กกก! “ลวดทมิฬตรึงวิญญาน!..” หยางเค่อได้ใช้มือขวาลอบจู่โจมตรึงลวดมัดพันร่างเฉิงคุนเอาไว้ก่อนในช่วงชุลมุนวุ่นวายแล้ว!


    คนที่เป็นปีศาจตัวจริงในที่นี้คือหยางเค่อต่างหาก..แล้วดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้เลยนอกจากเฉินอี้…

    คล้ายกับเรื่องราชันพิษล้างสวรรค์ ที่คุณอ่าน